วันนี้พี่ๆน้องๆพร้อมหน้าพร้อมตากัน (หลังจากห่างหายกันไปตามภารกิจของแต่ละคน) พวกเราจึงเริ่มต้นการทำงานของเช้าวันนี้ด้วย...
การฝึกการหายใจแบบ 4 - 7 - 8 (ที่กล่าวไว้ใน http://gotoknow.org/blog/mcswcop/47489)
ผู้นำการฝึกการหายใจก็ยังคงเป็น "พี่ขวัญ: นักจิตวิทยาคนสวย"
ของพวกเรา โดยครั้งนี้พี่ขวัญให้พวกเราฝึกการหายใจแบบ 4 - 7 - 8 คนละ 10 ครั้ง เอ้า...1...2...3...
.........
.....
เมื่อการฝึกการหายใจจบลง...ก็ถึงเวลาแจ้งข่าวสารให้ทราบโดยทั่วหน้ากัน...![]()
เรื่องแรกเป็นเรื่องสิทธิผู้ป่วยและจริยธรรมองค์กรที่ได้เข้าร่วมประชุมเมื่อวาน...
- พวกเราหลายคน (รวมทั้งผู้เขียน) ยังจำคำประกาศสิทธิผู้ป่วยไม่ครบทั้ง 10 ข้อ (เลยเป็นการบ้านให้กลับไปคิดกันว่าเราจะใช้วิธีไหนที่จะช่วยให้เราจำกันได้ครบ
)
เรื่องที่สองเป็นเรื่องงานของหนูเล็ก..พุง(ท้อง)โย้ ที่จะลาคลอดกลางๆเดือนนี้แล้ว
- หนูยุ้ย (คนจ๋วย)รับอาสาเรื่องการเบิก - จ่ายพัสดุ เพราะดูแลเรื่องต้นทุนกิจกรรมของงานอยู่แล้ว
- หนูรัตน์ (สาวร่างเล็ก) รับเรื่องบัญชีเงินช่วยเหลือผู้ป่วย (แหม...สมกับเป็นเด็กศิลป์ - คณิตจริงจริ๊ง
) - พี่ไก่ (พี่ใหญ่ประจำห้อง) ขอดูเรื่องการเบิกและขอสนับสนุนถุงยางอนามัยจากสสจ.นนทบุรี
แหม!ได้ยินพี่ๆร่วมด้วยช่วยกันขนาดนี้ นั่งยิ้มแป้น หน้าบานเชียวนะ..เจ้าพุง(ท้อง)โย้
เรื่องที่สามเป็นเรื่องแผนปี 2550
- พวกเราจะฝึกการหายใจแบบ 4 - 7 - 8 กันทุกๆเช้าโดยหนูยุ้ยขันอาสาเป็นนาฬิกาปลุกให้กับพวกเรา..."เอ้า!พี่ๆน้องๆพร้อมกันหรือยังคะ...เริ่มได้..."
- ประสานงานกับพมจ. มาให้ความรู้และหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยร่วมกัน รวมทั้งติดต่อขอแบบฟอร์มการขอรับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมจากพมจ. มาไว้ที่หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้รับบริการ (อันนี้มาจากไอเดียเจ๋งๆของหนูรัตน์
) - เชิญพี่ๆน้องๆบำราศฯมาพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการสงเคราะห์ (หลังจากใช้มาได้ 1 ปี)
- พวกเราจะมีการฝึกการพูด I message หรือการอ่านอุณหภูมิใจ รวมทั้งทำ case conference กันทุกวันศุกร์(บ่าย)
เรื่องที่สี่เป็นเรื่องอื่นๆ
- กรณีผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง จนเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และต้องการหาผู้ช่วยเหลือในการจำกัดพฤติกรรมผู้ป่วยให้ปลอดภัย(ทั้งผู้ป่วยและเรา) พี่ขวัญแนะนำให้ติดต่อไปยังรปภ.ของสถาบันฯ(tel. 3722)โดยใช้รหัส F
- ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกริ่งสัญญาณขอความช่วยเหลือในห้องนักจิตฯ ควรมีสีที่ต่างไปจากสวิทท์ไฟทั่วไปเพื่อจะได้ไม่เข้าใจผิดแล้วเผลอไปกด แล้วถ้าเป็นไปได้ เสียงกริ่งสัญญาณความช่วยเหลือก็ควรต่างไปจากเสียงกริ่งเตือนไฟไหม้ (เพราะตอนนี้เมื่อได้ยินเสียงกริ่งดัง...พวกเราก็มักจะเข้าใจว่า "ใครเผลอกดกริ่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออีกแล้ว"...เฮ้อ!แล้วถ้าเกิดไฟไหม้จริงๆ...ไม่อยากคิดเล้ย...
)
by kai angel
ตามพี่เล็กมาเจอพี่ไก่คะ...
จำได้ว่า..คุณจ๋า สคส. ถามกะปุ๋มว่า...รู้จัก สนิทกันกับพี่เล็ก กับคนบำราศมาก่อนเหรอคะ...
กะปุ๋มบอกว่า..พี่เล็กเราเพิ่งไปรู้จักกันตอนงานครบรอบหนึ่งปี gotoknow
แต่พี่ไก่และพี่ขวัญ...เรานี่รู้จักกันมานานแล้วคะ
*^__^*
กะปุ๋ม
อยากให้kai angelช่วยขยายความ การฝึกการพูดแบบ I message หรือการอ่านอุณหภูมิใจ ให้เป็นวิทยาทานสำหรับผู้สนใจ พร้อมยกตัวอย่างให้ด้วยก็ดีค่ะ ตัวเองเคยลองฝึกใช้แล้วได้ผลดีมากๆ ถ้าใช้เป็นประจำจะเป็นประโยชน์มากๆ
เป็นห่วงเรื่องสวิทช์ไฟและเสียงกริ่งด้วยนะคะ ไม่อยากให้เกิด “ความเสี่ยง” ค่ะ
น้าเล็ก
น้องกะปุ๋ม
น้าปิ่ง
ศูนย์พัฒนาคุณภาพ Anonymous