<p align="center">การเลี้ยงโคขุนให้ได้ผลดีต้องมีวินัยทางชีวิตและวินัยทางการเงิน</p> <p align="center"></p> <p align="center">วิทยากรบรรยายข้างคอกวัว บรรยากาศจริง</p>

                  วันนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ที่บ้านดงยายเภา ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วม 50 คน ส่วนใหญ่คือลูกค้าของ ธกส. ที่ได้รับเงินกู้เพื่อมาส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเป็นโคขุน แต่เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องวิธีการเลี้ยง การคัดพันธุ์ การทำแปลงหญ้า

                  โดยวิทยากรในวันนี้คือคุณการัญญะภาค หรือคุณทูล ที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงโคขุนมานาน ได้พยายามแนะนำให้ถึงวิธีการเลี้ยง การดูแล การคัดเลือกโคที่จะนำมาขุน การผสมพันธุ์ การตลาด ซึ่งเห็นได้ว่าวันนี้เกษตรกรที่ได้เข้าประชุมมีความกระตือรือร้นมาก เพราะได้เห็นของจริงทั้งจากในฟาร์มของคุณทูลและเพื่อนบ้าน เนื่องจากตอนนี้ชาวบ้านในบ้านดงยายเภามีการเลี้ยงโคขุนกันมาก และเลี้ยงได้ผลดี มีการจัดการระบบการตลาดที่ดี ทุกสัปดาห์ชาวบ้านจะไปหาซื้อโคเพื่อนำมาขุนได้ดีมาก ข้อสังเกตที่เห็นอีกอย่างในบ้านดงยายเภานี้คนเลี้ยงโคไม่ใช่คนเฒ่าคนแก่อีกต่อไปส่วนใหญ่ เป็นวัยหนุ่มสาวอายุยังไม่ถึง 30 ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีเพราะบุคคลเหล่านี้จะมีเวลาสั่งสมประสบการณ์ที่ดีและถ่ายทอดต่อคนรุ่นหลังได้ง่ายขึ้น อีกทั้งในวันนี้มีตลาดนัดโคกระบือที่จังกวัดบุรีรัมย์ และน้องชายคุณทูล และชาวบ้านได้ไปซื้อวัวมาขุน ทำให้ชาวบ้านเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า โคที่จะนำมาเลี้ยงเพื่อทำพันธุ์หรือนำมาขุนนั้นควรมีลักษณะอย่างไร

สนใจถามมาก เป็นนักเรียนตัวจริง  แต่ดูหน้าจะรู้อายุ

                นอกจากนี้วิทยากรยังเสนอแนะว่านอกจากชาวบ้านจะทำนา เลี้ยงโคเพื่อขุนแล้วก็ควรจะเพาะปลูกพืชผักเอย่างอื่นเสริมด้วย จะได้เสริมรายได้ด้านอื่นด้วย เพราะถ้าเลี้ยงโคขุนและมีแปลงหญ้าอาหารโคเพียงพอแล้วชาวบ้านจะมีเวลาเหลือเฟือที่จะไปดูแลเรือกสวนไร่นาได้อีก

                 ที่สำคัญ การเลี้ยงโคนั้นต้องมีวินัยในเรื่องการเลี้ยง การให้อาหารที่สม่ำเสมอและตรงเวลา เกษตรกรจะเอาเวลาไปกินไปเที่ยวไม่ได้ และอาชีพนี้เหมาะมากกับการทดสอบเขยใหม่ของบรรดาพ่อตาทั้งหลาย เพราะเป็นการทดสอบความอึด ความขยันได้ดีมาก และยังเป็นการถ่ายทอดวิชาการเลี้ยงโคจากพ่อตาสู่ลูกเขยได้อย่างดี บรรดาเขยใหม่และลูกสาวทั้งหลายจะได้ไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานยังเมืองหลวงแล้วเกิดปัญหาต่อสังคมในภายหลัง

สนใจแปลงหญ้าแพงโกล่าเป็นพิเศษลงทุนย่ำลงในแปลง

                  จากการสังเกตวันนี้พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และขาดการจัดการในเรื่องการเลี้ยงโค ส่วนใหญ่เลี้ยงแบบดั้งเดิม ยังไม่มีแปลงหญ้า พอได้มาเห็นของจริงที่ฟาร์มคุณทูล ทุกคนก็พร้อมใจกันพูดว่า จะทำให้ได้อย่างคุณทูล เพราะทุกคนมีโคถึงแม้จะมีไม่มาก เพียงแต่ยังขาดการจัดการที่ดี เมื่อนำเกษตรกรไปแปลงหญ้าทั้งหญ้ากินนีสีม่วง หญ้าแพงโกล่า หญ้าขน และถั่วท่าพระ หญ้าแต่ละชนิดก็เหมาะกับสภาพพื้นที่แตกต่างกัน ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกนำไปใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ตัวเองมาก ซึ่งเกษตรกรทุกท่านให้ความสนใจมาก เด็ดหญ้าติดไม้ติดมือไปคนละหลายกำมือ แต่จากการสังเกตนี้นอกจากจะส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกหญ้าแล้วคิดว่าน่าจะนำความรู้เรื่องพืชพื้นเมืองที่เป็นอาหารโคแนะนำแก่เกษตรกรด้วย เกษตรจะสามารถใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นได้เกิดประโยชน์สูงสุดและควรให้ทุกคนเริ่มต้นจากสภาพต้นทุนที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะจำนวนโคที่เลี้ยง พื้นที่ที่มี ให้เริ่มต้นจากเล็ก เมื่อพร้อมค่อยขยายไม่ควรรีบลงทุนขนาดใหญ่เพราะถ้ายังไม่มีประสบการณ์โอกาสเสี่ยงสูง

</font></strong>