แม้ว่า แม่น้ำป่าสัก ช่วงที่ไหลผ่านบ้านผู้เขียน จังหวัดอยุธยา จะเป็นช่วงที่สายน้ำไม่กว้างใหญ่นัก ยิ่งหน้าแล้งลำน้ำแคบลงมาก แต่ก็เห็นภาพชีวิตมากมายและบทบาทด้านการขนส่งทางน้ำที่สถิติบอกว่ามากกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเสียอีก

สามสี่วันมานี้ความร้อนระอุของอากาศที่ใบไม้แทบไม่ไหวติง และเมฆฝนที่ถูกลมสูงพัดพาไปไกล ไม่ยอมโปรยปรายสายพิรุณคลายร้อนให้แถวบ้านปากท่าเลย

ถึงไม่มีฝน แต่ก็ยังมีสายน้ำป่าสักทอดยาวอยู่เบื้องหน้า อยู่ที่จะมีสติ มีความละเอียดพอหรือไม่ที่จะสัมผัสถึงความเมตตา ชุ่มเย็นแห่ง พระแม่คงคา-ป่าสัก

 

 

ร้อนอย่างนี้นำภาพชีวิตกับสายน้ำป่าสักมาฝากน่าจะพอช่วยให้รู้สึกทุเลาความร้อนลงได้บ้างนะคะ

 

 

 

ภาพเรือชาวบ้านหาปลามีให้เห็นทุกวัน

อยากชวนให้ชมการใช้ไม้ไผ่เป็นอุปกรณ์ในการค้ำ ถ่อและยึดเรือให้อยู่กับที่

 

 

 

ไม้ไผ่ที่ใช้ยาวมาก ดูน่าจะเกะกะ แต่คนหาปลาก็ใช้กันอย่างเชี่ยวชาญ

 

  

หนุ่มหาปลา ใช้เรือยนตร์ แต่ก็ยังคงใช้ภูมิปัญญาของชาวหาปลารุ่นก่อนๆ

 

 แม้ว่า แม่น้ำป่าสัก ช่วงที่ไหลผ่านบ้านผู้เขียน จังหวัดอยุธยา จะเป็นช่วงที่สายน้ำไม่กว้างใหญ่นัก ยิ่งหน้าแล้งลำน้ำแคบลงมาก แต่ก็เห็นภาพชีวิตมากมายและบทบาทด้านการขนส่งทางน้ำที่สถิติบอกว่ามากกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเสียอีก

 

 

เรือขนส่งสินค้ามีหลายประเภท ใช้เรือยนตร์ลากจูงขึ้นล่อง

 

 

เรือโยงขนาดใหญ่ก็เหมือนบ้านลอยน้ำ

บ้างเจ้าของก็เลี้ยงน้องหมา พาไปด้วยทุกหนแห่งที่เรือเดินทางไป

  

แม่น้ำป่าสัก นอกจากจะเป็นแม่น้ำสายยาวที่ไหลผ่าน ๕ จังหวัดให้ผู้คนได้ใช้หลากวัตถุประสงค์ตามที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว ยังมีความสำคัญอีกประการที่ไม่ค่อยมีผู้คนทราบกันนัก ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านและฟังมาขอนำมาแบ่งปัน

นั่นคือ แม่น้ำป่าสัก เป็นหนึ่งในแม่น้ำ ๕ สาย ที่เรียกว่า เบญจสุทธิคงคา ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเหล่านี้ใช้ในการประกอบพิธีมหามงคลต่างๆ

กล่าวกันว่าที่ต้องเป็นห้าสายน้ำก็เนื่องด้วยอนุโลมตามคติพราหมณ์ที่มี ปัญจมหานที ในชมพูทวีปนั่นเอง

แม่น้ำห้าสาย หรือ เบญจสุทธิคงคา ได้แก่

  • แม่น้ำเจ้าพระยา (จากจังหวัดอ่างทอง)
  • แม่น้ำเพชรบุรี (จากจังหวัดเพชรบุรี)
  • แม่น้ำราชบุรี ช่วงที่เป็น แม่น้ำแม่กลอง (จากจังหวัดสมุทรสาคร)
  • แม่น้ำบางปะกง (จากจังหวัดนครนายก) และ
  • แม่น้ำป่าสัก (จากจังหวัดสระบุรี)

อย่างไรก็น้ำที่ถูกตักนำไปใช้ในทั้งราชพิธีและพิธีมหามงคลต่างๆ ใช่ว่าจะไปจ้วงตักตรงไหนก็ได้ มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องไปตักที่ตรงไหน ตักขึ้นมาแล้วก็จะมีการทำพิธีรอบหนึ่งก่อน ณ เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งสถานที่นั้นๆจึงจะนำส่งไปยังพิธีการที่กรุงเทพ

แม่น้ำป่าสัก นั้นจะมีพิธีตักที่บริเวณ กึ่งกลางแม่น้ำป่าสัก ระหว่าง บ้านท่าราบ ตำบลต้นตาล และ บ้านไผ่ล้อม ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี สักวันคงได้ตามไปดูว่าสถานที่เป็นอย่างไร

ความศักดิ์สิทธิ์ ความสำคัญทางเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนที่ยังใช้สายน้ำในการเกื้อกูลชีวิตตามอัตภาพ สั่งสมปัญญาตามภูมิศาสตร์แห่งตน จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้แม่น้ำป่าสักพ้นวิกฤตที่แม่น้ำแทบทุกสายในบ้านเมืองเราประสบอยู่ได้แค่ไหนหนอ

  

 

คนสองฟากฝั่งยังใช้แม่น้ำสัญจร

ตอนโรงเรียนเปิดจะเห็นเรือพายส่งบุตรหลานผ่านหน้าท่าน้ำเสมอ

 

ภาพที่พบเห็นเสมอๆเป็นประจำวัน ทำให้ตระหนักถึงเมตตาของพระแม่คงคาที่สัมผัสได้ด้วยตาและใจ มองสายน้ำป่าสักและชีวิตหลากหลายนี้แล้วลืมความร้อนไปเลยค่ะ