ความตกต่ำขององค์การโดยทั่วไป ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีอะไรใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในการยกระดับผลงาน หรือผลผลิตขององค์การให้สูงขึ้น จึงจมปลักอยู่กับวิธีคิดวิธีทำเดิม ๆ ปล่อยให้องค์การชนิดเดียวกันเขานำหน้าไปไกล ที่ผู้นำองค์การไม่รู้สึกร้อนหนาว ไม่ว่าจะเป็นองค์การเล็กองค์การใหญ่ และองค์การใด ๆ แม้องค์การใหญ่ที่เรียกว่าประเทศ ที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการส่งเสริมงานวิจัยในองค์การ กันอย่างจริงจัง จนประเทศต้องตามก้นฝรั่ง ญี่ปุ่นไป มาโดยตลอดและทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งบ้านแทบจะเป็นผลงานต่างประเทศ อันนี้ก็เป็นตนเหตุให้เราต้องเดินตามหลัง ยังไม่มีรัฐบาลไหน ที่ชูนโยบายส่งเสริมการวิจัย ให้เห็น หลานคน หลายองค์การจึงจมปลักความคิดเดิม ๆ ทั้งระดับใหญ่ ๆ ทั้งองค์การทั่วไป และชาวบ้านธรรมดา ๆ จะอาศัยมหาวิทยาลัย ก็เห็นแต่ มหิดลที่ติดระดับโลกใช่ไหมครับ
ไตเติ้ลซะยาว เข้าเรื่องดีกว่า...... ชาวปักใต้ มีสภาอยู่แทบทุกที่ ที่มีร้านโกปี้ หรือ กาแฟ น้ำชา.......เช้าขึ้นมาแม้มีน้ำชากาแฟ ชงกินเองได้ ก็สู้ร้านกาแฟใกล้บ้านไม่ได้ เพราะมีของแถมให้ประเทืองปัญญาที่อยู่ที่ร้านกาแฟ แม้จะไม่ใช่ผลงานวิจัย แต่มีอะไรให้สร้างสรรค์ที่มีเพื่อนฝูงนำมาอุดหนุน อ่านหนังสือพิมพ์ แม้มีไม่กี่เล่มก็แบ่งกันอ่านคนละคู่สองคู่กระดาษ คนที่ไม่ได้มาสักคู่ ก็คุยเรื่องใหม่ ๆ ที่ได้อ่านมาจากบ้าน หรือดูทีวีมา พวกที่อ่านเพลินก็ค่อย ๆ ละสายตาหันมาคุยด้วย เพราะช่วยให้เกิดความคิดดี ๆ ไอเดียใหม่ ๆ แม้จะไม่ถึงงานวิจัยที่มุ่งให้ได้ความคิดสร้างสรรค์มาใช้ ที่ทุกคนฟังได้เพราะไม่เลือกข้างที่จะก็คุยกันไป สาระใด ที่เลือกข้างเลือกฝ่าย ต่างก็เงียบฟังไว้ก่อน ไม่โต้ไม่เถียง เพราะเป็นสิทธิเสรี ประชาธิปไตย ที่ใครก็เลือกได้ แต่อย่าให้ลับหลัง พวกที่เป็นคอเดียวกัน ก็หันมาซุบซิบเหล่ตาไปอีกฝ่าย ไม่ให้เห็น ได้เวลาทำมาหากินก็ค่อยผละกันไป คนใต้ส่วนใหญ่จึงใช้ร้านกาแฟเป็นสภา ที่ไม่ดุ ไม่ด่า เหมือนกับสภาใหญ่ ๆ
การนำแนวคิดสภากาแฟในหน่วยงาน เพื่อให้ได้ไอเดียใหม่ ๆ น่าจะได้ทำกันอย่างนี้ เช่น ขอเวลาสมาชิกที่เป็นระดับหัวหน้างาน มาพบปะกันในวันที่ต้องมาเช้าก่อนเข้าทำงานตามปกติเป็นพิเศษ มาพร้อมแล้ว ประธานซึ่งเป็นหัวหน้าองค์การเป็นคนแรกที่เปิดฉากเล่าอะไรให้สมาชิกฟัง สิ่งใหม่ ๆ ที่ไปประสบพบเห็นมา หรืออะไรที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน แล้วขอให้ท่านอื่นๆ พูดบ้างเวียนกันไป พอได้เวลาประมาณว่าสัก 30 นาที ต่างคนต่างก็ตีจากไปหลังประธานกล่าวขอบคุณในความคิดดี ที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ผู้เป็นประธานเป็นได้ทั้งหัวหน้าหน่วยงาน และท่าน ผู้อาวุโส การพบปะกันนี้ จะให้ดีก็น่าจะใช้แนวของสภากาแฟของชาวบ้าน ที่ไม่มีการบันทึกประชุม ความยั่งยืนของสภากาแฟนี้อยู่ที่หัวหน้าองค์การ หรือหน่วยงาน ที่จะขาดการประชุมนี้ไม่ได้
เคยเสนอแนวคิดให้หน่วยงานเอาไปทำ ทำแล้วก็ดูดี แต่พอระยะหลัง ๆ มีงานปกติคั่งค้าง ประธานก็ขอใช้เวลานี้ สภากาแฟดี ๆ จึงกลายเป็นสภาปฏิวัติ ที่น่าขัดใจ และต้องเลิกไปเพราะ ไม่มีใครอยากเข้าสภาแบบนี้ สู้ไปอยู่ที่สภากาแฟของชาวบ้านก็ไม่ได้
ครับ…..ต้องการให้องค์การไปด้วยดี มีความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้น แนวคิดสภากาแฟนี้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการพัฒนาคน พัฒนาตน หรือทุก ๆ คนในองค์การ
ในสายนักพัฒนาซอฟต์แวร์เรามีเทคนิคเรียกว่า stand-up meeting ครับ แต่ไอเดียของอาจารย์จะสบายๆ และเป็นกันเองมากกว่าครับ
เรียนอาจารย์ ในสายองค์กรชาวบ้าน
สภากาแฟคือแหลงที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
รู้ว่านกกรงหัวจุกลักษณะเด่นร้องดีมีลักษณะอย่าง
วัวชนตัวใหญ่ทำไมแพ้ตัวเอียด
ร้านน้ำชาคือแหล่งฝึกปรือการเรียนรู้ (จิบ จอย จูน)