จากคำเชิญชวนของ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ “เชิญร่วมบันทึก 'ประโยชน์ของ GotoKnow และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างยั่งยืน' โดยการตอบคำถามว่า 1) ท่านคิดว่า ท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow 2) ท่านคิดว่า การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน จะทำให้ยั่งยืนได้อย่างไร และ 3) ท่านคิดว่า GotoKnow สามารถเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการ ในการจัดการความรู้ของหน่วยงาน ได้หรือไม่” แม้คำเชิญชวนจะเน้นไปในงานด้านสาธารณสุข แต่ผู้เขียนก็ขอร่วมบันทึกประสบการณ์ การ "พัฒนาตน...พัฒนางาน ผ่าน GotoKnow.org" เพื่อเป็นสารสนเทศจากสมาชิกคนหนึ่ง ที่ได้ร่วมเขียนบันทึกในขอบข่ายที่หลากหลาย เผื่อทีมงานผู้ดูแล GotoKnow จะนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง โดยจะเริ่มด้วยการเสนอฐานข้อมูลเบื้องต้น เพื่อนำไปสู่การตอบคำถาม 3 ข้อ ดังนี้
ที่มาของการสมัครเป็นสมาชิก GotoKnow.org
เท่าที่ผู้เขียนได้อ่านที่มาของการสมัครสมาชิก GotoKnow ของท่านต่างๆ พบว่า ทุกท่านเข้ามาโดยได้รับการชี้นำ/ชักนำจากบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ GotoKnow แต่ผู้เขียนเองสมัครสมาชิก GotoKnow จากการตัดสินใจด้วยตนเอง โดยไม่รู้จักใครใน Weblog นี้เลย และรู้จัก Weblog นี้แบบ “CASH (Computer Assisted Self Help)” เริ่มจากการพิมพ์คำค้น “Blog” ใน Search Engine “Google” แล้วศึกษาหาความรู้ไปตามลำดับ และสุดท้ายได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก GotoKnow เพราะเห็นว่า เป็น Weblog ที่มีวัตุประสงค์ในการให้บริการเหมาะกับตนเอง และ GotoKnow ได้รับผู้เขียนเป็นสมาชิก ณ เวลา 02.20 น. ของวันที่ 2 เมษายน 2554 โดยเป็นสมาชิกในลำดับที่ 147,999 (อ่านรายละเอียดได้ในบันทึก "Happy 6 Year Anniversary Gotoknow.org" ที่ผู้เขียนสร้างหลังเป็นสมาชิก GotoKnow ไม่ถึง 2 เดือน)
การสร้างสมุดและการเขียนบันทึกใน GotoKnow
นับจากวันที่ 2 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้เขียนสมัครสมาชิกและเป็นวันแรกที่เขียนบันทึกใน GotoKnow จนถึงวันนี้ (วันที่ 18 สิงหาคม 2555 รวมเวลาประมาณ 1 ปี 4 เดือน) ผู้เขียนได้สร้างสมุด (Blogs) จำนวน 6 เล่ม แต่ละเล่มมีจุดมุ่งหมายและขอบข่ายในการเขียนบันทึกแตกต่างกันไป และมีข้อมูลอันดับการสร้างสมุด การเขียนบันทึกในสมุดแต่ละเล่ม และสถิติการอ่านบันทึกแต่ละเรื่อง ดังนี้






บันทึกที่มีสถิติการอ่านสูงสุดในสมุดแต่ละเล่ม
บันทึกใน Blog อันดับ 1 “Pridetoknow” ที่มีสถิติการอ่านสูงสุดคือ เรื่อง “สุขกาย-สุขใจ ใต้ร่มเงาฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ (ตอนที่ 2)” สร้าง 6 มิ.ย. 54 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.46 น. มีผู้อ่าน 2,290 ครั้ง ความนำของบันทึกดังกล่าวมีว่า “ถึงแม้ผู้เขียนจะไม่ใช่ลูกแต่ก็เป็น “หลานของชาวนา” เทิดค่า "ข้าว" ทุกเม็ดที่ชุบเลี้ยงให้เติบโต และได้ให้เวลากับการ "ปลูกต้นไม้ในบ้าน เพื่อสืบสานการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม" มานับ 20 ปี เนื่องในโอกาสที่วันที่ 5 มิถุนายน เป็น “วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day: WED DAY)” และ “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” “ฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้” ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่มีคำขวัญว่า "เพิ่มรายได้ให้ชุมชน อุทิศตนเพื่อประชา เสริมปัญญาแหล่งเรียนรู้ เชิดชูความเป็นไทย ธำรงไว้สิ่งแวดล้อม” ขอเสนอ "กิจกรรมเบาๆ ของเจ้าของฟาร์ม … ภาพภูมิทัศน์บางส่วนของฟาร์ม …และภาพส่วนหนึ่งของพรรณไม้หน้าฟาร์มและรอบตัวบ้าน" เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสสองวันสำคัญดังกล่าว”
บันทึกใน Blog อันดับ 2 “Learntoknow” ที่มีสถิติการอ่านสูงสุดคือ เรื่อง “แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผู้เรียน : เกาให้ถูกที่คัน” สร้าง 31 ส.ค. 54 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.49 น. มีผู้อ่าน 4,787 ครั้ง ประโยคเด่นในบันทึกดังกล่าว คือ “การหาทางเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผู้เรียน ในทุกระดับการศึกษา จะไม่ได้ผลเหมือนเช่นที่ผ่านมา ตราบเท่าที่การแก้ปัญหายังทำกันไม่ตรงจุด หรือเรียกง่ายๆ ว่า 'เป็นการเกาไม่ถูกที่คัน' " และได้เสนอแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ในแบบ "การเกาให้ถูกที่คัน" โดยเน้นไปที่การเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียน กระตุ้นให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตน ให้อยู่ในระดับที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในทุกที่ทุกเวลาอย่างต่อเนื่องแบบเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาในชีวิตจริง เป็นต้น

บันทึกใน Blog อันดับ 3 “Goaltoknow” ที่มีสถิติการอ่านสูงสุดคือ เรื่อง “เด็กวอนสอนผู้ใหญ่ : วันเด็ก/วันครูแห่งชาติ ปี 2555” สร้าง 15 มกราคม 2555 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.52 น. มีผู้อ่าน 4,275 ครั้ง บันทึกดังกล่าวมีประโยคเด่นว่า “ในวันเด็ก เด็กขอวอน สอนผู้ใหญ่ ว่าคำขวัญ ที่ท่านให้ ไปฝึกฝน ขอวิงวอน ปวงผู้นำ ได้ทำตน ทั่วทุกคน เป็นแบบอย่าง หนทางธรรม" และมีข้อความทิ้งท้ายว่า “ผู้เขียนขอเชิญชวนทุกฝ่าย ซึ่งต่างก็มีฐานะเป็นสิ่งแวดล้อมทางสังคม ได้แก่ สถาบันการเมืองการปกครอง ได้สนับสนุนให้นักการเมืองในแต่ละพรรค ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน ไม่ขัดแย้งแข่งขันกันระหว่างฝ่ายค้าน/ฝ่ายรัฐบาล และหลีกเลี่ยงการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ประชุมสภาฯ องค์กรในสังคม ได้สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ให้เด็กได้เข้าร่วม สถาบันครอบครัว ได้ให้ความรักความอบอุุ่นและใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับบุตรหลาน สถาบันการศึกษา ได้จัดให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข… ครูทุกคนรวมทั้งผู้เขียนเอง จะต้องแสดงออกถึง ‘การปฏิบัติบูชา’ ด้วยการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท โดยการปฏิบัติงานวิชาชีพครู ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู สถาบันทางศาสนา ได้ดูแลให้ผู้สืบทอดศาสนาประพฤติตนเป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธา สถาบันสื่อมวลชน ได้นำเสนอสื่อที่สร้างสรรค์ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ ไม่มอมเมาเด็ก ตลอดจน ผู้ใหญ่ในสังคม ได้ปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันสรรค์สร้างสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อให้บุตรหลานของเราได้เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข” …ซึ่ง "คุณทิมดาบ” หมออนามัยจากชัยภูมิ ได้แสดงความเห็นในบันทึกนี้ ไว้ว่า “มหัศจรรย์มากครับ เพราะเป็นบันทึกที่ทรงคุณค่า ผมเป็นคนหนึ่งที่เข้ามาอ่านบันทึก ‘เด็กวอนสอนผู้ใหญ่’ ประมาณ 5 ครั้ง ทึ่งกับมุมคิดและการทบทวนวรรณกรรมของอาจารย์ …”


Blog อันดับ 4 “E-tocommunicate” เป็น Blog เพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของผู้เขียนไปพร้อมๆ กับผู้อ่าน บันทึกที่มีสถิติการอ่านสูงสุดใน Blog นี้คือ เรื่อง “การคิดนอกกรอบ...เตรียมเด็กและเยาวชนไทยสู่ประชาคมอาเซียน 2558” สร้าง 11 พฤษภาคม 2555 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.54 น. มีผู้อ่าน 4,162 ครั้ง ในบันทึกดังกล่าว ผู้เขียนได้เสนอแนวคิดว่า ถ้าจะให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนศึกษา ควรเปลี่ยนจากการคิดในกรอบเดิมๆ ที่มีการให้สารสนเทศของแต่ละประเทศในประเด็นซ้ำๆ กัน ซึ่งจะหาอ่านได้ทั่วไปในเว็บฯ ต่างๆ ไปเป็นการคิดนอกกรอบ โดยการปรับเปลี่ยน (Modify) รูปแบบ (Form) เป็นการเสนอสารสนเทศเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบ ซึ่งจะทำให้เนื้อหาที่นำเสนอมีความหมาย น่าสนใจ ประเทืองปัญญา และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ศึกษาได้มากกว่า ดังตัวอย่าง การวิเคราะห์เปรียบเทียบสถิติประชากร อันดับดัชนีการศึกษา และอัตราการอ่านของประชากรเฉลี่ยต่อปีต่อคนของ 4 ประเทศ และได้เสนอตัวอย่างการบูรณาการกิจกรรมอาเซียนศึกษาเข้ากับการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ด้วยวิธีการคิดนอกกรอบแบบเชื่อมต่อ (Combine) ดังสองภาพข้างล่าง

Blog อันดับ 5 “Mantoknow" มุ่งเน้นการบรรยาย (Deccribe "What") และการอธิบาย (Explain "Why") เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ บันทึกที่มีสถิติการอ่านสูงสุดใน Blog นี้คือ เรื่อง “งานและงาน...คือ มาลีแห่งชีวิต” สร้าง 2 มีนาคม 2555 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.55 น. มีผู้อ่าน 1,532ครั้ง บันทึกดังกล่าวมีความนำว่า “วันนี้เป็นวันครบรอบ 11 เดือน ของการเป็นสมาชิก GotoKnow ของผู้เขียน ผู้เขียนบอกกับตนเองอย่างเต็มปากเต็มคำว่า 11 เดือนกับการเป็นสมาชิก GotoKnow ทำให้ผู้เขียนได้ให้และได้รับในสิ่งที่เป็นการเติมเต็มให้กับชีวิต (Self-fulfillment) และเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขมากที่สุด เมื่อเทียบกับทุกช่วงชีวิตที่ผ่านมา" และส่วนหนึ่งของเนื้อหามีว่า "...ความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการทำงานของผู้เขียนนั้น น้องชายคนเล็ก ได้เขียนความเห็นในบันทึกแรกของผู้เขียน ว่า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมา...พี่เป็นคนจริงจังกับงาน จนบางครั้งน้องรู้สึกว่า…มันเกินไป… แต่ก็ภูมิใจที่เป็นน้องของพี่ ใครที่เป็นศิษย์คงซึมซับคุณลักษณะแม่พิมพ์ผู้ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน เสียสละและทุ่มเทเวลาพัฒนาคุณภาพลูกศิษย์ จากพี่ไปบ้าง สิ่งนั้นก็จะไปผลิดอกออกผลในตัวเยาวชนของชาติทั่วทั้งแดนไทย” และพี่สาวคนติดกันกับผู้เขียน ได้แนะนำผู้เขียนกับครูผู้เข้ารับการอบรม ที่เธอได้ไปร่วมเป็นวิทยากร ความตอนหนึ่งว่า "ด้วยเห็นเธอ มุ่งมั่น สู้ฟันฝ่า พัฒนา ครูไทย ดังใฝ่ฝัน อุปสรรค นานา เธอฝ่าฟัน หวังแบ่งปัน ภูมิปัญญา เทิดค่าครู เธออุทิศ กายใจ ไม่พักผ่อน แม้เหนื่อยอ่อน กล้ำกลืน ยืนหยัดสู้ ด้วยสมอง และสองมือ ฝึกปรือครู ขอเชิดชู ด้วยศรัทธา ร่วมฝ่าฟัน..." และผู้เขียนได้กล่าวทิ้งท้ายในบันทึกไว้ว่า "ก่อนนี้ ผู้เขียนไม่สามารถหาคำตอบที่ชัดเจนต่อคำถามของพี่ๆ น้อง และลูกว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้ผุู้เขียนทุ่มเทให้กับงาน ให้กับการช่วยคนจนตนเองเสียโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า… พอได้อ่านบันทึกของ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/480596) ก็ทำให้ได้คำตอบชัดขึ้นว่า "Doing this way makes me happy, so I decided to keep doing whatever I have been doing." (http://applechaz.com/favedisuals/are-you-happy/) และคำตอบจากบันทึกของ "ท่าน JJ" ที่ว่า "เป้าหมายในการทำงาน คือ ความสุขใจ การเข้าใจชีวิต และเข้าถึงธรรม ไม่ใช่ลาภยศ" ก็ยิ่งช่วยให้ผู้เขียนมีภาพที่ชัดเจนขึ้น ว่า นั่นแหละ คือ แนวทางในการทำงานของตน…"

บันทึกใน Blog อันดับ 6 “Learntobe” ซึ่งเป็นสมุดเล่มล่าสุด ใช้สำหรับเขียนบันทึกเกี่ยวกับ "การพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ" เพิ่งเขียนบันทึกไป 1 เรื่องคือ เรื่อง "อ่าน...คิด...เขียน...เรียนรู้ Through IT" ซึ่งผู้เขียนได้ให้ นักศึกษาที่เรียนในรายวิชา "พฤติกรรมกับการพัฒนาตน" กับผู้เขียน สมัครสมาชิก GotoKnow แล้วเข้าไปอ่านบันทึกต่างๆ ใน GotoKnow เพื่อนำไปคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ และเขียนสื่อความ ทั้งในลักษณะของการเขียนแสดงความเห็น เขียนอนุทิน และเขียนบันทึก บันทึกดังกล่าว สร้างวันที่ 4 สิงหาคม 2555 ณ 17 สิงหาคม 2555 : 15.56 น. มีสถิติการอ่าน 913 ครั้ง

ประโยคเด่นในบันทึกดังกล่าวมีว่า “จงเรียนรู้ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง จุดไฟแห่งความฝันใฝ่ให้ตน อย่ามัวรอคนมาจุดให้ (Learn to be an inspiration to yourself. Light your own fire. Don't wait for others to inspire you.) ซึ่งนักศึกษาของคนหนึ่งได้กลับไปเขียนอนุทิน หลังจากที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกดังกล่าว ความว่า "วันที่ 6 สิงหาคม 2555 ตื่นเช้าขึ้นมาครับ เลย Log In เข้าhttp://www.gotoknow.org เลยพบว่า 1) เจอภาพตัวเองโผล่ใน Blogs ของ อ.วิไล รู้สึกแย่มากเลยครับ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยเพราะว่ารูปภาพโปรไฟล์ (โพรไฟล์ : Profile) ไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่อาจารย์ย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้นักศึกษาไปแก้ไขให้ถูกต้องทุกคน....(แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะครับอาจารย์) 2) เจอบทความที่ พออ่านแล้วก็ต้องอยากอ่านอีกรอบครับ เป็นบทความที่ประทับใจมากครับ ทั้งให้ข้อคิด สร้างแรงบันดาลใจ และสั่งงานด้วยครับ..."จงเรียนรู้ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง จุดไฟแห่งความฝันใฝ่ให้ตน อย่ามัวรอคนมาจุดให้" ... บทความนี้ทำให้ต้องคิดหนักเลยครับ ว่าเรามีแรงบันดาลใจหรือไม่ มากแค่ไหนหรือแค่เล่นๆ 3) เจอคำว่า "ความใฝ่รู้ใฝ่เรียน (Curiosity)" ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของนักศึกษา มรภ.อุบลราชธานี ซึ่งตัวเองไม่มีเลยครับ (ผมคงต้องปรับปรุงตัวเองอีกมาก แต่ก็จะทำให้ได้ครับ)
ผู้เขียนได้ใช้เวลาดึกๆ ดื่นๆ ติดตามประเมินและให้ข้อชี้แนะแก่นักศึกษา จน "คุณ sr
" ได้เข้ามาแสดงความเห็นในบันทึกดังกล่าว ความว่า "Now I understand why people respect ผศ. วิไล as a mother. The metriculous care and time she has given to everyone in her charge are more than called for in her duty. This is clearly an infinite expression of mother-love. To a true teacher, Salute." และผู้เขียนได้ตอบความเห็นดังกล่าว ความว่า "My great impression and gratitude for your so empowering words; "The meticulous care and time she has given to everyone in her charge are more than called for in her duty. This is clearly an infinite expression of mother-love.", khun sr. To a true supportive friend from Queensland, Australia, Salute."
ขอแถมด้วยบันทึกว่าด้วยความรักชาติ ใน Blog "Mantoknow" ดังชื่อเรื่องและภาพตัวอย่างข้างล่าง ในบันทึกมีประโยคเด่น ความว่า "นอกจากหลงใหลในศิลปินเกาหลีและติดซีรีส์เกาหลีแล้ว คนไทยควรหันมาสนใจด้วยว่า เพราะเหตุใด เกาหลีใต้จึงได้รับคะแนนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศที่ดีที่สุด (The World’s Best Countries) เป็นอันดับที่ 15 จาก 100 ประเทศทั่วโลกที่นำมาจัดอันดับ ในขณะที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 58 มาเลเชียอันดับที่ 37 และสิงคโปร์อันดับที่ 20 (เป็นบันทึกที่เขียนไม่เสร็จ เพราะอยู่ๆ ข้อความและภาพเกือบทั้งหมดในบันทึกก็หายไป และดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ได้กรุณาค้นคืนให้ได้ส่วนหนึ่ง)




ตอบโจทย์ 3 ข้อของ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
1) ถาม : ท่านคิดว่าท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้าง จากการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน GotoKnow ตอบ : ผู้เขียนได้รับประโยชน์ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของ GotoKnow.org ที่มุ่ง "ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านการจัดการความรู้ ด้วยการใช้งานเว็บล็อก (Weblog) สู่การเสริมสร้างให้คนไทย มีสุขภาวะ (การมีความสุขสี่ด้าน ได้แก่ กาย จิต สังคม และปัญญา) ที่ยั่งยืน" (http://www.gotoknow.org/about)
2) ถาม : ท่านคิดว่าการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์การทำงาน จะทำให้ยั่งยืนได้อย่างไร ตอบ : ทำได้โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิก ได้ปฏิบัติตามคำขวัญ " Learn, Care, Share , and Shine"
3) ถาม : ท่านคิดว่า GotoKnow สามารถเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการ ในการจัดการความรู้ของหน่วยงานได้หรือไม่ ตอบ : ได้แน่นอน ดังข้อมูลเชิงประจักษ์ ตามหลักฐานที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ในบทความของสมาชิกท่านต่างๆ จากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งผู้เขียนเอง ที่ได้ทดลองใช้ Gotoknow เป็นช่องทางการพัฒนาทักษะการอ่าน การคิด และการเขียนของนักศึกษาอยู่ ณ ขณะนี้ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ในบันทึก Blog "Learntobe" และกิจกรรมให้นักศึกษาเขียนบันทึก ตาม "โครงการ สรอ.ขอความรู้" ครั้งที่ 3-6 ดังภาพล่าง







อาจารย์ใช้ Gotoknow คุ้มค่ามาก ๆ ท่านหนึ่งเลยครับ
บันทึกแน่นหนา หาตัวจับยาก ;)...
แวะมาส่งกำลังใจและเยี่ยมเยือนประจำวันครับ ;)...
หาก อ.วิไม่ลงรูป ชลัญคิดว่า อ.วิ อายุไม่เกิน 45 แน่ เพราะใช้ IT ร่วมกับการสอน ได้อย่างลงตัวเข้าขั้น เทพเลยค่ะ ชลัญชื่นชม
Gotoknow แหล่งเรียนรู้ใหม่(สำหรับผม)ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
Gotoknowเป็นแหล่งเรียนรู้ทางเลือกใหม่ๆสำหรับใครหลายๆคนแต่สำหรับผมGotoknowเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำหรับผม
พัฒนาตน...พัฒนางาน...ผ่าน "GOTOKNOW.ORG" ==> ใช่ทุกคำเลยค่ะ "Get thing done"
ขอบคุณมากนะคะที่แบ่งปันข้อมูล
GOTOKNOW เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์มากๆครับ เพราะได้อ่านบทความดีๆของหลายๆท่านที่เขียนไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและส่งเสริมให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รับสาระความรู้และเป็นการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีไปในตัวด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
มาเห็นด้วยกับความเห็นของท่านอาจารย์ Wasawat แต่ละบันทึกของอาจารย์แม่วิไล อัดแน่นด้วยคุณภาพจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
* ครบเครื่องทุกเรื่องรส ต้องยกนิ้วให้ blogs ของน้องผศ.วิไล
* ผู้มุ่งมั่นตั้งใจจริงลิขิตงานทั้งเบื้องกว้างและเบื้องลึกอย่างมีคุณภาพ..ชื่นชมค่ะ..
ได้ไปเกาหลีด้วยนะคะ..เราก็มาพัฒนา..สะอาด..สวย
ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์มากๆนะคะที่ได้นำสิ่งดีๆมาเผยแพร่ให้ดิฉันได้รับความรู้ต่างๆ จากหลายที่ หลายบุคคลผ่านเว็บ Gotoknow
GOTOKNOW เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีประโยชน์มากมายเลยคะ เพราะได้อ่านบทความดีๆของหลายๆท่านที่เขียนไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและส่งเสริมให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รับสาระความรู้และเป็นการพัฒนาตนเองด้วยคะ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ อ่านแล้วได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะการตอบคำถามข้อ3 G2Kเป็นเครื่องมือการจัดการความรู้ในองค์กรได้จริง
Gotoknow เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญมากอีกแหล่งหนึ่ง แต่เราไม่ค่อยคุ้นเคยกับแหล่งเรียนรู้นี้มากเท่าไร บางครั้งอาจจะมีปัญหาในการทำงาน
GOTOKNOW เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีให้ความรู้ในหลายด้านสามารถแลกเปรี่ยนเรียนรู้ความคิดข้อเสนอแนะได้ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ
Gotoknowเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีและได้รับประโยชน์มากนะครับแพราะเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้แชร์ประสบการณ์ข้อคิดสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้นะครับ
Gotoknow เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งไหมที่ผมได้มาหาความรู้รอบตัว เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็รู้และยังสามารถแชร์ความรู้ของตัวเองให้คนอื่นรู้ได้ด้วย ผมขอขอบคุณอาจารย์มาก ที่ทำให้ผมรู้จักกับ Gotoknow แหล่งเรียนรู้ที่เปิดกว้าง โดยไม่ที่สิ้นสุด.
หนูว่า GOTOKNOW เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งให้ความรู้ และเป็นแหล่งที่เราสามารถแชร์ประสบการณ์ที่เราพบเห็นหรือแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น ซึ่งเป็นแนวทาง การให้คำแนะนำ และชี้แนะข้อเสนอหรือข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้หนูได้รู้จัก GOTOKNOW ค่ะ
GOTOKNOW เป็นแหล่งที่สามารถให้ทุกคนสามารถแชร์ประสบการณ์ต่างๆ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนให้ผู้อื่นรับรู้ ทั้งให้ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจอ่านและศึกษาข้อมูลต่างๆ ครับ และสามารถนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์ GotoKnow เป็นศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานในอุดมคติของแต่ละบุคคล และสามารถเป็นเครื่องมืออย่างเป็นทางการ ในการจัดการความรู้ต่างๆของหน่วยงานได้อย่างหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ