ในการจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog "GotoKnow" นั้น สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจที่สุด ก็คือ น้ำใจจากกัลยาณมิตร GotoKnow ที่ได้เข้ามาเป็นกำลังใจให้กับทั้งนักศึกษาและอาจารย์ และหลายท่านได้กรุณาแสดงความเห็น/ให้คำแนะนำที่มีคุณค่่าทั้งด้านจิตใจและด้านการเรียนรู้ แก่นักศึกษาและอาจารย์ประจำวิชา

      ในบันทึกเรื่อง "รางวัล สรอ. ขอความรู้ : บอกเล่าการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน"

(http://www.gotoknow.org/blogs/posts/502635"ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์Blank"  ได้เชิญชวนให้สมาชิก "GotoKnow.org"    เขียนบอกเล่าถึงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียนใน 9 ประเด็น ผู้เขียนจึงขอเล่าถึงประสบการณ์ของตน ในการจัดการเรียนรู้ใน "รายวิชา 9012102 พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน (Human Behaviors and Self Development) 3(3-0-6) ผ่าน Weblog "GotoKnow.org" ดังนี้

 

      1., 2. ระดับชั้นที่สอน และจำนวนผู้เรียนในชั้น ในภาคเรียนที่ 1/2555 ฝ่ายหลักสูตรและแผนการเรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  ได้จัดตารางเรียน "วิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน" ระดับปริญญาตรี เป็น Section 01, 02, 03, และ 04 โดยระบุชื่อผู้เขียนเป็นผู้สอนใน Section 02-04 รวม 3 Sections และมีนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 (ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3) จากทุกคณะ ไปลงทะเบียน Online เรียนใน Section 02, 03 และ 04 Section ละ 47-50 คน (ระบบ Lock ให้ลงทะเบียนได้ Section ละไม่เกิน 50 คน) 

    

        3. เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog “GotoKnow.org” โดยผู้สอนจะเขียนบันทึกใน Blog ต่างๆ จำนวน 4 Blogs ในแต่ละช่วงเวลา (รวมทั้งภาคเรียน 10 บันทึก) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษา และเป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา และนักศึกษากับอาจารย์ 

 

        4. บทบาทความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอน (ทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน) คือ การทำหน้าที่เป็น "วิทยากรกระบวนการเรียนรู้"หรือ "ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน" (Learning  Facilitator) ได้แก่ 1) เป็นผู้ประสานงาน (Coordinator)  2) เป็นผู้กระตุ้น (Catalyst) 3) เป็นผู้สังเกตการณ์ (Observer) 4) เป็นผู้สร้างบรรยากาศ (Climate Setter) 5) เป็นผู้ช่วยการสื่อสาร(Communicator Enabler) และ 6) เป็นพี่เลี้ยงในการเรียนรู้ (Learning Coach) ทั้งนี้ ได้เน้นให้ผู้เรียน "เรียนรู้วิธีเรียน (Learn How to Learn)" ตามความเชื่อที่ว่า "สอนวิธีตกปลาดีกว่าให้ปลา (Give me a fish and I  will eat for a day. Teach me to fish and I will eat for a lifetime.)" และ เน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ตามแนวคิด "When I do, I understand." ของขงจื๊อ (Confucius) และตาม"ปีรามิดการเรียนรู้ (Learning Piramid)" ที่แสดงว่า การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติกิจกรรม (Practice Doing) จะทำให้ผู้เรียนยังคงประสบการณ์การเรียนรู้เอาไว้ ได้ถึง 75 %

            

     การจัดการรียนรู้ เริ่มจากให้นักศึกษาทุกคน สมัครเป็นสมาชิก GotoKnow.org โดยมีข้อกำหนดดังนี้ คือ ชื่อที่ใช้ใน GotoKnow ให้ระบุ Section ตามด้วยชื่อและนามสกุล เช่น 02 ชฎารัตน์ ปุระมาปัด 03 รณชัย ทองน้อย 04 พวงผกา สากุลา ในประวัติย่อให้ระบุหมู่เรียน สาขาวิชาที่เรียนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คณะ และคติในการดำเนินชีวิต ดังตัวอย่าง  

 

            

          เมื่อได้รับเลขที่สมาชิกแล้ว ให้เขียนรหัสในภาพประจำตัว โดยแถวบนให้ระบุ Section ชื่อ เลขที่สมาชิก GotoKnow 4 ตัวท้าย (สองตัวแรก คือ 17 เหมือนกันทุกคน) แถวล่างระบุอักษรย่อสาขาและชั้นปี ดังตัวอย่าง

        

          รหัส 04 พวงผกา 0379 CH3 อ่านได้ว่า พวงผกาเรียนใน Section 04 เป็นสมาชิก GotoKnow (GTK) ลำดับที่ 170379 (สมัครสมาชิกเป็นคนแรก) สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน (Community Health) ชั้นปีที่ 3, 04 เมทนี 0384 NE2 อ่านได้ว่า เมทนีเเรียนใน Section 04 เป็นสมาชิก GTK ลำดับที่ 170384 สาขาวิชาวิศวกรรมเครือข่าย (Networking Engineering) ชั้นปีที่ 2 และ 03 รณชัย 0882 IMT3 อ่านได้ว่า รณชัย เรียนใน Section 03 เป็นสมาชิก GTK ลำดับที่ 170882 สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรม (Industrial Management Technology) ชั้นปีที่ 3 เป็นต้น    

          หลังจากนักศึกษาสมัครสมาชิก GotoKnow แล้ว ก็ให้นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้ด้วยการอ่านบันทึกต่างๆ ตามที่อาจารย์ชี้แนะ และตามความสนใจของนักศึกษาแต่ละคน ในขอบข่ายของวิชาที่เรียน และฝึกการเขียนแสดงความเห็น เขียนอนุทิน  และเขียนบันทึก ซึ่งเป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับ "ลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี"  ได้แก่ ใฝ่รู้ใฝ่เรียนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะการใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ  และคอมพิวเตอร์ในการศึกษาค้นคว้าองค์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ต่อประสบการณ์ชีวิต และมีทักษะการคิด การทำภาพประกอบหัวสมุด ได้กำหนดให้ทำได้ 2 แบบ ดังตัวอย่างภาพบนเป็นภาพที่อาจารย์ออกแบบไว้ แล้วให้นักศึกษานำภาพประจำตัวไปต่อท้าย และตั้งชื่อหัวสมุดว่า งานเขียนของ....ตามด้วยรหัสบุคคล ส่วนภาพล่าง นักศึกษาแต่งภาพเองตามความพอใจ โดยให้เขียนชื่อหัวสมุดว่า "บันทึก (งานเขียน) ของฉัน" หรือจะใช้ภาพภูเขาที่ GotoKnow ทำไว้ให้ก็ได้ 


      

        ในการเขียนบันทึกนั้น ผู้สอนได้เชิญชวนให้นักศึกษาเขียนบันทึก ตามโครงการสรอ.ขอความรู้ ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาทั้งทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนสื่อความ (อ่านและวิเคราะห์โจทย์ อ่านและวิเคราะห์/สังเคราะห์ตัวอย่างงานเขียนของผู้เขียนอื่นๆ แล้วคิดวิเคราะห์/สังเคราะห์เพื่อเขียนสื่อความคิดในงานเขียนของตน)  ซึ่งเป็นการเขียนที่จูงใจให้เขียนได้ดี เพราะมีโอกาสได้รับรางวัล และก็มีนักศึกษาที่ได้รับรางวัลด้วย

        5., 6. การกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียน และการติดตามการเรียนรู้ของผู้เรียน (ทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน)  ผู้เขียนได้กระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียน และได้ติดตามให้คำแนะนำและประเมินงานเขียนของนักศึกษา ใน GotoKnow ทั้งการเขียนแสดงความเห็น เขียนอนุทิน และเขียนบันทึก และนำงานเขียนของนักศึกษา ทั้งที่ทำได้ดี และที่ยังต้องปรับปรุง ไปเป็นกรณีศึกษาให้พื่อนๆ ได้เรียนรู้ โดยนำไปยกตัวอย่างในบันทึกต่างๆ และในชั้นเรียน ให้ Link เพื่อให้นักศึกษาตามเข้าไปศึกษาออนไลน์ได้ตามความสะดวก บางครั้งก็ให้เพื่อนที่ทำได้ดี ให้คำแนะนำเพื่อนๆ แทนอาจารย์ ซึ่งก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี การให้นักศึกษาออกไปเล่าประสบการณ์การพัฒนาการอ่าน การเขียนของตน ก็ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ เช่นกัน

 

 

 

           นักศึกษาสาขาวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ที่มีการพัฒนาทักษะการเขียน จากระดับปรับปรุงเป็นระดับดีเยี่ยม เล่าประสบการณ์การนำแรงบันดาลใจจากการอ่านบันทึกใน GotoKnow ไปสู่การเขียนของตน ให้เพื่อนฟัง

       

     7. ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน การจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog มีประโยชน์ดังนี้ คือ 1) ทำให้นักศึกษาสามารถเข้าไปเรียนรู้จาก Blog ของอาจารย์ ของเพื่อนๆ และของสมาชิก GotoKnow ท่านอื่นๆ ได้ทุกเวลา/สถานที่ ตามความสะดวกของแต่ละคน และจะศึกษาซ้ำกี่ครั้งก็ได้ 2) การสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ จะทำให้มองเห็นภาพบรรยากาศในการจัดการเรียนรู้ของอาจารย์ การเรียนรู้ของผู้เรียน และสัมพันธภาพระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ได้เป็นอย่างดี ดังตัวอย่างที่ "04 นรากร พิสิษพุฒิธาดาBlank" นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมเครือข่าย ได้แสดงความเห็นหลังสิ้นสุดการเรียนรู้ในรายวิชา ไว้ว่า "...ยังมีอีกช่องทาง ที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของอาจารย์ได้ คือ www.gotoknow.org ขอขอบคุณเว็บแห่งการเรียนรู้นี้จริงๆ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งความรู้และแสดงความคิดเห็น แต่ยังเป็นศูนย์กลางระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา ที่จะสามารถสื่อสารกันต่อไปได้"   3) การมีส่วนร่วมของนักศึกษาทั้งการอ่านงานเขียนต่างๆ ใน GotoKnow (ซึ่งอาจารย์รับรู้ได้จากร่องรอยการให้ดอกไม้ การเขียนแสดงความเห็น และการกรอกข้อมูลในใบงานในชั้นเรียน)  และการผลิตงานเขียนของตนเองใน GotoKnow ช่วยให้ผู้สอนประเมินความใฝ่รู้ใฝ่เรียน และพัฒนาการของผู้เรียนได้ 4) การจัดการเรียนรู้เป็นระบบเปิด ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาด้วยกัน และทำให้สมาชิก GotoKnow ท่านอื่นๆ มีโอกาสรับรู้ และสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนรู้ได้

 

        

     

   8. ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น จากการจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog การมีนักศึกษาที่จะต้องติดตามเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้สอนต้องใช้เวลามากในการติดตาม  จนมีเวลานอนพักผ่อนคืนละประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น  ยิ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ยอมอ่านคำชี้แจงให้เข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามข้อกำหนดและเวลาที่ระบุไว้ ทำให้ต้องเสียเวลาแนะนำเป็นรายบุคคล โดยที่คนอื่นๆ ก็ไม่ยอมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของเพื่อน จึงสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้ผู้สอนได้มากทีเดียว อนึ่ง ยังพบว่า มีนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ไม่คุ้นกับการจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog และไม่มีการปรับตัว  สมัครสมาชิก GotoKnow แล้วก็ไม่ได้ติดตามเรียนรู้ผ่าน Blog รอมาเรียนในชั้นเรียนในแบบที่คุ้นเคยอย่างเดียว นับเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ทั้งที่รายวิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน กำหนดคาบเวลาเรียนในชั้นไว้สัปดาห์ละ 3 คาบ ศึกษาด้วยตนเองสัปดาห์ละ 6 คาบซึ่งอาจารย์บอกกับนักศึกษาว่า ให้ใช้เวลาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน Weblog สัปดาห์ละประมาณ 4 คาบ ดังความเห็นที่ "04 มณีนุช ดอนแก้ว Blank" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาไทย ได้แสดงใน Blog เมื่อวันที่ 23 กันยายน ความว่า "สวัสดีค่ะอาจารย์ วิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน ที่หนูได้เรียนกับอาจารย์ซึ่งเป็นวิชาที่พัฒนาทั้ง การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมไปถึงการพัฒนาการใช้ IT อีกด้วย หนูยอมรับจริงๆ ว่าช่วงเรียนแรกๆ หนูท้อกับวิชานี้มาก เพราะคิดว่ามันยุ่งยากเกินไป แต่พอหนูเริ่มเรียนไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่า วิชานี้ช่วยใช้เราได้พัฒนาตนจริงๆ และก็ไม่ยากเกินกำลังของเรา ขอบคุณอาจารย์มากๆ นะคะ ที่ช่วยอบรมสั่งสอน และพยายามกระตุ้นให้พวกหนูให้มีความพยายามที่จะพัฒนาตนอย่างจริงจัง และหนูจะพยายามนำสิ่งที่อาจารย์สอน ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด"  

 

        ในการจัดการเรียนรู้ผ่าน Weblog "GotoKnow" นั้น สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจที่สุด ก็คือ น้ำใจจากกัลยาณมิตร GotoKnow ที่ได้เข้ามาเป็นกำลังใจให้กับทั้งนักศึกษาและอาจารย์ และหลายท่านได้กรุณาแสดงความเห็น/ให้คำแนะนำที่มีคุณค่า ทั้งด้านจิตใจและด้านการเรียนรู้ แก่นักศึกษาและอาจารย์ประจำวิชา  (ขออภัยที่ไม่สามารถนำภาพและความเห็นของกัลยาณมิตร มาแสดงได้ทั้งหมด) 

       ตัวอย่างเช่นเมื่อ "02 ปวิณา แพงทรัพย์Blank" ได้เขียนอนุทิน "ประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดจากการไปสนทนากับชาวต่างชาติ" ความว่า "...ก่อนวันสัมภาษณ์ : ข้าพเจ้าตื่นเต้นมาก...ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้าพเจ้าจะได้พูดคุยกับชาวต่างชาติ ไม่รู้จะต้องพูดอย่างไรให้ชาวต่างชาติเข้าใจ กลัวจะพูดไปแล้วเขาจะฟังไม่รู้เรื่อง กลัวว่า ถ้าหากเขาถามกลับมาจะตอบว่าอย่างไรดี... ขณะสัมภาษณ์ : ข้าพเจ้าและเพื่อนอีก 3 คนไปที่ทุ่งศรีเมือง ...ระหว่างเดินนั้นก็เจอชาวต่างชาติหลายคน แต่ยังไม่กล้าเข้าไปทักทาย กลัวก็กลัว  ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น ความรู้สึกก็บอกว่ากล้าๆหน่อย ...จากนั้นข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ก็เดินเข้าไปทักทายจนได้ ในขณะที่พูดคุยอยู่นั้น ข้าพเจ้าตื่นเต้นมากๆ จนลืมว่าต้องพูดว่าอะไร ...แต่ข้าพเจ้าก็ตั้งสติแล้วพูดอย่างที่เตรียมเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าพูดถูกหรือเปล่า สำเนียงเป็นอย่างไรบ้าง กลัวมากๆ และแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังสัมภาษณ์ : ...ข้าพเจ้ารู้สึกโล่งใจมากๆ พอมาคิดย้อนกลับไป ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า ข้าพเจ้าควรไปปรับปรุงอีกมาก เขาคงงงและไม่ค่อยเข้าใจที่พวกเราพูดเท่าไหร่ หลังจากวันนีั้น ข้าพเจ้าคิดว่าต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องเป็นราวเสียที" "ดร.โอ๋-อโณ" ก็ได้เข้าไปให้คำแนะนำเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2555 ความว่า "พยายามอีกหลายๆรอบ โดยเรียนรู้จากครั้งก่อนๆ หนูก็จะสามารถพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติในที่สุดนะคะ" ในวันที่ 9 สิงหาคม ได้เข้าไปแสดงความเห็นในอนุทินของ "02 ชฎารัตน์ ปุระมาปัด" ความว่า "เขียนบรรยายได้ดีแล้วค่ะ แต่ขนาดภาพใหญ่ไปหน่อยนะคะ หนูน่าจะย่อขนาดก่อนที่จะโหลดขึ้น G2K นะคะ" และในวันที่ 28 สิงหาคม ไปให้คำแนะนำในอนุทินของ "04 จิรารัตน์ อินธิเดช" ความว่า "ถ้าจะให้ได้เรียนรู้แบบที่เพื่อนๆ ก็ได้เรียนรู้ด้วย น่าจะเขียนคำตอบเป็นภาษาอังกฤษที่เราได้ยินมาจากชาวต่างชาติที่เราคุยด้วย โดยไม่ต้องแปลจะยิ่งดีนะคะ เพราะ 'ฝรั่ง' แต่ละชาติเขาก็มีวิธีการพูดภาษาอังกฤษ (ซึ่งอาจไม่ใช่ภาษาแรกของเขาเหมือนกัน) ที่หลากหลายด้วยนะคะ เอามาเปรียบเทียบกับคำที่พวกเราถูกสอนให้พูดดูซิว่า เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ชาติไหนเป็นอย่างไร เหมือนและต่างกันตรงไหน" เป็นต้น

         เมื่อ "03 สุกัญญา แก้วภักดี" เขียนบันทึกตามคำสำคัญ "แม่"  "Dr. PLeBlank" ก็ได้เข้าไปแสดงความเห็นในวันที่ 29 สิงหาคม พร้อมด้วยประโยคภาษาอังกฤษให้ได้เรียนรู้ ความว่า "แม่คือผู้เสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง...ให้แก่ลูกๆ "รักแม่...กอดแม่บ่อยๆๆ นะคะ" A hug is an amazing thing  .... It's just the perfect way to show the love we're feeling but can't find the words to say. (อ้อมกอดเป็นสิ่งมหัศจรรย์...เป็นหนทางที่วิเศษสุด..นำแสดงกิจความรัก..ที่ไม่สามารถบอกได้เป็นคำพูด)  

 

        "คุณ sr"  ได้แสดงความเห็นในบันทึกของผู้เขียน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ความว่า "Now I understand why people respect ผศ วิไล as a mother. The metriculous care and time she has given to everyone in her charge are  more than called for in her duty. This is clearly an infinite expression of  mother-love.

       To a true teacher, Salute.

       และได้แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ในบันทึก "การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ" ของ "03 สุกัญญา แก้วหลวง" ความว่า "I like the way you put it "...ไม่ต้องอายเพราะนั่นคือครูสอนภาษานอกห้องเรียนของเรา...". If everybody can see this point, learning a language is easy! ;-)

       And you are right we often hear words like 'leter' or 'lay-tar' (in writing 'later'), 'gi-lad' or 'ga-lad' (in writing 'glad'), 'Can call me' or 'You can call me'...Let's go for 'live language' instead of 'book talk' ;-)

 

        สำหรับ "คุณโตนี่ ฟาง" ก็ ได้แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ในอนุทินที่เขียนเกี่ยวกับการไปสนทนากับชาวต่างชาติ ของ บัญชร ศรีวินัย ความว่า "เป็นการฝึกที่ดีมาก..เวลาพูดอย่ากลัวว่าจะผิดเพราะยังไงๆ..คนต่างชาติเขาจะพยายามเข้าใจเราอยู่แล้ว..ถ้าอ่านเรื่องที่ผมนำลงในบล๊อก ผมจำไม่ได้แล้วว่าชื่อเรื่องอะไร ตอนหนึ่งที่เมียเช่าพูดกับสามี.ทหารอเมริกัน. โดยนัดไปพบกันก่อนไปร้านค้า..See you at this..ชี้ไปที่ข้อศอกของเธอ..พี่แกยังไปถูกเลยครับ..โดยไปเจอกันที่โค้ง. ก่อนถึงร้านค้า." และท่านยังได้แสดงความเห็นไว้ในบันทึกเรื่อง "มาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกันเถอะ" ความว่า "อยากบอกว่า..น่าอิจฉาลูกศิษย์ทั้งหลาย..ที่มีอาจารย์ที่ดีเช่นนี้..สนใจให้มากๆ นะครับ เพราะผมเพิ่งอ่านมาว่า..คนไทยอาจจะสู้พม่าไม่ได้ หลังจากเปิดเป็นเออีซี..ผมเองคงไม่สามารถไปสู้กับใครได้สะดวกแล้ว ...นอกจากคอยเชียร์อยู่ข้างหลังหลัง ...Keep on learning.."