วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2555

ผมออกตรวจสุขภาพพระสงฆ์และสามเณรล่วงหน้าหลายวัน...

จึงทำให้ทราบว่ามีงานบุญของวัดแห่งหนึ่งในตำบลที่ทำงานอยู่

งานบุญของวัดมีหลายอย่าง เช่น สร้างศาลา บูรณะวัด และมีการแข่งขันสรภัญญะ และผญาอีสาน

ซึ่งมีหลายหมู่บ้าน ทั้งในอำเภอ และนอกอำเภอ...มาร่วมการแข่งขันและทำบุญ

 

 

ผมเป็นประเภทติดสุขจากการทำโรงทาน...จึงวางแผนว่าจะทำโรงทานตนเองอย่างไรดี?

เพราะวันงานบุญ...ผมต้องขึ้นเวรด้วย...จึงไม่สามารถทำโรงทานแบบปรุงอาหารสดๆ ในงาน

พอดีพี่ อสม. ท่านหนึ่งมาขายขนม...ผมจึงตกลงจ้างพี่ทำขนมดอกจอก และขนมบ้าบิ่น

และพี่ก็ให้ขนมมาเพิ่มหลายห่อ...รวมทำบุญในครั้งนี้...

 

 

ก่อนเขียนบันทึกนี้...ไม่กี่ชั่วโมง...ผมได้รับห่อจดหมายจากพี่สาวใน Gotoknow…บ้านอันเป็นที่รักของเรา

ท่านส่งหนังสือจำนวน 6 เล่ม...ขนาดพกพาสบายๆ เป็นหนังสือธรรมะ

ของ “พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก” ...

เป็นหนังสือที่ระลึกงานศพของคุณพ่อของพี่สาวท่านนี้

ความรู้สึก “ขอบพระคุณ” ลอยฟ่องในหัว และฟู่ฟ่องในหัวใจของผมมาก

บันทึกนี้...จึงเป็นบันทึกที่กอดโลกเล่า....ของผมที่มีต่อพี่สาวคนนี้...

 

 

จากหนังสือเล่มหนึ่งที่พี่สาวได้นำมาฝาก...สุขกาย...สุขใจ

มีธรรมะน่าเรียนรู้ ..ผู้ให้คือผู้รับ...

ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง...

 

 

“เรารู้สึกว่าผู้ให้เป็นผู้มีบุญคุณ  ในขณะที่ผู้รับเป็นหนี้บุญคุณ...แต่มีคำอธิบายในแง่มุมหนึ่งคือ

ถ้าไม่มีผู้รับ เราก็ไม่ได้ทำสิ่งที่ดีงามแห่งการให้

เพราะมีผู้รับ เราจึงได้ทำบุญ

ด้วยวิธีคิดเช่นนี้ก็จะทำให้เราให้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน (มาถึงประโยคนี้คิดถึงคุณปริมจังครับ)

ให้คุณค่าและให้เกียรติแก่ผู้รับ…”

 

 

ท่านอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เขียนเรื่องเล่าของนิกายเซ็น ที่กล่าวถึงอาจารย์เฉิงจัว

ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสมากผู้หนึ่ง ท่านมีความประสงค์จะขยายศาลาปฏิบัติธรรม

มีพ่อค้าผู้หนึ่งตกลงใจที่จะเป็นผู้บริจาคปัจจัย เพื่อเป็นค่าก่อสร้าง เป็นจำนวนเงินถึง 500 เหรียญทอง

ซึ่งในสมัยนั้นนับว่ามากที่สุดแล้ว เพราะว่าเงินเพียง 3 เหรียญทอง ก็สามารถใช้สอยอยู่กินได้ตลอดปี

พ่อค้าได้หิ้วถุงเงินเข้าไปหาท่านอาจารย์ แล้วน้อมถวายบอกความประสงค์ให้ทราบ

ท่านอาจารย์ ก็กล่าวแต่เพียงว่า

 

 

“ดีแล้ว อาตมาจะรับไว้” แล้วก็นั่งนิ่งเงียบ

พ่อค้าผู้นั้นก็ยังนั่งรอ ด้วยหวังว่าท่านอาจารย์คงจะกล่าวอวยพรให้ตนโชคดีทำมาค้าขึ้นต่อๆ ไป

แต่เห็นท่านอาจารย์ก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงนั่งกระสับกระส่ายฟุ้งซ่านต่างๆ นาน

แล้วก็ทำให้กล้ากราบเรียนว่า

“หลวงพ่อครับ เงินในถุงใส่ไว้ครบ 500 เหรียญเลยครับ”

“เธอบอกอาตมาแล้วไม่ใช่หรือ?”

พ่อค้าเริ่มรู้สึกไม่พอใจ และตัดสินใจพูดอีกครั้งหนึ่งว่า

“หลวงพ่อครับ เงินจำนวน 500 เหรียญทองนี้ไม่ใช่เงินน้อยๆ นะครับ”

แต่คำขอบคุณสักคำท่านก็ไม่กล่าวตอบแทน”

“เธอทำบุญก็เพิ่มพูนบารมีให้ตัวเธออยู่แล้ว ทำไมต้องให้ฉันขอบคุณด้วยล่ะ

ผู้ใดเป็นผู้ให้ทาน ผู้นั้นต่างหากที่ควรจะขอบคุณ...”

 

 

เมื่อย้อนถึงการมาเขียน บันทึก Gotoknow บ้านของผม...

ผมไม่เคยนึกว่า จะเขียนมาได้นานขนาดนี้...เพราะทุกท่านที่มีเขียนบันทึก

ล้วนเก่งจังครับ...เป็นอาจารย์...นักวิชาการ...บันทึกจึงมีคุณค่าและน่าเชื่อถือมาก

ผมเป็นเพียงหมออนามัย...คนทำงานเล็กในหมู่บ้าน...จะเขียนบันทึกในบ้านได้อย่างไร?

จะอายในการเขียนหรือเปล่า?...แต่ผมก็ตั้งใจที่จะเขียนตามความรู้ (อันน้อยนิด) และความรู้สึกที่มี...

ผู้จุดประกาย...อาจารย์กะปุ๋ม...ก็เปิดประตูบ้านให้ผมเข้ามา....และให้กำลังใจมาโดยตลอดจนปัจจุบัน

และมีกัลยาณมิตรเข้ามาให้กำลังใจ...พวกเรารู้จักกันผ่านบันทึก

มีที่ได้พบปะหน้าตากันแล้วเจอกัน...ซึ่งตัวตนทุกท่านเหมือนในบันทึกที่เขียน...

มีงานจิตอาสาก็ได้ไปช่วยกัน....เพราะ “ความรัก” ของพวกเรา...ทำให้เคลื่อนไหวและเดินทางมาพบกัน

 

 

พี่สาวท่านนี้ที่มอบหนังสือให้ผม...ผมก็รู้จักเพียงข้อความ...รูปภาพในบันทึก

มีเพื่อนๆ หลายคนว่า...โลกออนไลน์...เป็นโลกแห่งการตอแหล...

ทำไมจึงรู้สึกสนิทสนม และส่งความปรารถนาให้กัลยาณมิตรใน  Gotoknow …เป็นความรู้สึกมาจากใจจริงเหรอ?

สำหรับผม...พี่สาว...และกัลยาณมิตรของผม...ผมเชื่อเช่นนั้น...มาจากใจที่รู้สึกแท้จริง

พวกเราพร้อมที่จะเป็นผู้ให้ และผู้รับ

ผ่านการเขียนบันทึก...เพื่อทิ้งร่องรอยความรู้สึกของตนเอง...และแบ่งปันให้กับผู้อื่น

เป็นการ...กอดโลกเล่า...ที่สร้างความสุขกาย..สุขใจ...กับการให้...และการรับ...