สุภัชชา อนนทสีหา 545740138-2
ดิฉันได้เลือกทำ Dialogue กับเพื่อนของดิฉัน เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย อยู่ห้องเดียวกันมาตลอด แต่ไม่ได้สนิทสนมกันเลย จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย และเราก็สอบติดคณะเดียวกัน สาขาวิชาเดียวกัน แต่ก็ยังไม่สนิทกันอยู่ดี แต่ก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง มีเรียนใน section เดียวกันบ้างในบางวิชา เราเรียนในสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนี่เอง
Downloading past patterns___เนื่องจากเรารู้จักกันมานานมาก ถ้านับดูแล้วก็เป็นเวลา 8 ปี มาแล้ว ดิฉันคิดว่า รู้จักเรื่องราวของเพื่อนคนนี้ดีพอสมควร เนื่องจากคำบอกเล่าทั้งปากต่อปากของเพื่อนร่วมรุ่น และเหตุการณ์ต่างๆที่ดิฉันและเพื่อนๆต่างก็ประสบพบเจอมากับตัว (ด้านลบ) ซึ่งเรื่องราวต่างๆที่ได้ยินมานั้นก็อาจจะมีทั้งที่จริงและอาจจะไม่จริงก็ได้ ทำให้ใครหลายๆคนต่างก็มองเพื่อนคนนี้ในด้านลบมากกว่าด้านบวก ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นด้วย และหลังจากที่เพื่อนๆหลายๆคนเรียนจบกันแล้ว แต่เธอยังคงเรียนอยู่เพราะมีปัญหาคือเกรดจบไม่ถึงตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งดิฉันเองก็เคยพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นๆว่าทำไมถึงยังไม่จบล่ะ ? ต่างก็ตอบว่าเธอ ไม่ตั้งใจเรียนบ้าง ไม่เข้าเรียนบ้าง มาสายบ้าง คะแนนเก็บไม่ครบบ้าง สารพัดอย่าง ซึ่งทั้งอาจารย์ ดิฉันและเพื่อนๆต่างก็พากันช่วยเหลือและคอยให้คำแนะนำด้วยแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล เพื่อนๆจึงปล่อยไปตามทางของเธอเองเพราะขี้เกียจจะยุ่งด้วยแล้ว
Suspending___จนกระทั่งได้ขอให้เธอมาช่วยทำ Dialogue ให้ เธอก็ยินดีเป็นอย่างมาก (ซึ่งตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้น) เธอเริ่มเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอให้ฟังตั้งแต่เด็กๆ มีญาติพี่น้องกี่คน อยู่ที่ไหนบ้าง Background ของเธอเป็นอย่างไร ดิฉันก็นั่งฟังเธอไปอย่างตั้งใจพลางลุ้นในใจว่าอยากจะให้เธอพูดถึงเรื่องที่ตัวดิฉันเองก็ยังสงสัยอยู่ในใจและอยากจะให้เธอเล่าให้ฟัง แต่ไม่ได้เล่าถึงตรงนั้นก็ไม่เป็นไร ดิฉันจึงต้องเปิดใจรับฟังเรื่องทุกอย่างที่เธอเล่ามา พยายามไม่เอาความรู้สึกของตัวเองเข้าไปตัดสินเหมือนอย่างเมื่อก่อนที่เคยทำ โดยปัญหาของเธอตอนนี้ก็อย่างที่เคยเกริ่นไว้ว่า คือ เรื่องเรียน เธอเล่าให้ฟังว่าเทอมนี้ต้องเรียน ถึง 3 ตัว เพื่อที่จะจบในเทอมนี้ จะได้รับปริญญาตอนสิ้นปีนี้ได้ จะได้ทำให้พ่อแม่รู้สึกภูมิใจในตัวเธอเองเสียที เธอเล่าว่าเธอชอบเรียนภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาฝรั่งเศสเสียอีกและเรียนได้ดีกว่าด้วย และเคยไปฝึกงานที่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เธอชอบงานบริการด้านนี้ แต่ก่อนที่จะเปิดเรียนภาคเรียนนี้ เธอเคยเอาผลวัดความรู้ภาษาอังกฤษ (Ielts) ยื่นไปที่สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ และทางนั้นติดต่อกลับมาให้เธอส่งใบรับรองจบ และ Transcript ไปให้ และนัดเรียกเธอไปสัมภาษณ์เลย แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ในเมื่อเธอยังเรียนไม่จบ จึงได้ปฏิเสธไป เธอบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เธอภูมิใจมากว่าอย่างน้อยก็มาถูกทางแล้ว และเองเธอก็ยังไม่อยากอยู่เฉยๆ จึงคิดหารายได้เสริมระหว่างเรียนคือการขายของทางอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นสินค้าจำพวกเครื่องสำอาง โลชั่น สบู่ สำหรับผู้หญิง ซึ่งกิจการก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี เธอบอกว่าไม่อยากขอเงินพ่อแม่มาก อยากหาใช้เอง
Seeing with fresh eyes___มุมมองของดิฉันเปลี่ยนไปนะเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าของเธอ มันไม่เหมือนกับเมื่อก่อนเลยจริงๆ
Sensing from the field___หลังจากที่ฟังเรื่องเล่าแล้วรู้สึกเลยค่ะว่าตัวเองก็เป็นอีกคนที่แย่มากๆ เพราะตัดสินคนอื่นเพียงเพราะแค่เรียนไม่จบเหรอ? มันไม่ใช่แล้ว แต่ไม่ถึงกับว่าไม่เคยเห็นด้านดีของเธอเลยนะคะ เธอก็มีส่วนที่ดีอยู่หลายๆด้าน หลังจากที่เธอเล่าให้ฟังแล้ว ดูเธอเป็นคนน่าสงสารนะเพราะไหนจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ต้องทนเรียนกับบรรดารุ่นน้องอีก ต้องทนต่อสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมอง มันดูเศร้านะที่เรารู้สึกไม่มีใครอยู่เคียงข้าง จากที่เมื่อก่อนยังมีเพื่อนๆ แต่นี่ก็มีแค่รุ่นน้องที่เรียนร่วมกันเฉยๆ คงไม่สนิทใจเท่ากับมีเพื่อนๆเรียนด้วยกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอทำให้ดิฉันรู้สึกดีมากๆกับเธอคนนี้ คือ เรามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนๆกันจากที่ไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาทำ Dialogue ถึงได้รู้
Letting it go___เธอมีอะไรดีๆ ตั้งหลายอย่าง ดิฉันจึงปล่อยความคิดเดิมๆด้านลบที่มีต่อเธอออกไปให้หมด เธอออกจะเป็นลูกที่ดี พยายามหางานทำทั้งๆที่ตัวเองยังไม่มีใบปริญญาเธอก็ยังหาเงินได้ โดยไม่ลำบากพ่อแม่ด้วย
Who is myself ?___เมื่อลองกลับมาย้อนถามตัวเองแล้ว บางที่สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยินในเรื่องแย่ๆของใครสักคน อาจจะมีเรื่องดีๆหลายอย่างซ่อนอยู่ก็ได้ ทำไมเราต้องไปตัดสินคนอื่นจากแค่ด้านเดียวล่ะ เพียงแค่คิดว่ารู้จักกันมานานแล้ว จะรู้จักตัวตนของใครดีน่ะเหรอ ? มันไม่ใช่เสมอไปหรอก แค่เปิดใจรับฟังสิ เรื่องดีๆมีอยู่เยอะแยะ
What is my work?___แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรกับเพื่อนคนนี้ดีนะ เริ่มรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาบ้างแล้ว อยากจะให้เธอเรียนจบเสียที สิ้นปีจะได้ไปถ่ายรูปในวันรับปริญญากับเพื่อนคนนี้ ไม่ได้แล้วดิฉันต้องช่วยเธออย่างจริงจังกว่าที่ผ่านมา เราเองก็จบภาษาฝรั่งเศสมาย่อมช่วยได้อยู่แล้ว
Letting come___เธอเล่าว่าเธอต้องทนต่อแรงกดดันจากพ่อ เธอบอกว่าพ่อของเธอเป็นคนเรียนเก่ง แต่มักจะเอาเธอไปเปรียบเทียบกับตัวเองและพี่น้องคนอื่นๆเสมอ เธอจึงกดดันมาก หลายครั้งที่เธอเครียดอยู่บ่อยๆ แต่โชคดีที่เธอมีแม่ที่เป็นคนสบายๆ คอยให้คำปรึกษาเธอแทบทุกเรื่อง คุยกับเธอเหมือนเพื่อนคุยกัน ทำให้เธอได้รู้สึกผ่อนคลายบ้าง
Crystallizing vision and intention___หลังจากที่ฟังเรื่องราวของเธอ ดิฉันจึงตั้งใจไว้แล้วว่าจะช่วยเป็นที่ปรึกษาเรื่องเรียนให้เธออย่างเต็มที่ และรวมไปถึงเรื่องอื่นๆด้วย อย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว
Prototyping the new by linking head heart hand___หลังจากนั้นความคิดของดิฉันที่มีต่อเธอมันก็ดีขึ้น ดิฉันจะต้องถามเธอทุกวันหลังเลิกเรียนว่าวันนี้เรียนเป็นอย่างไรบ้าง เข้าใจหรือไม่เข้าใจตรงไหนบ้าง มีปัญหาตรงไหน ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอย่างไรบ้าง คอยตรวจทานการบ้านให้ว่าไวยากรณ์และเนื้อหามันถูกต้องแล้วหรือยัง รวมไปถึงเก็งข้อสอบให้เธอเลยทีเดียว จะได้แม่นๆ ทำข้อสอบได้ เพราะดิฉันก็พอจะมีชีสเรียนเก่าๆอยู่บ้าง ให้เธอยืมไปอ่านเป็นแนวคงช่วยได้มาก
Performing by operating from the whole___วันไหนที่มีเรียนเธอจะกลับมาเล่าให้ดิฉันฟังทุกวันว่าวันนี้ไปเจออะไรมาบ้าง วันนี้มี Quiz ได้คะแนน Top ของห้องบ้าง พรุ่งนี้จะมี Quiz เรื่องนี้ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร อ่านตรงไหน ดิฉันคิดว่า การทำ Dialogue ก็เหมือนเป็นการเปิดรับฟังข้อมูลในหลายๆด้านจากผู้อื่น มันอาจจะมีทั้งด้านดีหรือไม่ดีบ้าง แต่เราจะช่วยทำสิ่งที่มันไม่ดีเหล่านั้นให้มันดีขึ้นมาได้อย่างไร เราก็ต้องอาศัย U-theory เข้ามาช่วย เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆตามทฤษฎีนี้แล้ว แน่นอนว่าเราจะช่วยคู่สนทนาของเราได้ ไม่มากก็น้อย
สุดท้ายนี้ขอบคุณ เรื่องราวดีๆ จากเพื่อนคนนี้ ดิฉันสัญญาว่าจะช่วยเธออย่างเต็มที่ ขอบพระคุณ ดร.ภิญโญ ที่พาพวกเราพาพบทฤษฏี ดี ๆ อย่างนี้