Aussada S.
อัฎสดา ศ.
545740147-1
นักศึกษา MBA KKU [Young Executive #13]
910 753 Positive Organization Development
จากการเรียน และได้ลองทำ Workshop ใน Class เกี่ยวกับเรื่อง “สุนทรียสนทนา (Dialogue)” รู้สึกสนุกที่เราได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากตัวของเพื่อน โดยที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยสังเกต ประกอบกับที่อาจารย์ภิญโญได้มอบหมายงานให้ไปสนทนากับคนอื่นๆนอกห้องเรียนแล้วมาเล่าสู่กันฟังผ่านบล็อคนี้ ดิฉันจึงแอบคิดในใจว่า ได้เวลาลองวิชาแล้วสิ บุคคลที่ดิฉันเลือกมาร่วมสนทนาด้วยนั้นเป็นบุคคลใกล้ตัวของดิฉันเอง นั่นก็คือ น้องสาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง สนิทกันมากๆ เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่น้องคนนี้เกิดเลย เพราะบ้านอยู่ติดกัน จากการสนทนา สามารถว่าตาม U-Theory ได้ดังนี้
DOWNLOADING past pattern
ดิฉันมีมายาคติต่อน้องสาวคนนี้ว่า เป็นเด็กหัวอ่อน ซื่อๆ ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ชอบทำอะไรตามเพื่อน เพื่อนว่าไงก็ตามนั้น ด้วยนิสัยนี้จึงมักโดนพี่ๆบ่นอยู่เสมอ และหลังจากเข้าเรียนมหาวิทยาลัย น้องก็เริ่มทำกิจกรรมมากขึ้น เรียกได้ว่าทำแทบทุกอย่าง ซึ่งแตกต่างจากตอนมัธยมโดยสิ้นเชิง และแน่นอนสิ่งที่ตัวเราคิดก็คือ “ทำกิจกรรมเพราะเพื่อนในกลุ่มทำ ตัวเองก็เลยต้องทำด้วย” แน่ๆ
SUSPENDING seeing with fresh eyes
นั่งฟังน้องพูดโดยปล่อยให้เขาพูดไปเรื่อยๆ 30 นาที ตัวเราเองก็นั่งฟังอย่างเดียวไปเรื่อยๆ ตอนแรกๆ น้องก็ไม่รู้จะพูดอะไร เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างละนิดละหน่อย ซึ่งจับประเด็นอะไรไม่ได้เลย ตัวเราเองจึงลองกระตุ้นอีกสักนิด น้องเลยเริ่มเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ได้ไปเป็น “พี่เลี้ยงน้องใหม่” กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และประเพณีเชียร์กลางของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำมา น้องเริ่มเล่าว่า ตอนแรกที่เริ่มทำกิจกรรมก็เพราะว่าตั้งใจจะเก็บหน่วยกิจกรรมให้ครบ 60 หน่วย ตามที่หลักสูตรกำหนดเท่านั้น แต่เมื่อได้ทำเรื่อยๆก็ได้รู้จักรุ่นพี่และเพื่อนที่ร่วมเหนื่อยมาด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะเก็บหน่วยกิจกรรมครบแล้วก็ยังรู้สึกผูกพันกันอยู่ เมื่อเห็นรุ่นพี่และเพื่อนๆเหนื่อยจากการเตรียมงานกิจกรรม น้องก็สงสารอยากจะช่วยอีกแรง จึงทำให้ตัดใจไม่เข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้ นอกจากนี้ น้องยังบอกว่าประเพณีเชียร์กลางมีแค่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เดียวของประเทศไทยที่ทำ จึงเกิดความรู้สึกอยากเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงน้องใหม่มากๆ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ใครหลายๆคนบอกว่าหนักมาก น้องก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาทำ แต่เมื่อผ่านการซ้อมและได้มาทำจริงๆ น้องรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นคนหนึ่งซึ่งได้ยืนอยู่กลางสนาม ถึงแม้จะไม่สวย หุ่นไม่ดี แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็เคยได้เป็นลีด (ผู้นำเชียร์) น้องพูดว่า ถามว่าตัวเองเป็นเด็กบ้ากิจกรรมมั๊ย...ก็ไม่ได้บ้าทำขนาดนั้นนะ ก็แค่รู้สึกสนุกที่ได้ทำเท่านั้นเอง ได้เรียนรู้หน้าที่หลายๆอย่างที่ไม่เคยทำ ก็กลัวว่าการเรียนจะตกอยู่ แต่ยึดคำพูดของพ่อที่ว่า “ทำแล้วเสียใจดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ”
REDIRECTING sensing from the field
พูดได้คำเดียวว่า “อึ้ง” มากๆ...และคิดในใจว่า เฮ้ย!! มันคิดแบบนี้เป็นด้วยเหรอ ซึ่งทำให้เราเข้าใจน้องมากขึ้น
LETTING GO
ทิ้งมายาคติที่ใช้ตัดสินน้องสาวก่อนหน้านี้ออกไป
PRESENCING connecting to source
เราไม่เคยมองน้องว่าเขาจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่แบบนี้มาก่อน ตัดสินน้องจากนิสัยเด็กๆของเขาที่เราเจอมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้น งานของเราคือ เข้าใจน้องให้มากขึ้น ฟังความคิดน้องให้มากขึ้น เรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเริ่มแชร์ประสบการณ์กับน้องให้มากขึ้น
LETTING COME
รับรู้ถึงตัวตนอีกมุมหนึ่งของน้องสาวที่ตัวเราไม่เคยสังเกตเห็น หรือละเลยที่จะสนใจ
ENACTING crystallizing vision and intention
ตั้งวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์ใหม่ว่า เราจะสนับสนุนให้น้องทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องกิจกรรมเสมอไป พร้อมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดของน้องควบคู่ไปด้วย
EMBODYING prototyping the new by linking head, heart, hand
จัดรูปแบบความสัมพันธ์ใหม่ โดยพยายามรับฟังความคิดของเขา จะได้เข้าใจตัวเขามากขึ้น คอยช่วยเหลือเขาถ้าการเรียนเขาติดขัด ให้คำปรึกษาคำแนะนำ และเป็นกำลังใจให้เขา นอกจากนี้ จะพยายามสอนเขาจากประสบการณ์ของที่ผ่านมาของเราด้วย เพื่อให้เขานำไปเป็นข้อคิดในการเรียน การร่วมงานกับคนอื่น ฯลฯ
PERFORMING by operating from the whole
ชวนน้องสาวไปกินข้าวด้วยกันเมื่อมีเวลาว่าง ซึ่งปกติก็ทำเป็นประจำ แต่เราจะเพิ่มความสนใจไปที่การแสดงความคิดเห็นของเขาให้มากขึ้น หากญาติๆที่เรียนที่ มข. ว่างตรงกันเมื่อไหร่ ก็จะชวนไปทำกิจกรรมร่วมกัน และกระตุ้นให้น้องร่วมแชร์ประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ มุมมองความคิดกับพวกพี่ๆให้มากขึ้น ฝึกให้น้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
