ทั้งๆ ที่รู้ว่าพักนี้เราต่างมีภาระกิจที่ต้องสะสางมากมายด้วยหลากหลายสิ่งที่ประดังเข้ามาในช่วงก่อนสิ้นปี แต่บ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมาเราก็ยังแบ่งเวลาชวนกันไปเดินเปิดหูเปิดตารับความสดชื่นเบิกบานใจจากธรรมชาติเหมือนเช่นเคยถือเป็นการชาร์ตแบตเตอรี่หัวใจให้เต็มเพื่อการใช้งานในสัปดาห์ต่อไป
เมื่อเรากำลังจะเดินข้ามสะพานเข้าไปยังเขตพื้นที่ชุ่มน้ำสุไหงบุโล สวรรค์น้อยๆ ของพวกเราในแทบทุกวันหยุด ก็มีตัวนากขนเรียบตัวหนึ่งวิ่งสวนทางออกมาพร้อมเสียงร้องที่น่าเอ็นดูเหมือนเสียงลูกแมวตัวเล็กๆ ที่ร้องเรียกหาแม่ นากเดินและวิ่งด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเหลือเกิน พอดีมีกลุ่มคนอีกหลายคนเดินมาทางข้างหลังเราและต่างส่งเสียงร้องกันด้วยความตื่นเต้นที่เห็นนากเดินออกมา นากตัวนั้นก็เลยวิ่งกลับไปทางเดิมที่มันวิ่งออกมา เราเดินตามนากตัวนั้นเข้าไปในทางเดินใกล้กระท่อมบังไพร นากตัวนั้นก็เดินๆ วิ่งๆ หยุดลงนอน และส่งเสียงร้องสลับกันไป จนมันวิ่งเข้าไปในพื้นที่ป่าและลงน้ำไปในที่สุด
ปกตินากขนเรียบจะอยู่หากินกันเป็นกลุ่มเป็นครอบครัวตามที่เราเคยเห็นที่เขตพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ และโดยปกตินากจะมีนิสัยขี้อาย ไม่มาปรากฏตัวให้เห็นโดยง่าย แต่วันนี้นากตัวนี้ฉายเดี่ยวออกมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ทางเดินเข้าออก เราจึงคิดว่ามันคงหลงจากฝูงและกำลังหลงทางอยู่ แต่ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์และการวิ่งกลับเข้าไปในบริเวณเขตสงวน ฉันภาวนาให้นากตัวนั้นได้พบฝูงของมันโดยเร็ว
บางครั้งเวลาก็ทิ้งสิ่งที่เราเห็นไว้เพียงความทรงจำ แต่บางครั้งมันก็ฝากอะไรต่อมิอะไรให้เรามากกว่านั้น ฉันกลับมาดูรูปของนากตัวนั้นที่ถ่ายเอาไว้ หน้าตาสายตาท่าทีที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เป็นกังวล บวกเสียงร้องที่เปล่งออกมาดูน่าสงสารเป็นที่สุด ฉันไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับการหลงทางที่น่าหวาดกลัวเช่นนั้น แต่ก็พอจะเดาออกถึงความสับสน ความกลัว ความเหงาที่นากตัวนั้นกำลังประสบ
คนเราทุกวันนี้อาจไม่มีการหลงทาง พลัดพรากทางด้านกายภาพกันมากนัก แต่เรากำลังหลงทางในด้านความรู้สึกนึกคิด เราอาจไม่หวาดกลัวหรือเหงาเพราะการอยู่คนเดียว แต่เราหวาดกลัวและเหงาเพราะเรากำลังอยู่ในแวดล้อมของคนที่คิดต่างกันต่างหาก
ฉันนึกถึงข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือ "เดินสู่อิสรภาพ" ของท่านอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ที่ว่า "เมื่อเดินหลงป่า อันเป็นเส้นทางเดินทางกายภาพ สามารถใช้สายน้ำในลำธารเป็นเครื่องนำทางได้ฉันใด เมื่อหลงทางในวิถีแห่งจิตวิญญาณก็สามารถใช้สายน้ำแห่งมนุษยธรรมนี้เป็นเครื่องนำทางได้ฉันนั้น"
สายน้ำแห่งมนุษยธรรมที่อาจารย์ประมวลกล่าวถึงก็คือเมตตาธรรม-การุณยธรรมที่มีอยู่ในตัวเราเอง คือน้ำใจที่เราอาจปล่อยให้มันหลั่งไหลออกมาในทุกสถานการณ์กับคนสรรพสิ่งรอบตัว ขอเพียงเราเปิดโอกาสให้ใจได้ทำในสิ่งนั้น
นากตัวนั้นคงตัดสินใจใช้สายน้ำที่มันคุ้นเคยตามหาฝูง ฉันเชื่อว่าคนเราเมื่อเราใช้น้ำใจเป็นเข็มทิศเราจะหาทางออกให้ชีวิตของเราได้ในที่สุด อาจจะด้วยตัวเราเองหรือด้วยน้ำใจที่ตอบรับเช่นเดียวกันจากคนรอบข้างก็สุดแล้วแต่
นำภาพน้องนากตัวนั้นมาฝากค่ะ แม้จะกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สับสนแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีของความก้าร้าว นากตัวนั้นยังได้สร้างความอ่อนโยนให้จิตใจผู้พบเห็นอีกด้วย...
...

...

...

...

...

...

...

...
ด้วยรอยยิ้ม,
ปริม ทัดบุปผา
๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
Yiruma - Till I find You
ยึดหลักธรรมไว้ จะไม่หลงไปไหนครับ
สวัสดียามบ่ายครับคุณปริม ทำให้คิดถึงคำที่ว่า หลงทางยังกลับบ้านได้ หลงรักปักใจกลับไม่ได้แน่นอน... เขาบอกว่าคนร้องไปบวชเป็นพระแล้ว สงสัยว่าจะไม่สึกแล้วหละครับ
http://youtu.be/gtPSopbHE9A
ระบบเสียงอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เกี่ยวกับบันทึกหรือเปล่าเนี่ย
เมื่อเราใช้น้ำใจเป็นเข็มทิศ เราจะหาทางออกให้ชีวิตของเราได้...สุดยอดแห่งถ้อยคำ เลยล่ะ
เราอาจไม่หวาดกลัวหรือเหงาเพราะการอยู่คนเดียว แต่เราหวาดกลัวและเหงาเพราะเรากำลังอยู่ในแวดล้อมของคนที่คิดต่างกันต่างหาก ขอบคุณบันทึกดีๆ ครับ....
มาเยี่ยมอ่านบันทึกดีๆมีความสุขนี้ค่ะ..น้องปริมหายไปนาน คิดถึงจัง..
น่ารักดี เขามาได้ไงเนี่ย ...
สวัสดีค่ะ..คุณปริม...กระแสร์ธารแห่ง"ความปราถนา"...นั้นเชี่ยวและรุนแรง..มันไม่เคยย้อนกลับเช่นเดียวกับสายน้ำ..มนุษย์ก็เลยตามกระแสร์นี้ไปด้วยความแรง..ใครหลุดจากกระแสร์นี้ได้..คงเหมือนนากน้อย..ตัวนี้..นะเจ้าคะ...ภาพที่เห็นเดินกลับเข้าป่า..ประทับใจมาก..เจ้าค่ะ.แลดีใจกับนากน้อยตัวนี้ที่ พบหนทาง..กลับ..(.ยายธี)
อ่านแล้วได้ใจร่มๆ สติกลับมาค่ะคุณปริม
โถ ตาละห้อยเชียว 555
ในสถานการณ์ที่สับสน แต่นากตัวนั้นยังได้สร้างความอ่อนโยนให้จิตใจผู้พบเห็น
สะท้อนให้เห็นว่า..
เราไม่ควรสื่อสารความเครียดของตนเอง ออกมาในรูปของพฤติกรรม
เข้ามาอ่าน แล้วทำให้ใจสบายขึ้นนะคะ ชอบ ข้อความ ย่อหน้านี้ มากค่ะ " ... คนเราทุกวันนี้อาจไม่มีการหลงทาง พลัดพรากทางด้านกายภาพกันมากนัก แต่เรากำลังหลงทางในด้านความรู้สึกนึกคิด เราอาจไม่หวาดกลัวหรือเหงาเพราะการอยู่คนเดียว แต่เราหวาดกลัวและเหงาเพราะเรากำลังอยู่ในแวดล้อมของคนที่คิดต่างกันต่างหาก".... ให้ความหมายลึกซึ้งนะคะ
สบายๆ แบบน้องปริมนะคะ เพลงเพราะมาก และให้สาระในการคิดที่อยู่ในใจเรา ขอนำภาพยอดพระธาตุที่เก็บอัฐฐิของหลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง มาฝากนะคะ
ขอบคุณบันทึกลึกซึ้งและสวยงามค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปริม...คุณปริมสบายดีนะคะ(คิดฮอด:))
...จากในภาพดูน้องนากคุ้นเคยกับมนุษย์มากนะคะ...
...จ้ำอ้าวแบบนี้สงสัยคงจะจำทาง(กลิ่นป่า)กลับบ้านถูกแล้วมังคะ...
;))) "ด้วยรอยยิ้ม" (ด้วยความคิดถึง)ฝันดีค่ะ...
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชญธรรม
ยึดหลักธรรมไว้ จะไม่หลงทางไปไหน แน่นอน....
คมมากค่ะท่านอาจารย์ กรีดลึกเลย...ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่หนาน
ขอบคุณมากค่ะที่กรุณามาทักทาย ฝากคำคมดีดีไว้ให้คิด เพลงเพราะๆ ให้ฟังนะคะ
หลงทางในความคิดเพราะทิฏฐินั้นกู่กลับยากสักหน่อยค่ะ แต่ก็ยังพอมีหวังที่จะกลับได้ค่ะเมื่อไฟอ่อนแรงลงสักพักนะคะ
มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ
ท่านอาจารยยันต์
ไม่แน่ใจว่าเป็นจินตนาการมากเกินไปหรือเปล่านะคะ แต่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ