สมุดพกบันทึกความดีจากเด็กสู่องค์กร เพื่อกลยุทย์ฝึกคิดบวก

             “ปัญหาจากคน” เป็นที่มาของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น  ปัญหาด้านทัศนคติของคน คือ ปัจจัยหลักที่ทางทีมงานคิดว่าถ้ามีทัศนคติดี จะทำให้การทำงานร่วมมือกันในองค์กรเพื่อ แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีมากขึ้น และหาสาเหตุของคนประเภทต่างๆ ดี/ไม่ดี  เก่ง/ไม่เก่ง จากแผนก้างปลา แล้วจึงได้คิดวิธีการส่งเสริมให้คนคิดบวกตลอดเวลา คือทำจนเป็นนิสัยเพื่อสนองต่อวัฒนธรรมองค์กรในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและพัฒนาการทำงานเป็นทีมโดยลด อัตตา หรือ อคติต่อกันลง โดยเริ่มจากการเขียน mind-map/ก้างปลา    เพื่อแยกประเด็นต่างๆออกเป็นส่วนๆ เพื่อหาวิธีการ “ส่งเสริมให้คนคิดบวก”

 

 

ทำการแยกประเด็น “การคิดบวก” ออกเป็น 1.ส่งเสริมคนดี,2.ทำดีบ่อยๆ ,3.ลดการนินทา,4.ทำให้จิตใจแจ่มใส  ทั้งนี้จึงลองนำเทคนิค “สมุดพกความดี/ธนาคารความดี” ที่สถานศึกษาใช้ในการปลูกฝังจิตสำนึกให้บุคคลการเป็นคนดีและคิดบวก  มาใช้ในองค์กรของเรา

 

จากการศึกษาข้อดีข้อเสียเรื่อง สมุดพกความดี/ธนาคารความดี จากที่ต่างๆ ในโรงเรียน พบว่า ในระดับชั้นโตขึ้น(เด็กโต) จะมีการทุจริต ปลอมคะแนนความดี เพื่อนำไปแลกเพื่อให้ได้เข้าศึกษา หรือ สมัครงานอยู่บางส่วน เนื่องจากเด็กแปลงค่า ความดีที่อยากได้เป็นกิเลส จึงอาจเป็นเหตุให้ เป็นสิ่งที่ไม่ดีไปได้   

ทางทีมงานวิเคราะห์แล้วว่าจะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้นกับผู้ใหญ่ เนื่องจากมี ขันธ์ 5 ที่สูงขึ้นอาจทำให้แปลงแนวทางความดี เป็นกิเลสอยากได้นั้นผิดไป  จึงได้นิยามความดีเพื่อให้เหมาะสมที่จะนำมาใช้สร้างปลูกจิตสำนึกคิดบวกดังนี้

1.ความดีมีค่าเท่ากันทุกกรณี คือ 1 คะแนน

2.นิยามความดีที่ทำให้เกิดจากผู้ทำ ถ้าคิดว่า สิ่งที่ทำ ดี ก็ถือว่า เป็นความดี แต่ทางทีมงานจะจัดประเภท เป็นหมวดเพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงสถิติ ในการส่งเสริมกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป

เช่น

  • การมีส่วนร่วม (งานพัฒนาการทำงาน งานบุญ งานกิจกรรมต่างๆ)

  • การเสียสละ (แรงกาย  แรงทรัพย์  เพื่อส่วนรวม)

  • การปฏิบัติธรรม ทุกศาสนา

  • การสร้างเสริม (สุขภาพ  อาหารปลอดภัย  ออกกำลังกาย  จัดการสิ่งแวดล้อมบรรยากาศดี)

  • ละเว้นการดื่ม สุรา สูบบุหรี่ ยาเสพติดทุกชนิด

  • ละเว้นจากการ เล่นหวย /การพนัน ทุกชนิด

  • ละเว้นจากการทานเนื้อสัตว์

  • การส่งเสริมคนดี สนับสนุน และยกย่องคนดี

  • จับถูกยกย่องคนหาคนดี

  • ปิดไฟ ปิดแอร์ ลดการใช้พลังงาน

  • แบ่งปันอาหาร ขนม ให้เพื่อนๆ ทาน

 

3.รางวัลใดๆ มากมายไม่มีค่าเท่ากับ การกระทำความดีและความภาคภูมิใจ และการยกย่องจากสังคม (ตามทฤษฏีความต้องการของมนุษย์)


ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำกิจกรรม ต่อฝ่าย/องค์กร

  1. สร้างผู้นำ และผู้ตามที่ดี  ทำให้เกิดความเชื่อใจให้เกียรติกันมากขึ้น
  2. สุขภาพจิตที่ดี  ทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่อการพัฒนาองค์กร
  3. ลด “อัตตา”(ความถือมั่นยึดมั่น) ทำให้เกิดความสามัคคีร่วมมือในการทำงานระหว่างกันมากขึ้น
  4. ครอบครัวดี ทำให้มีอารมณ์แจ่มใส กลับบ้านก็จะมีอารมณ์แจ่มใสไม่เครียด
  5. วินัยดี  ทำให้มีจิตสำนึกความดีอยู่เสมอ ไม่ทำชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง เหมือนกับค่านิยมประเทศภูฎาน ที่ใช้ดัชนีความสุขในการปกครองประเทศ  ทำให้พนักงานไม่ทุจริตต่อองค์กร
  6. ละเว้นจากสิ่งเสพติด/การพนัน  ในขบวนการทำกิจกรรมนี้จะมีส่วนในการสร้างความดีโดยการลด ละ เลิก สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เล่นหวย ทำให้พนักงานมีสมาธิต่อการทำงานที่ดีขึ้น
  7. การแก้ไขปัญหาจะดีขึ้น เพราะลด“อัตตา”(ความถือมั่นยึดมั่น) ลง และฟังผู้ร่วมงานมากขึ้น รู้จักให้อภัย ซึ่งกันและกันเพื่อปรับปรุงผลงาน/แก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น
  8. เป็นภาพพจน์และข้อมูลทางสถิติ ที่ภายนอกสามารถเข้าถึงได้ และสร้างภาพพจน์ที่ดีต่อองค์กร ได้ชัดเจนขึ้น และเป็นการช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้าน จริยธรรมและการปรับปรุงองค์กรด้วย ใจ กับ ใจ
  9. ความคุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากเป็นกิจกรรมปรับ/บำบัด พฤติกรรม อาจต้องใช้เวลามากกว่า 4 เดือน จึงจะเห็นผลที่ดีเยี่ยมต่อองค์กรในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
  10. พนักงานมีความสุข ความภาคภูมิใจในองค์กรและเพื่อนร่วมงานทำให้อัตราการลาออกลดลง