เมื่อวานปกติตอนเย็นมีคุมสอบนิสิตจากเวลา 14.30-20.00 น. แต่ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนโครงการ วมว. หรือโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาสาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย หรือเรียกย่อๆว่า โครงการ วมว.
นักเรียนเรียนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีจำนวน 30 คน แต่มีนักเรียนไปต่างประเทศ 1 คน
ตอนผู้เขียนเดินเข้าไปในห้อง แกล้งพูดภาษาอังกฤษและบอกนักเรียนว่ามาจากประเทศลาว(Lao) ได้ผล นักเรียนเชื่อ (ฮา)
นักเรียนบอกว่า คิดว่าอาจารย์ไม่ใช่คนไทย คงเป็นครู Philippine หรือ Singapore วันนี้ตั้งใจสอนนักเรียนเรื่อง Present Perfect Tense
ตอนแรกนักเรียนดูเกร็ง นอกจากนี้หลายคนหน้าตาเคร่งเครียดมาก หลังจากช่วยกันสรุปเรื่องกฎการใช้ Present Perfect Tense
ผู้เขียนเลยแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มละ 5 คนช่วยกันแต่งประโยค Present Perfect Tense และนำเสนอทีละกลุ่ม
ก่อนหน้านี้พบว่านักเรียนมีหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดจากหนังสือ Oxford grammar แต่นักเรียนขยันมาก ให้ทำอะไรก็ทำเสร็จหมด
ผู้เขียนเลยให้นักเรียนเล่นเกม Find someone who แต่ได้ให้นักเรียนแก้ไขข้อมูลจากตารางเป็น Present Perfect Tense
Find someone who
Name…………………Surname……………………
A: Have you …V3….?
B: Yes, I have.
No, I haven’t .
seefamous people |
cook |
swim |
play guitar |
speak 3 languages |
speak Chinese |
visitanother country |
drivea car |
use internet |
speakLao |
tell a joke |
eat snakes |
singEnglish song |
play cards |
reada Harry Potter book |
draw a picture |
speaka dialect |
createwebsites |
sing Thaisong |
eatdurian |
ถ้าถามเพื่อนแล้วเพื่อน ตอบ Yes, I have. ก็เขียนชื่อเพื่อนไว้ในช่องนั้น
ตอนสุดท้ายก็สรุปรวมกันว่าใครทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง เช่น ถ้าทำอาหารได้ ก็ให้เล่าวิธีการทำอาหารเป็นภาษาอังกฤษ (มี video นักเรียนร้องเพลงดูได้แล้วครับ)
อย่างที่ผู้เขียนบอกผู้อ่านไว้ว่า นักเรียนทำกิจกรรมได้เร็วและถูกต้อง เลยต้องใช้เกมกระซิบ( whisper) แต่กระซิบเป็นประโยค Present Perfect Tense

สวัสดีค่ะอาจารย์
ท่าทางเด็กๆสนุกกันใหญ่นะคะ
ขอบคุณที่แบ่งปันกิจกรรมดีๆ อย่าเพิ่งหนีไปไหนนะเดี๋ยวส่งหมวยน้อยไปอยู่ด้วย อิ อิ
เป็นการนำเสนอและอาจารย์มีเทคนิคในการสอนลูกศิษย์เยอะดีครับ ผมมีข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ นอกจาก ม.เกษตรศาสตร์ ที่เข้าร่วมโครงการ วมว. แล้วยังมีที่อื่น ๆ อีกนะครับ
โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนโดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (โครงการ วมว.) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงศึกษาธิการ (มหาวิทยาลัย) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปี 2551-2555) โดยสนับสนุนงบประมาณแก่มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรห้องเรียนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียน เพื่อพัฒนานักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปี 2551-2554 มีคู่มหาวิทยาลัย – โรงเรียนเข้าร่วมดำเนินการโครงการ วมว. รวม 7 แห่ง ดังนี้
ทั้งนี้ นักเรียนรุ่นแรก (ปีการศึกษา 2551) ที่จบการศึกษาในปีการศึกษา 2553 จากโรงเรียนนำร่องของโครงการ 4 แห่ง (ลำดับที่ 1-4) จำนวน 113 คน สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้ทั้งหมดในคณะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คิดเป็นร้อยละ 90.26 ปัจจุบันมีการสนับสนุนห้องเรียนวิทยาศาสตร์ภายใต้โครงการดังกล่าว รวม 16 ห้องเรียน โดยในโรงเรียนนำร่องแต่ละแห่งประกอบด้วยชั้น ม.๔ , ม.๕ และ ม.๖ (ชั้นละ ๑ ห้องเรียน) ซึ่งมีนักเรียนรวมจำนวน 471 คน (๓๐ คน/๑ ห้องเรียน) และขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินโครงการฯ ปี 2551-2553 ซึ่งหากผลการประเมินมีข้อสรุปให้ขยายโครงการได้ จะจัดทำข้อเสนอโครงการฯ ระยะที่ 2 (ปี 2556-2565) เสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
เรียนท่านอาจารย์ขจิต
สวัสดีค่ะ ฝากคิดหลักสูตร อสม. ที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ในการแนะนำชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในหมู่บ้าน เตรียมรับ อาเซี่ยน นะคะ จะเชิญเป็นโครงการแรกเลย
เอ้อ....อาจารย์คงไม่ใช่คนไทย
เพี้ยนไปเป็นคนลาวเสียเลย hahahaha
อิจฉาเด็กง่ะ....แง ๆ ๆ อยากเป็นนักเรียนกับคุณครูขจิต
(พบแม่หมอนน...ก่อนแล้ว หวังว่าจะมีฤกษ์ดี แค่ไม่เฉียดกันไปมานะคะ)
สะบายดี!
คิดเรื่องยากเรื่องหนึ่งคือ นัดอาจารย์ขจิต กินกาแฟ และเรียนภาษาอังกฤษ
อาจารย์คิดว่า มีทางเป็นไปได้มั้ยคะ นัดข้ามทวีปค่ะ
น่าสนุกจังนะคะ สมัยก่อนตอนเรียนภาษาอังกฤษ ไม่เคยมีเกมเล่นเลยค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี.. อิจฉาเด็กๆสมัยนี้จังเลยค่ะ อ.ขจิต
ชอบตอนบอกว่าเป็นท่านอาจารย์ที่มาจากต่างประเทศ ฮาดีครับ
ผมก็ยังชอบตอน กระซิบข้างหู ไม่เสื่อมคลาย
หมอสุข
ลูกชายคนโตเรียน วมว.สาธิตปัตตานี มัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้โอกาสเขาเลือกเรียนด้วยตนเอง ลูกบอกว่ารุ่นพี่บอกว่าโครงการนี้เรียนหนักมาก (อาจจะหนักสำหรับเด็กต่างจังหวัดไกลๆแบบนราธิวาส) แต่เมื่อเปิดโอกาสไปแล้วก็ติดตามดูห่างๆค่ะ พบว่าโครงการนี้สามารถสร้างเด็กมากกว่าความรู้ แต่เป็นการสร้างวิธีคิด และทักษะชีวิตอย่างมากมาย ประกอบกับทางโรงเรียนและรุ่นพี่มีความรักใคร่ กลมเกลียวกันดี ขอชื่นชม ในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่งจึงอยากเห็นโครงการดีๆแบบนี้สำหรับขยายสู่เด็กกลุ่มอื่นๆบ้าง เช่น เด็กที่มีความถนัดทางศิล์ป์ หรือ กิจกรรม เพราะกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะคัดเลือกมาจาก เด็กเก่งวิชาการทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ค่ะ
เข้าสู่ประตูอาเซียนไม่ทันไร อาจารย์ก็ไปพิสมัยลาว เสียแล้ว ไม่เป็นไร เราพี่น้องกัน ได้ข่าวว่า เขาเก่งภาษาอังกฤษ มากกว่าเรา นะ เย้
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถนัดและมีความสุขนะคะ..