วันอังคารที่ผ่านมา...ตอนเช้า

ผมพาลูกชาย..ทิมดาบ...ไปฟังผลสอบ  เขียนบันทึกให้คุณครู และการนัดหมายก่อนปิดเทอม และแจ้งเลื่อนชั้นประถม 3

ยังไม่ถึงหน้าห้องเรียน

เพื่อน ๆ และผู้ปกครองเพื่อน ๆ ก็แจ้งผลสอบให้แล้ว

ว่า ทิมดาบ สอบได้ลำดับที่ 34 จากเพื่อน 42 คน 

 

ผมและลูกชาย...มาดูประกาศที่หน้าห้องเรียนอีกครั้ง...และก็จริง ๆ ครับ

ผมรู้สึกเสียใจบ้างเล็กน้อย เพราะตอนประถม 2 ทิมดาบ ได้ที่ 25

หล่นไปมากพอสมควร

ความเสียใจมีเพียงแค่ลมหายใจ-เข้าออกหนึ่งครั้ง…

และเข้าสู่ภาวะปกติ

มีเพียงทิมดาบกระซิบผมเบา ๆ ว่า

พ่อและแม่...จะเสียไหมครับ....เท่านี้ความรู้สึกของผมก็เข้าใจความรู้สึกของลูก

ในที่ว่างของความเสียใจยังมีความดีใจอยู่ในนั้นด้วย

เพราะลูกได้เข้าใจชีวิต และเติบโตเพื่อจะเรียนรู้ชีวิต 

 

ผ่านมาหลายวัน...

คนที่รู้จักผม...เพื่อนหมออนามัยด้วยกัน ก็รู้ข่าว และไถ่ถามว่า ทิมดาบสอบได้ที่เยอะจัง

เพราะทุกคนคาดว่า ทิมดาบจะเรียนหนังสือเก่ง

และลูกหมออนามัยทุกคนที่นี้ เรียนหนังสือกันเก่งมาก สอบได้เลขตัวเดียว และมีบางคนลูกกำลังเรียนแพทย์

ผมได้แต่หัวเราะ และบอกกับทุกคนว่า ผมและภรรยาก็เรียนไม่ค่อยเก่งครับ

ความเสียใจในวันนี้แทบจะไม่มีแล้ว

เหลือแต่ความรู้สึกว่า...พวกเราทุ่มเทใส่ใจในการศึกษาของลูกต่อไปอย่างไร ? 

 

ผมได้แต่ปลอบลูกว่า ให้พยายามตั้งใจเรียนขึ้น

วิชาที่ทำได้ดีแล้วให้ดียิ่งขึ้น.....วิชาที่ทำได้ไม่ดีให้พยายามนะลูก

ไม่ได้ต้องพยายามสอบได้เลขตัวเดียว

ให้ชีวิตได้เรียนรู้และมีความสุขในการเรียนรู้ 

 

วันนี้ ผมมาอ่านบันทึกนี้ของท่านอาจารย์กะปุ๋มที่เคารพนับถือ

ทำให้ผมเข้าใจกับตนเอง และการเลี้ยงลูกมากขึ้น

ผมไม่ปฏิเสธที่อยากได้ลูกมีความเก่งกาจหลาย ๆ ด้าน

แต่ผมจะตายทั้งเป็นขณะมีชีวิตอยู่...ถ้าลูกไม่เป็นคนดี

และจะเสียใจมาก ถ้าลูกทำผิดพลาดเหมือนกับบางสิ่งที่ผมได้ทำผิดพลาดไปในอดีต

และถ้าลูกเติบโตข้างหน้าต่อไป…

อยากให้ลูกภูมิใจที่มีพ่อเป็นหมออนามัย ถึงไม่มีเกียรติยศ และเงินทองมากมาย

แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำลงไปในชีวิต แล้วเกิดความดีความงามให้กับผู้อื่นอยู่บ้าง

 

 

บันทึกของอาจารย์กะปุ๋มวันนี้...

Ico48
ชีวิตที่ถูกฝึกให้คิด
ใน วิถีแห่งธรรม(ชาติ)
โดย Ka-Poom
จำได้ว่า...ตอนเด็กๆ แม่กับพ่อมักไม่

“......โชคดีที่มีแม่กับพ่อเป็น "ครู"

จำได้ว่า...ตอนเด็กๆ แม่กับพ่อมักไม่ค่อยตัดสินใจอะไรให้ ท่านมักพูดให้เราคิดเอง... โห จำได้ตอนนั้นทุกข์ทรมาณในจิตใจมาก เพราะการคิดเองนี่ "ยากมากมาก...สำหรับเด็กตัวน้อยๆ"...และที่สำคัญคือ หมายถึงเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราคิดและตัดสินใจเอง

สมองน้อยๆ ต้องทำงานติ้วๆ......”