ประสบการณ์การบวชสามเดือนที่วัดป่าธรรมอุทยาน จังหวัดขอนแก่น (ตอนที่ 6)

วันนั้นเป็นวันที่ผมอยู่ดีๆก็รู้สึกท้องอืด มัน โตขึ้นมาเลยครับ ที่สุดภรรยาก็พาไปโรงพยาบาล ผมอยู่ที่นั่นคิดว่า คืนสองคืนก็กลับบ้านได้..เจาะเลือดมา หมอก็บอกว่าน่าจะเป็นโรคฉี่หนู เฮ้อ เข้าเค้า เพราะตอนนั้นไปช่วยแบกกระสอบเตรียมบ้านคุณแม่ของภรรยากันน้ำท่วมพอดี...แต่ก็แปลกกินยาตามที่หมอบอกก็ไม่หาย...คราวนี้.หมอเจาะแล้วเจาะอีก เปลี่ยนมืออีกสองหมอ.. ก็หาไม่เจอว่าเป็นโรคอะไร...ผ่านจากวันที่หนึ่งมาสองสามสี่ และวันที่ห้า..จนที่สุดมีหมอท่านหนึ่ง รู้จักกับภรรยา..เดินมาแวะเยี่ยม...เคาะไปเคาะมา ท่านบอกว่า.. “ไส้ติ่งแตก”...จริงดังว่าเลยย้ายโรงพยาบาลไปที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์...ผ่าฉุกเฉินเที่ยงคืนนั้น...ก็ไส้ติ่งแตกจริงๆ..แต่เป็นเคสหายาก เพราะแตกแล้วมันมีกระเปาะมาหุ้มเลยไม่กระจาย ไม่งั้นตายไปตั้งแต่วันแรกแล้ว...แถมมันยังไปรัดลำไส้ ซ่อนอยู่หลังลำไสเล็ก ทำ MRI ที่โรงพยาบาลแรกก็ยังมองไม่เห็นเลย...ที่สุดอยู่ไปอีก 8 วัน...


(ภาพ: ลานพระพุทธรูปปางลีลา วัดป่าธรรมอุทยาน ที่ระหว่างบวช ผมมักหาเวลามาที่ลานนี้ครับ เพราะทำให้ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า)

......

ครับนอกจากคนมาเยี่ยมจะเป็นคนรัก คุณพ่อคุณแม่...ลูกศิษย์ เพื่อนร่วมงานแล้ว...ยังมี เทวทูตครับ..ตอนที่ป่วยครั้งแรก...ก็เลื่อนงาน เลื่อนนัดหมาย..พอกินน้ำเกลือเข้าวันที่สาม ร่างกายมันเพลียมากๆ กินแต่น้ำเกลือมาวันที่สาม ก็ลืมเรื่อง Appreciative Inquiry ที่ต่อสู้ ปลุกปั้นมาหลายปี ลืมงาน ลืมการสอน...มานึกถึงลูกเมีย.ว่า ถ้าตายเขาจะอยู่ยังไง..ที่สุดครับ..พออยู่โรงพยาบาลหลายๆวัน วันที่ 5-6 คือหลังผ่าตัดครับ..ก็เหมือนโลกลอย เบลอๆ...มันงงๆ คิดอะไรไม่ออก...กลัวตาย มากกว่าเดิม...ที่กลัวจนขนหัวลุกก็คือ...

......

ผมนึกอะไรไม่ออก..ไม่มีแรง ขนาดอยากบอกให้แฟนค้นหาธรรมะที่ชอบใน Iphone ก็งง ไม่รู้จะบอกยังไง..มันลอย โหวงๆ คิดไม่ออก...จะหายใจทำอาณาปาณสติ จะเคลื่อนไหวการ จะภาวนาพุทโธ...อะไรที่เรียนรู้มาก็ทำไม่ได้ครับ.. ตอนนั้นอยากบอกว่า แม้กระทั่งลูกเมียก็เถอะ...ผมลืมไปเลย นึกไม่ออก...มันลอย มันโหวง ไม่มีแรงครับ..ตอนผ่าตัดมา พอฟื้นหมอให้สังเกตอาการฟื้นตัวครับ..ว่า มีตดมาหรือยัง..คืนนั้น ผมลืมทุกอย่าง..อยู่อย่างสัตว์บาดเจ็บกลัวตาย ผมล้นครับว่าจะมีตดออกมาหรือเปล่า...ผมอธิษฐานอย่างเดียวเลยครับ..ตั้งแต่พระพุทธเจ้า เจ้าแม่กวนอิม...

ที่สุดตอนตีสี่ ก็ได้ยินเสียง ปู๊ดเบาๆ ตดมาแล้วครับ..ผมว่าผมฝันไปหรือเปล่า...สายๆ มาอีก...คราวนี้รอบลุ้นอีกว่าจะมี อึ มารึเปล่า..เพราะไม่มาก็ยุ่งครับ...ที่สุดก็มา...

ได้แต่สะท้อนใจครับ..มีทุกอย่างตั้งแต่เมียสวย ลูกน่ารัก...ความรู้ ฐานะ...ที่สุดมาลุ้นตด ลุ้นอึ...หาสาระอะไรไม่ได้..

.....

แต่สิ่งที่น่ากลัว แล้วเริ่มทำให้ผมคิดถึงการบวชจริงๆ คือ..ผมเองผมว่าผมอ่านหนังสือธรรมะเยอะมากๆ...เคยช่วยงานกลุ่มศึกษาพุทธศาสตร์ พาคนไปบวชรวมกันกว่า 200 คนแล้วนับตั้งแต่ปี 31 ยี่สิบปีที่ผมจริงจัง ฟังซีดีมันวันละสองสามม้วน...หนังสือธรรมะแทบท่วมบ้าน...ปฏิบัติดูจิตดูใจบ้างมาตลอด..พอจะตาย ผมหมายถึงตอนนั้นผมพร้อมจะตายได้ตลอด บางช่วงต้องให้ก๊าซอ๊อกซิเจน..แต่ผมค้นพบครับว่าผมไม่สามารถนึกถึงข้อธรรมะใดๆ ที่จะทำให้ผมมีกำลังใจอยู่ต่อสู้กับสิ่งที่ผมไม่เห็นอย่างเบิกบาน ผมอยู่อย่างซึมๆ หดหู่ ฝึกสมาธิมาก็ลืมเอาไปใช้ไม่ได้...

...

ผมลงความเห็นเลยครับ..ว่าผมไม่รู้จริง...ผมเริ่มคิดถึงการบวชทันที ก็นี่แหละครับ เหตุที่ผมมาบวชที่วัดป่าธรรมอุทยาน...

เมื่อบวชสิบวันแรกก็เริ่มเข้าใจแล้วครับ..อ้อมันเป็นอย่างนี้ครับ...ที่ผ่านมาเราฟัง เราเลยรู้ (เป็นสุตมปัญญา) แถมพอเรามีข้อมูลมากพอ เราก็เอาสิ่งที่เรารู้ในความทรงจำมาผูก มาเชื่อมต่อกันไปมา เราเลยรู้มากกว่าเดิม (จินตมปัญญา) เราเลยคิดว่าเราปฏิบัติธรรมอยู่ตลอด (ภาวนามปัญญา)....ค้นพบเลยครับ ว่าเราขาดการปฏิบัติ...ความรู้ที่เรารู้มา..มันเพียงมาอยู่ในสมอง ที่เป็นอวัยวะหนึ่งของเราเท่านั้น..ทุกท่านก็รู้ว่าร่างกายเรามันอาศัยพลังงานขับเคลื่อน..เมื่อคุณเจ็บป่วยร่างกายได้รับแต่น้ำเกลือ..คุณจะมีแรงที่ไหนไปดึงความจำ ที่อยู่ในสมอง อันเป็นอวัยวะหนึ่งของคุณมาสร้างการเชื่อมโยง (ศาสนาพุทธเรียกว่าการปรุงแต่ง หรือสังขาร) คุณไม่มีแรงจริงๆ...นั่นเป็นสาเหตุทำไมผมถึงรู้เยอะ แต่ทำไม่ได้ ทำไม่ออก เพราะผมไม่มีแรงปรุงแต่งความจำ (ความรู้ด้านพุทธศาสนา) นั่นเอง..

....

ครับเทวทูตมาเตือนครับ..ช่วงนั้นนับเป็นช่วงมหัศจรรย์จริงๆ..เป็นช่วงที่ผมเริ่มรู้ว่า “ผมไม่รู้” ผมรู้ว่าจริงๆแล้วผมเป็นเพียง “นักจินตนาการแห่งพุทธศาสนา” เท่านั้น ผมไม่ได้เป็น “นักปฏิบัติ” อย่างที่ผมเข้าใจเองมาตลอด ช่วงนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการเห็นเส้นทางสายใหม่ ของผม..วันที่ผมจะเริ่มเป็น “นักปฏิบัติ” วันที่ผมเริ่มตั้งเป้าหมายว่า ผมจะตายแบบสงบ ตายแบบไปดี ตายแบบไม่กลัวตายอย่างนี้อีก..

สำหรับวันนี้ เท่านี้นะครับ ยังมีตอนตอนไป..สำหรับเรื่องราวตอนนี้ ผมเพียงแต่เล่าให้ฟัง..ลองพิจาณาดูนะครับ



(ภาพ: 48 ชั่วโมงก่อนกลับมาเป็นฆราวาส)