หลังละครทีวีจบทุกคนต่างก็เข้านอน เว้นพวกที่ไปดื่มกินกันที่บ้านเหนือยังคงส่งเสียงร้องเพลงกันอยู่โหวกเหวก อากาศที่ร้อนตอนกลางวันเหมือนไม่คลี่คลายลงบ้างเลย
บ้านไม้สองชั้นของแม่ยายที่รับแดดแผดเผาตั้งแต่บ่ายดูเหมือนจะเป็นเตาอบกลายๆไปแล้ว เมื่อต้องปิดประตูหน้าบ้าน และหน้าต่างหลังบ้านทุกบาน เป็นเพราะไม่มีเหล็กดัดแกเลยต้องปิดทั้งหมด ส่วนชั้นบนเป็นที่เก็บของปล่อยให้รกร้างจนขึ้นไปนอนไม่ได้
พวกเราลูกสาว ลูกเขยและหลานรวมหกคนมาเยี่ยมแม่ช่วงสงกรานต์นี้เลยต้องกางมุ้งนอนเพิ่มอีกสองมุ้งรวมของแม่ยายเป็นสามมุ้งที่กางเบียดกันอยู่ในห้องใต้ถุนที่เคยกว้างขวางที่ตอนนี้ดูแคบไปถนัด
อ้อลืมบอกไปว่านอกจากเราหกคนแล้วยังมีหมาน้อยทอฟฟี่อีกหนึ่งตัว ที่มาร่วมชะตากรรมความร้อนในครั้งนี้ด้วย
และเมื่อกางมุ้งเสร็จพวกเราก็เหมือนสัตว์ที่โดนห่อด้วยวัสดุบางๆและถูกขังอยู่ในตู้อบเพื่อรอเป็นอาหารที่ปรุงสุก
พัดลมที่ตั้งอยู่ปลายเท้าเหมือนพัดแต่ไอร้อนเข้ามาอาบตัวอันเปลือยเปล่าให้แสบร้อนเข้าไปอีก ลูกสาวที่นอนอยู่ด้านซ้ายบ่นคิดถึงห้องแอร์ที่กรุงเทพฯ ภรรยาที่นอนอยู่ด้านขวาเปรยเบาๆว่า
"อย่าบ่นเลยลูก คิดดูสิร้อนอย่างนี้ยายยังอยู่ได้"
เราสามคนนอนโดยพยายามไม่ให้ตัวโดนกันเหมือนกลัวว่าความร้อนจะเชื่อมตัวเราให้ติดกันได้
ระหว่างที่เผลอหลับไปด้วยความร้อนเพลีย เจ้าทอฟฟี่ก็เห่าขึ้นมา บ๊อกๆ ทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก ภรรยาผมบ่นอู้อี้ๆด้วยความหงุดหงิด ลูกสาวพลิกตัวพร้อมยื่นมือมาลูบพุงเจ้าทอฟฟี่ เพื่อจะได้หยุดเห่าเหมือนทุกครั้ง
"ปวดฉี่หรือเปล่า หรือว่าร้อนนอนไม่หลับ"ผมพูดเหมือนเจ้าทอฟฟี่จะรู้เรื่องด้วย
ผมจูงเจ้าทอฟฟี่และเปิดประตูหน้าบ้านออกมา สายลมเบาๆพัดผ่านให้รู้สึกเย็นกว่าในตัวบ้าน เสียงพวกร้องเพลงเงียบไปแล้ว แต่ความร้อนยังคงระอุอยู่ถึงจะน้อยกว่าตอนกลางวันก็ตาม
หลังทอฟฟี่ทำธุระเสร็จก็จูงเข้าบ้าน มุ้งทั้งสามหลังพลิ้วไหวไปมาตามแรงลมจากพัดลมที่อยู่ในมุ้งและที่ตั้งอยู่นอกมุ้งอีกหนึ่งตัว ผมต้องอุ้มทอฟฟี่เข้ามุ้งหลังจากที่ขัดขืนอยู่สักพัก มันคงร้อนเหมือนกัน ผมคิดในใจ
คืนแห่งความร้อนอันยาวนาน มันช่างผ่านไปเชื่องช้าเสียจริงๆ เมื่อไหร่จะเช้าเสียที เมื่อไหร่จะมีฝนตกลงมาเสียที เมื่อไหร่จะได้กลับกรุงเทพฯเสียที ผมคิดวุ่นวายจนต้องภาวนาในใจกำหนดจิตให้รับรุ้ถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้น เกิดจากความร้อนของอากาศ หรือเกิดจากความร้อนของความรับรู้เวทนา
ผมกำหนดลมหายใจเข้าออก ร้อนหนอ ร้อนหนอ ร้อนหนอ...จนผล่อยหลับไปอีกครั้งหนึ่ง
มาสะดุ้งอีกทีก็ตอนที่แม่ยายเปิดประตูบ้าน พร้อมกับตกใจที่เจ้าทอฟฟี่หายไปจากมุ้ง
ทอฟฟี่นอนขดตัวอยู่นอกมุ้งตรงปลายเท้า อาจจะเป็นเพราะความโล่งกว้างบริเวณนอกมุ้งที่มีมากกว่าทำให้รู้สึกเย็นกว่าในมุ้ง พัดลมตัวที่ตั้งอยู่นอกมุ้งพัดส่ายไปมาไล่ยุงให้เจ้าตูบน้อยเป็นอย่างดี
ผมลูบหัวเจ้าทอฟฟี่เบาๆ บางทีหมามันก็ฉลาดและตัดสินใจได้ดีกว่าคน คนที่มีแต่ความกลัว แม้แต่ยุงตัวเล็กๆ
....
ขอบคุณ คุณจตุพร ครับ
ทอฟฟี่ฉลาด น่ารัก น่ากอดจริงๆ ค่ะ คุณพิชัย ฝากลูบหัวเขาด้วยค่ะ :)
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
ขอบคุณค่ะ อากาศร้อนจริงๆค่ะช่วงนี้ เพลงเพราะมาก เจ้าทอฟฟี่น่ารักนะคะ
สวัสดีคุณพ. ชนบทเปลี่ยนไป หากเป็นเมื่อก่อนร้อนๆอย่างนี้ ออกมานอนนอกชานหรือใต้ถุนบ้าน สบายกว่านอนห้องแอร์
แต่ปัจจุบัน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ต้องขังตัวไว้ในบ้าน
คุณ พ.แจ่มจำรัส ครับ
วันก่อนมีข่าวทางโทรทัศน์ว่า เจ้าของบ้านบางบ้าน (บ้านชั้นเดียว) รู้สึกร้อน จึงเผลอเปิดหน้าต่าง (ที่ไม่มีเหล็กดัด)ไว้ มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อตื่นตอนเช้า จึงพบว่า กระเป๋าทรัพย์สินที่แขวนอยู่หัวเตียงหายไป ข้าง ๆ บ้านพบไม้ไผ่ยาว ๆ ทิ้งไว้ ตำรวจสันนิษฐานว่า เจ้าหัวขโมยน่าจะใช้อุปกรณ์ไม้ไผ่ สอยเอากระเป๋าของผู้เสียหายรายนี้ไป
อากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ เป็นภาวะที่เราคงหลีกหนีไม่ได้ครับ เพลง "วังบัวบาน" ของ จรัล มโนเพชร ในท่อนแรก ๆ บ่งบอกสภาพความร้อนวันนี้ได้ดีทีเดียว
ขอบคุณสำหรับดอกไม้ครับ