u-thuery 535740418-5 เริ่มต้นจากการที่เราได้พูดคุยกับใครบางคนถึงแม้ว่าเวลาเพียงน้อยนิดก็ทำให้เราเข้าใจอะไรได้มากพอสมควร ในความคิดของเรา ก็เป็นคนหนึ่งล่ะที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงพอสมควร รู้สึกว่า ความกล้า(แต่ไม่บ้า) จะมีอยู่เต็มสายเลือด เรากล้าในสิ่งที่ถูก และเหมาะสมกล้าในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเราทำได้ และมีความอาสา และความเผื่อแผ่ ตามมาติด ๆ ฉะนั้น จึงเป็นที่รับใช้ของคนที่ทำอะไรไม่ค่อยเป็นทั้งที่บ้านและที่ทำงาน หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานราชการ เราได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานนางหนึ่ง ประมาณปีว่า ๆ เธออายุน้อยกว่าเรา 3 ปี แต่ตำแหน่งงานเธอ อาวุโสกว่าเรา แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากมาย ช่วงแรกเรารู้จักพูดคุยกับเธอธรรมดา แต่เธอพยายามจะบอกว่า เธอมีขั้นเหนือกว่าเราให้เรานอบน้อมกับเธอบ้าง มีหลายครั้งเธอพยายามให้เราช่วยงานด้านเอกสาร ซึ่งเป็นคนละส่วนของงานเราแต่ก็ต้องช่วยเป็นบางโอกาส ซึ่งเธอทำแบบนี้กับคนอื่นไม่ได้ แต่พอคนอื่นไว้วารให้เธอช่วย เธอบอกว่า งานของเธอมากมาย ไม่มีเวลาไปช่วยคนอื่นหรอก แม้แต่งานข้างนอกเธอยังไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมเลย ถ้าวันไหนต้องทำงานตรงกับวันหยุดเธอก็จะบอกว่าราชการหยุด เสาร์- อาทิตย์ ไม่ทำหรอก ใครอยากมาก็มาเลย ถ้าไม่ได้เบี้ยงเลี้ยงก็จะไม่มา แม้แต่ผู้ใหญ่มาจาก รม จากกระทรวงค่ให้เธอช่วยจัดแจงเรื่อง เครื่องดื่ม ดูแลแขก เธอก็ไม่เห็นความสำคัญเลย เธอบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เสริ์ฟน้ำเป็นหน้าที่ของแม่บ้าน เธอเป็นคนมัธยัสถ์มาก ทั้งเรื่องอาหารการกิน และเรื่องการแต่งกาย หรือว่าเธออยู่แบบพอเพียง(มองในแง่ดี) แต่ที่ได้ยินเพื่อน ๆ กลุ่มในทำงานพูดว่าที่บ้านของเธอฐานะดีมาก มีธุรกิจไร่อ้อย เป็น หลายร้อยไร่ รถพ่วง รถสิบล้อ ไม่มีที่จะจอด ได้กำไรในการขายอ้อย แต่ละปีเป็นเงิน 7 หลักนะ แต่ทำไมเธอถึงได้งกขนาดนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสนั่งคุยกับเธอหลังจากพักรับประทานอาหารกลางวัน ด้วยกัน 2 คน เพราะคน อื่น ๆ ไปกินข้าวข้างนอก 10 นาทีแรก เธอจะพูกแต่เรื่องตลก ขบกัน ไม่เป็นจริงเท่าไหร่ พอเราเปิดประเด็นเรื่องงานขึ้น เธอก็ระบายให้เราฟัง ส่วนงานของเธอมีเธอรับผิดชอบเพียงคนเดียว supendinng
ทำเองทุกอย่างทั้งผู้ช่วย และหัวหน้าอยู่ในคนเดียวหมดเลย แต่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ เคยขอให้หัวหน้าหาผู้ช่วยให้ ก็ได้รับคำตอบว่า งานมีนิดเดียว จะเอาคนมานั่งให้รกสำนักงานทำไม เธอก็ทำมาหลายปี อย่างนี้ แล้วนะ ก็ทำต่อไปซิ ไม่เห็นจะยากเลยงานก็ไม่หนักหนา อะไร ทำคนเดียวก็น่าจะได้ นี่คือคำตอบของเจ้านายที่เธอได้รับ และเธอก็ไม่ไว้วารให้ใครมาช่วย ถึงแม่ว่างานจะยุ่งแค่ใหน ก็ทำด้วยตัวเอง บางวันกลับบ้าน 3 ทุ่ม ทั้ง ๆ ที่งานเลิก สี่โมงครึ่ง กลับถึงบ้านต้องดูแลลูก สอนการบ้าน ทำทุกอย่าง เธอเป็นลูกสาวคนโตของที่บ้าน มีน้องชายคนเดียว แต่งงาน แยกบ้านอยู่แล้ว เธออยู่กับพ่อแม่ และลูกสาววัย 6 ขวบ ก่อนหน้าหนี้เธอเป็นความหวังของพ่อกับแม่ ที่เลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนจนจบ มีงานที่ดี รับราชการ ละสืบต่อธุรกิจ ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป......แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เธอเล่าให้ฟังว่าเธอแต่งงานกับชายหนุ่มคนไทยเชื้อสายจีน อาชีพค้าขาย คบกันสมัยที่ไปบรจุตอนแรก และแยกครอบครัวมาอยู่เพื่อสร้างฐานะของตนเอง แต่ว่าพ่อกับแม่ของเธอต้องการให้กลับมาอยู่ช่วยดูแลงานที่บ้านเพื่อสืบทอดธุรกิจ เธอจึงตัดสินใจย้ายตัวเองและสามี มาอยู่ทึ่บ้านเกิดตามเจตนารมณ์ ของ ผู้มีพระคุณ ครอบครัวเธอเป็นครอบครัวที่ขยัน อดทน ทำงานเก่ง และเธอก็เก่ง ไม่แพ้ผู้ชาย เช่นกัน แต่สามีเธอเป็นเชื้อสายจีน ถนัดด้านค้าขาย ไม่ค่อยชอบใช้แรงกายในการทำงาน ไม่ถึงปีเธอก็คลอดลูกสาวน่าชัง ให้ได้ชมเชย เพียงไม่ถึง 3 เดือน ที่ลูกสาวจะได้มีพ่อ และ แม่ พร้อมหน้าพร้อมตากัน สามีเธอโทรมาจากอำเภอ บอกว่าต้องการเงินสด 300,000 บาท ด่วนมากต้องทำธุระสำคัญ เธอต้อง ทิ้งลูกให้อยู่กับ ยาย เพื่อขับรถ มาเบิกเงินที่ธนาคาร ให้กับสามีเธอ เมื่อพบหน้าสามี ที่หน้าธนาคาร เพียง 2 นาทีที่ยื่นเงินตามที่เขาต้องการให้ สามีบอกว่าต้องรีบไป โดยที่ไม่ทันสังเกตอะไร เขาก็จากไปตั้งแต่วินาทีนั้น จนถึงวันนี้ลูกสาวอายุ 6 ขวบ แล้ว ทั้งแม่ทั้งลูก ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลย เขาหายไปใหน ไปกับใคร เขาจะกลับมาไหม ทำไมเขาทำกับหนูกับลูกอย่างนี้
See with fresh eyes .................เราถึงบางอ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วเริ่มรู้สึก sensing from the filed น่าสงสารเธอนะ น่าเห็นใจ ลูกสาวกำพร้า พ่อตั้งแต่ อายุ 3 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ เราจะไม่มีความคิดแบบเดิกับเธออีก...letting it go ลองมองดูคัวเองว่าเป็นอย่างไร ....who is my self เราก็ตั้งใจทำงานในหน้าที่เราให้ดีอยู่เสมอ เพื่อว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับคนอื่น แต่ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะไปช่วยงานของส่วนอื่นบ้าง ตามเหมาะสม...........what is my job Letting come เธอยังเล่าต่อว่า ถึงแม้ที่บ้านจะมีฐานะดี....มีธุรกิจใหญ่โต แต่ก็เป็นเงิน ของ พ่อ กับ แม่หมดเลย นะคะ พี่รู้หรือเปล่า ตั้งแต่ วันที่สามีหนูหนีออกจากบ้าน หนูทั้งเจ็บ ทั้งอาย สงสารลูก มาก พ่อกับแม่ ต่อว่าสารพัด ญาติพี่น้อง ไม่อยากคุยด้วย ชาวบ้านนินทา ทั้งอำเภอ หนูไม่กล้าออกจากบ้าน นอกจากมาที่ทำงาน ไม่กล้าไปเจอะเจอเพื่อน ๆ หรือแม้แต่คนรู้จัก ก็ไม่กล้าพูดคุย เหมือนตัวประหลาดที่ต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวด
เธอบอกว่าเธอชอบบุคลิกของเรา เธออยากมั่นใจในทุกอย่าง อย่างที่เราเป็น แต่เธอก็ไม่กล้า Prototyping the new linking head heat harm........................เราได้แนะนำเธอว่า เรื่องที่ผ่านมา ก็ อย่านำมาคิดให้รกสมอง ผ่านมาแล้ว ก็ผ่าน ไป เริ่มต้นใหม่ยังไม่สาย คิดว่า คนอื่น เขาก็อาจจะมีปัญหามากว่าเรา แต่เขายังอยู่ได้ ทำใจให้สบาย ตั้งใจดูแลลูกดีกว่า โตขึ้นเขาจะได้เข้มแข็งเหมือนแม่ อย่าอ่อนแอให้ลูกเห็น ...แล้วเราก็ช่วยเธอ หอบเอกสาร กองใหญ่ ไปจัดวางบนตู้อย่างสวยงาม และเปิดเพลง ฟัง อย่างสบายใจ ช่วงจะเลิกงาน เธอมาช่วยเราถ่ายเอกสานงานด่วน ที่เจ้านายอยากได้ด้วย ....เราจึงชวนเธอว่า พรุ่งนี้มีกิจกรรมที่อำเภอ นายให้ไปทำโรงทาน เราไปช่วยแจกน้ำกันดีไหม 10 โมง นะเจอกัน Performing by operating from the whole......เช้าวันต่อมาเธอมาช่วยตักน้ำแข็ง อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เราดีใจจังเธอมาตามคำชวนของเรา ซึ่งปกติเธอจะไม่กล้าทำอย่างนี้เลย.....