การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน
ขอเชิญสมาชิก GotoKnow บอกเล่าแนวคิดและประสบการณ์การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน โดยเขียนบันทึกลงในบล็อกของท่านเองใน GotoKnow ชิงรางวัล New iPod Nano จำนวน 1 รางวัล จากการสุ่มเลขที่บันทึก หมดเขต 30 กย. นี้ค่ะ
กรุณาใส่คำสำคัญที่ใช้การบันทึก "เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา"
โดยเนื้อหาขอให้มีรายละเอียดประกอบดังนี้นะคะ
- ระดับชั้นที่สอน
- จำนวนนักเรียนในชั้น
- เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้
- บทบาทความรับผิดชอบของครูผู้สอนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
- การกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
- การติดตามการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
- การประเมินผลการเรียนของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
- ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน
- ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน
ขอบคุณค่ะ
ผู้สนับสนุน
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนในกำกับของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีระบบการบริหารงานจัดการที่เป็นอิสระจากระบบราชการ ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของประเทศไทย สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สรอ. ได้ที่ www.ega.or.th


สวัสดีค่ะ..วันนี้มีการพิจารณาเรื่องสนับสนุน Class Start ที่ SCBF ..คุณเปาจะได้ติดต่อให้ทราบ..ขอให้กำลังใจค่ะ..
ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่ที่แจ้งข่าวให้ทราบ
โห หัวข้อยาวเป็นกิโลเลย 555
หมดสิทธิ์เขียนครับ ไม่ได้เป็นครู อาจารย์ แต่จะรออ่านเนื้อหาดี ๆ เผื่อจะเอาไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้
คราวนี้ ผมคงมาเป็นกองเชียร์และให้กำลังใจกับครูบาอาจารย์ทุกท่านดีกว่าครับ เพราะตัวเองก็ไม่ได้เป็นครู เลยขอดูไปพลางๆ ก่อนครับ
จะพยายามมาเขียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ
"เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา" ขอเรียบเรียงเรื่องเล่าจากประสบการณ์การทำงานของตนเองที่สัมผัสกับกลุ่มคนหลากหลาย ที่แวะเวียนเข้าเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ซึ่งในแต่ละปีได้มีโอกาสรับรองคณะผู้ที่สนใจศึกษาดูงาน ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินงาน ด้วยบทบาทสมมติเป็นครูของนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ชาวต่างชาติ สื่อมวลชน ภาคเอกชนทุกภาคส่วน ด้วยรูปแบบและความหลากหลายของมิติมุมมองเชิงพหุลักษณ์ จึงมีความจำเป็นที่ต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อรองรับในทุกมิติ การทำงานแบบบูรณาการ การเชื่อมโยงมิติด้านภูมิสังคม เป็นต้นแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต การถ่ายทอดเทคโนโลยีในทุกมิติจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มช่องในการสื่อสารในทุกรูปแบบ การทำงานในปัจจุบันผ่านตัวชี้วัดของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การทดสอบทดลองในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การวิจัย R&D เป็น incremental innovation ซึ่งมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่ในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และมีคณะทำงานตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นองค์กรนวัตกรรม และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน โดยผ่านเหตุการณ์และบันทึกเป็นเรื่องเล่า หลายๆเหตุการณ์เกิดเป็น ประสบการณ์และถ่ายทอดเป็นชุดประสบการณ์หรือชุดความรู้ KM. นำสู่อนาคตโดยสามารถอธิบายปรากฎการณ์และมีฐาน KM เป็นชุดความรู้รองรับ และก้าวข้ามมิติโดยผ่านกระบวนการถอดรหัสเกิดเป็นโมเดลนวัตกรรมและยกย่องเสริมสร้างให้เกิดคุณค่า แน่นอนเครื่องที่นำมาใช้คงมีความหลากหลาย ขึ้นกับบริบท ภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่ จากบทเรียนชุดประสบการณ์ผ่านฐานคิด ในการทำงาน " ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมพัฒนา " ตกผลึกเป็นนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ที่มา........http://puparn.rid.go.th/puparn/
ไม่ได้สอนแล้ว...เขียนบันทึกผิดกติกาใหมเอ๋ย....รางวัลนี้น่าจะมอบให้ ผศ.วิไล แพงศรี ได้เลยเพราะท่านสอนนักศึกษาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาเป็นประจำจนจะเกษียณแล้ว
ไม่ได้สอนแล้วแต่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ ICT ในชั้นเรียนมาก่อนก็เขียนได้ค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
ผมไม่ใช่บุคลากรในด้านการศึกษาแต่อยากเสนอความคิดเห็นด้านการศึกษาบ้าง เพราะเห็นว่าการศึกษามีความสำคัญมากในการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ และน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ด้านอื่น ๆ เพราะล้วนมีต้นกำเนิดมาจากการศึกษาทั้งสิ้น และในโลกยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เพราะส่งผลต่อพัฒนาการของทั้งผู้สอน ระบบการศึกษาและผู้เรียน และเชื่อว่าโลกอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของระบบการศึกษาน่าจะมีแนวโน้มทีี่่จะพึ่งพาเทคดนดลยีสารสนเทศมากขึ้น และผู้สอนจะมีความสำคัญในจำนวนน้อยลง และมีความจำเป็นมากขึ้น (หมายถึงต้องการพึ่งพาผู้สอนที่มีลักษณะผู้ให้คำปรึก (Adviser) ที่เชี่ยวชาญมาก และผู้สอนทั่ว ๆ ไปจำเป็นน้อยลง เพราะจะพึ่งพาระบบสารสนเทศได้มากขึ้น และอาจมากกว่าผู้สอนทั่วไป ซึ่งระบบดังกล่าวต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูง เพื่อเป็นที่ปรึกษาในสาขาต่าง ๆ และจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้รูปแบบการศึกษาบนเครือข่ายการสื่อสารจะทำให้เราพึ่งพาตนเองด้านการศึกษามากขึ้น และกระจายโอกาสทางการศึกษามากขึ้น แต่ก็อาจสร้างปัญหาที่มหาศาลได้เช่นกันหากระบการควบคุมไม่ดีพอ การใช้ Tablet ตามนโยบายของรัฐบาลยังบอกไม่ได้ถึงผลดีหรือเสียเพราะพึ่งเริ่มดำเนินงาน คงต้องรอดูสักพัก ทั้งนี้ระบบประเมินนดนบายสาะารณะของสังคมและของรัฐต้องทำงานอย่างจริงจังจึงจะทำให้สำเร็จประโยชน์และป้องกันความเสียหายจากความไม่รู้ได้เพียงพอ การส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองของไทยยังอ่อนแอมาก และมักเน้นเพียงการศึกษาพื้นฐาน ซึ่งความจริงต้องพัฒนาการศึกษาต่อเนื่องทุกกลุ่มอายุ เพราะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเกี่ยวข้องกับคุณภาพการศึกษาของผู้ปกครอง และบรรยากาศของสังคมด้วย อีกทั้งการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบันหากรู้คนรุ่นใหม่คงช้าไป รัฐควรต้องพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาทั้ง 4 ด้วน คือความรู้เพื่ออาชีพและการพึ่งตนเอง ความรู้เพื่อสังคม ความรู้เพื่อปัญญา และความรู้เพื่อความยั่งยืน ให้เกิดมีขึ้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ใช่ปิดไว้ด้วยระบบเศรษฐกิจให้อยู่ในระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยเท่านั้น รัฐต้องแก้ไขระบบการศึกษาพานิชย์ด้วยเทคดนโลยีสารสนเทศให้ถูกทาง ก็จะเป็นพื้นฐานให้อย่างมั่นคงสู่ประชาคมอาเชี่ยนได้อย่างมั่นใจ
ชอบจังเลยครับ บังเอิญไม่ได้เป็นผู้สอน แต่เห็นมีกิจกรรมที่ดี จะไปประชาสัมพันธ์ต่อให้ ขอบคุณมากเลยนะครับ