การค้นพบของศาสนาต่างๆ ในโลกนี้คือ มนุษย์ไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถควบคุมความคิดและความรู้สึกของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ นั่นคือเราเลือกได้ที่จะมีความสุขหรือความทุกข์ได้ไม่ว่าสถานการณ์ต่างจะเป็นเช่นไรก็ตาม

แต่การจะทำเช่นนั้นได้ต้องอาศัยการฝึกฝนจิตใจ เพราะในฐานะสัตว์สังคมนั้น จิตใจเราถูกฝึกโดยธรรมชาติมาตั้งแต่เกิดให้อ่อนไหวไปตามสังคมและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวทั้งนี้เพื่อการอยู่รอดของเราเพราะมนุษย์เป็นสัตว์ที่อ่อนแอเกินกว่าที่จะอยู่คนเดียวได้นั่นเอง

แต่โลกนี้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว โลกปัจจุบันปลอดภัยกว่าแต่ก่อนมาก อย่างไรก็ตามสัญชาติญาณดิบในฐานะสัตว์สังคมของเรายังไม่ได้ลดลงเท่ากับความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเราก็ต้องฝึกฝนที่จะลดความรุนแรงของสัญชาติญาณให้เท่ากับความเปลี่ยนแปลงของโลก

สมัยที่เรายังจับกลุ่มอยู่ในป่าเป็นกลุ่มเล็กๆ นั้น หากมนุษย์ทั้งกลุ่มเกิดวิ่งหนีอะไรขึ้นมา ถ้าเรามัวมาถามหาเหตุผลว่าวิ่งหนีอะไรเราก็คงไม่รอด ในขณะเดียวกันเราเลือกคู่โดยเสาะหาคนที่คนอื่นอยากได้เป็นคู่เช่นเดียวกันโดยเราไม่รู้สาเหตุลึกๆ ที่แท้จริงที่เราเลือกคู่คนนี้

สัญชาติญาณสังคมนี้เองที่เป็นพื้นฐานของพฤติกรรมต่างๆ ที่เราเลือกทำให้เหมือนกับกลุ่มเพื่อจะได้อยู่รอดปลอดภัยและสืบพันธุ์ต่อได้

คิดดูแล้วเราต้องการอยู่เพียงสองอย่างเท่านั้น คืออยู่รอดปลอดภัยและได้สืบพันธุ์ (และให้ลูกหลานของเราอยู่รอดปลอดภัยต่อไป) ซึ่งเป็นความต้องการที่ไม่มาก ยิ่งในโลกปัจจุบันนั้นยิ่งทำได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก แต่ที่ดูเหมือนยากเย็นมากมายก็เพราะเราลืมลดทอนความรุนแรงของสัญชาติญาณที่มีอยู่มากเพื่อรับกับความรุนแรงและไม่ปลอดภัยของโลกในอดีต

ด้วยเหตุนี้น่าจะเป็นสาเหตุที่ศาสนาที่เกิดขึ้นในช่วงหลังๆ (คือช่วงสองสามพันปีมานี้) สอนให้มี "สติ" เท่าทันสัญชาติญาณของตัวเอง โดยแต่ละศาสนาอาจจะใช้ศัพท์หรือการอธิบายความที่แตกต่างกัน แต่ล้วนแต่นำเสนอเรื่องเดียวกันทั้งสิ้น

ชาวพุทธที่ดีจะประพฤติตัวสอดคล้องกับคำสอนโดยส่วนใหญ่ของศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาเต๋า ศาสนาฮินดู ฯลฯ โดยอัตโนมัติ ฉันใดก็ฉันนั้น ผู้ปฎิบัติที่ดีของศาสนาอื่นก็จะปฎิบัติตัวสอดคล้องกับศาสนาพุทธโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน ที่จริงแล้วนี่เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ถ้าคนในโลกเห็นเช่นนี้กันมากโลกนี้ก็คงสุขสงบขึ้นไม่น้อยทีเดียว

การมีสติเท่าทันสัญชาติญาณนั้นเป็นทักษะที่มนุษย์ทุกคนควรฝึกฝน เพราะจะช่วยให้เรามีความสุขได้ตลอดเวลา ไม่ว่าสิ่งต่างๆ รอบตัวเราจะเป็นเช่นไร ที่จริงแล้วนี่เป็นบทเรียนสำคัญที่สุดที่ควรสอนเยาวชนด้วยซ้ำ แต่การศึกษาของโลกนี้ไม่ได้พัฒนาไปในทิศทางนั้น กลับเป็นการเรียนการสอนในการตอบสนองสัญชาติญาณดิบให้มากขึ้นเสียมากกว่า

ผมเจอภาพต่อไปนี้ใน Pinterest แล้วพยายามหาต้นตอก็ดูเหมือนจะมาจาก http://rulesofthirds.com/ เขาเขียนไว้ว่า "I am in charge of how I feel, and today I am choosing happiness."

เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกมีความสุขครับ