ผมออกตรวจสุขภาพพระสงฆ์และสามเณรล่วงหน้าหลายวัน...
จึงทำให้ทราบว่ามีงานบุญของวัดแห่งหนึ่งในตำบลที่ทำงานอยู่
งานบุญของวัดมีหลายอย่าง เช่น สร้างศาลา บูรณะวัด และมีการแข่งขันสรภัญญะ และผญาอีสาน
ซึ่งมีหลายหมู่บ้าน ทั้งในอำเภอ และนอกอำเภอ...มาร่วมการแข่งขันและทำบุญ
ผมเป็นประเภทติดสุขจากการทำโรงทาน...จึงวางแผนว่าจะทำโรงทานตนเองอย่างไรดี?
เพราะวันงานบุญ...ผมต้องขึ้นเวรด้วย...จึงไม่สามารถทำโรงทานแบบปรุงอาหารสดๆ ในงาน
พอดีพี่ อสม. ท่านหนึ่งมาขายขนม...ผมจึงตกลงจ้างพี่ทำขนมดอกจอก และขนมบ้าบิ่น
และพี่ก็ให้ขนมมาเพิ่มหลายห่อ...รวมทำบุญในครั้งนี้...
ก่อนเขียนบันทึกนี้...ไม่กี่ชั่วโมง...ผมได้รับห่อจดหมายจากพี่สาวใน Gotoknow…บ้านอันเป็นที่รักของเรา
ท่านส่งหนังสือจำนวน 6 เล่ม...ขนาดพกพาสบายๆ เป็นหนังสือธรรมะ
ของ “พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก” ...
เป็นหนังสือที่ระลึกงานศพของคุณพ่อของพี่สาวท่านนี้
ความรู้สึก “ขอบพระคุณ” ลอยฟ่องในหัว และฟู่ฟ่องในหัวใจของผมมาก
บันทึกนี้...จึงเป็นบันทึกที่กอดโลกเล่า....ของผมที่มีต่อพี่สาวคนนี้...
จากหนังสือเล่มหนึ่งที่พี่สาวได้นำมาฝาก...สุขกาย...สุขใจ
มีธรรมะน่าเรียนรู้ ..ผู้ให้คือผู้รับ...
ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง...
“เรารู้สึกว่าผู้ให้เป็นผู้มีบุญคุณ ในขณะที่ผู้รับเป็นหนี้บุญคุณ...แต่มีคำอธิบายในแง่มุมหนึ่งคือ
ถ้าไม่มีผู้รับ เราก็ไม่ได้ทำสิ่งที่ดีงามแห่งการให้
เพราะมีผู้รับ เราจึงได้ทำบุญ
ด้วยวิธีคิดเช่นนี้ก็จะทำให้เราให้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน (มาถึงประโยคนี้คิดถึงคุณปริมจังครับ)
ให้คุณค่าและให้เกียรติแก่ผู้รับ…”
ท่านอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เขียนเรื่องเล่าของนิกายเซ็น ที่กล่าวถึงอาจารย์เฉิงจัว
ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสมากผู้หนึ่ง ท่านมีความประสงค์จะขยายศาลาปฏิบัติธรรม
มีพ่อค้าผู้หนึ่งตกลงใจที่จะเป็นผู้บริจาคปัจจัย เพื่อเป็นค่าก่อสร้าง เป็นจำนวนเงินถึง 500 เหรียญทอง
ซึ่งในสมัยนั้นนับว่ามากที่สุดแล้ว เพราะว่าเงินเพียง 3 เหรียญทอง ก็สามารถใช้สอยอยู่กินได้ตลอดปี
พ่อค้าได้หิ้วถุงเงินเข้าไปหาท่านอาจารย์ แล้วน้อมถวายบอกความประสงค์ให้ทราบ
ท่านอาจารย์ ก็กล่าวแต่เพียงว่า
“ดีแล้ว อาตมาจะรับไว้” แล้วก็นั่งนิ่งเงียบ
พ่อค้าผู้นั้นก็ยังนั่งรอ ด้วยหวังว่าท่านอาจารย์คงจะกล่าวอวยพรให้ตนโชคดีทำมาค้าขึ้นต่อๆ ไป
แต่เห็นท่านอาจารย์ก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงนั่งกระสับกระส่ายฟุ้งซ่านต่างๆ นาน
แล้วก็ทำให้กล้ากราบเรียนว่า
“หลวงพ่อครับ เงินในถุงใส่ไว้ครบ 500 เหรียญเลยครับ”
“เธอบอกอาตมาแล้วไม่ใช่หรือ?”
พ่อค้าเริ่มรู้สึกไม่พอใจ และตัดสินใจพูดอีกครั้งหนึ่งว่า
“หลวงพ่อครับ เงินจำนวน 500 เหรียญทองนี้ไม่ใช่เงินน้อยๆ นะครับ”
แต่คำขอบคุณสักคำท่านก็ไม่กล่าวตอบแทน”
“เธอทำบุญก็เพิ่มพูนบารมีให้ตัวเธออยู่แล้ว ทำไมต้องให้ฉันขอบคุณด้วยล่ะ
ผู้ใดเป็นผู้ให้ทาน ผู้นั้นต่างหากที่ควรจะขอบคุณ...”
เมื่อย้อนถึงการมาเขียน บันทึก Gotoknow บ้านของผม...
ผมไม่เคยนึกว่า จะเขียนมาได้นานขนาดนี้...เพราะทุกท่านที่มีเขียนบันทึก
ล้วนเก่งจังครับ...เป็นอาจารย์...นักวิชาการ...บันทึกจึงมีคุณค่าและน่าเชื่อถือมาก
ผมเป็นเพียงหมออนามัย...คนทำงานเล็กในหมู่บ้าน...จะเขียนบันทึกในบ้านได้อย่างไร?
จะอายในการเขียนหรือเปล่า?...แต่ผมก็ตั้งใจที่จะเขียนตามความรู้ (อันน้อยนิด) และความรู้สึกที่มี...
ผู้จุดประกาย...อาจารย์กะปุ๋ม...ก็เปิดประตูบ้านให้ผมเข้ามา....และให้กำลังใจมาโดยตลอดจนปัจจุบัน
และมีกัลยาณมิตรเข้ามาให้กำลังใจ...พวกเรารู้จักกันผ่านบันทึก
มีที่ได้พบปะหน้าตากันแล้วเจอกัน...ซึ่งตัวตนทุกท่านเหมือนในบันทึกที่เขียน...
มีงานจิตอาสาก็ได้ไปช่วยกัน....เพราะ “ความรัก” ของพวกเรา...ทำให้เคลื่อนไหวและเดินทางมาพบกัน
พี่สาวท่านนี้ที่มอบหนังสือให้ผม...ผมก็รู้จักเพียงข้อความ...รูปภาพในบันทึก
มีเพื่อนๆ หลายคนว่า...โลกออนไลน์...เป็นโลกแห่งการตอแหล...
ทำไมจึงรู้สึกสนิทสนม และส่งความปรารถนาให้กัลยาณมิตรใน Gotoknow …เป็นความรู้สึกมาจากใจจริงเหรอ?
สำหรับผม...พี่สาว...และกัลยาณมิตรของผม...ผมเชื่อเช่นนั้น...มาจากใจที่รู้สึกแท้จริง
พวกเราพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ และผู้รับ
ผ่านการเขียนบันทึก...เพื่อทิ้งร่องรอยความรู้สึกของตนเอง...และแบ่งปันให้กับผู้อื่น
เป็นการ...กอดโลกเล่า...ที่สร้างความสุขกาย..สุขใจ...กับการให้...และการรับ...
สวัสดีค่ะคุณหมอ
ประทับใจหนังสือเล่มเล็กเล่มนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ชอบเรื่องราวของเด็กชายชาวญี่ปุ่นในช่วงสึนามิด้วยค่ะ
เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ทุกอย่างมีทั้งด้านบวกและลบ แต่เราเลือกที่จะชื่นชมด้านที่สวยงาม ใช้ประโยชน์จากด้านนั้นให้มากที่สุดให้โลกนี้สวยงามขึ้น โดยที่รู้อยู่กับตัวด้วยสติว่าอีกด้านหนึ่งของเหรียญก็ยังมีอยู่เช่นกัน
มีความสุขกับการให้ การได้กอดโลกด้วยอ้อมแขนแห่งรักและเมตตาค่ะ
เป็นอานิสงค์ของมิตรไมตรีแห่งการเป็นผู้ให้และตระหนักในคุณค่าแห่งการเป็นผู้รับที่ดีค่ะ..
กอดโลกเล่า..
ชอบคำนี้จังค่ะ
ชอบภาพนี้ด้วยค่ะ..คุณทิมดาบ
มาอีกรอบค่ะ พบอันนี้ ในกรุบันทึก
อ้อ ผญาอีสาน เป็นงานแบบไหนหรือคะ เล่าอีกสักหนึ่งบันทึกสิคะ..รออ่านค่ะ
อยากไปร่วมงานนำเด้
นอกจากได้เพื่อนดีดี เรายังได้ทำประโยชน์ต่อโลก สังคมและตัวเราเองด้วยนะคะ
ในบ้านหลังนี้มีแต่การให้เลยเกิดความอบอุ่นไงคะ
ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
เยี่ยมมากค่ะ