“...ทำครัว ๕ วันต่อสัปดาห์ ช่วยยืดอายุได้อีก ๑๐ ปี” นี่เป็นข้อสรุปที่โดนใจ แถมมีหลักวิชาการมายืนยันจริงๆค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งในคอลัมน์ข่าวสุขภาพ จาก จดหมายข่าวLemon Farm (ฉบับที่ ๔ ปีที่ ๑๔ เดือน มิ.ย.-ก.ค. ๕๕) น่าสนใจมากและอยากนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อขยายผลต่อไปใน COPs ของทั้ง Happy Ba ที่คุณศิลาและผู้เขียนเป็นหัวหอกอยู่ และ อีกอันคือ GFGAP หรือกิ๊บก๊าบของคุณหมอปัทมา ที่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างชุมชนเกษตรปลอดสารพิษเพื่ออาหารสุขภาพ
คอลัมน์นี้เขากล่าวถึงผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Public Health Nutrition ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ การวิจัยนี้ใช้การติดตามพฤติกรรมการทำครัว การทำงานบ้าน การจับจ่ายซื้อของ การควบคุมอาหาร การศึกษา การเดินทาง และการสูบบุหรี่ของผู้หญิงและผู้ชายอายุ ๖๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๑,๘๘๘ คนที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน
จากกลุ่มตัวอย่างนี้ พบว่า
ร้อยละ ๔๓ ไม่เคยทำครัวเลย
ร้อยละ ๑๗ ทำครัวสัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง
ร้อยละ ๙ ทำครัวสัปดาห์ละ ๓-๕ ครั้ง และอีก
ร้อยละ ๓๑ ทำครัวสัปดาห์ละ ๕ ครั้งหรือมากกว่านั้น

งานวิจัยนี้เขาติดตามผลระยะยาวค่ะ ผ่านไป ๑๐ ปี พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการ ๑,๑๙๓ คนยังมีชีวิตอยู่ แหม ก็คงมีอายุ ๗๕ ปี ปีขึ้นไปกระมังคะ ก็เขาเลือกทำการศึกษากับกลุ่มผู้สูงวัย ที่น่าสนใจก็คือ ผู้สูงวัยที่ยังมีชีวิตให้ติดตามผลนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำครัวบ่อยๆ
ปัจจัยอื่นที่งานวิจัยนี้พบว่าเกี่ยวข้องกับการที่คนกลุ่มดังกล่าวมีอายุยืนก็คือ การออกไปจับจ่ายของชำ การใช้บริการขนส่งมวลชน การไม่สูบบุหรี่ และการเป็นสตรีเพศ
กล่าวโดยสรุปก็คือผู้หญิงที่ทำครัวบ่อยๆมีโอกาสอายุยืนกว่าผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือมีครอบครัวแล้วก็ตาม
ไม่ว่างานวิจัยนี้จะน่าเชื่อถือหรือไม่เพียงใด ก็ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในเรื่องใกล้ตัว และจุดประกายให้คิดถึงกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ของมนุษย์ นั่นคือ การกินอาหาร น่าคิดอย่างลึกซึ้งว่าเมื่อต้องกินอาหารกันทุกวันเราเคยตระหนักไหมว่า อาหารที่เรากินมาจากไหน ปรุงมาอย่างไร ใส่อะไรลงไปบ้าง วัตถุดิบที่ใช้มาจากแหล่งใด มีคุณภาพ มีความสะอาดปลอดภัย มีประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายอย่างไร

บางคนอาจบอกว่าชีวิตประจำวันออกจากบ้านก็แต่เช้า กลับเข้าบ้านก็มืดค่ำ อาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตนั้นจำต้องอยู่ในกำมือของแผงขายอาหารสำเร็จรูป อาหารจานด่วน อาหารสะดวกซื้อ แม้จะทราบดีถึงคุณภาพหรือโทษภัยที่ได้จากอาหารเหล่านี้แต่ก็ยังคงต้องเป็นอย่างนี้อยู่ดี ...นั่นคือ ไม่มีเวลาทำอาหาร อีกเหตุผลที่มักอ้างในการไม่ทำครัว ไม่ทำอาหารกินเองก็คือ ...ทำไม่เป็น
ทั้งสอง “ไม่” คงนำเราไปสู่อีก “ไม่” คือ ไม่เหลือเวลามากนัก ที่กายนี้จะดำรงอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต
นอกจากมิติเรื่องของประโยชน์และความปลอดภัยของอาหารที่เราจะนำเข้าปาก ลงกระเพาะ การทำครัวยังมีมิติทางสังคมด้วย นั่นคือ การไปจับจ่ายอาหารทำให้เรามีกิจกรรมที่พาตัวเองออกจากบ้าน ได้พบปะผู้คน ได้พูดคุยกับคนขายของ ได้มองเห็นความเคลื่อนไหวรอบตัว เห็นพืชผักตามฤดูกาล เกิดการสังเกตสิ่งใหม่ ชีวิตไม่ซ้ำซาก หรือถึงขั้นเกิดแรงบันดาลใจในการปลูกผักกินเอง รวมถึงเรียนรู้การกินผักพื้นบ้านหลากชนิดที่ขึ้นเองซึ่งทั้งเป็นสมุนไพรและปลอดภัยแน่ๆ
คนที่อยู่ในเมืองอาจจะต้องซื้อพืชผักอินทรีย์ที่มีราคาแพง(และอาจไม่อินทรีย์จริง หรือ ไม่ได้เป็นผักปลอดภัยจริง) ก็ทำให้ต้องใคร่ครวญ ทั้งรายจ่ายและผลต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเลือกอะไรแต่ก็ยังทำให้ได้คิด ได้เลือก และหันกลับมาคิดถึงระบบและวิธีการกินอาหารของตนเอง ว่าเราได้เมตตาตนเองในการกินอาหารดีมีคุณประโยชน์หล่อเลี้ยงร่างกายนี้เพียงใด แม้บางครั้งบางช่วงเวลาเราอาจต้องกินบะหมี่สำเร็จรูปหรืออาหารกินด่วนบ่อยไปหน่อย หรืออร่อยลิงโลดกับของโปรดแบบยั้งใจไม่ไหว เราก็รู้ตัวและพยายามหาโอกาสเติมอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายชดเชยให้ทีหลังก็ยังพอไหว
สำหรับผู้เขียนนั้นแม้มีพี่น้อย-แม่ครัวคนเก่งฝีมือดีประจำบ้าน แต่ผู้เขียนก็จะมีส่วนในการช่วยคิดรายการอาหาร การซื้อหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปลอดภัย หรือการวางแผนปลูกพืชผักที่ชอบกินเพื่อให้เก็บกินเองได้อย่างสบายใจ บ่อยครั้งที่ลงมือปรุงเอง รู้สึกว่าการเข้าครัวเป็นสิ่งที่เราได้แสดงพลังของการมีชีวิตอยู่อย่างรู้คุณร่างกาย รู้คุณธรรมชาติ เห็นความสำคัญของการกินอย่างมีสติ(หรือเวลาไม่ค่อยมีสติในการกินก็รู้ตัวเช่นกัน)
ศาสตราจารย์ มาร์ค วาห์ลควิส ผู้นำทีมวิจัยข้างต้นได้กล่าวว่า การทำครัวเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพมาก และสมควรได้รับการบรรจุไว้ในระบบการศึกษา นโยบายสาธารณสุข การวางแผนเมือง และ เศรษฐกิจในครัวเรือน
การเข้าครัวทำอาหาร จึงมีมิติที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การทำอาหาร ทว่าเป็นการสร้างพื้นที่ความสุข ที่เกินพื้นที่กายภาพของห้องครัว ส่งเสริมให้เกิดกุศลจิต เมตตาเยียวยากายและใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารกินเองเพียงลำพังหรือทำอาหารให้สมาชิกในครอบครัว เพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยียน การทำอาหารเสมือนเป็นการส่งผ่านความใส่ใจ ความรัก ความปรารถนาดีให้ตนเองและทุกคนผ่านอาหารนั่นเอง
ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณสมาชิก COP GFGAP ทุกท่านที่ต้อนรับผู้เขียนร่วมทริป บ้านแม่ตาด ให้ได้สัมผัสธรรมชาติเขียวชอุ่มฤดูฝน พบกัลยาณมิตรน้ำใจงาม ลิ้มรสอาหารอร่อย ปลอดภัย เต็มไปด้วยคุณประโยชน์สดใหม่ของผักท้องถิ่น ตามฤดูกาล เรียกได้ว่าซึ้งถึงแก่นเรื่องราวของอาหารปลอดภัยและยังเชื่อมโยงกับเรื่องพื้นที่ความสุขอย่างเป็นเรื่องเดียวกันทีเดียว
Happy Ba ครับพี่นุช ;)...
อาหาร...กับชาวโกทูโนว์....ยิ่งไปกว่ากว่าการทำอาหารครับอาจารย์...ขอบคุณครับ
เห็นด้วยค่ะคุณพี่
สวัสดีหลังอาหารค่ำค่ะอาจารย์
ค่ะดีใจ มีความสุขมากที่พี่นุชไปบ้านแม่ตาดด้วยกัน ได้ทราบจากที่พบกันบ้างแล้ว และอ่านอีกครั้ง ขอบคุณมากๆค่ะ ดาช่วยสนับสนุนมากๆด้วย ว่าการทำอาหารเองนั่น มีผลดีหลายอย่างต่อสุขภาพผู้ลงมือทำ และดีต่อผู้ที่ได้ทานอาหารนั้นด้วยค่ะ ดาจะขยันทำอาหารให้มากขึ้นอีกนะคะ วันนี้ทำต้มจีดมะระเห็ด 3 อย่าง พรุ่งนี้จะทำน้ำมันเยื้อฟักข้าว เจ้าของฟักข้าวเขาจะนำมาให้พรุ่งนี้ค่ะ
"การเข้าครัวทำอาหาร จึงมีมิติที่ลึกซึ้งมากกว่าแค่การทำอาหาร
ทว่าเป็นการสร้างพื้นที่ความสุข ที่เกินพื้นที่กายภาพของห้องครัว
ส่งเสริมให้เกิดกุศลจิต เมตตาเยียวยากายและใจ
ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารกินเองเพียงลำพังหรือทำอาหารให้สมาชิกในครอบครัวเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยียน
การทำอาหารเสมือนเป็นการส่งผ่านความใส่ใจ ความรัก ความปรารถนาดีให้ตนเองและทุกคนผ่านอาหารนั่นเอง"
อ่านแล้ว รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจจังเลยค่ะ
...เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากคะ ติดตามตั้ง 10 ปี ผู้ทำวิจัยมีวิริยะสูงมากต้องชื่นชม
น่าคิดต่อว่าการออกไปจ่ายของ โดยใช้บริการขนส่งมวลชน มีนัยยะอะไรหนอ
..อันนี้ โดนเต็มๆ ขอบคุณมากคะ :)
พี่นุชขา ถ้ามีโอกาสพบกันคราวหน้า ขอแสดงฝีมือบ้างค่ะ ;-)
น้องทำกินเองทุกวัน อื้ม เกือบทุกมื้อเลยล่ะ เพราะทำใส่กล่องไปกินที่ทำงานด้วย จากทำไม่ค่อยเก่ง ดูชำนาญขึ้นบ้างแล้ว
สนุกด้วย อร่อยด้วย(แบบเรา)
เมื่อกี้นี้ ก็เพิ่งดูเพื่อนทำอาหารกรีกมาค่ะ
แบบง่าย ๆ ที่เขากินในชีวิตประจำวัน
ดูไปดูมา อาหารหลายชาติมีส่วนที่เหมือนกันทั้งรสชาติและมูลเหตุที่ทำกิน
เช่นเค้ามี cush cush(อาหารโมร็อกโก) และซุปบางอย่างที่คล้ายกันกับโจ๊กร้อน ๆ บ้านเรา เหมาะกับเมืองเค้าที่เป็นเมืองหนาว..
ขนมปังสารพัดของเค้า หนูคิดว่าเป็นเพราะหนาว ทำครัวเป็นการใหญ่แบบบ้านเราลำบาก กินขนมปังง่ายกว่า..
แค่คาดเดาเอาเองนะคะ
หวังใจว่า พี่นุชมีความสุขกาย สบายใจดียิ่ง
แล้วพบกันนะคะ เริ่มนับวันแล้วค่ะ..
ขอบคุณผู้มาเยี่ยมเยียน มามอบดอกไม้ ได้ร่วมวงกัน ณ ที่แห่งนี้ทุกท่านค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ของหนูค่ะ ขอบคุณความสุขจากการแบ่งปัน และภาพอาหารน่าทานมากเลยค่ะ
สวัสดี..ค่ะ..คุณนุช..อ่าน..บทความนี้..เลยขอแถมนิด..เมื่อวานเห็นเรื่องอาหาร..กับสุข..ภาพ.".ฝรั่งเล่า"..ให้คนกลับไปกิน..อาหาร..แบบยุคหิน...เพราะอาหารแบบ..สมัยใหม่..มี..อายุ..เพียงพันปี..ยิ่งกว่านั้น..ฟาดฟู้ด..อายุเพียงครึ่งร้อย..เขาว่า..มนุษย์ระบบร่างกาย..ตามไม่ทัน..."กินเนื้อสัตว์ผัก..สด"..กินเจหรืออาหาร..ประเภทแป้งให้น้อยลงหรือ..ไม่..กินเลย...แล้วจะมีความสุขและสุขภาพดีขึ้น..ในเร็ววัน...แหะๆ..ไม่รู้ว่า..จาเชื่อใคร...ยาย..ว่า..นั่งล้อมวง..กะคุณนุช..น่าจะดีกว่า..อิอิ...น่ากินจัง...(เสียดายที่ไม่มีโอกาศให้คุณนุช..มาทำกับข้าวให้กิน..รอเก้อ..เลย..ปีนี้..อุตส่าห์รอ..ร้อ..รอ รอ...)..คิดถึงค่ะ..ยายธี
แม่หนู..ทำครัว 7 วัน/สัปดาห์ เลยอายุยืนแน่นอน...79 แล้ววว กะว่า จา 120 ค่ะ ส่วนหนูไม่ค่อยช่วยคิดแต่กิน80% ของมื่อที่แม่ทำอายุจะยืนไหมหนอ
สวัสดีค่ะ พี่นุช อ่านแล้วเห็นภาพด้วย.....ยิ่งกว่าอร่อยค่ะ ^______^
ต่อไปจะพยายามทำกับข้าวเองทุกวัน
จะได้อายุยืน
ขอบคุณพี่นุชค่ะ
เดือน พย.เจอกันอีกที่เชียงดาวนะคะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
พักหลังมานี้ปริมก็เริ่มทำกับข้าวบ่อยขึ้นค่ะ เน้นแบบง่ายๆ สะดวก สะอาด ปลอดภัย ไม่ใช้เวลามาก พอเริ่มทำบ่อยขึ้น มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือเวลากลับไปทานร้านประจำแล้วรู้สึกไม่คุ้น รู้สึกว่าอาหารเขารสเค็มมาก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนก็ทานประจำและไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่พักหลังมานี้เริ่มรู้สึกว่าอาหารที่เราทำเองรสไม่จัดเหมือนที่ไปทานข้างนอกค่ะ เคยถามร้านหนึ่งว่าเปลี่ยนพ่อครัวหรือเปล่าเพราะรู้สึกเค็มขึ้น เขาบอกไม่ได้เปลี่ยน รสชาติก็ยังเหมือนเดิมค่ะ
เป็นความต่างที่เพิ่งจะสังเกตได้จากการทำกับข้าวเองมากขึ้นค่ะ
ขอบคุณบทความดีดีค่ะพี่นุช
อ่ะ ... ไม่ Happy Ba แล้วครับ 555
* ปลูกเอง..ปรุงเอง..อิ่มอร่อยไร้พิษภัย..Happy Ba ค่ะ
* ช่อดอกอัญชันขาวนี้..พี่ใหญ่ปลูกเองจากฝักของน้องกานดาให้มา..ใช้แนมกับน้ำพริกและชงเป็นชา ลดโรคเบาหวานด้วยค่ะ
เห็นอาจารย์แล้วเป็นจริงที่สุด "ทำอาหารทานเอง" ทำให้อายุยืนและอ่อนวัย ร่างกายแข็งแรง เห็นอาหารในภาพแล้วอยากทำด้วยค่ะเมนูที่ไม่ซ้ำใครๆ แถมมีคุณค่า / อาหารสมุนไพร ช่วยคิดเมนูใหม่ๆเพื่อจะทำขายใน "กาดมั่ว คั่วฮอม" ครั้งต่อไปนะคะ
การใส่ใจเรื่องอาหารการกินที่มีคุณภาพ ถือเป็นการใส่ใจสุขภาพได้อีกวิธีหนึ่งค่ะ