467. เส้นทางเดินชีวิตผ่าน "Theory U"

เมื่อสองสามวันก่อนผมได้ทำ Workshop เรื่อง Dialogue โดยผมได้พยายามเชื่อมโยงประสบการณ์ของทุกคน รวมทั้งผมด้วยเข้ากับ Theory U..บรรยากาศดีมากๆ ครับ..หลายคนบอก ไม่คิดเลย..คนที่เราเห็นแบบเผินๆ..มีอะไรดีๆ..ที่น่าทึ่งเยอะมาก..มีสองสามคน ถึงกับนัดหมายเรื่องความสนใจร่วมกันที่พึ่งค้นพบระหว่างทำ Dialogue และ Theory U...บางคนคบกันเป็นปี..พึ่ง "รู้จัก" เพื่อนจริงๆ..ต่อไปเป็นตัวอย่างของผมเองครับ..ที่ผมเล่าให้นักศึกษาฟังผ่านมุมมอง Theory U..

 

 

ว่าตาม U-theory ที่ผมเอามาจากเว็บของ Otto Charmer ผู้คิด Theory U ครับ

เอาหล่ะครับ...ว่าด้วยภาค มายาคติของผมก่อน...ในคือ 

1. Downloading past pattern...มายาคติ ความรู้เดิมของผม ..."ผมว่าผมเป็นคนสอนเก่งมากๆ ผมเทพครับ..ไปไหนจะมีความมั่นใจว่า..โหดแค่ไหนก็เอาอยู่ครับ..แล้วคนก็ชอบผมด้วย... มีวันหนึ่งผมไปสอน Appreciative Inquiry ให้กับองค์กรของรัฐแห่งหนึ่ง..ผมก็สอนแบบที่ผมเชื่อว่าเจ๋ง..ทุกครั้งก็จะถามเป็นการประเมินว่า.."ที่สอนไปชอบตรงไหน..เนื้อหาหรือกระบวoการสอนตรงไหน"...ร้อยทั้งร้อยจะตอบได้..แต่มีสุภาพสตรีท่านหนึ่ง..ไม่ตอบสนองอะไรเลย..ผมเอาไมค์เข้าไปไกล้ๆ..เธอก็บอกว่า.. "ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษ..ก็ดี.."

ผมเริ่มเสียเซ๊ลท์...ต้องมีอะไรผิดปรกติ...ผมเหรอ..เปล่านะ..ผมเทพ..เธอน่ันแหละ ไม่ป่วยก็ป่วน..แล้วใจผมก็ "ตัดสิน" ครับ..เพราะเธอดูกวนๆ..ประสาทรึเปล่า..เอ๊ อย่าไปสนใจเลย...

.....

จากนั้นผมก็มีโอกาสทำ Workshop เรื่อง Dialogue ก็พอดีครับ..เกลียดอะไรก็ได้อย่างนั้น..สุภาพสตรีท่านนี้ไม่มีคู่ครับ..เลยจำเป็นที่วิทยากรกระบวนการอย่างผมต้องไปจับคู่กับเธอ...ผมให้เธอเล่าเรื่องของเธอครึ่งชั่วโมง..ผมฟังอย่างเดียว...ผมตั้งใจฟังมากๆ...ผม "แขวน" (Suspending)....ผมฟังไปก็ไม่มีอะไร ในระยะแรกเธอบ่นเรื่องงานครับ..เหนื่อยกดดัน กลับบ้านดึก...สักพักเธอก็หมดเรื่องคุย..ผมก็กระตุ้นให้เธอคุยต่อ..เธอบอกเธอเหนื่อยกลับบ้านดึก..สามีกลับดึกกว่า..มีลูกสองคน..โชคดีที่เป็นเด็กดี..ตัวเอง..นอกจากดูแลครอบครัว..ยังต้องดูแลพ่อแม่สามีอีก..เหนื่อย..พ่อแม่สามีก็ป่วยและจุกจิก..

....

ผมเห็น (Seeing with fresh eyes) ครับ..ว่า..โอ๊อย่างนี้เอง..แล้วก็เริ่มรู้สึก (Sensing from the field)...โอ..ชีวิตเธอน่าสงสาร และเธอเป็นทุกข์ขนาดนี้เอง..ไม่แปลกที่เธอจะดูเฉยชา เรียนไปงั๊น...

....

แล้วผมก็ปลดปล่อย "มายาคติ" และอคติที่มีต่อเธอไป (Letting it go)...

...

ผมกลับมาถามตัวเอง (Who is myself?)...นี่เรากำลังเจอกับมายาคติ..เราตัดสินคนดีๆ ไปอีกทางชัดๆ..ดูแล้วช่างเป็นความหยาบอะไรเช่นนี้...ผมย้อนกลับมาดูงานผม (What is my work?) ดูแล้วนี่เราใส่ความหยาบไปแต่ต้น เรารีบตัดสินจนอาจหลงลืม เพื่อนมนุษย์ที่แสนดีบางคน..

....

ผมรู้สึกได้ถึงความคิดใหม่หลังฟังเธอไปไกล้ครบครึ่งชั่วโมง (Letting come) เธอเล่าอีกอยากออกก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ไปทำอะไร..อยากไปวัดเข้าคอร์สธรรมะสิบวันก็ทำไม่ได้ ใครจะให้ไป...ถึงตอนท้ายนี่แหละ..ผมเกิด (Vision และ Intenion วิสัยทัศน์หรือเจตนารมร์) ผมมีความตั้งใจ เลยครับ..ว่าผมมีเรื่องดีๆ จะบอกเธอ..ผมเคยไปเจอหลวงพ่อดีๆ..เช่นหลวงพ่อกล้วย พระจารย์จันทร์เรียน..เวลาเราไปเจอพระอริยะ นั้นสิบนาทีบางทีชีวิตเปลี่ยน..ผมเจอพระอาจารย์จันทร์เรียนเพียง สิบนาที ถึงขั้นตั้งใจบวชสามเดือนแบบแน่วแน่ไปเลย..บางทีถ้าไม่มีเวลาอาจจะไปหาสิบนาทีก็ได้..ผมจะแนะนำเขาอย่างนั้น..

....

ผมจัดการเปลี่ยน "รูปแบบความสัมพันธ์" ใหม่ครับ (Prototyping the new by linking head heart hand) จากเดิมตั้งใจว่าจะไม่ใส่ใจเธอผู้นี้อีก..ตอนนี้ เราจะเอาหัวใจ ความรู้ และคำแนะนำดีๆไปดูแลเธอครับ..โครงการนี้เป็นโครงการพัฒนาองค์กรที่โหดพอควร..ทุกคนต้องทำโครงการส่งผู้บริหารระดับสูง..ผมตั้งใจจะดูแลเธอเต็มที่ครับ..

แล้วผมก็กลับมาเจอเธออีกครั้ง (Performing by operating from the whole) งานของเธอไม่ก้าวหน้า..แต่ก็พยายามช่วยเธอให้คำแนะนำเธอ ฟังเธอเต็มที่..และดีใจที่เพื่อนสนิทของเธอพากันมาวัดหลวงพ่อกล้วยที่ขอนแก่น..แม้เธอจะยังไม่มา..แต่ก็เชื่อว่า..ที่สุดเธอคงได้รับการประคับประคองจากเพื่อนสนิทของเธอไปด้วย..

 

ต่อมาสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เธอไปวัด ยังไม่พอ เธอยังหันมาสนใจทำโครงการพัฒนาองค์กร แม้ไม่ได้โดดเด่นนัก แต่ก็แสดงฝีมือพอควร. ..

 

 

....

ครับ..นี่คือเส้นทางเดินของผมผ่าน Theory U ครับ..

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (30)

เขียนเมื่อ 

u-thuery 535740418-5 เริ่มต้นจากการที่เราได้พูดคุยกับใครบางคนถึงแม้ว่าเวลาเพียงน้อยนิดก็ทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากพอสมควร ในความคิดของเรา ก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงพอสมควร รู้สึกว่า ความกล้า(แต่ไม่บ้า) จะมีอยู่เต็มสายเลือด เรากล้าในสิ่งที่ถูก และเหมาะสมกล้าในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเราทำได้ และมีความอาสา และความเผื่อแผ่ ตามมาติด ๆ ฉะนั้น จึงเป็นที่รับใช้ของคนที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานราชการ เราได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานนางหนึ่ง ประมาณปีว่า ๆ เธออายุน้อยกว่าเรา 3 ปี แต่ตำแหน่งงานเธอ อาวุโสกว่าเรา แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากมาย ช่วงแรกเรารู้จักพูดคุยกับเธอธรรมดา แต่เธอพยายามจะบอกว่า เธอมีขั้นเหนือกว่าเราให้เรานอบน้อมกับเธอบ้าง มีหลายครั้งเธอพยายามให้เราช่วยงานด้านเอกสาร ซึ่งเป็นคนละส่วนของงานเราแต่ก็ต้องช่วยเป็นบางโอกาส ซึ่งเธอทำแบบนี้กับคนอื่นไม่ได้ แต่พอคนอื่นไว้วารให้เธอช่วย เธอบอกว่า งานของเธอมากมาย ไม่มีเวลาไปช่วยคนอื่นหรอก แม้แต่งานข้างนอกเธอยังไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมเลย ถ้าวันไหนต้องทำงานตรงกับวันหยุดเธอก็จะบอกว่าราชการหยุด เสาร์- อาทิตย์ ไม่ทำหรอก ใครอยากมาก็มาเลย ถ้าไม่ได้เบี้ยงเลี้ยงก็จะไม่มา แม้แต่ผู้ใหญ่มาจาก รม จากกระทรวงค่ให้เธอช่วยจัดแจงเรื่อง เครื่องดื่ม ดูแลแขก เธอก็ไม่เห็นความสำคัญเลย เธอบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เสริ์ฟน้ำเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน เธอเป็นคนมัธยัสถ์มาก ทั้งเรื่องอาหารการกิน และเรื่องการแต่งกาย หรือว่าเธออยู่แบบพอเพียง(มองในแง่ดี) แต่ที่ได้ยินเพื่อน ๆ กลุ่มในทำงานพูดว่าที่บ้านของเธอฐานะดีมาก มีธุรกิจไร่อ้อย เป็น หลายร้อยไร่ รถพ่วง รถสิบล้อ ไม่มีที่จะจอด ได้กำไรในการขายอ้อย แต่ละปีเป็นเงิน 7 หลักนะ แต่ทำไมเธอถึงได้งกขนาดนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสนั่งคุยกับเธอหลังจากพักรับประทานอาหารกลางวัน ด้วยกัน 2 คน เพราะคน อื่น ๆ ไปกินข้าวข้างนอก 10 นาทีแรก เธอจะพูกแต่เรื่องตลก ขบกัน ไม่เป็นจริงเท่าไหร่ พอเราเปิดประเด็นเรื่องงานขึ้น เธอก็ระบายให้เราฟัง ส่วนงานของเธอมีเธอรับผิดชอบเพียงคนเดียว supendinng
ทำเองทุกอย่างทั้งผู้ช่วย และหัวหน้าอยู่ในคนเดียวหมดเลย แต่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ เคยขอให้หัวหน้าหาผู้ช่วยให้ ก็ได้รับคำตอบว่า งานมีนิดเดียว จะเอาคนมานั่งให้รกสำนักงานทำไม เธอก็ทำมาหลายปี อย่างนี้ แล้วนะ ก็ทำต่อไปซิ ไม่เห็นจะยากเลยงานก็ไม่หนักหนา อะไร ทำคนเดียวก็น่าจะได้ นี่คือคำตอบของเจ้านายที่เธอได้รับ และเธอก็ไม่ไว้วารให้ใครมาช่วย ถึงแม่ว่างานจะยุ่งแค่ใหน ก็ทำด้วยตัวเอง บางวันกลับบ้าน 3 ทุ่ม ทั้ง ๆ ที่งานเลิก สี่โมงครึ่ง กลับถึงบ้านต้องดูแลลูก สอนการบ้าน ทำทุกอย่าง เธอเป็นลูกสาวคนโตของที่บ้าน มีน้องชายคนเดียว แต่งงาน แยกบ้านอยู่แล้ว เธออยู่กับพ่อแม่ และลูกสาววัย 6 ขวบ ก่อนหน้าหนี้เธอเป็นความหวังของพ่อกับแม่ ที่เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบ มีงานที่ดี รับราชการ ละสืบต่อธุรกิจ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป......แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เธอเล่าให้ฟังว่าเธอแต่งงานกับชายหนุ่มคนไทยเชื้อสายจีน อาชีพค้าขาย คบกันสมัยที่ไปบรจุตอนแรก และแยกครอบครัวมาอยู่เพื่อสร้างฐานะของตนเอง แต่ว่าพ่อกับแม่ของเธอต้องการให้กลับมาอยู่ช่วยดูแลงานที่บ้านเพื่อสืบทอดธุรกิจ เธอจึงตัดสินใจย้ายตัวเองและสามี มาอยู่ทึ่บ้านเกิดตามเจตนารมณ์ ของ ผู้มีพระคุณ ครอบครัวเธอเป็นครอบครัวที่ขยัน อดทน ทำงานเก่ง และเธอก็เก่ง ไม่แพ้ผู้ชาย เช่นกัน แต่สามีเธอเป็นเชื้อสายจีน ถนัดด้านค้าขาย ไม่ค่อยชอบใช้แรงกายในการทำงาน ไม่ถึงปีเธอก็คลอดลูกสาวน่าชัง ให้ได้ชมเชย เพียงไม่ถึง 3 เดือน ที่ลูกสาวจะได้มีพ่อ และ แม่ พร้อมหน้าพร้อมตากัน สามีเธอโทรมาจากอำเภอ บอกว่าต้องการเงินสด 300,000 บาท ด่วนมากต้องทำธุระสำคัญ เธอต้อง ทิ้งลูกให้อยู่กับ ยาย เพื่อขับรถ มาเบิกเงินที่ธนาคาร ให้กับสามีเธอ เมื่อพบหน้าสามี ที่หน้าธนาคาร เพียง 2 นาทีที่ยื่นเงินตามที่เขาต้องการให้ สามีบอกว่าต้องรีบไป โดยที่ไม่ทันสังเกตอะไร เขาก็จากไปตั้งแต่วินาทีนั้น จนถึงวันนี้ลูกสาวอายุ 6 ขวบ แล้ว ทั้งแม่ทั้งลูก ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลย เขาหายไปใหน ไปกับใคร เขาจะกลับมาไหม ทำไมเขาทำกับหนูกับลูกอย่างนี้
See with fresh eyes .................เราถึงบางอ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเริ่มรู้สึก sensing from the filed น่าสงสารเธอนะ น่าเห็นใจ ลูกสาวกำพร้า พ่อตั้งแต่ อายุ 3 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ เราจะไม่มีความคิดแบบเดิกับเธออีก...letting it go ลองมองดูคัวเองว่าเป็นอย่างไร ....who is my self เราก็ตั้งใจทำงานในหน้าที่เราให้ดีอยู่เสมอ เพื่อว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับคนอื่น แต่ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะไปช่วยงานของส่วนอื่นบ้าง ตามเหมาะสม...........what is my job Letting come เธอยังเล่าต่อว่า ถึงแม้ที่บ้านจะมีฐานะดี....มีธุรกิจใหญ่โต แต่ก็เป็นเงิน ของ พ่อ กับ แม่หมดเลย นะคะ พี่รู้หรือเปล่า ตั้งแต่ วันที่สามีหนูหนีออกจากบ้าน หนูทั้งเจ็บ ทั้งอาย สงสารลูก มาก พ่อกับแม่ ต่อว่าสารพัด ญาติพี่น้อง ไม่อยากคุยด้วย ชาวบ้านนินทา ทั้งอำเภอ หนูไม่กล้าออกจากบ้าน นอกจากมาที่ทำงาน ไม่กล้าไปเจอะเจอเพื่อน ๆ หรือแม้แต่คนรู้จัก ก็ไม่กล้าพูดคุย เหมือนตัวประหลาดที่ต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวด
เธอบอกว่าเธอชอบบุคลิกของเรา เธออยากมั่นใจในทุกอย่าง อย่างที่เราเป็น แต่เธอก็ไม่กล้า Prototyping the new linking head heat harm........................เราได้แนะนำเธอว่า เรื่องที่ผ่านมา ก็ อย่านำมาคิดให้รกสมอง ผ่านมาแล้ว ก็ผ่าน ไป เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย คิดว่า คนอื่น เขาก็อาจจะมีปัญหามากว่าเรา แต่เขายังอยู่ได้ ทำใจให้สบาย ตั้งใจดูแลลูกดีกว่า โตขึ้นเขาจะได้เข้มแข็งเหมือนแม่ อย่าอ่อนแอให้ลูกเห็น ...แล้วเราก็ช่วยเธอ หอบเอกสาร กองใหญ่ ไปจัดวางบนตู้อย่างสวยงาม และเปิดเพลง ฟัง อย่างสบายใจ ช่วงจะเลิกงาน เธอมาช่วยเราถ่ายเอกสานงานด่วน ที่เจ้านายอยากได้ด้วย ....เราจึงชวนเธอว่า พรุ่งนี้มีกิจกรรมที่อำเภอ นายให้ไปทำโรงทาน เราไปช่วยแจกน้ำกันดีไหม 10 โมง นะเจอกัน Performing by operating from the whole......เช้าวันต่อมาเธอมาช่วยตักน้ำแข็ง อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เราดีใจจังเธอมาตามคำชวนของเรา ซึ่งปกติเธอจะไม่กล้าทำอย่างนี้เลย.....

นายวสันต์ วารีย์ 5457401188 Y13 S11 

Fileเสียงและถอดบทความ คลิก <เพื่อดาวโหลด

ฟังแต่เสียงเฉยๆ คลิก <เพื่อฟัง

 

DOWNLOADING past pattern

ผมพึ่งเจอเพื่อนคนนี้เมื่อแรกเข้าMBA เรียนด้วยกันมาประมาณ1ปีแล้วก็ค่อนข้างสนิทกันดีก็พบว่าเธอเป็นคนที่เหมือนไม่จริงจังกับอะไรเลย ดูสนุกสนานเฮฮากันตลอด ประมาณว่าไปเที่ยวไหนขอให้ชวนไปหมด 

SUSPENDIND

วันหนึ่งหลังจากที่ได้เรียน การพัฒนาองค์กรเชิงบวก ของท่านดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ทำให้ได้มีโอกาสได้ฟังเธออยากทำธุรกิจเป็นร้านกาแฟ ซึ่งเธอเคยทำงาน Part time มาก่อนเพื่อศึกษาและพอมีความรู้เกี่ยวกับการทำกาแฟมาพอสมควร เธอชอบพบคนหลากหลายรูปแบบไม่ชอบอะไรที่ซ้ำจำเจ

REDIRECTING

ผมอึ่งไปเลย… เธอไม่ใช่ธรรมดาครับ วางแผนชีวิตชัดเจนเลย เธอมีลำดับความคิดมีเป้าหมายในใจไว้เรียบร้อยแล้วครับ แค่รอเวลาเพื่อให้เรียนจบเธอก็จะสานฝันต่อเลย

PRESENCING Connecting to the Source

ตัวตนของผมคือเมื่อจบจะเปิดทำธุรกิจเริ่มจากเล็กๆก่อนเลย และผมต้องการให้ธุรกิจที่คิดไว้เติบโต

Crytallizing

ผมเหมือนคนมีเป้าหมายแต่ผมไม่เคยศึกษาเป้าหมายของผมเลย ทำมัยเราไม่เคยไปลองผ่านงานดูเพื่อสะสมกระบวนการความรู้เพื่อทำธุรกิจของตนเอง

PROTOTYPING the new by linking head heart hand

ตอนนี้ผมคิดแต่จะทำแต่ไม่เคยรู้ลึกรู้จริง ผมควรออกไปหาประสบการณ์การทำงานในแวดวงธุรกิจที่เราอยากทำก่อนจะดีมัย? อย่างน้อยๆพลาดมาจะได้ไม่ล่มดัง!

Performing by operating from the whole

ตอนนี้ผมมีเป้าหมายใหม่เพิ่มเติมขึ้นมามันอาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยแต่เพื่อประสบการณ์ความรู้ผมว่า”คุ้มค่ากับเวลา” ดังที่ท่านดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ กล่าวไว้ที่เป็นตัวเลือก”สิ่งที่เราควรทำกับสิ่งที่เราอยากทำ”ตอนนี้ชัดเจนแล้วครับ และตอนนี้ผมก็ได้พบเพื่อนใหม่ที่น่าจะเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจได้ เพราะเราเหมือนกันเพราะเรามือใหม่เหมือนกันครับ….

นายธวัชชัย สถดาทิพย์ 545740047-5 sec11 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้ไปนั่งฟังเพื่อนคนหนึ่งชื่อโบ้นาน 30 นาทีที่ร้าน3ดีซึ่งเป็นร้านอาหารในเมืองขอนแก่นที่โบ้เป็นผู้จัดการร้านอยู่ พบว่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่ผ่านมายากลำบากแค่ไหน จากผิวเผิน ที่เรามองว่าโบ้ เป็นอาเสี่ยประจำแก็ง ที่เวลาไปปาร์ตี้ที่ไหนโบ้มักจะออกตังค์เยอะกว่าเพื่อนทุกคนโดยที่เราไม่เคยถามที่มาของเงินเลยว่าเอามาจากไหน หรือไปรวยมาจากไหน จนมาได้ฟังวันนี้ เท้าความไปหน่อยผมรู้จักโบ้เมื่อ5ปีก่อนผ่านเพื่อนที่ผมรู้จักอีกที จะเจอโบ้ก็แค่เวลาไปเที่ยวตอนกลางคืนเท่านั้น จนมารู้วันนี้ว่าโบ้หน่ะทำงานเป็นเจ้ามือรับพนันบอลที่มหาสารคาม เค้าเล่าให้ฟังอีกว่า ที่ผมออกตังค์เยอะกว่าคือว่า เงินมันหามาได้ง่าย ผมเลยไม่รู้ว่าจะขี้เหนียวไปทำไม ผมมาที่สารคามไม่มีเพื่อน ดีซ่ะอีกที่มีเพื่อนเยอะๆ ตังค์แค่นี้ผมไม่เสียดายหรอก จนเมื่อเหตูการณ์ผกผันเมื่อร้านบอลของโบ้ถูกปิดลงเพราะผู้กำกับใหม่มา จนโบ้ต้องไปทำงานเป็นกุ๊กที่ร้านยามาโก่ย่าที่กรุงเทพ จากที่โบ้เคยมีเพื่อนเยอะ เพื่อนก็เริ่มน้อยลง จนซึ้งถึงคุณค่าของเงิน เพราะเงินกว่าจะได้แต่ล่ะบาทแสนจะเหนื่อยแค่ไหน เวลาจะใช้อะไรต้องคิดหน้าคิดหลังเป็นอย่างดี เมื่อคิดได้อย่างงั้นโบ้เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเอง โดยที่โบ้รู้จักคุณค่าของเงินมากขึ้น จนสุดท้ายได้เป็นผู้จัดการร้านอาหารในที่สุด

DOWNLOADING past pattern รู้จักโบ้เข้าใจว่าเขาเป็นอาเสี่ย เป็นป๋า เฮไหนเฮนั้น ไม่ค่อยคิดเรื่องเงิน ถือตังค์เยอะๆ ใจปล้ำ เพื่อนเยอะ SUSPENDIND (นั่งฟังอย่างเดียว) หลังได้ฟังเรื่องราวที่มาและเหตุผลของการได้มาของเงิน และการใช้จ่ายของเขาแล้ว พบว่าเงินที่เขาหามาได้นั้นมาจากการเปิดร้านรับพนันฟุตบอล เงินหาได้ง่าย REDIRECTING (เปลี่ยนความสนใจ) เมื่อร้านถูกปิดลง ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของโบ้ โบ้เริ่มรู้จักใช้เงินมากขึ้นเพราะต้องไปเป็นกุ๊กในร้านอาหารญี่ปุ่น เงินเดือนก็แค่12000 จากที่ปกติที่ร้านบอลมีเงินสดเข้าร้านวันล่ะ40000-50000บาท

PRESENCING Connecting to the Source(เปลี่ยนข้อมูลเดิมผ่านไป) เดิมทีผมใช้จ่ายเรื่องเงิน เป็นคนที่ไม่ค่อยคิดไรมาก ไม่มีเป้าหมายอนาคตอย่างชัดเจน วันต่อวัน Crytallizing(สรุปในภาพรวม) เมื่อผมเห็นโบ้เป็นแบบนี้แล้วมาย้อนดูตัวเอง ผมยังไม่ได้ครึ่งที่เขาทำเลย แต่ล่ะอาทิตย์ต้องมานั่งของตังค์จากที่บ้าน ไม่ได้หาตังเองผิดกับโบ้ที่รู้จักหาตังใช้เองและยังรู้จักประหยัดมัธยัสถ์อีก

PROTOTYPING the new by linking head heart hand(ความคิดใหม่ๆ,แบบจำลองความคิดตัวเอง) ซึ่งเมื่อพิจารณาดูตัวเองแล้ว ผมมีความคิดที่จะเก็บตังให้ได้อาทิตย์ล่ะพัน เพราะคิดว่าตังค์ที่ได้จากที่บ้านให้มาเยอะพอสมควร แทนที่ปกติเราจากออกไปเที่ยวช่วงศุกร์ เสาร์ ก็ไม่ไปซ่ะ ดีต่อสุขภาพเราอีกด้วย

Performing by operating from the whole(ปฏิบัติอย่างลุ่มลึก) ผมจะนำโบ้มาเป็นแบบอย่างเรื่องการใช้เงิน ไม่ว่าเงินนั้นจะได้มายากหรือว่ามาได้ง่าย ก็ควรให้คุณค่ากับมันอย่างถึงที่สุด เพราะมันเป็นหยาดเหงื่อของเราทั้งสิ้น รวมถึงเป็นที่ปรึกษาเรื่องรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยเพราะโบ้ผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมามาก น่าจะให้คำแนะนำดีๆกับการใช้ชีวิตได้ แถมยังได้ความรู้ใหม่ๆจากประสบการ์ของเขาที่พบเจอมา จากการทำโต๊ะบอล เป็นกุ๊ก รวมถึงปัจจุบันที่เป็นผู้จัดการร้านอาหาร3ดี

545740127-7 Young 13 Sec.11

Downloading
past pattern
แม่ของดิฉันเป็นครูสอนวิชา การงานอาชีพและดิฉันคิดว่านี้คงเป็นเหตุผลที่แม่ชอบทำขนมต่างๆ และดิฉันก็ชอบที่จะเป็นลูกมือแม่ในการทำขนม และดิฉันจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่แม่หาเมนูขนมที่ดิฉันไม่เคยทำมาก่อนมาสอนดิฉันทำ suspending
Seeing with fresh eyes
นั่งกินข้าวเย็นกับแม่ แม่ก็จะชอบเล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการทำงานที่โรงเรียนให้ฟังว่า นอนเหนือจากการสอนหนังสือนักเรียนแล้วยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบงานอื่นๆ อีก ช่วงนี้งานเยอะต้องทำโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนต้องไปเยี่ยมนักเรียนที่บ้านว่าชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนเป็นอย่างไร การไปเยี่ยมบ้านเป็นการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลตามสภาพวิถีชีวิตจริงที่บ้าน และมีการขอความร่วมมือกับผู้ปกครองโดยตรง ก็จะได้ข้อมูลเพื่อนำไป ป้องกัน แก้ไข และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลไป

    และแม่ต้องคอยหาเมนูขนมใหม่ๆ เพื่อที่จะต้องนำไปสอนนักเรียนที่โรงเรียน แม่บอกว่าแค่หาเมนูอย่างเดียวก็ไม่ได้นะแม่ต้องคิดก่อนว่าเมนูนี้จะยากเกินไปไหมสำหรับนักเรียน ถ้าแม่หาเมนูที่จะทำขนมได้แล้วแม่ต้องลองทำขนมที่บ้านก่อนทุกครั้งเพื่อจะได้มั่นใจว่าสูตรขนมที่ได้มานั้นใช้ได้จริง และสามารถนำไปสอนนักเรียนได้ แม่บอกว่าเมนูขนมที่แม่สอนให้กับนักเรียนนั้นนักเรียนกลับไปบ้านแล้วก็สามารถทำขายได้จริงๆ                                                       

Redirecting
Sensing from the field
ดิฉันเห็นเลยค่ะ จากที่ดิฉันคิดว่าที่แม่ชอบทำขนม เพราะแม่เป็นครูสอนวิชาการงานอาชีพ ก็แค่ทำตามหน้าที่ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลยค่ะ ที่แม่หาเมนูใหม่ๆอยู่เสมอเพราะแม่ห่วง รักในตัวลูกศิษย์ อยากให้ลูกศิษย์มีวิชาความรู้ติดตัวและสามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง
Letting go
จากที่ได้ฟังที่แม่พูด ทำให้เริ่มเปลี่ยนความคิดเดิมๆ
Presencing
connecting to Source
ก็เริ่มคิดแล้วว่า ที่เราชอบทำขนมเป็นเพราะเราชอบเอง หรือว่าเป็นเพราะได้เป็นลูกมือแม่กันแน่ เพราะเดี๋ยวนี้ก็หาเมนูขนม และทำกินขนมเอง
Letting come
ก็เริ่มทำความเข้าใจใหม่ ว่าที่แม่ทำไปทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่ แต่ทำเพราะรัก และเป็นห่วงลูกศิษย์ Enacting
Crystallizing vision and intention
ทำให้ช่วงนี้ดิฉันเริ่มหาเมนูขนมต่างๆ ที่ทำง่ายๆ ที่คิดว่านักเรียนสามารถทำได้และสามารถทำขายได้เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับนักเรียน และคิดว่าเป็นการช่วยประหยัดเวลาช่วยแม่ แม่จะได้เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่น Embodying
Prototyping the new by linking head,heart,hand
หลังจากที่ได้ทำการค้นหาเมนูขนม ในเวปต่างๆ ก็ปริ๊นเมนูขนม สูตรขนมและวิธีการทำขนม ไปให้แม่เลือกดูว่าเมนูไหนบ้างที่พอจะเอาไปสอนให้กับนักเรียนได้บ้าง
Performing
by operating from the whole
หลังจากที่เอาเมนูขนมที่หามาได้ไปให้แม่เลือกดูนั้น แม่ก็เอาไปให้นักเรียนเลือกว่าอยากเรียนทำขนมอะไร แม่บอกว่าครั้งนี้นักเรียนมีความสนใจเป็นพิเศษเพราะทุกครั้งแม่จะเป็นคนเลือกเมนูขนมเอง แต่ครั้งนี้นักเรียนมีสิทธิโหวตว่าอยากทำขนมอะไร....

545740150-2 อุดมทรัพย์ โม้ชัย Y.13 sec12
IP: xxx.183.69.203
เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องของน้องสาวผมเองคับ น้องผมเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 3 ช่วงนี้เป็นช่วงที่น้องสาวผมลำบากที่สุดในเรื่องของการเรียน ผลการเรียนไม่ค่อยดีแต่ก็พอเอาตัวรอดไปได้

1 DOWNLOADING past pattern

 น้องสาวผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ internet และ social network  ซึ่งผมมองดูแล้วก็คงจะเป็นเพราะอย่างนี้แน่นอนละที่ทำให้ผลการเรียนตกต่ำลง  ผมบอกและก็เตือนหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้  ผมมองน้องสาวเป็นแค่พวกที่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ เหมือนคนไม่มีอะไรดีเลยในชีวิต และยิ่งนานวันเข้า สายตาของผมที่มองน้องมันก็เริ่มมองในแง่ร้ายมากขึ้นทุกที

 2 SUSPENDIND seeing with fresh eyes

 เมื่อได้เรียนในเรื่องของ AI และการทำ Dialogue  ผมจึงอยากที่จะลองฟังน้องสาวเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังสักครั้ง  จนได้รู้ว่า น้องสาวผมคือ "สุดยอดนักพูด" ที่เป็นสุดยอดของโรงเรียน  และได้ไปแข่งในระดับจังหวัด  ก่อนจะไปถึง ณ จุดนั้น มันหนักหนาสาหัสมาก เพราะเพื่อนๆและอาจารย์ในตอนแรกไม่มีใครยอมรับเพราะผลการเรียนของน้องสาวผมมันไม่เอาไหน และคู่แข่งทุกคนล้วนแล้วแต่เรียนเก่งและเกรดดีๆทั้งนั้น ส่วนใหญ่หลายๆคนคงมองว่าเรียนไม่เอาไหนแล้วจะเอาอะไรไปสู้เขา น้องสาวผมฝึกฝนอย่างหนัก พูดกับตัวเองที่หน้ากระจกทุกวัน และในที่สุดก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเธอทำได้ ซึ่งความทรงจำในช่วงตอนนั้นของผมเริ่มกลับมา  เป็นภาพที่เธอถือใบประกาศนียบัตรสุดยอดนักพูดมาอวดอย่างภูมิใจ

 3 REDIRECTING Sensing from the field

 ​แต่ก่อนผมมองน้องสาวในส่วนที่ไม่ดี ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าผมมีน้องสาวที่เป็นสุดยอดนักพูด และเก่งมากที่สุดคนหนึ่ง  มันช่างน่าดีใจอะไรเช่นนี้ ตื้นตันมากๆครับ

​ 4 PRESENCING Connecting to the Source

 ​ผมได้รู้ว่าน้องสาวผมเก่งในเรื่องอะไร  คือมีดีอะไร  และเริ่มมองเขาในทางที่ดีมากขึ้น  หน้าที่ของผมคือการเอาใจใส่น้องสาวให้มากขึ้น  ฟังเขาให้มากขึ้น  ช่วยเหลือเขาให้มากขึ้น

 ​5 Crytallizing Visioning and Intension

 ​ผมเริ่มขจัดมายาคติและมองน้องสาวในภาพที่ชัดและดีขึ้นกว่าเดิม  และเรียนรู้จากเขาให้มากขึ้น

 ​6 PROTOTYPING the new by linking head heart hand

 ขจัดภาพที่ไม่ดีออกไป  แล้วเริ่มพัฒนาทั้งผมและน้องสาวไปพร้อมกัน ไม่ว่าเรื่องการเรียน การใช้ชีวิต  เพราะไม่ว่าคุณจะมีความรู้มากและเก่งมากกว่าคนอื่นแค่ไหน คุณก็ยังมีโอกาสได้เรียนรู้จากคนความรู้น้อยและเก่งน้อยกว่าได้เสมอ ดังนั้นผมและน้องสาวตัดสินใจที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้นและไม่หยุดที่จะเรียนรู้ 

 ​7 Performing by operating from the whole

 ​เมื่อเราเริ่มที่จะเรียนรู้และพัฒนาไปร่วมกัน  ผมจึงเอาวิธี 10-10-10 มาลองใช้ว่าเราอย่างเรียนรู้และพัฒนาอะไรร่วมกัน  สุดท้ายเราจึงเลือกได้คือการทำอาหาร  และเมนูที่เราจะทำคือ แกงกะหรี่ แม้มันอาจจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไรแต่ก็สนุกมากครับ

สุภัชชา อนนทสีหา
IP: xxx.1.147.31
เขียนเมื่อ 

สุภัชชา อนนทสีหา 545740138-2 

 

ดิฉันได้เลือกทำ Dialogue กับเพื่อนของดิฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย อยู่ห้องเดียวกันมาตลอด แต่ไม่ได้สนิทสนมกันเลย จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย และเราก็สอบติดคณะเดียวกัน สาขาวิชาเดียวกัน แต่ก็ยังไม่สนิทกันอยู่ดี แต่ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง มีเรียนใน section เดียวกันบ้างในบางวิชา เราเรียนในสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนี่เอง

Downloading past patterns___เนื่องจากเรารู้จักกันมานานมาก ถ้านับดูแล้วก็เป็นเวลา 8 ปี มาแล้ว ดิฉันคิดว่า รู้จักเรื่องราวของเพื่อนคนนี้ดีพอสมควร เนื่องจากคำบอกเล่าทั้งปากต่อปากของเพื่อนร่วมรุ่น และเหตุการณ์ต่างๆที่ดิฉันและเพื่อนๆต่างก็ประสบพบเจอมากับตัว (ด้านลบ) ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่ได้ยินมานั้นก็อาจจะมีทั้งที่จริงและอาจจะไม่จริงก็ได้ ทำให้ใครหลายๆคนต่างก็มองเพื่อนคนนี้ในด้านลบมากกว่าด้านบวก ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นด้วย และหลังจากที่เพื่อนๆหลายๆคนเรียนจบกันแล้ว แต่เธอยังคงเรียนอยู่เพราะมีปัญหาคือเกรดจบไม่ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งดิฉันเองก็เคยพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นๆว่าทำไมถึงยังไม่จบล่ะ ? ต่างก็ตอบว่าเธอ ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง ไม่เข้าเรียนบ้าง มาสายบ้าง คะแนนเก็บไม่ครบบ้าง สารพัดอย่าง ซึ่งทั้งอาจารย์ ดิฉันและเพื่อนๆต่างก็พากันช่วยเหลือและคอยให้คำแนะนำด้วยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เพื่อนๆจึงปล่อยไปตามทางของเธอเองเพราะขี้เกียจจะยุ่งด้วยแล้ว

Suspending___จนกระทั่งได้ขอให้เธอมาช่วยทำ Dialogue ให้ เธอก็ยินดีเป็นอย่างมาก (ซึ่งตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้น) เธอเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอให้ฟังตั้งแต่เด็กๆ มีญาติพี่น้องกี่คน อยู่ที่ไหนบ้าง Background ของเธอเป็นอย่างไร ดิฉันก็นั่งฟังเธอไปอย่างตั้งใจพลางลุ้นในใจว่าอยากจะให้เธอพูดถึงเรื่องที่ตัวดิฉันเองก็ยังสงสัยอยู่ในใจและอยากจะให้เธอเล่าให้ฟัง แต่ไม่ได้เล่าถึงตรงนั้นก็ไม่เป็นไร ดิฉันจึงต้องเปิดใจรับฟังเรื่องทุกอย่างที่เธอเล่ามา พยายามไม่เอาความรู้สึกของตัวเองเข้าไปตัดสินเหมือนอย่างเมื่อก่อนที่เคยทำ โดยปัญหาของเธอตอนนี้ก็อย่างที่เคยเกริ่นไว้ว่า คือ เรื่องเรียน เธอเล่าให้ฟังว่าเทอมนี้ต้องเรียน ถึง 3 ตัว เพื่อที่จะจบในเทอมนี้ จะได้รับปริญญาตอนสิ้นปีนี้ได้ จะได้ทำให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจในตัวเธอเองเสียที เธอเล่าว่าเธอชอบเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาฝรั่งเศสเสียอีกและเรียนได้ดีกว่าด้วย และเคยไปฝึกงานที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เธอชอบงานบริการด้านนี้ แต่ก่อนที่จะเปิดเรียนภาคเรียนนี้ เธอเคยเอาผลวัดความรู้ภาษาอังกฤษ (Ielts) ยื่นไปที่สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ และทางนั้นติดต่อกลับมาให้เธอส่งใบรับรองจบ และ Transcript ไปให้ และนัดเรียกเธอไปสัมภาษณ์เลย แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ในเมื่อเธอยังเรียนไม่จบ จึงได้ปฏิเสธไป เธอบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เธอภูมิใจมากว่าอย่างน้อยก็มาถูกทางแล้ว และเองเธอก็ยังไม่อยากอยู่เฉยๆ จึงคิดหารายได้เสริมระหว่างเรียนคือการขายของทางอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นสินค้าจำพวกเครื่องสำอาง โลชั่น สบู่ สำหรับผู้หญิง ซึ่งกิจการก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี เธอบอกว่าไม่อยากขอเงินพ่อแม่มาก อยากหาใช้เอง

Seeing with fresh eyes___มุมมองของดิฉันเปลี่ยนไปนะเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าของเธอ มันไม่เหมือนกับเมื่อก่อนเลยจริงๆ

Sensing from the field___หลังจากที่ฟังเรื่องเล่าแล้วรู้สึกเลยค่ะว่าตัวเองก็เป็นอีกคนที่แย่มากๆ เพราะตัดสินคนอื่นเพียงเพราะแค่เรียนไม่จบเหรอ? มันไม่ใช่แล้ว แต่ไม่ถึงกับว่าไม่เคยเห็นด้านดีของเธอเลยนะคะ เธอก็มีส่วนที่ดีอยู่หลายๆด้าน หลังจากที่เธอเล่าให้ฟังแล้ว ดูเธอเป็นคนน่าสงสารนะเพราะไหนจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ต้องทนเรียนกับบรรดารุ่นน้องอีก ต้องทนต่อสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมอง มันดูเศร้านะที่เรารู้สึกไม่มีใครอยู่เคียงข้าง จากที่เมื่อก่อนยังมีเพื่อนๆ แต่นี่ก็มีแค่รุ่นน้องที่เรียนร่วมกันเฉยๆ คงไม่สนิทใจเท่ากับมีเพื่อนๆเรียนด้วยกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอทำให้ดิฉันรู้สึกดีมากๆกับเธอคนนี้ คือ เรามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนๆกันจากที่ไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาทำ Dialogue ถึงได้รู้

Letting it go___เธอมีอะไรดีๆ ตั้งหลายอย่าง ดิฉันจึงปล่อยความคิดเดิมๆด้านลบที่มีต่อเธอออกไปให้หมด เธอออกจะเป็นลูกที่ดี พยายามหางานทำทั้งๆที่ตัวเองยังไม่มีใบปริญญาเธอก็ยังหาเงินได้ โดยไม่ลำบากพ่อแม่ด้วย

Who is myself ?___เมื่อลองกลับมาย้อนถามตัวเองแล้ว บางที่สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยินในเรื่องแย่ๆของใครสักคน อาจจะมีเรื่องดีๆหลายอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ ทำไมเราต้องไปตัดสินคนอื่นจากแค่ด้านเดียวล่ะ เพียงแค่คิดว่ารู้จักกันมานานแล้ว จะรู้จักตัวตนของใครดีน่ะเหรอ ? มันไม่ใช่เสมอไปหรอก แค่เปิดใจรับฟังสิ เรื่องดีๆมีอยู่เยอะแยะ

What is my work?___แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรกับเพื่อนคนนี้ดีนะ เริ่มรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาบ้างแล้ว อยากจะให้เธอเรียนจบเสียที สิ้นปีจะได้ไปถ่ายรูปในวันรับปริญญากับเพื่อนคนนี้ ไม่ได้แล้วดิฉันต้องช่วยเธออย่างจริงจังกว่าที่ผ่านมา เราเองก็จบภาษาฝรั่งเศสมาย่อมช่วยได้อยู่แล้ว

Letting come___เธอเล่าว่าเธอต้องทนต่อแรงกดดันจากพ่อ เธอบอกว่าพ่อของเธอเป็นคนเรียนเก่ง แต่มักจะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับตัวเองและพี่น้องคนอื่นๆเสมอ เธอจึงกดดันมาก หลายครั้งที่เธอเครียดอยู่บ่อยๆ แต่โชคดีที่เธอมีแม่ที่เป็นคนสบายๆ คอยให้คำปรึกษาเธอแทบทุกเรื่อง คุยกับเธอเหมือนเพื่อนคุยกัน ทำให้เธอได้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง

Crystallizing vision and intention___หลังจากที่ฟังเรื่องราวของเธอ ดิฉันจึงตั้งใจไว้แล้วว่าจะช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องเรียนให้เธออย่างเต็มที่ และรวมไปถึงเรื่องอื่นๆด้วย อย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว

Prototyping the new by linking head heart hand___หลังจากนั้นความคิดของดิฉันที่มีต่อเธอมันก็ดีขึ้น ดิฉันจะต้องถามเธอทุกวันหลังเลิกเรียนว่าวันนี้เรียนเป็นอย่างไรบ้าง เข้าใจหรือไม่เข้าใจตรงไหนบ้าง มีปัญหาตรงไหน ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอย่างไรบ้าง คอยตรวจทานการบ้านให้ว่าไวยากรณ์และเนื้อหามันถูกต้องแล้วหรือยัง รวมไปถึงเก็งข้อสอบให้เธอเลยทีเดียว จะได้แม่นๆ ทำข้อสอบได้ เพราะดิฉันก็พอจะมีชีสเรียนเก่าๆอยู่บ้าง ให้เธอยืมไปอ่านเป็นแนวคงช่วยได้มาก

Performing by operating from the whole___วันไหนที่มีเรียนเธอจะกลับมาเล่าให้ดิฉันฟังทุกวันว่าวันนี้ไปเจออะไรมาบ้าง วันนี้มี Quiz ได้คะแนน Top ของห้องบ้าง พรุ่งนี้จะมี Quiz เรื่องนี้ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร อ่านตรงไหน ดิฉันคิดว่า การทำ Dialogue ก็เหมือนเป็นการเปิดรับฟังข้อมูลในหลายๆด้านจากผู้อื่น มันอาจจะมีทั้งด้านดีหรือไม่ดีบ้าง แต่เราจะช่วยทำสิ่งที่มันไม่ดีเหล่านั้นให้มันดีขึ้นมาได้อย่างไร เราก็ต้องอาศัย U-theory เข้ามาช่วย เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆตามทฤษฎีนี้แล้ว แน่นอนว่าเราจะช่วยคู่สนทนาของเราได้ ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายนี้ขอบคุณ เรื่องราวดีๆ จากเพื่อนคนนี้ ดิฉันสัญญาว่าจะช่วยเธออย่างเต็มที่ ขอบพระคุณ ดร.ภิญโญ ที่พาพวกเราพาพบทฤษฏี ดี ๆ อย่างนี้

545740152-8 Y13 sec11

เมื่อวันเสาที่ผ่านมาผมกลับบ้านและมีโอกาสได้คุยกับพ่อตอนเราขับรถไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ซึ่งเราไม่ได้ค่อยคุยกันเลย เพราะผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราพูดไป พ่อไม่ค่อยฟัง ยังคงเห็นเราเป็นเด็ก และด้วยบุคลิกภาพเราจะเป็นคนขี้เล่น ส่วนพ่อจะเป็นคนเงียบๆ เป็นคนที่ใจเย็นมากๆ วันนั้นพ่อเล่าเรื่องธุรกิจที่บ้าน..

1 DOWNLOADING past pattern

ตั้งแต่จำความได้ขายของทุกวัน ไม่เคยมีวันหยุดเลย เราก็ไปช่วยขาย ตั้งแต่เด็กจน ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังทำเป็นประจำ ขายตั้งแต่ ตี 2 ถึง 8 โมง ทุกวัน

2 SUSPENDIND seeing with fresh eyes

หลังจากที่ได้มีโอกาสทำ Dialogue ของท่าน ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ผมได้ฟังพ่อพูดเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่บ้าน พ่อบอกว่า กว่าครอบครัวเราจะมาถึงจุดนี้ได้ พ่อต้องอดทนมาก ต้องสู้ และที่สำคัญคือในเรื่องการขายของ การจัดการสินค้า พ่อไม่มีความรู้เลย แต่พ่ออาศัยประสบการณ์ที่มีมากกว่า 20 ปีในการมองหาตลาด การหาลูกค้า เช่น แต่ก่อนพ่อต้องขับสามล้อออกไปหาซื้อสินค้าที่จะมาขายเองตามหมู่บ้านต่างๆซึ่งไกลมาก และลำบากมาก ซึ่งพ่อบอกว่าประสบการณ์เหล่านี้บางทีในห้องเรียนที่ผมเรียนก็หาไม่ได้ พ่อบอกอีกว่า อาชีพของพ่ออาจไม่มีเกียรติ แต่มีตังพอที่จะเลี้ยงลูกทุกคน

3 REDIRECTING Sensing from the field

สิ่งสำคัญที่ผมต้องทำต่อไปคือ ไม่ใช่แค่เรียนในห้อง แต่ต้องเรียนรู้จากพ่อ คุยกันให้มากขึ้น เพราะเราต้องมาช่วยสารต่องานที่ท่านทำอยู่

4 PRESENCING Connecting to the Source

พ่อเป็นคนที่มีประสบการณ์มากมายนอกจากที่เราจะคอยให้พ่อเราให้ฟัง เราต้องถามในสิ่งที่เราไม่รู้เพื่อจะให้พ่อถ่ายทอดความรู้ที่มีให้กับตัวผมเอง

5 Crytallizing Visioning and Intension

ผมจะเรียนรู้เรื่องธุรกิจจริงๆจากพ่อ นอกจากในห้องเรียน และจะช่วยพัฒนาธุรกิจที่บ้านให้ดียิ่งขึ้น

6 PROTOTYPING the new by linking head heart hand

ตอนนี้ความรู้ที่ได้จากห้องเรียน ผมนำมาถามพ่อ ปรึกษาพ่อว่ามันสามารถพัฒนา หรือเป็นจริงได้หรือไม่ ถามพ่อมากขึ้น ช่วยงานมากขึ้นนอกจากจะขายอย่างเดียว เรามาช่วยจัดการสต็อกสินค้า ช่วยคำนวณต้นทุนต่างๆ ควบคู่กับทฤษฏีที่มี

7 Performing by operating from the whole

นอกจากฟังพ่อแล้ว ผมก็แนะนำพ่อ พ่อฟังเรามากขึ้น ล่าสุดผมแนะนำให้ติดกล้องวงจรปิดที่โรงงาน ผมอธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องติด พ่อฟังผม และกำลังจะติดกล้องวงจรปิดที่โรงงาน

 

เขียนเมื่อ 

Aussada S.
อัฎสดา ศ.
545740147-1
นักศึกษา MBA KKU [Young Executive #13]
910 753 Positive Organization Development

 

จากการเรียน และได้ลองทำ Workshop ใน Class เกี่ยวกับเรื่อง “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” รู้สึกสนุกที่เราได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากตัวของเพื่อน โดยที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยสังเกต ประกอบกับที่อาจารย์ภิญโญได้มอบหมายงานให้ไปสนทนากับคนอื่นๆนอกห้องเรียนแล้วมาเล่าสู่กันฟังผ่านบล็อคนี้ ดิฉันจึงแอบคิดในใจว่า ได้เวลาลองวิชาแล้วสิ บุคคลที่ดิฉันเลือกมาร่วมสนทนาด้วยนั้นเป็นบุคคลใกล้ตัวของดิฉันเอง นั่นก็คือ น้องสาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง สนิทกันมากๆ เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่น้องคนนี้เกิดเลย เพราะบ้านอยู่ติดกัน จากการสนทนา สามารถว่าตาม U-Theory ได้ดังนี้

 

DOWNLOADING past pattern

ดิฉันมีมายาคติต่อน้องสาวคนนี้ว่า เป็นเด็กหัวอ่อน ซื่อๆ ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ชอบทำอะไรตามเพื่อน เพื่อนว่าไงก็ตามนั้น ด้วยนิสัยนี้จึงมักโดนพี่ๆบ่นอยู่เสมอ และหลังจากเข้าเรียนมหาวิทยาลัย น้องก็เริ่มทำกิจกรรมมากขึ้น เรียกได้ว่าทำแทบทุกอย่าง ซึ่งแตกต่างจากตอนมัธยมโดยสิ้นเชิง และแน่นอนสิ่งที่ตัวเราคิดก็คือ “ทำกิจกรรมเพราะเพื่อนในกลุ่มทำ ตัวเองก็เลยต้องทำด้วย” แน่ๆ

 

SUSPENDING seeing with fresh eyes

นั่งฟังน้องพูดโดยปล่อยให้เขาพูดไปเรื่อยๆ 30 นาที ตัวเราเองก็นั่งฟังอย่างเดียวไปเรื่อยๆ ตอนแรกๆ น้องก็ไม่รู้จะพูดอะไร เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างละนิดละหน่อย ซึ่งจับประเด็นอะไรไม่ได้เลย ตัวเราเองจึงลองกระตุ้นอีกสักนิด น้องเลยเริ่มเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ได้ไปเป็น “พี่เลี้ยงน้องใหม่” กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และประเพณีเชียร์กลางของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำมา น้องเริ่มเล่าว่า ตอนแรกที่เริ่มทำกิจกรรมก็เพราะว่าตั้งใจจะเก็บหน่วยกิจกรรมให้ครบ 60 หน่วย ตามที่หลักสูตรกำหนดเท่านั้น แต่เมื่อได้ทำเรื่อยๆก็ได้รู้จักรุ่นพี่และเพื่อนที่ร่วมเหนื่อยมาด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะเก็บหน่วยกิจกรรมครบแล้วก็ยังรู้สึกผูกพันกันอยู่ เมื่อเห็นรุ่นพี่และเพื่อนๆเหนื่อยจากการเตรียมงานกิจกรรม น้องก็สงสารอยากจะช่วยอีกแรง จึงทำให้ตัดใจไม่เข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้ นอกจากนี้ น้องยังบอกว่าประเพณีเชียร์กลางมีแค่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เดียวของประเทศไทยที่ทำ จึงเกิดความรู้สึกอยากเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงน้องใหม่มากๆ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ใครหลายๆคนบอกว่าหนักมาก น้องก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาทำ แต่เมื่อผ่านการซ้อมและได้มาทำจริงๆ น้องรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นคนหนึ่งซึ่งได้ยืนอยู่กลางสนาม ถึงแม้จะไม่สวย หุ่นไม่ดี แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็เคยได้เป็นลีด (ผู้นำเชียร์) น้องพูดว่า ถามว่าตัวเองเป็นเด็กบ้ากิจกรรมมั๊ย...ก็ไม่ได้บ้าทำขนาดนั้นนะ ก็แค่รู้สึกสนุกที่ได้ทำเท่านั้นเอง ได้เรียนรู้หน้าที่หลายๆอย่างที่ไม่เคยทำ ก็กลัวว่าการเรียนจะตกอยู่ แต่ยึดคำพูดของพ่อที่ว่า “ทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ”

 

REDIRECTING sensing from the field

พูดได้คำเดียวว่า “อึ้ง” มากๆ...และคิดในใจว่า เฮ้ย!! มันคิดแบบนี้เป็นด้วยเหรอ ซึ่งทำให้เราเข้าใจน้องมากขึ้น

 

LETTING GO

ทิ้งมายาคติที่ใช้ตัดสินน้องสาวก่อนหน้านี้ออกไป

 

PRESENCING connecting to source

เราไม่เคยมองน้องว่าเขาจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่แบบนี้มาก่อน ตัดสินน้องจากนิสัยเด็กๆของเขาที่เราเจอมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้น งานของเราคือ เข้าใจน้องให้มากขึ้น ฟังความคิดน้องให้มากขึ้น เรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเริ่มแชร์ประสบการณ์กับน้องให้มากขึ้น

 

LETTING COME

รับรู้ถึงตัวตนอีกมุมหนึ่งของน้องสาวที่ตัวเราไม่เคยสังเกตเห็น หรือละเลยที่จะสนใจ

 

ENACTING crystallizing vision and intention

ตั้งวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ใหม่ว่า เราจะสนับสนุนให้น้องทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องกิจกรรมเสมอไป พร้อมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดของน้องควบคู่ไปด้วย

 

EMBODYING prototyping the new by linking head, heart, hand

จัดรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ โดยพยายามรับฟังความคิดของเขา จะได้เข้าใจตัวเขามากขึ้น คอยช่วยเหลือเขาถ้าการเรียนเขาติดขัด ให้คำปรึกษาคำแนะนำ และเป็นกำลังใจให้เขา นอกจากนี้ จะพยายามสอนเขาจากประสบการณ์ของที่ผ่านมาของเราด้วย เพื่อให้เขานำไปเป็นข้อคิดในการเรียน การร่วมงานกับคนอื่น ฯลฯ

 

PERFORMING by operating from the whole

ชวนน้องสาวไปกินข้าวด้วยกันเมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งปกติก็ทำเป็นประจำ แต่เราจะเพิ่มความสนใจไปที่การแสดงความคิดเห็นของเขาให้มากขึ้น หากญาติๆที่เรียนที่ มข. ว่างตรงกันเมื่อไหร่ ก็จะชวนไปทำกิจกรรมร่วมกัน และกระตุ้นให้น้องร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ มุมมองความคิดกับพวกพี่ๆให้มากขึ้น ฝึกให้น้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

 

   

เขียนเมื่อ 

545740052-2 Y.13 Sec.12

Downloading past pattern
แม่ของดิฉันเป็นเจ้าของห้องเสื้อ รับตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี มานานกว่า 30 ปี แม่ของดิฉันเป็นคนที่ทำงานเก่ง และมีความชำนาญในการตัดเย็บเสื้อผ้า

Suspending Seeing with fresh eyes
การทำ  Dialogue  ดิฉันจึงได้มีโอกาสฟังประสบการณ์การทำงานของแม่อย่างจริงจัง ซึ่งแม่ได้เล่าเรื่อง การเปิดร้านครั้งแรกว่าต้องผ่านอุปสรรคอะไรบ้าง  วิธีการทำงาน ซึ่งแม่ได้สอนให้ดิฉันทราบว่าการจะทำงานอะไรก็ตาม เราต้องมีความพยายาม มีความอดทน ทำงานนั้นด้วยความรัก ไม่ใช่ทำงานไปวัน ๆ และเรียนรู้กับงานที่เราทำอยู่ตลอดเวลา  งานที่เราทำก็จะไม่ล้าสมัย เนื่องจากแบบเสื้อในแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน ตั้งแต่รูปแบบของเสื้อผ้า เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ  ถ้าเราไม่ฝึกทักษะ ไม่เรียนรู้อยู่เสมอ ร้านเราก็จะไม่พัฒนา และตามร้านอื่นไม่ทัน  

Redirecting Sensing from the field
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่แม่เล่า ทำให้ดิฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า การที่เราจะทำงานอะไร ถ้าเราอาศัยพรสวรรค์อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีพรแสวง พร้อมทั้งทำงานที่เรารัก เราก็จะทำงานนั้นออกมาได้ดี

Letting go
เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ความคิดก็เริ่มเปลี่ยน

Presencing connecting to Source
เมื่อมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ทำให้เราทราบว่าเรามีครูที่เก่งอยู่ใกล้ตัวเรา เรากลับมองข้ามแม้ว่าเราจะไปเรียนด้านเสื้อผ้ามาบางแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมาย ทำให้ต่อไปนี้เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

Letting come
ก็เริ่มเข้าใจว่า ในการทำงานเราต้องมีความรัก ความพยายาม ความอดทน และพร้อมที่จะพัฒนาอยู่เสมอ

Crystallizing vision and intention
ดิฉันเริ่มที่จะเรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ จากแม่อย่างจริงจัง เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระ และสามารถช่วยงานแม่ได้

Prototyping the new by linking head,heart,hand
หลังจากที่ได้เรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บในบางส่วน ดิฉันก็สามารถทำงานช่วยแม่ได้บ้าง  พร้อมทั้งช่วงนี้ดิฉันกับแม่คุยกันเรื่องงานมากขึ้น จึงสามารถนำความรู้ที่แม่มีและความรู้ที่ดิฉันได้เรียนมา มาปรึกษากัน เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้น

Performing  by operating from the whole
หลังจากที่เราคุยกันเรื่องงานกันมากขึ้นทำให้เรามีแผนที่จะปรับปรุงกิจการใหม่ เพื่อที่จะให้ทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

545740038-6 y 13 sec 12 เรื่อง Dialogue... DOWNLOADING past pattern…. ได้มีโอกาสคุยกับคนที่เราไม่เคยรู้จักคนหนึ่งคะ เขาเป็นคนที่มาซ่อมเครื่องกรองน้ำให้ที่บ้านคะ (เป็นผู้ชายนะคะ) ก็เลยได้ชวนพี่เค้าคุยคะ จากบุคลิกภายนอกเราก็คิดว่าพี่เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไปคะ แต่พอได้คุยและฟังเรื่องราวของเค้าแล้ว ก็ได้เห็นว่าเขาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากเลยคะ เขารู้ประวัติของพระพุทธศาสนาได้ลึกซึ้งมาก พี่เขาได้ไปทำบุญที่วัดต่างๆอยู่เป็นประจำ และและพี่เขาก็แนะนำให้เรานั่งสมาธิคะ โดยได้บอกวิธีการทำบุญที่ดีที่สุดคือการ นั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนาคะ จะเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่และผลบุญนั้นยังกลับมาหาแก่ตัวเราได้มากที่สุดอีกด้วย การทำสมาธิเป็นการฝึกจิตขั้นสูง ซึ่งถ้าหากเราทำได้ก็จะก่อให้เกิดปัญญาแก่ตนเอง สามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจของตนเองได้เป็นอย่างดี แล้วพี่เขาก็ได้บอกอีกด้วยว่า ถ้าสำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่ การนั่งสมาธิจะทำให้เราสามารถเรียนได้ดีขึ้นเนื่องจากมีสติในการทำข้อสอบและอ่านหนังสือ อีกทั้งถ้าหากต้องทำวิจัย เมื่อเราไปพรีเซนท์งานกับอาจารย์และต้องตอบคำถามอาจารย์ เราก็จะสามารถที่จะคิดหาคำตอบได้ดีขึ้นเพราะเรามีสติมากขึ้นคะ ดิฉันจึงเกิด seeing with fresh eyes... คือ หลังจากนั้นจึงเกิดความคิดที่อยากจะลองนั่งสมาธิบ้างคะ เพราะตัวเองเป็นคนที่ลนลานและไม่มีสติมากเวลาที่จะต้องสอบวิชาที่เป็นการคำนวณตัวเลขเยอะๆ จึงอยากลองนั่งสมาธิดูเผื่อจะได้มีสติในการทำข้อสอบมากขึ้นคะ Crytallizing Visioning and Intension จากนั้นดิฉันจึงเปลี่ยนทัศนคติเลยคะ จากที่แต่ก่อนไม่เคยสนใจในเรื่องการทำสมาธิเลย แต่พอมาฟังพี่เขาแล้วเราก็เกิดความสนใจที่อยากจะทำบ้างคะ PROTOTYPING the new by linking head heart hand จากนั้นดิฉันจึงได้ลองนั่งสมาธิดูคะ นั่งตอนแรกจะหลับเลยคะ ต่อมาก็เลยลองนั่งไปเรื่อยๆก็เริ่มรู้สึกถึงความสงบคะ รู้สึกว่ามีสมาธิมากขึ้น อีกทั้งตอนทำสมาธิยังได้อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่เสียไปแล้ว และขออโหสิกรรมให้แก่คนที่เราได้เคยทำไม่ดีกับเขาไว้ทั้งโดยที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจด้วยคะ ทำให้ดิฉันรู้สึกสบายใจมากขึ้นเลยคะ Performing by operating from the whole ตอนนี้ดิฉันก็พยายามที่จะนั่งสมาธิให้ได้ทุกวัน และอยากจะแนะนำให้แก่น้องสาวดิฉัน เพราะอยากให้น้องได้มีสติในการใช้ชีวิตและการเรียนมากขึ้นด้วยคะ

เขียนเมื่อ 

545740052-2 Y.13 Sec.12

Downloading past pattern
แม่ของดิฉันเป็นเจ้าของห้องเสื้อ รับตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี มานานกว่า 30 ปี แม่ของดิฉันเป็นคนที่ทำงานเก่ง และมีความชำนาญในการตัดเย็บเสื้อผ้า

Suspending Seeing with fresh eyes
การทำ Dialogue ดิฉันจึงได้มีโอกาสฟังประสบการณ์การทำงานของแม่อย่างจริงจัง ซึ่งแม่ได้เล่าเรื่อง การเปิดร้านครั้งแรกว่าต้องผ่านอุปสรรคอะไรบ้าง  วิธีการทำงาน ซึ่งแม่ได้สอนให้ดิฉันทราบว่าการจะทำงานอะไรก็ตาม เราต้องมีความพยายาม มีความอดทน ทำงานนั้นด้วยความรัก ไม่ใช่ทำงานไปวัน ๆ และเรียนรู้กับงานที่เราทำอยู่ตลอดเวลา  งานที่เราทำก็จะไม่ล้าสมัย เนื่องจากแบบเสื้อในแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน ตั้งแต่รูปแบบของเสื้อผ้า เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ  ถ้าเราไม่ฝึกทักษะ ไม่เรียนรู้อยู่เสมอ ร้านเราก็จะไม่พัฒนา และตามร้านอื่นไม่ทัน  

Redirecting Sensing from the field
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่แม่เล่า ทำให้ดิฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า การที่เราจะทำงานอะไร ถ้าเราอาศัยพรสวรรค์อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีพรแสวง พร้อมทั้งทำงานที่เรารัก เราก็จะทำงานนั้นออกมาได้ดี

Letting go
เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ความคิดก็เริ่มเปลี่ยน

Presencing connecting to Source
เมื่อมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ทำให้เราทราบว่าเรามีครูที่เก่งอยู่ใกล้ตัวเรา เรากลับมองข้ามแม้ว่าเราจะไปเรียนด้านเสื้อผ้ามาบางแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมาย ทำให้ต่อไปนี้เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

Letting come
ก็เริ่มเข้าใจว่า ในการทำงานเราต้องมีความรัก ความพยายาม ความอดทน และพร้อมที่จะพัฒนาอยู่เสมอ

Crystallizing vision and intention
ดิฉันเริ่มที่จะเรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ จากแม่อย่างจริงจัง เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระ และสามารถช่วยงานแม่ได้

Prototyping the new by linking head,heart,hand
หลังจากที่ได้เรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บในบางส่วน ดิฉันก็สามารถทำงานช่วยแม่ได้บ้าง  พร้อมทั้งช่วงนี้ดิฉันกับแม่คุยกันเรื่องงานมากขึ้น จึงสามารถนำความรู้ที่แม่มีและความรู้ที่ดิฉันได้เรียนมา มาปรึกษากัน เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้น

Performing  by operating from the whole
หลังจากที่เราคุยกันเรื่องงานกันมากขึ้นทำให้เรามีแผนที่จะปรับปรุงกิจการใหม่ เพื่อที่จะให้ทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 

 

 

เขียนเมื่อ 

545740052-2 Y.13 Sec.12

Downloading past pattern
แม่ของดิฉันเป็นเจ้าของห้องเสื้อ รับตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี มานานกว่า 30 ปี แม่ของดิฉันเป็นคนที่ทำงานเก่ง และมีความชำนาญในการตัดเย็บเสื้อผ้า

Suspending Seeing with fresh eyes
การทำ Dialogue ดิฉันจึงได้มีโอกาสฟังประสบการณ์การทำงานของแม่อย่างจริงจัง ซึ่งแม่ได้เล่าเรื่อง การเปิดร้านครั้งแรกว่าต้องผ่านอุปสรรคอะไรบ้าง  วิธีการทำงาน ซึ่งแม่ได้สอนให้ดิฉันทราบว่าการจะทำงานอะไรก็ตาม เราต้องมีความพยายาม มีความอดทน ทำงานนั้นด้วยความรัก ไม่ใช่ทำงานไปวัน ๆ และเรียนรู้กับงานที่เราทำอยู่ตลอดเวลา  งานที่เราทำก็จะไม่ล้าสมัย เนื่องจากแบบเสื้อในแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน ตั้งแต่รูปแบบของเสื้อผ้า เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ  ถ้าเราไม่ฝึกทักษะ ไม่เรียนรู้อยู่เสมอ ร้านเราก็จะไม่พัฒนา และตามร้านอื่นไม่ทัน  

Redirecting Sensing from the field
หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่แม่เล่า ทำให้ดิฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า การที่เราจะทำงานอะไร ถ้าเราอาศัยพรสวรรค์อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีพรแสวง พร้อมทั้งทำงานที่เรารัก เราก็จะทำงานนั้นออกมาได้ดี

Letting go
เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ความคิดก็เริ่มเปลี่ยน

Presencing connecting to Source
เมื่อมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ทำให้เราทราบว่าเรามีครูที่เก่งอยู่ใกล้ตัวเรา เรากลับมองข้ามแม้ว่าเราจะไปเรียนด้านเสื้อผ้ามาบางแล้ว แต่สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากมาย ทำให้ต่อไปนี้เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

Letting come
ก็เริ่มเข้าใจว่า ในการทำงานเราต้องมีความรัก ความพยายาม ความอดทน และพร้อมที่จะพัฒนาอยู่เสมอ

Crystallizing vision and intention
ดิฉันเริ่มที่จะเรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บต่าง ๆ จากแม่อย่างจริงจัง เพื่อจะได้แบ่งเบาภาระ และสามารถช่วยงานแม่ได้

Prototyping the new by linking head,heart,hand
หลังจากที่ได้เรียนรู้เทคนิคการตัดเย็บในบางส่วน ดิฉันก็สามารถทำงานช่วยแม่ได้บ้าง  พร้อมทั้งช่วงนี้ดิฉันกับแม่คุยกันเรื่องงานมากขึ้น จึงสามารถนำความรู้ที่แม่มีและความรู้ที่ดิฉันได้เรียนมา มาปรึกษากัน เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้น

Performing  by operating from the whole
หลังจากที่เราคุยกันเรื่องงานกันมากขึ้นทำให้เรามีแผนที่จะปรับปรุงกิจการใหม่ เพื่อที่จะให้ทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เอกชัย สิริวชิรชัย
IP: xxx.204.13.244
เขียนเมื่อ 

545740151-0

y13 sec12

ผมได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆคุยกับเพื่อนสนิทผมคนนึงซึ่งรู้จักกันมานานมากตั้งแต่สมันอนุบาล DOWNLOADING past pattern

เพื่อนผมคนนี้เท่าที่ดูจะเป็นคนนิ่งๆขี้อาย ไม่ค่อยใส่ใจ่การ ไม่ตั้งใจเรียน เที่ยวสนุกไปวันๆ

SUSPENDIND

วันหนึ่งจากที่ได้เรียน การพัฒนาองค์กรเชิงบวก ของท่านดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสได้นั่งสังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนคนนี้เป็นการส่วนตัว ก็ได้รับฟังความในใจของเพื่อน แต่เล็กจนโตเค้าอยู่กับน้องชายตามลำพังมาตลอด โดยพ่อกับแม่ทำงานต่างจังหวัดไปๆมาๆบ้างนานทีๆ จากการที่อยู่ตามลำพังกับน้องชาย ไม่มีผู้ใหญ่คอยกำชับดูแล ทำให้ทำตัวถเลถไล ทำให้ความประพฤติไม่ดีเท่าไหร่ แต่เค้าก็ได้หางานทำตอนค่ำช่วยจุนเจือค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์โดยที่ไม่เคยขอตังพ่อแม่เพิ่ม และดูแลน้องชายมาโดยตลอดเป็นอย่างดี

REDIRECTING

ถึงกับอึ้ง!! ไปเลยครับ เค้าเป็นมากกว่าที่เราตัดสินเค้า ถึงเค้าจะไม่ตั้งใจเรียน แต่เค้าก็ทำตัวมีคุณค่า หางานทำระหว่างเรียนไม่ได้ขอตังพ่อแม่ใช้ไปวันๆเหมือนคนบางคน(ตัวผมเองแหละครับ) และทุวันนี้เค้าอยู่ในเส้นทางที่ดี กำลังจะเรียนจบ วศบ.อุตสาหการ

PRESENCING Connecting to the Source

ตัวผมเองก็เคยทำตัวไม่ดีมาก่อนแต่ก็ไม่เคยละทิ้งการเรียน สิ่งที่ทำตอนนี้ก็คือตั้งใจเรียนหาธุรกิจสักอย่างทำเล็กๆเพื่อให้น้องจบมาจะได้ลองรับน้องได้ ซึ่งทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมาก เมื่อถึงวันๆนึงพ่อแม่ก็ต้องจากไป สิ่งที่เหลือก็คือน้องสาว2คนที่เราต้องดูแล เราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่า

Crytallizing

ผมเริ่มหาพูดคุยกะเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ซึ่งทุกวันนี้มีเวลาว่างมากใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ลองหาธุรกิจเล็กๆสักอย่างทำ จะได้มีสาระขึ้นมาบ้าง

PROTOTYPING the new by linking head heart hand

จากการที่ที่เรามีการศึกษาสูงขึ้น มีมุมมองมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น เหมือนทำให้เรามีกำแพงล้อมรอบตัวที่สูงขึ้น ไม่กล้าออกจากกำแพง คิดอะไรก็ไม่กล้าทำ ดังนั้นเราต้องขจัดความกลัว กล้าที่จะกระโดกำแพงเพื่ออนาคตที่ดี

Performing by operating from the whole

ตอนนี้ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น และเริ่มที่จะลงมือทำ แลกเปลี่ยนความรู้ ศึกษาหาข้อมูลกับเพื่อน

ทิตาพันธ์ เริญไธสง 545740042-5 Sec.11
IP: xxx.171.38.30
เขียนเมื่อ 

ทิตาพันธ์ เริญไธสง 545740042-5 Y#13 Sec.11

ดิฉันได้เลือกทำ Dialogue กับคุณพ่อของดิฉันเองค่ะท่านอายุ 51 ปี เป็นเจ้าของกิจการผลิตและจำหน่ายรถเกษตรกรรม(รถอีแต๋น) ซึ่งเปิดดำเนินการมาแล้ว 20 ปีค่ะ ส่วนตัวดิฉันไม่ได้ช่วยกิจการของทางบ้านเลย เพราะคุณพ่อดิฉันไม่เปิดโอกาสและยังต่อต้านไม่ให้ดิฉันดำเนินกิจการต่อค่ะ ซึ่งทำให้เราไม่เคยได้นั่งคุยกันเลย Downloading คุณพ่อของดิฉันเป็นเสือยิ้มยากค่ะ ดุบ้างในบางครั้ง และท่านมักจะไม่ยอมรับข้อเสนอของดิฉันเกี่ยวกับกิจการที่บ้าน ซึ่งทำให้ดิฉันน้อยใจและไม่เข้าใจว่าคุณพ่อคิดอย่างไร จึงทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถูกปิดกั้นโอกาสจากคุณพ่อของดิฉันเอง

SUSPENDIND การที่จะขอนั่งฟังความคิดของคุณพ่อนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยค่ะ แต่ด้วยการเรียนการพัฒนาองค์กรเชิงบวกกับท่าน ดร.ภิญโญ รันตพันธุ์ ทำให้ดิฉันมีข้ออ้างในการนั่งรับฟังสิ่งที่คุณพ่อคิด ซึ่งคุณพ่อได้เล่าประสบการณ์ทำงานที่กว่าจะมาถึงวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง และท่านยังได้เล่าถึงปัญหามากมายที่กิจการต้องแบกรับอยู่ทุกวันนี้ อีกทั้งการต่อต้านเถ้าแก่คนใหม่ของพนักงาน เพราะทุกคนรักคุณพ่อดิฉันมาก ไม่ต้องการให้ใครมาแทนที่ REDIRECTING จากการนั่งฟังคุณพ่อ ดิฉันรู้สึกตกใจมากเพราะไม่คิดว่ากิจการที่บ้านที่ดูราบรื่นและไปได้ด้วยดีจะมีปัญหามากมายขนาดนี้ และอีกทั้งพนักงานยังไม่ต้องการเถ้าแก่คนใหม่อีก ทำให้ความคิดที่คุณพ่อต่อต้านดิฉันนั้นหายไปหมดสิ้น และเริ่มเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมคุณพ่อถึงแสดงออกกับดิฉันแบบนั้น

PRESENCING Connecting to the Source คุณพ่อทำให้ดิฉันมองย้อนมาที่ตัวเองว่า แค่ปัญหาเล็กๆดิฉันยังไม่สามารถผ่านไปได้เลย ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับที่คุณพ่อพบปัญหาและอุปสรรคมากมายและยังสามารถผ่านมาได้ด้วยดี ทำให้ดิฉันคิดว่าดิฉันเองคงต้องพยายามและหาประสบการณ์ให้มากกว่านี้ เพื่อให้คุณพ่อเห็นว่าดิฉันสามารถทำได้

Crytallizing เดิมดิฉันเคยคิดว่าการทำกิจการต่อคุณพ่อนั้น คงจะไม่ยากอะไร เพราะยังไม่เคยได้ลองลงมือทำดูสักครั้ง และไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอะไรมากมายหรือจะผ่านมาได้อย่างไร คิดแค่ว่าทำไมคุณพ่อไม่ให้โอกาส

PROTOTYPING the new by linking head heart hand ตอนนี้ดิฉันรู้แล้วว่าที่ผ่านมาคุณพ่อแสดงออกเหมือนว่าต่อต้านไม่ให้โอกาส แต่แท้ที่จริงแล้วคุณพ่อต้องการให้ดิฉันพิสูจน์ตัวเอง ต้องการให้ไปวิ่งหาประสบการณ์ เพื่อที่จะนำมาให้ในกิจการและสามารถยืนด้วยตัวเองได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง

Performing by operating from the whole ดิฉันได้สัญญากับคุณพ่อว่าหลังเรียนจบขอไปทำงานหาประสบการณ์ข้างนอกสองปี แล้วจะกลับมาพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่คุณพ่อบอกว่าดิฉันทำไม่ได้นั้นดิฉันทำได้ คุณพ่อตกลงและให้คำแนะนำต่างๆในการเริ่มการทำงาน ซึ่งทำให้ดิฉันดีใจและมีแรงผลักดันมากขึ้น และคิดว่าต้องทำได้

นอกจากนี้ดิฉันและคุณพ่อได้ตกลงกันว่าอีก 10 วันเราจะทำสื่อโฆษณาของร้านด้วยกันซึ่งตอนนี้ผ่านมา 10 วันแล้ว ผลที่ได้คือใบปลิว สปอตโฆษณา รีวิวต่างๆของทางร้าน ซึ่งเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเป็นอย่างมากทำให้ยอกสั่งจองรถอีแต๋นในเดือนนี้พุ่งขึ้นถึง 32 คัน เลยค่ะ แต่ที่สำคัญดิฉันและคุณพ่อเราคุยกันมากขึ้นครอบครัวเรายิ้มมากขึ้นค่ะ

545740109-9 Y.13 Sec.12 Downloading past pattern ผมได้รู้จักรุ่นน้องของผมคนหนึ่งซึ่งเส้นทางการดำเนินชีวิต การศึกษาการทำงานของเขาออกจะคล้ายๆกับผมซึ่งเรามีความรู้จักสนิทสนมกันดีตั้งแต่เริ่มมาเรียนที่ MBA เนื่องจากเรามีความชอบที่คล้ายๆกันมีการนัดสังสรรค์กันตลอดเราจึงทำความรู้จักกันเร็วและรู้จักนิสัยใจคอกันดีมาก Suspending Seeing with fresh eyes จนได้มาทำ Dialogue ผมฟังเรื่องราวของเขามาเรื่อยๆจากที่น้องเขาเป็นคนที่ดูจากภายนอกเป็นคนเที่ยวเล่นสนุกไปวันๆไม่มีเป้าหมายในชีวิตว่าเรียนจบแล้วจะไปทำอะไร เขาเล่าถึงทางครอบครัวเขามีน้องสาวอยู่ 2คนซึ่งอยู่ในวัยที่กำลังเรียนอยู่ เขาคิดว่าเขาจะหาทำธุรกิจอะไรซักอย่างหนึ่งเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระทางครอบครัวเป็นแนวทางที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่น้อง อยากให้น้องสบาย สามารดูแลน้องสาวทั้ง 2 สองของเขาเพื่อที่น้องจบมาจะได้มาช่วยงานทำโดยที่ไม่ต้องไปดิ้นรนหางานทำที่อื่น Redirecting Sensing from the field หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่รุ่นน้องเล่าทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นอกจากการที่เรามาเรียนหนังสือเพื่อ อนาคตของตนเองแล้ว เรายังต้องปูทางส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้ประสบความสำเร็จด้วย Letting go เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ความคิดของผมก็เริ่มเปลี่ยนหันมามองครอบครัวตนเองมากขึ้น Presencing connecting to Source เมื่อมองย้อนกลับมาดูตัวเอง ทำให้เราทราบว่าเรามีรุ่นน้องที่มีความรักต่อครอบครัวอยากรับผิดชอบในอนาคตข้างหน้าเพื่อให้ครอบครัวสุขสบาย ผมประทับใจที่มีรุ่นน้องที่มีความรักในครอบครัวไม่เที่ยวเล่นไปวันๆโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง Letting come เริ่มเข้าใจว่า ในการวางแผนเป้าหมายของชีวิตเราต้องวางเผื่อคนที่อยู่ข้างหลังซึ่งก็คือคนในครอบครัวของเรานั่นเอง Crystallizing vision and intention ผมเริ่มที่จะเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการทำธุระกิจกับรุ่นน้องซึ่งใครมีความรักความชอบทางด้านไหนก็เอามาคุยมาวางแผนกัน Prototyping the new by link-ing head,heart,hand หลังจากที่ได้คุยได้วางแผนก็ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร หาทำเลที่ไหนรวมทั้งมีผู้ร่วมอุดมการณ์เพิ่มมาอีกเป็นรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง Performing by operating from the whole หลังจากที่เราคุยกันแรื่องธุระกิจกันมากขึ้น ทำให้เรามีแผนที่จะทำธุระกิจชัดเจนมากขึ้น และเริ่มที่จะปฏิบัติลงมือทำเพราะหากคิดอย่างเดียวและไม่ลองเริ่มลงมือทำความสำเร็จก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

กนกชนม์ ชาญโพธิ์ 545740001-9 Y#13 sec 11
IP: xxx.171.38.30
เขียนเมื่อ 

กนกชนม์ ชาญโพธิ์ 545740001-9 Y#13 sec 11

ดิฉันได้เลือกทำ Dialogue กับเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนม.ปลาย เราสองคนสนิทกันมาก มีอะไรก็จะปรึกษากันไม่ว่าจะเรื่องเรียน ความรักหรือว่าเรื่องครอบครัว ถึงจะสนิทกันมากขนาดนี้แต่ก็มีบางเรื่อง บางความคิดของเพื่อนที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย

Downloading past patterns : ดิฉันได้รู้จักกับเพื่อนคนนี้ตั้งแต่ม.ปลาย ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบ9ปี ตั้งแต่เราได้รู้จักกันและเรียนมัธยมมาด้วยกัน ก็จะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ตั้งใจเรียน ขี้เกียจ เกเรมาก เกือบจะเรียนไม่จบม.6ด้วยซ้ำและดูเหมือนว่าจะเป็นเด็กมีปัญหา จนกระทั่งจะจบม.6 ดิฉันและเธอรวมทั้งเพื่อนในกลุ่มก็ได้แยกย้ายไปเรียนตามมหาวิทยาลัยที่แตกต่างกันไป

Suspending : แม้ว่าเราจะแยกย้ายกันไปเรียนแต่เราก็จะพูดคุยและเจอกันตลอดเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งได้เจอกันครั้งล่าสุดจึงขอให้เพื่อนช่วยทำ Dialogue เพื่อนได้เล่าเกี่ยวกับตัวเองตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย จากเมื่อก่อนเธอเป็นคนเกเร ไม่ตั้งใจเรียน แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ได้ไปเจอเพื่อนใหม่ สังคม และอะไรอีกมากมายที่เธอไม่เคยเจอ เธอรู้สึกว่าเธอจะมาทำตัวเกเร ไม่ตั้งใจเรียนเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว เพราะนี้คือชีวิตจริง มาเรียนเล่นๆ คิดว่ามันจะง่ายเหมือนตอนมัธยม มันไม่ใช่อีกต่อไป เพื่อนได้เปลี่ยนมุมมองและเปลี่ยนตัวเอง โดยหันมาตั้งใจเรียน ขยันอ่านหนังสือ ไม่เกเร มีความรับผิดชอบมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำก็เพื่ออนาคตของตัวเองไม่ใช่ใคร และที่สำคัญนึกถึงความเหนื่อยยากของพ่อแม่ในการหาเลี้ยงดูเราเธอคิดว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเองให้ได้ จนกระทั่งจบปริญญาตรี และตอนนี้ ได้เข้ารับราชการครูซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของพ่อและแม่เป็นอย่างมาก ซึ่งชีวิตในการทำงานเธอเล่าว่ามันไม่ง่าย คิดว่าเรียนยากแล้ว การทำงานยากยิ่งกว่า เธอบอกว่าเธอเหนื่อย เธอเบื่อ ไม่อยากที่จะทำงานแล้ว แต่นั้นก็เป็นแค่ความคิดชั่ววูบ สิ่งที่ทำให้เธอสู้ต่อไปกับชีวิตการทำงานคือพ่อแม่ เธอบอกว่าเธออยากทำให้พ่อแม่สบาย มีความสุขไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป

Redirecting Connecting to the source : จากการนั่งฟังเพื่อนเล่า ก็รู้สึกอึ้ง ไม่คิดว่าเพื่อนจะคิดได้ขนาดนี้ ทั้งที่เพื่อนเคยเกเรมาก่อน

Presencing connecting to the source : การเปลี่ยนมุมมอง การเปลี่ยนแนวคิดของเพื่อน ทำให้เราหันมามองตัวเองมากขึ้น ว่าใช้ชีวิตต่อไปเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร ทำให้ดิฉันคิดว่าตัวเองต้องตั้งใจและมีความมุ่งมั่นในการที่จะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จ

Crystallizing vision and intention : หลังจากได้ฟังเพื่อนเล่าวันนั้น ดิฉันเริ่มที่จะคิดและตั้งเป้าหมายให้กับชีวิตตัวเองว่าต่อจากนี้ไปจะทำอะไร เริ่มจริงจังกับชีวิตตัวเองมากขึ้นจากเดิมที่เที่ยวเล่น ไร้สาระไปวันๆ

Prototyping the new by linking head,heart,hand : หลังจากได้ฟังเพื่อนและพูดคุยกับเพื่อนทำให้เราเริ่มวางแผนกับชีวิตอีกทั่งการได้ฟังเพื่อนครั้งนี้ทำให้ตัวดิฉันมั่นใจมากขึ้นว่าการใช้ชีวิตจะต้องดีกว่าที่ผ่านมาแน่นอน ในเมื่อเพื่อนทำได้แล้วทำไมเราจะทำไมไม่ได้ แค่เราลองเปลี่ยนมุมมองความคิดของตัวเองแล้วจะพบอะไรใหม่ๆซ่อนอยู่

Performing by operating from the whole : ตอนนี้ตัวดิฉันมีเป้าหมายที่ชัดเจน และสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ ตั้งใจและมุ่งมั่นเพื่ออนาคตของตัวเอง

535740269-6 Y12 S2 สุพิชญา คลังบุญครอง เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้มีโอกาสนั่งฟังเพื่อนคนนึง เพื่อนผู้เปิดธุรกิจร้านเหล้ามาย่างเข้าปีที่10 ซึ่งไม่เคยได้มีโอกาสนั่งคุยกันมาก่อน เจอกันก็พากันเฮ้วไปวันๆ
Downloading past pattern ในความรู้สึกแรก คิดว่าเพื่อนเป็นคนไม่ได้คิดอะไรมาก มีชีวิตอยู่ในแสงสี สร้างความเฮฮาให้เพื่อนเสมอ ใครอกหัก ใครทะเลาะกับแฟน หรือมีปัญหาอะไร ก็มักจะไปปาร์ตี้กันเสมอ ด้วยความมีร้านเหล้าเป็นของตัวเอง มักจะชวนเพื่อนมารวมตัวกันอยู่เรื่อย Suspending Seeing with fresh eyes หลังจากให้พูด 30 นาที ช่วง 5 นาที่ ก็มีอาการเคอะเขิน กันเล็กน้อย เพราะถึงจะเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ไม่เคยเปนแบบนี้ แรกๆก็พูดถึงเรื่องกิจการร้านเหล้า พอซักพัก เพื่อนได้พูดถึงเรื่องพ่อ ในความทรงจำวันเด็กเค้าจำได้อยู่เสมอว่า ได้นั่งมอไซค์คันใหญ่และโก้เพื่อไปบ่อนไก่กะพ่อและน้องสาวอยู่เสมอ พ่อเป็นคุณครูในอำเภอเล็กๆ ที่พอถึงวันเสาร์ อาทิตย์ มักมีเวลาเพื่อไปตีไก่ พ่อดูแลไก่ดีกว่าตัวเองซะอีก เป็นความคิดของเค้าเมื่อสมัยเด็กๆ ถึงตอนนี้พ่อจะเสียไปได้5ปีแล้วด้วยโรคมะเร็ง แต่สิ่งที่ทำให้เสียใจคือพ่ออยากให้เรียนสูง แต่ตัวเค้าเกเรไม่ยอมเรียน บอกว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง เลยดื้อที่จะเปิดร้านเหล้าเล็กๆเมื่อ10ปีก่อน ถึงแม้ตอนนี้จะประสบความสำเร็จด้วยการเปิดหลายร้าน แตยังเสียใจที่พ่อไม่ได้เห็นความสำเร็จ ถึงแม้จะไม่ได้เรียนอย่างที่พ่อตั้งใจ พอฟังถึงตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วเปลี่ยนมุมมองใหม่ แล้วก็เริ่มรู้สึก(Sensing from the field) ว่าเค้ามีอีกด้านที่น่าสงสาร แล้วก็ปลดปล่อย มายาคติ ที่มีตอนแรกออกไป(Letting it go) แล้วหัน มาย้อมนึกถึงตัวเองที่โชคดีแค่ไหนที่พ่อกับแม่ยังอยู่กับเราWho is myself?และสิ่งที่เรามองเพื่อนที่สนุกสนานไปวันๆ ไม่ได้คิดไร เค้าก้อมีอีกมุมมองอื่น หลังจากฟังไปเกือบจบ เค้ารู้สึกเสียใจที่พ่อไม่ได้เห็นวันนี้ พ่อจากเค้าเร็วเกินไป จนไม่มีโอกาสทำอะไรให้พ่อได้มากนัก ถึงจะมีเงินมากมายแล้วแต่มีแค่โอกาสที่ทำบุญไปให้พ่อเท่านั้น แล้วก็ทำได้เพียงเตือนเด็กคนอื่นที่ไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวว่าให้รักครอบครัวให้มากเท่าที่มีโอกาศจะทำได้Letting comeหลังจากฟังทำให้เกิดความคิดขึ้น หลังจากฟังจบมีแรงบัลดาลใจอันแน่วแน่ว่าจะดูแลพ่อ แม่ให้ดี และ จะเป็นลูกที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในขณะที่ท่านยังอยู่เพื่อดูความสำเร็จของเรา(Prototyping the new by linking head heart hand) เปลี่ยนความคิดจากเพื่อนใหม่จากที่คิดว่าบ้างคนไม่ได้คิดไร เค้าอาจมีหลายมุมมองที่มีสาระแล้วใช้เป็นบทเรียนแก่เราโดยไม่ต้องประสบพบเจอกับตัวเองก่อนถึงจะเข้าใจ

นาย วรโชค ชัยเนตร
IP: xxx.48.121.34
เขียนเมื่อ 

ผมนายวรโชค ชัยเนตร รหัส 545740114-6 Sec.11 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้คุยกะเพื่อนที่สนิทกันมาคนหนึ่งเขาชื่อว่าโป้ โป้เป็คนตุ้ยนุ้ยผมมองว่าเขาเหมือนโดเรม่อนแต่ตอนนี้น้ำหนักเค้าก็ลดลงไปเยอะจนน่าตกใจเนื่องจากเขาพึ่งเลิกกับแฟนไปหมาดๆทำให้เขาถึงขนาดตรอมใจไม่ทานอาหารและแทบจะไม่ทานอะไรเลย โป้ดูภายนอกเขาเป็นคนที่ตลก ฮาๆ ชิลๆ บางทีก็ชิลจนบางทีผมคิดว่าเค้าเป็นคนไม่คิดอะไรถึงขนาดว่าเพื่อนแกล้งเขาแรงๆก็ไม่เคยโกรธอีกอย่างในสายตาผมโป้เป็นเด็กคือต้องการอะไรโดยที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย เรื่อยเปื่อย เตรดเตร่

แต่หลังจากที่ผมได้คุยกับโป้ในเวลา30นาทีก็ทำให้ผมถึงกับตกใจครับถึงขนาดว่าผมไม่แน่ใจว่าคุยกับโป้คนเดิมหรือเปล่าเพราะเขามีแนวคิดที่หน้าสนใจครับ ตอนนี้เค้าวางเป้าหมายชีวิตไว้ว่าจะต้องตอบแทนผู้มีพระคุณต่อเขา และเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ตอบแทนคนที่เขารักและจะทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองและคนรอบข้างเขามีความสุข

DOWNLOADING past pattern ผมและเพื่อนคนนี้(โป้)เรารู้จักกันตั้งแต่ชั้นประถมผมกับโป้เราค่อนข้างสนิทกันมาก ตลอดเวลาที่ผมได้รู้จักกันผมมองเค้าว่าเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใจ และเป็นคนตลก SUSPENDIND หลังจากที่ผมได้เรียนวิชาการพัฒนาองค์กรเชิงบวก ทำให้ได้มีโอกาสได้ฟังความฝันของเขาว่าเค้าอยากเปิดร้านขายของเก่าหรือของมือสองแบบเปิดหน้าร้านและแบบออนไลน์ REDIRECTING ผมรู้สึกดีใจมากครับที่มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่สนิทและไม่ได้เจอกันนาน ผมดีใจตรงที่ตอนนี้เค้ามีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เค้าวางแผนเป็นลำดับขั้นเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่เขาตั้งไว้ PRESENCING Connecting to the Source ความคิดของผมที่คิดไว้คือผมต้องการทำงานก่อนที่จะประกอบธุรกิจอะไรซักอย่างเป็นของตัวเองเพราะผมคิดว่าการไปเป็นลูกน้องหรือการไปมีประสบการณ์จากที่อื่นจะทำให้เราเข้มแข็งและมั่นคงได้ Crytallizing ณ ตอนนี้ผมยังไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอนเลยทำตัวล่องลอยไปวันๆอยากทำนั่น ทำนี่ ก็ไม่กล้าเสี่ยงกลัวว่าตัวเองจะต้องเจ็บหากลงมือทำจริงๆ PROTOTYPING the new by linking head heart hand จริงๆผมก็วาดฝันเหมือนทุกๆคนนั่นแหละครับเพียงแต่ฝันของผมมันอาจจะไกลเกินเอื้อมไปหน่อยเพราะผมเองยังไม่เริ่มสานฝันตัวเองตั้งแต่วันนี้ดีแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ แต่ถ้าให้ผมฝันต่อผมอยากจะทำงานที่ต่างประเทศผมอยากไปเรียนรู้วัฒนธรรมของคนที่เราไม่เคยได้รู้จักถือว่าไปเปิดมุมมองให้ตัวเองไปในตัว Performing by operating from the whole ตอนนี้ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะไปให้ถึงฝันของผมคือการได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ การที่จะไปใหถึงฝันได้นั้นผมต้องคิดไกลกว่านี้ ขยันกว่านี้ และกระตือรือร้นกว่านี้ ผมต้องหมั่นเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพราะภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่เราต้องได้ใช้ในชีวิตประจำวันในอนาคต

535740269-6 Y12 S2 สุพิชญา คลังบุญครอง เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้มีโอกาสนั่งฟังเพื่อนคนนึง เพื่อนผู้เปิดธุรกิจร้านเหล้ามาย่างเข้าปีที่10 ซึ่งไม่เคยได้มีโอกาสนั่งคุยกันมาก่อน เจอกันก็พากันเฮ้วไปวันๆ
Downloading past pattern ในความรู้สึกแรก คิดว่าเพื่อนเป็นคนไม่ได้คิดอะไรมาก มีชีวิตอยู่ในแสงสี สร้างความเฮฮาให้เพื่อนเสมอ ใครอกหัก ใครทะเลาะกับแฟน หรือมีปัญหาอะไร ก็มักจะไปปาร์ตี้กันเสมอ ด้วยความมีร้านเหล้าเป็นของตัวเอง มักจะชวนเพื่อนมารวมตัวกันอยู่เรื่อย Suspending Seeing with fresh eyes หลังจากให้พูด 30 นาที ช่วง 5 นาที่ ก็มีอาการเคอะเขิน กันเล็กน้อย เพราะถึงจะเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ไม่เคยเปนแบบนี้ แรกๆก็พูดถึงเรื่องกิจการร้านเหล้า พอซักพัก เพื่อนได้พูดถึงเรื่องพ่อ ในความทรงจำวันเด็กเค้าจำได้อยู่เสมอว่า ได้นั่งมอไซค์คันใหญ่และโก้เพื่อไปบ่อนไก่กะพ่อและน้องสาวอยู่เสมอ พ่อเป็นคุณครูในอำเภอเล็กๆ ที่พอถึงวันเสาร์ อาทิตย์ มักมีเวลาเพื่อไปตีไก่ พ่อดูแลไก่ดีกว่าตัวเองซะอีก เป็นความคิดของเค้าเมื่อสมัยเด็กๆ ถึงตอนนี้พ่อจะเสียไปได้5ปีแล้วด้วยโรคมะเร็ง แต่สิ่งที่ทำให้เสียใจคือพ่ออยากให้เรียนสูง แต่ตัวเค้าเกเรไม่ยอมเรียน บอกว่าอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง เลยดื้อที่จะเปิดร้านเหล้าเล็กๆเมื่อ10ปีก่อน ถึงแม้ตอนนี้จะประสบความสำเร็จด้วยการเปิดหลายร้าน แตยังเสียใจที่พ่อไม่ได้เห็นความสำเร็จ ถึงแม้จะไม่ได้เรียนอย่างที่พ่อตั้งใจ พอฟังถึงตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วเปลี่ยนมุมมองใหม่ แล้วก็เริ่มรู้สึก(Sensing from the field) ว่าเค้ามีอีกด้านที่น่าสงสาร แล้วก็ปลดปล่อย มายาคติ ที่มีตอนแรกออกไป(Letting it go) แล้วหัน มาย้อมนึกถึงตัวเองที่โชคดีแค่ไหนที่พ่อกับแม่ยังอยู่กับเราWho is myself?และสิ่งที่เรามองเพื่อนที่สนุกสนานไปวันๆ ไม่ได้คิดไร เค้าก้อมีอีกมุมมองอื่น หลังจากฟังไปเกือบจบ เค้ารู้สึกเสียใจที่พ่อไม่ได้เห็นวันนี้ พ่อจากเค้าเร็วเกินไป จนไม่มีโอกาสทำอะไรให้พ่อได้มากนัก ถึงจะมีเงินมากมายแล้วแต่มีแค่โอกาสที่ทำบุญไปให้พ่อเท่านั้น แล้วก็ทำได้เพียงเตือนเด็กคนอื่นที่ไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวว่าให้รักครอบครัวให้มากเท่าที่มีโอกาศจะทำได้Letting comeหลังจากฟังทำให้เกิดความคิดขึ้น หลังจากฟังจบมีแรงบัลดาลใจอันแน่วแน่ว่าจะดูแลพ่อ แม่ให้ดี และ จะเป็นลูกที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในขณะที่ท่านยังอยู่เพื่อดูความสำเร็จของเรา(Prototyping the new by linking head heart hand) เปลี่ยนความคิดจากเพื่อนใหม่จากที่คิดว่าบ้างคนไม่ได้คิดไร เค้าอาจมีหลายมุมมองที่มีสาระแล้วใช้เป็นบทเรียนแก่เราโดยไม่ต้องประสบพบเจอกับตัวเองก่อนถึงจะเข้าใจPerforming by operating from the whole จะมีเวลาให้พ่อกับแม่มากขึ้นและทำตัวเปนลูกที่ดีค่ะ

เขียนเมื่อ 

535740237-9 Young 12 Sec.2 ดิฉันไปนั่งฟังพี่คนหนึ่งขออนุญาติไม่ออกชื่อและใบหน้า เป็นเวลา 30 นาที ทำให้ทราบ รายละเอียดขอเขามาขึ้นจากเดิมมาก คือจากที่เคยมองว่าเค้าดู ตลก ไม่มีความทุก ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปวันวัน ก็เข้าใจมากขึ้นเขาเล่าถึง ธนาคารที่ต้องจากดอกเบี้ยแต่ละเดือนเท่าไหร่ เล่าถึงความโหดของธนาคารที่เก็บดอกเบี้ยได้ 9 % เข้าว่ามันเหมือนกับการทำงานใช้หนี้ ทำได้เท่าไหร่เอาไปจ่ายดอกหมด ไม่มีเงินเหลือสำหรับการใช้ แบบฟุ่มเฟือย หลายคนอาจมองว่า มีเงินรวยแต่พวกเขาไม่ได้มองถึงดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้กับธนาคาร มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ มันเป็นเหมือนปัญหาที่แก้ไข อย่างไม่มีวันจนสิ้น แล้วโยงมาถึงการเข้าไปการที่เขาได้ไปดูการหนังที่เกี่ยวกับ ศาลที่ ฟ้องร้อง แล้วนึกสิ่งนั้นมาศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติม เมื่อเข้าใจก็นำมันมาใช้ เล่าถึงครอบครัวความเป็นอยู่ DOWNLOADING past pattern เข้าใจว่าเขา เป็นคนคุยเก่ง ชอบการเที่ยวเฮฮากับเพื่อน ทำงานเหมือนพนักงานทั่วไป SUSPENDIND หลังจากได้ฟังที่เขาพูดก็ ทราบว่าจริงๆนั้นเขามีปัญหาทางการเงิน ที่หาเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ REDIRECTING มองเห็นความขยันมั่นศึกษาหาความรู้รอบตัวของเขาไม่ปล่อยให้อะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วผ่านไปเฉยๆ จะเก็บเอามาคิดวิเคราะห์และปรับเข้ามาใช้กับชีวิต และดูเป็นคนรอบครอบ PRESENCING Connecting to the Source จากที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างมากนัก ไม่เข้าใจว่าสนใจไปแล้วเราได้อะไรมีประโยชน์อะไร รู้ไปเพื่ออะไรไม่มีประโยชน์ สนใจแต่เรื่องของตน ก็ทำให้เข้าใจว่า สิ่งที่อยู่รอบตัวเรานี้ถ้ารู้ไว้ก็มีประโยชน์กับเรา แม้จะไม่ใช่ในเวลานั้นที่เรารู้เรื่องมา แต่จะมีประโยชน์ในวันข้างหน้า สักวันนึกสิ่งนั้นจะมีประโยชน์กับเราได้เมื่อถึงเวลาของมัน และ เข้าใจว่าคนเรามองที่หน้าตาไม่อาจตัดสินคนได้ต้องได้เข้าไปศึกษาเค้า ไปเข้าใจชีวิตเค้า ก่อนจะตัดสินเขาว่าเขาเป็นคนอย่างไร “อย่าตัดสินคนที่หน้าตา” บางทีพวกที่หน้าตาดีอาจเป็นโจร และคนที่หน้าตาเหมือนโจร อาจเป็นนักบุญก็เป็นไปได้เหมือนกัน และถ้าเราได้ศึกษาใครอย่างจริงจังแล้วก็จะทำให้เราทราบถึงเบื้องลึกของเค้านั้น ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เค้ามีกว่าที่เราคิดไว้เยอะ คนเรานี้ชอบมองคนอื่นในแง่ลบเสมอ แล้วมองตัวเองดี ไม่มีใครคิดร้ายกับตัวเองแน่นอนอยู่แล้วคิดว่าตัวดี คนอื่นไม่ดี สรุป อย่ามองคนที่เปลือกนอก ให้มองถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา และอย่างตัดสินเขาถ้าไม่ได้รู้จักเขาอย่างแม้จริง PROTOTYPING the new by linking head heart hand เก็บเงินเพื่อซื้อความมั่นคงแก่ชีวิต มีชีวิตที่เรียบง่าย ทวนกระแสความยุ่งยากของสังคมเมือง Performing by operating from the whole มองเห็นความไม่แน่นอนในชีวิต ชีวิตมีขึ้นลง ชีวิตไม่แน่นอนวันนี้อาจมีกินมีใช้ วันหน้าอาจไม่มีก็ได้ อยากมีอะไรที่เป็นหลักประกันให้กับชีวิตที่ยั่งยืน เลยคิดว่าอยากเก็บเงินปลูกบ้าน เล็กๆ ปลูกผักกินเอง ทำอะไรที่ดีๆ และเงินที่เหลือก็เก็บไว้รักษาตัวเองเมื่อแก่ตัว เพราะชีวิตไม่แน่นอนวันข้างหน้าเราอาจไม่เหลือใคร ควรมีอะไรที่เป็นความยั่งยืนแก่ชีวิต

ขอขอบคุณแนวความคิดและสิ่งที่สอนมาในคำพูดบางคำของพี่คนนั้นค่ะ

เขียนเมื่อ 

รบกวนอาจารย์ช่วยลบโพสต์ #2654935 และ #2654937 ขอบคุณค่ะ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาดิฉันได้นั่งคุยกับพี่คนหนึ่งที่เป็นพี่ที่เรียนห้องเดียวกันกลุ่มเดียวกันเป็นเวลา30นาทีเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของพี่เค้า 1 DOWNLOADING past pattern

ตั้งแต่แรกที่รู้จักกันตามความคิดของดิฉันพี่เค้าเป็นสนุกร่าเริงเฮฮาเหมือนคนที่ไม่คิดเรื่องไรมาก

2 SUSPENDIND seeing with fresh eyes

หลังจากที่ได้มีโอกาสทำ Dialogue ของท่าน ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ ดิฉันได้ฟังพี่ยุ้ยพูดถึงเรื่องราวในวัยเด็กและหน้าที่การงานที่พี่ยุ้ยต้องรับผิดชอบต่างๆที่บ้านซึ่งบ้านพี่ยุ้ยทำธุรกิจโรงน้ำแข็งร้านเน็ตและร้านเกมซึ่งพี่ยุ้ยต้องกลับบ้านทุกอาทิตย์ทั้งๆที่สนิทกันดิฉันไม่เคยรู้เลยว่าทำไมพี่ยุ้ยต้องกลับบ้านทุกอาทิตย์ แล้วพี่ยุ้ยก้อเล่าให้ฟังว่าพี่ยุ้ยกลับบ้านทุกอาทิตย์เพื่อไปเฝ้าร้านช่วยที่บ้านบางครั้งหากส่งน้ำแข็งไม่ทันพี่ยุ้ยต้องเป็นคนขับรถส่งน้ำแข็งช่วยและต้องยกกระสอบน้ำแข็งเองด้วยแล้วพอตอนดึกพี่ยุ้ยก็ต้องไปเฝ้าร้านเกมและร้านเน็ตช่วยพี่บ้านเพราะที่บ้านพี่ยุ้ยมีเเต่ผู้หญิงและพี่ยุ้ยก็บอกว่าพี่ยุ้ยรักครอบครัวของพี่ยุ้ยมาก

3 REDIRECTING Sensing from the field

ดิฉันรู้สึกแปลกใจมากๆค่ะตรงที่ว่าพี่ยุ้ยเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆผอมๆซึ่งดิฉันไม่คิดว่าพี่ยุ้ยจะสามารถยกกระสอบน้ำแข็งขับรถส่งน้ำแข็งและทำงานหลายๆอย่างได้เยอะขนาดนี้

4 PRESENCING Connecting to the Source

หลังจากฟังที่พี่ยุ้ยพูดมุมมองที่มองพี่ยุ้ยต่างออกไปเปลี่ยนไป

5 Crytallizing Visioning and Intension

หลังจากฟังที่พี่ยุ้ยพูดให้ฟังแล้วดิฉันก็ลองย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองว่าได้ทำอะไรให้กลับที่บ้านบ้างมีงานอะไรที่บ้านที่ดิฉันสามารถช่วยที่บ้านทำได้บ้างซึ่งที่ผ่านมาดิฉันไม่ได้ช่วยงานอะไรของที่บ้านทำเลยบ้านก็ไม่ค่อยกลับได้เเต่โทรศัพท์คุยกับที่บ้าน

6 PROTOTYPING the new by linking head heart hand

ดิฉันคิดจะกลับบ้านให้มากขึ้นช่วยเหลืองานที่บ้านที่ดิฉันสามารถช่วยทำได้และจะช่วยแบ่งเบาภาระงานต่างๆของที่บ้านซึ่งอาจจะเป็นงานที่ดิฉันไม่ชอบเเต่กิจการงานที่บ้านก็เป็นสิ่งทำให้ดิฉันมีวันนี้และเป็นกิจการที่ครอบครัวหวังที่จะดิฉันทำต่อ

7 Performing by operating from the whole

ดิฉันมีเป้าหมายในชีวิตให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้นและคิดถึงคนในครอบครัวเยอะขึ้นและดิฉันก้อจะรักดูแลและสานต่อกิจการงานที่บ้านให้ดียิ่งๆขึ้นไปและจะไม่ทำให้ที่บ้านผิดหวังกับตัวดิฉันค่ะ

นายจักรพันธุ์ มั่นคง
IP: xxx.48.131.139
เขียนเมื่อ 

นายจักรพันธุ์ มั่นคง 525740013-0 sec.11

เริ่มจากการ Downloading past pattern…ผมมีพี่ชายที่เป็นญาติคนหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากเป็นพิเศษ เค้าจะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ในเวลาที่เพื่อนพี่เค้าชวนออกมาดื่มเพื่อพบปะสังสรรค์กัน เค้าก็มักจะปฏิเสทเสมอแม้กระทั่งบางทีชวนออกมาเตะบอลเค้าก็ยังไม่มาโดยอ้างว่าไม่ว่างตลอด จนทำให้ในหมู่เพื่อนเค้าซึ่งก็เป็นรุ่นพี่ผมด้วยถึงขั้นพูดขึ้นว่า “ไม่เอาเพื่อนไม่เอาฝูง” แม้แต่ผมเองซึ่งมีศักเป็นน้องชวนแกออกมาก็ยังไม่มาจนผมก็มีอคติกับแกด้วยเช่นกัน แต่ผมก็ไม่ได้ถือสาไรมาก เพราะแกก็เป็นพี่ผม

ต่อจากนั้นมาผมก็ได้มีโอกาสดื่มกับแกก็ด้วยที่ว่าแกชอบดูฟุตบอล ผมเลยถือโอกาสชวนแกออกมา ส่วนตัวนั้น ผมเองก็อยากรู้ว่าแกเป็นคนยังไงกันแน่ ก็เนื่องด้วยได้มีโอกาสเรียนรู้การทำ Dialog ของท่านอาจารย์ ภิญโญ วันนี้จึงเป็นวันที่เหมาะ.... ตอนแรกก็เริ่มจากคุยเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับฟุตบอล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบกันทั้งคู่ ต่อมาพอดื่มได้ที่(ซึ่งไม่ถึงกับเมา) พี่เค้าก็เริ่มพูดถึงเรื่องตัวเองเป็นอารมณ์บ่นซะมากว่าผมก็แขวนคับ นั่งฟังให้พี่เค้าบ่นให้ฟังไป (Suspending) ฟังไปฟังมาถึงรู้ว่าช่วงนี้แกมีปัญหาเรื่องเงินซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แกมักจะไม่อยากออกมาข้างนอก เท่าที่รู้มานั้นแกก็ไม่ได้ถือว่ามีฐานะดีแต่ก็พอกินพอใช้ หลังจากที่แกช่วยกันกับแม่ดันจนน้องสาวเรียนจบแล้วนั้น และในตอนนี้น้องแกก็ยังไม่มีงานทำแต่ก็อยากได้รถยนต์ แกก็เลยต้องทำงานหนักและยังต้องประหยัดเป็นพิเศษ เครียด แต่ด้วยที่แกมีแค่น้องกับแม่แกเลยต้องทำ(พ่อหย่ากับแม่แล้ว)...

ถึงตรงนั้น ผมก็เห็นทันทีเลยคับ (Seeing with fresh eyes) ว่าเป็นอย่างนี้นี่เองที่แกไม่อยากออกมาข้างนอก แล้วก็รู้สึก (Sensing from the field ) ว่าแกรักแม่และน้องและต้องแบกรับภาระขนาดไหน ผมจึงปล่อยไอ้ความคิดที่ว่าแกนิสัยไม่เอาใครเลยออกไป...(Letting go)

หลังจากนั้น ผมก็มองย้อนดูตัวเอง (Who is myself?) ว่าเรากำลังมองพี่ชายเราผิดไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ เราไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของแกด้วยซ้ำ และตัวเราบ้างหละ เราทำอะไรอยู่ (What is my work?) นี่เราก็ยังไม่ได้เป็นคนที่คิดได้เหมือนแกเลย ยังใช้เงินไปวันๆโดยที่ไม่ได้คิดไรมาก ผมคิดว่าต้องปรับปรุงตัวเองบ้างแล้ว

ผมก็ฟังแกต่อไปเรื่อยๆ โดยเปิดรับมากขึ้นคือ...ให้แกเล่ามาเรื่อยๆเลย(Letting come) จากที่ดู แกเป็นคนที่ติดดินมาก เซอๆ หรือออกจะเป็นทางด้านขาลุย แกก็เล่าว่าชอบเที่ยวป่าเดินเขา ชอบใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ไม่ยึดติดสังคม มีน้อยใช้น้อย ไม่ต้องการไรมากมายประมาณว่าใช้ชีวิตอย่างพอเพียงจริงๆ แกจะเป็นคนรักแม่รักน้องสาวมาก คือมีอะไรให้หมด หลังจากฟังแกจนจบ ผมจึงมีความคิดที่ว่า (Vision and intention) จะต้องปรับปรุงทัศนคติที่มีต่อพี่เค้า และจะพยายามเรียนรู้สิ่งดีๆจากพี่เค้ามาให้มากที่สุด และจะหาเวลาว่างชวนแกออกมาพบปะกันบ่อยขึ้น

จากนั้น ผมกับพี่ก็ได้มีโอกาสพบกันบ่อยขึ้น (Prototyping the new by linking head heart hand) คือการออกมาดูฟุตบอลด้วยกัน เราเริ่มคุย และดูเหมือนว่าจะสนิทกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ในบางครั้งถ้าผมมีเงินมากกว่าผมก็จะออกค่าใช้จ่ายมากกว่า เพราะก็เข้าใจเค้าไม่อยากให้เค้าต้องกังวล

การที่เราได้พูดคุยกันมากขึ้น ทำให้เรามีกิจกรรมร่วมกันบ่อยมากขึ้นตามไปด้วย(Performing by operating from the whole) และเราก็ได้มีการนัดแนะถึงเรื่องที่จะไปเที่ยวกัน เพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติมากนัก เราจะไปกันในหมู่เพื่อน น่าจะเป็นช่วงหน้าหนาวในปีนี้ และนั่นเอง ที่ทำให้ผมกับพี่เข้าใจและสนิทกันมากขึ้น

เขียนเมื่อ 

545740085-7 (พัชรี พงษ์โดนันทสุข) Y#13 Sec.11

ฉันและครอบครัวมีโอกาสเข้าร่วมกระชับความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ผลิต (ของบริษัทแห่งหนึ่ง) กับผู้ขายที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 2 เดือนก่อน โดยมีกลุ่มผู้ขายทั่วประเทศ ที่ทำเป้าที่ทางบริษัทกำหนดได้ จะมีโอกาสได้เที่ยวชมฟรี ถือเป็นแผนการตอบแทน+รักษาลูกค้าของบริษัท และนั่นจะเป็นทริปที่พิเศษไม่ได้เลยถ้าฉันไม่ได้พบกับรุ่นพี่คนหนึ่ง (ที่เคยสนิท) พักอยู่โรงแรมด้วยกันอย่างบังเอิญ

Downloading past pattern “ฉันเคยมีความใฝ่ฝันในอาชีพที่ฉันอยากจะเป็นและอยากจะทำ ตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย (ในสายภาษา) จนถึงปัจจุบัน มันยังเป็นความฝันเดียวที่ฉันรักและอยากจะเป็น แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มันถูกกลบฝังไว้ ด้วยข้ออ้างทางความคิดที่ฉันไม่กล้าที่จะพูดออกไป”

รุ่นพี่ที่เคยสนิทคนนี้ ฉันได้รู้จักเธอจาก blog ส่วนตัวของเธอเกี่ยวกับการก้าวมาเป็น Flight Attendant ฉันทึ่งและติดตามอ่าน blog ของเธอและ add e-mail จากนั้นเราได้คุย msn กันเสมอ เป็นเวลาหลายปี และมีโอกาสนัดพบปะกันบ่อยครั้งเมื่อได้ไปกรุงเทพเหตุบังเอิญในการพบกันครั้งนี้ เราได้เลือกล็อบบี้ของโรงแรมเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ผ่านมาของฉันและเธอ

SUSPENDIND ฉันฟังเธอเล่าเรื่องการเดินทาง(เกือบจะรอบโลก) อย่างไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน การเดินทางพร้อมกับงาน ที่เธอได้เล่ามากมายไหลผ่านโสทการรับรู้อย่างตั้งใจฟังของฉันเธอได้พูดในประเด็นอื่นๆอีกว่า ทุกวันนี้เธอทำงานกับสายการ บินตะวันออกกลางแห่งหนึ่งจะ 10 ปีแล้ว ไปเหยียบหิมะเล่นมาจนทั่วทุกมุมโลกก็ถึงจุดอิ่มตัวแล้วเหมือนกันและที่ทำได้ขนาดนี้เพราะเธอมีความสุขกับงานที่เธอทำทั้งยังรักในอาชีพ ปัจจุบันขึ้นเป็น Cabin Senior Director (Inflight manager) ซึ่งสูงกว่าตำแหน่ง Purser ซะอีก เงินเดือนที่ได้ตอนนี้รวมค่ารูทบิน+ขายของบนเครื่องเฉลี่ยคิดเป็นเงินไทยแล้วกว่าครึ่งล้าน แน่นอนว่าความสำเร็จของเธอแรกด้วยการไป Base อยู่ที่นั่น ทนความคิดถึงบ้าน+อดทน และจิตใจต้องเข้มแข็ง สงบ เธอพึ่งธรรมะนั่นเอง เธอภาคภูมิใจในตัวเองที่ส่งเสียให้พ่อแม่ได้สบาย กับความภาคภูมิใจที่เป็นคนไทยไม่กี่คนที่ก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดบนเครื่องรองจากกัปตันขับเครื่องบินและขณะนี้เธอวางแผนการออมเงินไว้ใช้ตอนอายุมาก โดยเริ่มจากออมหุ้นเป็นประจำทุกเดือนตลอดระยะเวลา 10 ปีอีก 2 ปีก็จะครบกำหนด จากนั้นเธอก็จะถอนเงินออกมา(เป็นเงินหลายล้านบาท) อีกทั้งได้ลงทุนกับเพื่อนอีกคนทำครีมบำรุงผิวหน้าของตัวเองจัดจำหน่าย ธุรกิจนี้เกิดจากการเดินทางไปทั่วโลกแล้วได้ลองมีโอกาสเจอของดีๆ จึงจัดทำการจดทะเบียนเป็นของตัวเองแล้วจาก lab ที่ออสเตรเลีย ทำขายมาเกือบ 2 ปีแล้วได้ผลตอบรับดีมาก (ระหว่างที่ฉันฟังเธอเล่าเรื่องน่าสนใจต่างๆนั้น ฉันได้แต่คิดกับตัวเองในใจซ้ำๆว่า ถ้าเราได้เป็นแบบเธอคงดี ฉันคงมีความสุขมากถ้าได้ทำงานนั้น ) จนกระทั่งเธอถามถึงเรื่องราวของฉันบ้าง ฉันได้บอกเธอถึงสาเหตุจำเป็นถึงการละทิ้งความฝัน รวมทั้งเรื่องราวปัจจุบันต่างๆของฉัน เธอเข้าใจและให้กำลังใจฉันอย่างอบอุ่น สิ่งสุดท้ายก่อนจากกันเธอพูดในสิ่งที่เรียกว่า ให้ฉันซื่อสัตย์ต่อใจตัวเอง ยืนหยัดกับสิ่วที่ตัวเองรัก และกล้าสู้เพื่อความสุขของตัวเอง ความฝันของตัวเอง ในเมื่อชีวิตนี้มันเป็นของฉัน -จงควบคุมมันให้ดีอย่างที่เคยเป็น-

ฝันเถอะหากจะฝัน และจงทำฝันนั้นให้ยิ่งใหญ่

ฝันเถอะหากจะฝัน แต่ฝันนั้นจะเป็นจริงได้ ต่อเมื่อลงมือทำ

เคยไหมมี คนเคยบอกว่า...ไหนลองแบมือมาสิ ขอดูลายมือหน่อย ลายมือแบบนี้...ขอทำนาย ทายทัก ว่าจะรวย และรุ่งเรือง

คิดเงินได้เงิน คิดอะไรจะสมหวัง

ไหนลองกำมือสิ...แบมือ...กำมือ...

อืมส์...ไม่ว่าจะกำมือ หรือจะแบมือ เราทำได้ด้วยตัวเราเองนี่นะ อย่าปล่อยให้ใครมาลิขิตชีวิตเรา...ชีวิตเรา เราลิขิตเองได้...ทุกอย่างอยู่ในกำมือ ถ้าตั้งใจทำคุณจะพบกับความสำเร็จ...ต่อให้ใครมาทำนายทายทัก ว่าคุณจะรวย จะรุ่งเรือง แต่ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย...ก็ได้แต่ เป็นแค่ จะรวย และจะรวย แต่ไม่รวยสักที เส้นชัย...มีไว้ให้คนที่ไขว่คว้ามัน

REDIRECTING พอได้ฟังเช่นนั้นแล้ว ทำให้ทราบว่าอาชีพที่เรารักและอยากจะเป็นยิ่งกว่าสร้างความสุข และมั่นคงด้วยตัวเองได้ หากเรามีการวางแผนและการจัดการที่ดีทางการเงิน ฉลาดที่จะกอบโกย ลงทุนกับสิ่งที่ได้มา ตักตวง-เก็บออมให้มีไว้ใช้เรื่อยๆ ไม่ลำบาก

PRESENCING Connecting to the Source จากที่อ่านแนวคิดการประสบความสำเร็จสารพัดวิธีสร้างความสุขแก่ตัวเอง จากหนังสือมานับไม่ถ้วน และคิดว่าจะทำได้ในสักวัน แต่ในวันนี้ยังทำได้แค่เพียงฟังความสำเร็จจากผู้อื่น แล้วเมื่อไหร่จะเป็นเรา? Crystallizing เมื่อมองย้อนมาว่าอะไรเป็นปัจจัยทำให้เราลืมความฝัน นั่นคือธุรกิจที่ต้องช่วยครอบครัวดูแลมากขึ้น เนื่องจากได้ขยายกิจการ ฉันต้องช่วยทุกคนในครอบครัวดูแล ช่วยผ่อนภาระหน้าที่การงานของพ่อแม่ เนื่องจากท่านอายุมากขึ้นทุกที

PROTOTYPING the new by linking head heat hand จากนั้นตัดสินใจเล่าถึงความฝันของตัวเองและเป้าหมายในชีวิต ของเราที่คิดไว้ให้แม่ฟัง ความสุขที่สุดหากได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก เราตัดสินใจถามขอโอกาสไปตรงๆ (แต่ยังไม่ได้คำตอบ) ต่อมาก็ได้คำตอบว่า.. ท่านอนุญาตให้เราไปค้นหาสิ่งที่ตัวเองรัก (ภายใต้เงื่อนไขว่า.. ทำให้ดีที่สุด) และไม่ต้องห่วงธุระทาง ครอบครัว; พี่ชายฉันจะสามารถดูแลทั้งหมดในอนาคตเอง “หัวใจเป็นของลูก แต่ชีวิตเป็นของพ่อกับแม่” มันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชีวิตลูกมีความสุข ทำมันให้ดีเถอะ แต่อย่าลืมว่าชีวิตเป็นของพ่อกับแม่ ฉะนั้นรักษาตัวเองให้ดี

Performing by operating from the Whole เมื่อได้บัตรผ่าน แน่นอนฉันจะทำมันให้ดีอย่างที่สุดเลยแหล่ะ (เพราะอะไรถึง มั่นใจ?) ทำในสิ่งที่รักและความสุขจากใจ แถมยังได้พรจากพระของเรา (พ่อ-แม่) จะไม่ประสบผลสำเร็จได้ยังไง (เชื่ออย่างเข้มข้น เชื่อแบบมองเห็นภาพ) อยากขอบคุณความบังเอิญครั้งนั้นที่ฉันได้พบรุ่นพี่คนนี้ ในจังหวะชีวิตที่โอกาสลอยผ่านและช่วยฉันกล้าที่จะคว้ามัน ฉันแทบรอเวลาให้จบการศึกษาไม่ไหว จุดมุ่งหมายฉันเยอะไปหมด (เยอะแล้วเริ่มทำยัง?) ...ฉันเริ่มแล้ว ^ ^ (ทำตอนไหน).. ตอนนี้!!!!!

นายอาณา จันทร์ธานี
IP: xxx.87.25.37
เขียนเมื่อ 

545740148-9 (นายอาณา จันทร์ธานี) Y#13 Sec11.

DOWNLOADING past pattern

    เมื่อปีที่แล้วผมมีโอกาสได้รู้จักกับพี่คนนึง ชื่อพี่แอ้ม เรารู้จักกันด้วยความบังเอิญที่เรามีความชอบในรถซิ่งเหมือนกัน จากที่ได้สัมผัสลักษณะนิสัยและการใช้ชีวิตของพี่แอ้ม พี่แอ้มเป็นคนขยัน อดทน มีความมุ่งมั่น และไม่ดื่มของมึนเมา

SUSPENDIND

    หลังจากที่เรียน การพัฒนาองค์กรเชิงบวก ของท่าน ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์  วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคุยกับพี่แอ้ม พี่แอ้มเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาให้ฟังเพื่อนำมาทำ Dialogue บวกกับผมสนใจในตัวพี่แอ้ม เดิมทีพี่แอ้มเป็นคนร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีที่ ม.รังสิต พอเรียนจบได้มาเปิดบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน ที่จังหวัดร้อยเอ็ด บริษัทเปิดได้ไม่นานต้องปิดลง พี่แอ้มจึงไปเปิดอู่ที่ กทม. เพราะยังมีความรักรถซิ่งอยู่และความฝันที่จะมีอู่รถไม่เสื่อมคลาย ด้วยความที่พี่แอ้มเป็นคนที่มุ่งมั่นและมีความฝันในวัยหนุ่ม หลังจากเปิดอู่ได้ไม่ถึงปี ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศ ก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ในรุ่น Pro Open NA ด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้แอลกอฮอล์

REDIRECTING

    ผมเข้าใจความรู้สึกนึกคิด ของพี่แอ้มได้ดีขึ้นมาก จากที่เข้าว่า เรียนช่าง จบช่าง ทำอู่ตั้งแต่เรียนจบ หาประสบการณ์ การเปิดอู่มานาน จึงประสบความสำเร็จ แต่ความจริง พี่แอ้มพึ่งเปิดอู่ได้ไม่นาน ก็ประสบความสำเร็จได้ ด้วยความมุ่งมั่น ศึกษาและคำนวณอย่างละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่การลองผิดลองถูก เหมือนหลายๆคน รวมทั้งทำให้ผมมีกำลังใจที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง 

Crytallizing

    ผมเป็นคนคนนึงที่มีความฝันเหมือนพี่แอ้ม พี่แอ้มทำได้ ผมก็ต้องทำได้ เพียงแค่มีความมุ่งมั่นที่จะทำตามฝัน ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล

PROTOTYPING the new by linking head heart hand

    ผมมีฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่บางครั้งเคยท้อ และเกือบถอยในหลายๆครั้งที่จะไม่ตามฝันของตัวเอง เพราะคิดว่าความฝันกะสิ่งที่เรียนมามันคละด้านกัน แต่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ทิ้งฝันของตัวเองผมยังค้นคว้า ศึกษาในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยการซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับรถยนต์หรือทุกทางที่เกี่ยวกับรถและต่อจากนี้ไปผมจะไม่ท้อ ไม่ทิ้งความฝันและจะเริ่มสานฝันตัวเองไปเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนผมอยากมีอู่ที่ครบวงจร ใหญ่ๆในเวลาอันรวดเร็ว แต่ตอนนี้ผมคิดว่าควรเริ่มไปอย่างช้าๆแต่มั่นคงจะดีกว่าแต่ถึงยังไง ผมก็จะทำความฝันตัวเองให้สำเร็จครับ

Performing by operating from the whole(ปฏิบัติอย่างลุ่มลึก)

    ผมจะนำพี่แอ้มมาเป็นแบบอย่างในการสานฝันให้ประสบความสำเร็จ ผมจะไม่ท้อ ไม่ถอย รวมทั้งผมจะมุ่งมั่นสานฝันต่อไปครับ ตอนนี้ผมมีพี่แอ้มเป็นที่ปรึกษากิตติมาศักดิ์ที่จะช่วยสานฝันของผมให้เป็นจริงได้ เพราะเรามีฝันและความมุ่งมั่นเหมือนกันครับ

เปรียบดาว วงษ์สารสนิท
IP: xxx.204.61.244
เขียนเมื่อ 

U- theory ระหว่างดิฉันกับเพื่อน Downloading past pattern ความรู้เดิมของดิฉัน เพื่อนสาวคนนี้เป็นคนที่ชอบเที่ยว สังสรรค์เฮฮา มีเพื่อนฝูงมากมายเวลาเรียนก็ไม่ค่อยมาเรียน เรารู้จักกันได้ 6 ปีแล้วคะ เราทั้งคู่เคยศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น ตอนที่เรียนอยู่เราไม่ได้สนิทกันหรอกคะ เพิ่งได้สนิทกันตอนที่เราไปรับปริญญาด้วยกันที่จังหวัดเลย เพราะเราทั้งคู่ไม่ได้เข้าร่วมพระราชทานปริญญาบัตร เนื่องจากดิฉันติดเรียนต่อและ เพื่อนก็ต้องเลี้ยงลูกแฝด จากนั้นมาเราก็เริ่มสนิทกัน ช่วงระยะเวลา 2-3 เดือนนี้เอง Suspending วันหนึ่งดิฉันจึงตัดสินใจไปเยี่ยมเธอที่บ้านด้วยเหตุผลที่ว่าอยากไปเล่นกับหลานแฝดสาว และได้นั่งฟังเรื่องราวต่างๆที่เธอต้องการจะระบายออกมา โดยที่ดิฉันไม่ต้องถาม และเพื่อเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีที่อาจารย์ภิญโญเพิ่งได้สอนไป ในช่วงเทอมสุดท้ายของการเรียนเธอได้ตั้งท้องและแต่งงานมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลี้ยงดูลูกแฝดของเธอ ผ่านไปปีกว่าเธอเริ่มตัดวงจรชีวิตที่เกี่ยวกับเพื่อนๆออกไป หรืออาจพูดได้ว่าเพื่อนๆเริ่มมีปัญหากับเธอ เพราะเธอไม่อาจใช้ชีวิตได้เหมือนแต่ก่อน งดกิจกรรมเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า หรือแม้กระทั่งทำงานหาเลี้ยงชีพ เธอกลุ้มใจและไม่เข้าใจว่าเพื่อนที่เคยสนิทด้วยทำไมจึงเลิกคบเธอไป Seeing with fresh eyes ดิฉันพบว่าเธอได้พูดแต่เรื่องเพื่อนๆของเธอ ครอบครัว และลูก ดิฉันเห็นใจเธอมากและรู้แล้วว่ารูปแบบของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง บางทีก็ทำให้เธอนั้นปรับตัวยาก แต่ในความกังวลสับสน ตัวเธอเองกลับมีความสุขมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก Letting it go ดิฉันเปลี่ยนอคติที่มีต่อเธอที่เคยคิดว่าเธอเป็นคนไร้สาระ และชอบเที่ยวกลางคืนออกไปจากสมอง เพราะเหตุผลที่ทำให้เธอต้องทำเช่นนั้น เพราะเธอต้องทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอมนั่นเอง Letting come จากที่เราได้พูดคุยกันหลายเรื่องทำให้ดิฉันรู้ว่าเพื่อนคนนี้ชอบใช้น้ำหอมมากและแฟนของเพื่อนก็ชอบสั่งซื้อนาฬิกาจากต่างประเทศ คุณภาพดีแต่ราคาถูก ซึ่งตอนนี้มีสะสมอยู่มากมาย ดิฉันจึงเกิดความคิดVision และ Intenion ที่จะสร้างรายได้ให้เกิดแก่เพื่อนสาวในการดึงความชอบและความถนัดของเพื่อนในเรื่องน้ำหอมและนาฬิกา ประกอบกับแฟนของดิฉันซึ่งรับจ้างเขียนเว็บไซต์อยู่ด้วย ก็ปรึกษาที่จะร่วมกันดำเนินธุรกิจขายของออนไลน์ จากที่แรกไม่เคยคิดว่าจะได้สนิทและรู้จักกันอย่างลึกซึ้งกับเพื่อนคนนี้ แต่ดิฉันเปลี่ยน รูปแบบความสัมพันธ์ใหม่คือ Prototyping the new by linking head heart hand การหัวใจ ความรู่และคำแนะนำดีๆ จนทำให้กลายเป็นโครงการที่เราสามารถทำร่วมกันได้จริงและก่อให้เกิดรายได้ด้วยกันทั้งคู่ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ Performing by operating from the whole เพื่อนคนที่เคยจริงจัง เครียดเรื่องชีวิต ครอบครัว ลูก และเพื่อนๆ กลับมีจุดมุ่งหมายใหม่ที่ทำให้เธอไม่ต้องมามัวเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระอีกต่อไป เธอหันมาใส่ใจลูกๆของเธอและสามีได้มากขึ้นแต่ก่อน และมีความสุขมากขึ้นด้วย เนื่องจากตัวเธอเองก็สามารถหารายได้พิเศษเพื่อมาใช้จ่ายภายในครอบครัวอีกทาง และช่วยแบ่งเบาภาระของสามีได้ด้วย ทำให้ครอบครัวของเธอประคับคองความกดดันต่างๆให้น้อยลง เพิ่มความสุขของตัวเธอเองจากการพูดคุยในวันนั้น นี่คือเส้นทางเดินชีวิตผ่าน U-theory ของดิฉันคะ

เขียนเมื่อ 

545740146-3 น.ส. อรุณี หอมโคกค้อ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้นั่งคุยกับน้องคนหนึ่งชื่อน้องไอซ์เป็นน้องที่เรียนห้องเดียวเป็นเวลา30นาทีเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวและประวัติตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

1 DOWNLOADING past pattern

ตั้งแต่แรกที่รู้จักกันน้องไอซ์เป็นคนที่จิตใจดีปรับตัวเก่งเข้ากับทุกคนได้ง่าย แต่แอบติงต๊องนิดๆเป็นคนสนุกสนานและร่าเริง

2 SUSPENDIND seeing with fresh eyes

หลังจากที่ได้มีโอกาสทำ Dialogue ของท่าน ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ และได้ฟังน้องพูดถึงเรื่องส่วนตัวและเรื่องราวในวัยเด็กของน้องเค้าน้องเค้าอยู่กับยายและตาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อกับแม่น้องได้เลิกลากันพ่อของน้องมีภรรยาใหม่แม่ของน้องไปอยู่ต่างประเทศและตอนนี้แม่น้องกลับมาก้อเข้าวัดทำบุญสวดมนต์คุณตาน้องก้อบวชเป็นพระและเล่าว่าน้องถูกเลี้ยงดูอย่างสบายน้องเล่าว่าตอนอยู่บ้านน้องไม่ต้องทำงานบ้านอะไรเลยน้องรีดผ้าซักผ้าเป็นตอนเรียนมหาลัยซึ่งน้องบอกว่าน้องลำบากมากช่วงเรียนมหาลัยเพราะทำอะไรไม่เป็นเลยเเต่มีบางอย่างที่น้องชอบทำคือน้องชอบทำกับข้าวทำขนมเย็บผ้าถักไหมพรมและน้องเป็นคนชอบทำบุญและช่วยเหลือคนอื่นและชอบคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองและน้องเป็นคนที่รักครอบครัวมาก

3 REDIRECTING Sensing from the field

ดิฉันรู้สึกแปลกใจมากๆค่ะตรงที่ว่าน้องเป็นคนสนุกสนานดูภายน้องเเล้วไม่น่าจะทำอะไรเป็นสักอย่างแต่น้องทำกับข้าวทำขนมไทยเป็น

4 PRESENCING Connecting to the Source

หลังจากฟังที่น้องเค้าพูดทำให้มุมมองของดิฉันเปลี่ยนไปคือมองคนเเค่ภายนอกไม่ได้

5 Crytallizing Visioning and Intension

หลังจากได้ฟังที่น้องพูดดิฉันจึงมองดูตัวเองคือดิฉันไม่ค่อยได้ทำบุญหรือไปวัดทำกับข้าวก็ไม่เป็น

6 PROTOTYPING the new by linking head heart hand

ดิฉันคิดว่าเมื่อมีเวลาว่าอย่างจะทำบุญใส่บาตรหัดทำกับข้าวให้สมกับการเป็นผู้หญิงไทยและก่อนนอนจะไหว้พระสวดมนต์และนั่งสมาธิ

7 Performing by operating from the whole

ดิฉันมีความคิดที่จะทำบุญใส่บาตรและอยากจะทำอะไรดีๆให้กับคนอื่นเพราะดิฉันไม่ค่อยมีเวลาที่จะไปทำบุญทำทานเลยเพราะต้องช่วยงานที่บ้านและเมื่อมีเวลาว่างดิฉันจะหัดทำกับข้าวให้ที่บ้านทานค่ะ

**ส่งใหม่ค่ะ

ปรางภรณ์ เวียงกมล

545740066-1 Young 13 Sec.11

 

DOWNLOADING past pattern เพื่อนของดิฉันคนนี้ดูภายนอกแล้วเป็นคนพูดมาก เหมือนเป็นคนไม่สนใจอะไร อยากทำอะไรก็ทำ ไปวันวัน เหมือนไม่มีเป้าหมายในชีวิตเลย ไม่ค่อยจะมีการวางแผนอะไรเลย

 

SUSPENDIND seeing with fresh eyes แต่พอฟังเธอพูดแรกๆก็จะพูดเรื่องทั่วไปในชีวิต(เหมือนไม่มีอะไรจะพูด) แต่พอสักพักก็เริ่มบ่นให้ฟัง ว่าเหนื่อย ไม่ว่าจะเหนื่อยจากเรื่องงานแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับเรื่องในครอบครัวอีก เพราะเค้าต้องดูแลน้องอีกสองคนด้วย ซึ่งน้องคนกลางเป็นคนที่ใช้เงินเก่ง(ในทางสิ้นเปลือง) คนเล็กก็เริ่มติดนิสัยจากคนกลาง เพราะว่าเธอไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลน้องทั้งสองเท่าที่ควร

 

REDIRECTING Sensing from the field พอได้ฟังอย่างนั้นแล้ว ก็ทำให้ได้รู้ว่าจริงๆแล้วจากที่เห็นเธอทำตัวเรื่อยๆ ง่ายๆ ไม่มีเป้าหมาย เหมือนไม่ค่อยจะมีความรับผิดชอบเท่าไหร่นัก แต่จริงๆแล้วเค้าต้องพยายามทำตัวเป็นแบบอย่างให้แก่น้องๆคอยดูแลน้องๆถึงแม้จะไม่ได้มีเวลาให้ครอบครัวมากเท่าที่ควรนัก แล้วก็ยังต้องรับผิดชอบงานของตัวเองอีกด้วย

 

PRESENCING Connecting to the Source หลังจากได้คุยกันสักพักก็ทำให้เราทราบเรื่องราวในอีกมุมหนึ่งของเพื่อนซึ่งไม่เคยแสดงออกให้เห็นมากก่อนและไม่เคยรับรู้มากก่อนเลยว่าเพื่อนมีเรื่องคิดในใจมากเช่นกัน

 

CRYTALLIZING Visioning and Intension พอกลับมามองตัวเอง ก็คิดแล้วว่าเราต้องรู้จักทำอะไรสักอย่างเพื่อคนอื่นบ้างแล้ว เพราะเราก็มีครอบครัวที่จะต้องรับผิดชอบในอนาคตเหมือนกัน จะทำตัวอยู่เฉยไปเรื่อยๆคงจะไม่ได้แล้ว

 

PROTOTYPING the new by linking head heart hand หลังจากนั้นเราก็ควรที่จะทำตัวใหม่ได้แล้ว ควรรู้จักคิดที่จะวางแผนอนาคตไว้เพื่อตัวเราและครอบครัว รวมไปถึงคนที่เราต้องดูแลด้วย

 

Performing by operating from the whole หลังจากที่ได้ฟังประสบการณ์จากเพื่อนแล้วก็จะนำประสบการณ์นั้นๆมาปรับใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเรา อีกทั้งยังได้ตัวอย่างและที่ปรึกษาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนด้วย

เขียนเมื่อ 

นาย เวธน์อรรถ อาชาวุฒิ 545740125-1 Sec 12 จากกันนั่งคุยกับพ่อ ที่เปิดกิจการร้านขายยามาเป็นเวลา 28 ปี ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว จะไม่ค่อยคุยกันเนื่องจากมีความเห็นไม่ค่อยตรงกันมากนัก และมาศึกษาอยู่ขอนแก่น ทำให้มีเวลาพบหน้ากันค่อนข้างน้อย Downloading past pattern เมื่อประมาณ 10 ปี ที่แล้ว จะเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากในการคุยกับพ่อ เนื่องจากนิสัย และการพูดคุยกันนั้น เป็นคนลมุมมอง และด้วยนิสัยของพ่อ ทำให้เวลาพูดคุยกับผม จะไม่ค่อยตามใจเท่าไหร่ ซึ่งในบางครั้ง ทำให้ผมรู้สึกว่า ทำไมต้องพูดจาประชดเราด้วย ซึ่งทำให้เกิดการต่อต้านจากภายใน และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับพ่อ เพื่อความสบายใจซะมากกว่า และนิสัยอีกอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือเป็นคนโกรธเงียบ เมื่อมีอะไรไม่พอใจ จะนั่งทำงานอยู่เงียบ หรือไม่ก็เข้าไปจัดของอยู่คนเดียวอยู่ในโกดัง ซึ่งเป็นที่รู้กันในบ้านว่า ถ้าพ่อเข้าไปจัดของในโกดัง ก็อย่างไปวุ่นวายเพราะกำลังอารมณ์เสียอยู่

Suspending Seeing with fresh eyes
จากการที่ได้นั่งคุยกันทำให้ได้รู้ถึงประสบการณ์ในการก่อร่างสร้าตัวของพ่อ ซึ่งเริ่มจากไม่มีอะไรเลย ซื้อบ้านและกิจการร้านขายยา ต่อจากเพื่อน ซึ่งเดิมทีก็ไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้นี้มาก่อน แต่ด้วยความที่เคยทำงานเป็นเซลล์ยา มาก่อนจึงพอมีลู่ทางอยู่บ้าง และต่อมาก็ได้ติดต่อ อาหารสัตว์มาขายเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องยากมากเพราะในช่วงแรก ไม่มีคนรู้จักอาหารสัตว์ยี่ห้อนี้เลย แต่ด้วยความต้องการทำตลาดของบริษัทจึงได้ส่งสัตวแพทย์มาช่วยในการดูแลลูกค้า จึงทำให้สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าและขยายกิจการมาได้ในปัจจุบัน โดยคำพูดที่พ่อพูดออกมาอยู่เสมอคือ “การทำงาน ต้องทำด้วยความใส่ใจ ใจเย็นและอดทน ถ้าไม่มีความอดทน ทำอะไรก็ไม่เสร็จซักอย่าง ถ้าอะไรที่ทำไม่ได้ทำไม่เป็น ก็รู้จักที่จะเรียนรู้ ศึกษา ถ้าไม่เรียนรู้ไม่ศึกษาก็ทำไม่เป็นแล้วก็อย่าบอกแต่ว่าทำไม่เป็น ถ้ายังไม่ลองทำ และถ้าอยากทำอะไรให้ได้อย่างที่เราต้องการ ก็ต้องทำเอาเอง จะบอกคนอื่นทำก็ไม่ได้ตามที่เราต้องการหรอก เพราะเค้าไม่ได้ใส่ใจในงานเหมือนเรา แค่ทำตามคำสั่งให้เสร็จๆไปเท่านั้นแหละ”

Redirecting Sensing from the field
สิ่งที่ได้เห็นจากการพูดคุยกันนั้นคือ การทำงานต้องมีความขยัน อดทน กล้าที่จะริเริ่ม เมื่อทำแล้วต้องทำอย่างจริงจัง ใส่ใจไม่ใช่ทำแบบทิ้งๆขว้างๆ เพราะงานที่ได้ก็จะไม่มีคุณภาพ

Letting go
เมื่อฟังเรื่องเล่าของพ่อไปซักระยะ ความคิดที่มีต่อพ่อเริ่มเป็นไปในทางบวกมากขึ้ย เริ่มรู้สาเหตุที่พ่อชอบเข้าไปจัดของในโกดังเวลาโกรธ เพื่อจัดเรียงของให้ได้ตามที่ต้องการนั่นเอง

Presencing connecting to Source
นึกได้ว่าเมื่อก่อน พ่อจะชอบให้เราทำงานโดยที่เรายังทำไม่เป็น หลายๆครั้งก็อารมณ์เสียเหมือนกัน เพราะไม่รู้เหตุผล รุ้ทั้งรู้ว่าเราทำไม่เป็น จะให้เราทำยังไง ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุผลที่ให้ทำงานก็เพื่อให้เราได้เรียนรู้การทำงานที่เรายังไม่รู้ ทำให้ในปัจจุบันเรามีความสามารถที่จะทำงานได้หลากหลายและไม่เกี่ยงงานอีกด้วย Letting come
สิ่งที่ได้จากการพูดคุยคือแนวคิดในการทำงานที่ต้องมีความมานะ อดทน เพื่อให้ประสบความสำเร็จ และการสร้างนิสัยการเรียนรู้ จากการปฏิบัติจริง การได้ทำงานอะไรทั้งที่ยังไม่มีความรู้อย่ามัวแต่คิดว่าทำไม่ได้ เพราะจริงๆแล้วแค่เราไม่อยากทำเท่านั้นเอง

Crystallizing vision and intention
ผมได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเอง เพื่อให้สามารถทำงานต่างๆได้มากขึ้น และใส่ใจในการทำงานให้มากขึ้น Prototyping the new by linking head,heart,hand
จากที่ได้เรียนทางด้านคอมพิวเตอร์มา จึงพยายามออกแบบระบบที่จะสามารถช่วยลดขั้นตอนในการทำงานของพ่อ โดยเริ่มจากการเรียนรู้ระบบงานทำความเข้าใจ เพื่อที่จะสามารถออกแบบระบบให้สามารถทำงานที่ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก Performing  by operating from the whole
จากที่ไพูดคุยเรื่องรูปแบบการทำงานของพ่อ และรูปแบบการจัดการระบบในร้านแล้วจึงได้พูดคุยกันต่อในเรื่องการเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอีกด้วย

เขียนเมื่อ 

535740219-1 Young 12 Sec.2ดิฉันได้มีโอกาสไปนั่งฟังน้องชายเป็นเวลา 30นาที ทำให้ทราบ ถึงนิสัยใจคอ ความนึกคิดลึกๆของเขามากขึ้นเดิมมาก คือจากที่เคยมองว่าเขาดู ขำๆ มีความสุขกับชีวิตตามประสาเด็กวัยรุ่นคนนึง ก็เข้าใจมากขึ้น เขาเล่าถึง ความฝัน ความมุ่งมั่น ที่สามารถสัมผัสได้จากน้ำเสียง และสายตาของเขา ที่ต้องสวมบทบาทเด็กนักศึกษา และลูกชายคนเดียวที่ต้องดูแล และสืบต่อธุรกิจของครอบครัว DOWNLOADING past pattern สิ่งที่ได้ฟังจากน้องชายช่างขัดแย้งกับลุคที่ดูว่าเขาเป็นเด็กที่รับผิดชอบการเรียนในระดับปานกลาง ถึงค่อนข้างอ่อน เข้าใจว่าเขา เป็นคนชอบอำ พูดเก่ง ชอบการเฮฮากับเพื่อน และครอบครัว เหมือนเด็กร่าเริง อารมณ์ดีทั่วๆไปSUSPENDIND หลังจากได้ฟังที่เขาพูดก็ ทราบว่าจริงๆนั้นเขามีความคิดมากมายที่จะมาพัฒนาและแบ่งเบาภาระการงานของครอบครัว ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ REDIRECTINGมองเห็นความขยันมั่นแสวงหาความรู้ และทักษะการพัฒนาชีวิตของเขา เก็บเอาประสบการณ์ของคนรอบข้างมาคิดวิเคราะห์และปรับเข้ามาใช้กับชีวิต และดูเป็นคนคิดรอบครอบ PRESENCING Connecting to the Sourceจากที่ไม่ค่อย ได้มาคิดจริงจัง เกี่ยวกับการช่วยเหลือกิจการของครอบครัวแบบลงลึก ก็ได้เข้าใจจากคำพูดของน้องที่ว่า ถ้าพวกเราทุกคนช่วยกัน ก็จะไม่มีใครในครอบครัวที่ต้องเหนื่อยมาก ทำให้เราได้รู้ถึงอะไรบางอย่างข้างในว่า เราจะไม่ปล่อยให้คนใดคนหนึ่งในครอบครัวเหนื่อยอยู่คนเดียว เราต้องช่วยกันจะได้แชร์ความเหนื่อย และความสำเร็จไปพร้อมๆกัน PROTOTYPING the new by linking head heart hand รวมรวมความมุ่งมั่น เพื่อจะพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้สามารถยืนหยัดได้ทุกยุค ทุกสมัย Performing by operating from the whole มองเห็นภาพความสามัคคีและความรักของครอบครัว ซึ่งเป็นพลังทำให้เกิดกำลังใจในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆร่วมกัน อย่างยั่งยืน