การอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานบริการ
ครั้งที่ 3
งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลพิจิตร
เน้นหลักการใช้ชีวิต ทักษะการคิดเชิงบวก และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การทำงานบริการอย่างมีความสุข

เริ่มจากทบทวนเนื้อหาทั้ง 2 ครั้ง ที่ผ่านมาพื้นหลังการเข้าสู่อาชีพของแต่ละคน ข้อดีข้อเสียของตัวเองพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆจนกลายเป็นบุคลิก นิสัยของตัวเอง รวมถึงสิ่งที่เรามองเห็นผู้อื่นแม้ในการกระทำที่แสดงออกมาซ้ำๆแต่ก็มีแตกต่างเช่นเกิดคนละสถานการณ์ เกิดคนละช่วงเวลา เราเองที่เป็นผู้สัมผัสย่อมเกิดการรับรู้ เรียนรู้ ในอารมณ์ ซึ่งต่างกันด้วย
ตัวอย่างการถูกคาดหวังจากผู้ป่วยหรือผู้ที่มารับบริการในงานของเราบางคนวันนี้มาเป็นคนไข้ของเราคาดหวังให้เราดูแลรักษาพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพ แต่หากผู้ป่วยรายนั้นเป็นเพื่อนบ้าน/คนรู้จักกับตัวเราเขาย่อมมีความความคาดหวังมากกว่าคนทั่วไปว่าเราจะให้การดูแลเป็นพิเศษดังนั้นเมื่อไม่เป็นดังหวังคิดความคาดหวังอาจเกิดความไม่พึงพอใจ ดังนั้นเมื่อเราแต่ละคนให้ความสำคัญกับเรื่องราวต่างๆ ต่างกัน มองเรื่องเดียวกันในมุมที่ต่างกัน บางคนแสวงหาความสุขจากการมีทรัพย์สินเงินทองบางคนแสวงหาอำนาจ ชื่อเสียงเกียรติยศ บางคนมีความสุขจากการได้ความชื่นใจ ย่อมแตกต่างไปในแต่ละช่วงวัยของชีวิตเช่นกัน
ดังนั้นการที่เราเห็นใครสักคนอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเขาเป็นคนอย่างไร เพราะเราไม่ได้เห็นเขาทั้งหมดที่เขาเป็น แค่เรียนรู้เขาว่าเพราะอะไรเขาถึงมีเหตุผล/อารมณ์/ความคิดเช่นนั้น คนหนึ่งคนมีเรื่องราวมากมายกว่าจะมาเป็นเขาวันนี้ วิธีคิดที่ต่างกันย่อมทำให้เหตุผลและการกระทำแตกต่างกันไปด้วย ดังประโยคที่ว่า “ you are what you think “ มุมที่เรามองมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเรา ถ้าเราเรียนรู้อย่างเข้าใจ หยิบมันไปใช้การมองชีวิตและการทำงานของเราจะง่ายขึ้น ไม่ว่าจะต้องอยู่กับคน / สิ่ง ที่เราชอบ-ไม่ชอบ รัก-เกลียด เพราะงานที่ทำทุกวัน เหมือนการเดินย่ำที่เดิม “ In the same like that “ คนเจ็บป่วย ฉุกเฉินคล้ายเดิม ซ้ำๆจำเจ เหนื่อยหน่าย วุ่นวายแบบ เดิมๆ ถ้าปรับตัวได้เราก็มีความสุข ธรรมชาติของคนย่อมเห็นแก่ตัว เราเรียนรู้และนำสิ่งที่เรียนรู่สู่การปฏิบัติบู๊สเตอร์เติมเต็มความสุขให้ตัวเองอย่าหวั่นเกรงในสิ่งที่ต้องเผชิญต้องเข้าใจตัวเองว่าเราเป็นคนอย่างไร มีบุคลิกภาพอย่างไร มีความรู้หรือความสามารถด้านไหน ตอนนี้เราทำหน้าที่อะไร นำมันมาใช้ให้ถูกเวลาและโอกาส ทำหน้าที่แต่ละวันให้ดีไม่ต้องกังวลว่าผลข้างหน้าจะเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญอย่าลืมว่าเราทุกคนต่างมีภาพลักษณ์เดิมของเราเช่นเราเป็นพยาบาล แม้ว่าวันนี้เราไม่ได้ทำงาน เราก็คือพยาบาล เราต้องจัดสรรชีวิตของเราให้สมดุล แม้ว่าวันนี้เราขุ่นมัวมาจากบ้านแค่ไหนต้องไม่ลืมว่าตอนทำงานเรารับหน้าที่อะไร เป็น incharge member พยาบาลRefer เรามีสิทธิแค่ไหนที่จะแสดง กิริยา สีหน้า ท่าทาง เช่นนั้น สิ่งสำคัญต้องไม่ก้าวร้าวต่อเพื่อนร่วมงานและไม่ใช้พฤติกรรมส่วนตัวมาเป็นพฤติกรรมบริการ
สุดท้ายได้ให้ข้อสรุป Concept ของเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานบริการครั้งนี้ดังนี้
1.เพื่อให้เราเข้าใจงาน ปรับตัวในการทำงานอย่างมีความสุข
2.กระบวนการที่ใช้การพูดคุย ทำให้ทุกคนได้มีโอกาสหยุดคิด หยุดมองตัวเอง หันมามองคนอื่นและ เพื่อนร่วมงาน
3.การปรับเปลี่ยนอะไรสักอย่างต้องเริ่มที่ตัวเรา ทั้งมุมมอง การคิด การกระทำ ถ้าเราทำแล้วขุ่นมัวเราได้อะไร เมื่อเราทุกข์น้อยลง เมื่อคนรอบข้างสุขมากขึ้น เท่ากับช่วยสร้างภูมิสังคม ให้ดีขึ้น
งานที่เราทำมีความสำคัญ แล้วตัวเราเองมีความสำคัญต่องานนั้นอย่างไรถ้าเราตอบตัวเองได้ บริหารชีวิตและงานให้สมดุลได้ อย่าไปในที่ๆแข่งขันจงไปให้ที่ๆแบ่งปัน งานสำเร็จใจก็เบิกบาน มิใช่ตัวเองก็เหนื่อยใจและป่วยกาย งานที่ทำก็ล้มเหลวและได้ฝากแนวคิดเกี่ยวกับบ้าน 3 หลังไว้ดังนี้
1.The first place บ้านที่เราเกิดและเติบโต
2.The second place บ้านหลังที่สองคือที่ทำงานของเรา
3.The third placeที่ๆทำให้เรามีความสุข สบายใจเป็นที่ๆเราอยากไป
ทำอย่างไรให้บ้านหลังที่ 2 และ 3 นั้นเป็นที่ๆเดียวกันที่ๆทำให้พวกเรานั้นทำงานอย่างมีความสุข มีการแบ่งปัน เผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และพวกเราสร้างมันให้อบอุ่นได้
ก่อนจบกิจกรรมกลุ่มได้ให้ทุกคนได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมและกระบวนการนี้ที่ผ่านมาไปปรับใช้ในการทำงานของแต่ละคนซึ่งสรุปได้ดังนี้
-ได้หยุดคิด ทบทวน ได้ เห็นตัวเอง เข้าใจตัวเอง ว่าเป็นอย่าไร
-การเปลี่ยนแปลงด้านความคิด เช่นการหยุดคิด ใคร่ครวญ การเลือกหรือนำบางมุมมองที่ดีไปปรับใช้/ปฏิบัติทั้งกับการทำงาน/เพื่อนร่วมงานและครอบครัว
-เกิดความรู้สึกทุกข์น้อยลง เข้าใจคนอื่นมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น
สบายๆในบรรยากาศการคุยเหมือนอยู่กับบ้าน
ศักยภาพภายในจะหลั่งไหลสู่วงอย่างอบอุ่น เป็นพื้นที่ที่ทุกคนอยากพูด อยากบอก สิ่งที่ออกมา คืศักยภาพที่ค้นให้พบ แล้วพัฒนา
"เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักร ย่อมต้องการความรักและเข้าใจ" ศักยภาพพัฒนาได้ ด้วยตัวเอง
ขอบคุณที่นำมาให้เรียนรู้
พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานบริการ .... เป็นหัวใจ..ของ..งานบริการ ดีจริงค่ะ
การบริการที่ดีต้องมาจากภายใน งานบริการจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องการบริหารคน จิตวิทยาเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะพวก หมอและพยาบาล ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจดี โอบอ้อมอารีย์ ใจเย็นและเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผู้ป่วยที่เข้ามาหา เป็นผู้ที่ได้รับความทุกข์ ดังนั้นการให้การบริการกับผู้ป่วย(ผู้ที่มีความทุกข์) จึงต้องมีความอดทนสูง และต้องเป็นผู้ที่รวดเร็วในการลดความทุกข์และเพิ่มความหวังความสุขให้กับคนไข้ที่มารับบริการ