1. ก่อนมาเขียนบันทึกใน GotoKnow ชีวิตการทำงานท่านเป็นอย่างไร
ข้าพเจ้ามองย้อนกลับไป ก็เห็น ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เวลาไปทำงานก็มีคนเรียกว่า "หมอ" /"อาจารย์"
ที่ใครๆ มองดูภายนอกก็น่าจะปกติสุขดี..
ชีวิตการงานก็มั่นคงระดับหนึ่ง ชีวิตครอบครัวก็ไม่มีปัญหา..
สิ่งเดียวที่เป็นปัญหา ก็คือ..ข้าพเจ้าเบื่อตัวเอง
อันเนื่องมาจากความผิดหวังในการตัดสินใจของตัวเอง..
ความรู้สึกต่ำต้อย ถ้อยคำทิ่มแทง "อัตตาอันโตใหญ่"
สร้างความเจ็บปวดให้ข้าพเจ้าเกือบละทิ้งเส้นทางนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
(ไม่น่าเชื่อว่า ข้าพเจ้าจำคำ บุคคล เวลา สถานที่ เหล่านั้น อย่างฝังใจ
แม้ผ่านมานานหลายปี ทั้งที่เรื่องร้ายนั้นเป็นหนึ่งในพันของเรื่องดี)
..สิ่งที่ยึดโยงข้าพเจ้าคือ ความสุขเมื่อได้สอน
ไม่ว่าใครจะเข้ามากร่อนความภูมิใจเราทางไหน
ก็ไม่กระทบความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคน...คนที่จะไปรักษาคนต่อไป
โดยสรุป ก่อนจะรู้จัก Gotoknow ข้าพเจ้าดูเหมือนเป็นคนตั้งใจทำงาน
แต่อารมณ์เสียง่าย หมกมุ่นกับความรู้สึกตนเองจนไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกผู้อื่น
.
2. เมื่อมาเขียนบันทึกแล้วเกิดผลดีอย่างไร มีการเรียนรู้อย่างไร มีเครือข่ายเกิดขึ้นได้อย่างไร
บทเรียนที่ 1: ตัดสินคนแบบภาคตัดขวาง (cross sectional) กับแบบยาว (longitudinal)
ข้าพเจ้าพิมพ์บันทึกแบบไม่ร่าง
เพราะ ระหว่างพิมพ์ไป แต่ละบรรทัดเกิดความคิดแทรกขึ้นมา
ซึ่งน่าจะเรียกว่า "ความสำนึกระหว่างบรรทัด"..
ข้าพเจ้าเคยมีจิตเป็นลบต่อผู้หนึ่งอย่างมาก
จนอดระบายลงไปในบันทึกไม่ได้
แต่พอพิมพ์ บรรยายที่มาที่ไปของผู้นี้
จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึก "เข้า(ไปอยู่ใน)ใจเขา - sympathy"
ถ้าชีวิตเราผ่านประสบการณ์อย่างเขา
จะรู้สึกอย่างไร จะทำอย่างไร..บางทีก็เราอาจทำแบบเดียวกันนี้
..สุดท้ายเลยลบข้อความนั้นออก
พร้อมกับความโล่งที่ได้ลบ"ความขุ่นข้อง" ออกไปจากใจ..
จึงได้ข้อคิดว่า เราไม่พอใจใครต่อใครมากมาย
เพราะด่วนตัดสินจากภาคตัดขวาง แทนที่จะพิจารณาที่มาที่ไป
.
บทเรียนที่ 2 : ชีวิตเส้นตรง (linear) กับชีวิตเส้นต่อจุด (dot)
ข้าพเจ้าเขียนประโยคเป็นท่อนๆ ในแต่ละบรรทัด
ตามท่อนความคิด ท่อนไหนโผล่มาก็จับใส่ไว้ก่อน
มีลบ มีแทรก มีเสริม ได้สังเกตปรากฎการณ์ทางความคิด
ที่แน่ๆ มันไม่ได้ร้อยเรียงเป็นเส้นเดียว มาแต่แรก
ทุกครั้งที่กด "จัดเก็บข้อมูล" รู้สึกว่ามันยังไม่เสร็จสมบูรณ์
แต่..นั่นแหละคือความงาม
เพราะ มีผู้อ่าน เข้ามาต่อเติม "เส้นประ" ทางความคิดให้สมบูรณ์ขึ้น
ให้บทเรียนว่า ผู้อื่นพร้อมจะเติมเต็ม เมื่อเราเปิดพื้นที่
สะท้อนมาที่ชีวิต..อย่ามัวหมกมุ่นกับความพร่อง - unfulfill
หากตัวเราปิดกั้นตัวเอง..ก็ไม่มีวันเติมเต็ม
หากตัวเรายังกลัวความไม่แน่นอน..ก็ไม่มีวันได้ต่อจุดห่างไปจากที่ยืนอยู่
.
บทเรียนที่ 3 : ความสุขส่วนตัว กับ ความสุขที่มากกว่า
ข้าพเจ้าสังเกตค่านิยมหนึ่งของ Gotoknow คือ รักในการทำงานเพื่อส่วนรวม
หัวข้อที่ได้รับความนิยมสูง
มักเกี่ยวกับปรัชญาการศึกษา การทำงานที่ข้ามขอบเขตวิชาชีพ
มักเป็นการร่วมแรงร่วมใจ จิตอาสา
สะกิดให้ข้าพเจ้าคิด
หรือความสุขที่แท้จริงของเรา คือการได้ทำอะไร มากกว่า "เพื่อตัวเอง"
ชีวิตเรา มีที่นอนให้อุ่น อาหารให้อิ่ม ไม่อมโรค
แต่ทำไมตัวเรายังทุกข์ใจ
ต่างจากผู้มี จิตสาธารณะ ซึ่งอิ่มใจได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด
.
3. สิ่งที่คาดว่าตัวท่านเองจะทำต่อไปในอนาคตด้วยการใช้งานผ่านระบบของ GotoKnow
กลับมาเขียนต่อแล้วค่ะ :)
สิ่งที่เริ่มต้นก็ต้องทำต่อจนถึงเป้าหมาย..แล้วก็ปล่อยวาง
ฟ้าเริ่มเป็นใจ หลักสูตรใหม่ โอกาสใหม่ ที่เปิดให้กับCops Chronic and Palliative care บ้างแล้ว
ไม่ว่าจะถึงจุดหมายเพียงไร
แต่ประสบการณ์รายทาง ที่จะนำมาบันทึกไว้
ก็จะมีคุณค่ากับข้าพเจ้าเสมอ
Enjoy the ride..ถนนยาม 7 โมงเช้า ของเชียงใหม่ สำรวจพบว่า 20% สวมหมวกันน็อก ป้ายททางขวามือมีข้อความชวนคิด "พอใช้ได้ คือคำตำหนิ ดี ไม่ใช่คำชม"
เอ้า....ตั้งอกตั้งใจอ่านตามมาทีละบรรทัด ๆ
ไหงหักมุมแบบตั้งตัวไม่ทัน
ไม่จบ...จริง ๆ
(รออ่านต่อแน่นอนค่ะ)
ชื่นชมการเป็น "คนจริง" มองตนเองแบบซื่อตรงนะคะ
หรือความสุขที่แท้จริงของเรา คือการได้ทำอะไร มากกว่า "เพื่อตัวเอง"
ชีวิตเรา มีที่นอนให้อุ่น อาหารให้อิ่ม ไม่อมโรค
แต่ทำไมตัวเรายังทุกข์ใจ
ต่างจากผู้มี จิตสาธารณะ ซึ่งอิ่มใจได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด
(บังเอิญนำไฟล์ภาพขึ้นไว้ แต่ยังไม่ได้ใช้สักที ... ขอใช้เลยครับ คุณหมอบางเวลา)
...
ขอแสดงความนับถือในความคิด
ทางชีวิตที่เลือกสรรนับพันเส้น
บัวสี่เหล่าเรื่องเล่าที่เราเป็น
อยู่ที่เราจะเห็นว่าทางใด
การขีดเขียนภาพกว้างที่ตัดขวาง
ค่อยค่อยกางความคิดลิขิตได้
เลือกความสุขเพื่อเราหรือเพื่อใคร
ขอให้กลายเป็นความสุขอยู่กับตน
...
(คิดและเขียนแบบไม่ได้ร่างเช่นกันนะครับ คุณหมอบางเวลา)
เป็นการวิเคราะห์ ถอดออกมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนนะ ชื่นชมทุกครั้งที่ได้อ่านบันทึกครับ บันทึกที่ถูกลบไป ผมนึกแว็บเลยว่า บันทึกของผมหรือเปล่าน้า ...เพราะแต่ละบันทึกนั้นล้วน ไม่ค่อยจะเหมือนใครเลย มันเป็นหนังสือไม่เป็นโล้เป็นพายของผมเอง
แต่อ่านทั้งหมดแล้วก็ถือว่า ที่นี่ทำให้เราใจกว้างนะ ยอมรับสมองสารพัดแบบได้ ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ
งานและชีวิตแยกกันไม่ออกครับ จิตสาธารณะ ต้องฝึกนิ
ไหว้สาครูบาอาจารย์
เขียนได้ดีมากครับอาจารย์ ผมยังนึกอยู่เลยว่าจะเขียนตอบประเด็นที่ให้มาอย่างไรดี
เพราะผมเขียนไม่เก่ง แต่ชอบอ่านมากกว่าครับ
จะรออ่านต่อไปนะครับ
เขียนบันทึก...
ช่วยให้ได้ยินเสียงความรู้สึกของหัวใจของเราเองแจ่มชัดขึ้น...
ได้อ่าน...ได้สัมผัส..ได้มุมมอง..ได้แลกเปลี่ยน..เป็นความสุขดีๆทุกครั้งที่ได้รับจากทุกบันทึกของน้องหมอค่ะ
สวัสดีครับ...
ผมไล่ออกแต่ละบรรทัด
รู้สึกเห็นถึงความซื่อสัตย์ของความรู้สึกของตนเองของอาจารย์ทุกบรรทัด
และรู้สึกดีกับการผุดคิดกระทันหันอันบรรเจิดของอาจารย์กับ
ความสำนึกระหว่างบรรทัดของอาจารย์
ภาวนาขอให้อาจารย์ทำได้ตามฝัน
ผมให้กำลังใจเสมอครับ
ชีวิตผมตอนนี้ พยายามทิ้ง...ตัณหา...หรือเล็งผลลัพธ์
แต่พยายามกับ...ฉันทะ
แล้วรู้สึกดีครับ
เข้าไปอ่านต่อจากบันทึกของครูผมนะครับ
http://www.winbookclub.com/article.php
ขอบคุณครับ
.....
".....ในทุกวงการทุกอาชีพก็มี ‘สูทสองตัว’ มีแบบแรกกับแบบหลัง
ครูแบบแรกสอนหนังสือได้ ครูแบบหลังสอนปัญญาและจริยธรรมด้วยจิตวิญญาณ
หมอแบบแรกรักษาโรคได้ หมอแบบหลังรักษาโรคด้วยจิตวิญญาณ
ทนายความแบบแรกว่าความได้ ทนายความแบบหลังว่าความด้วยจิตวิญญาณ
พระแบบแรกสวมจีวร พระแบบหลังสวมธรรม
บัณฑิตแบบแรกมีใบปริญญา บัณฑิตแบบหลังมีปัญญา
ฯลฯ
เราจะเลือก ‘สูท’ ตัวไหนหรือเลือกเป็น ‘สูท’ ตัวไหนก็ขึ้นกับทัศนคติของเรา อยากจะทำให้ดีที่สุดหรือแค่ให้สอบผ่าน
เลือกที่จะเป็นคนดีที่พูดหรือดีที่ทำ ดีที่เปลือกหรือดีที่แก่น ดีที่ปริมาณหรือดีที่คุณภาพ ก็แล้วแต่เรา
อย่างไรก็ตาม การจะมองออกว่า ‘สูท’ ตัวไหนดีกว่า ต้องอาศัยสายตา รสนิยม และประสบการณ์
รสนิยมและประสบการณ์มาจากการเรียน การอ่าน การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ และความเข้าใจ
ชีวิตก็เหมือนสูท มีสองแบบ แบบธรรมดากับ ‘แบบหลัง’
คนฉลาดเลือกแบบที่มีเนื้อหา สีสัน สัดส่วน และรายละเอียดที่ประณีตคมลึกกว่า
แน่ละ ชีวิต ‘แบบหลัง’ มีราคาสูงกว่า ต้องทำงานมากกว่า ต้องขยันกว่า ต้องลงแรงมากกว่า แต่คุ้มค่ากว่า
There are life and life. This is the latter...."
อ่านบันทึกของคุณหมอทีไร
รู้สึก "สงบ เย็น เป็นประโยชน์" เสมอครับ
ขอคาระ ชื่นชม และเป็นกำลังใจให้ ด้วยใจนะครับ
ขอบคุณครับ...
มาอ่านบันทึกอย่างชื่นชมค่ะ...
การเปิดใจให้กว้าง จะทำให้เราได้รับรู้กับสิ่งใหม่ ๆ อีกมากมายสำหรับชีวิตของเราค่ะ...
ขอบคุณค่ะ คุณครูธนิตย์
บันทึกนี้ ยังอยู่ในโหมดเคร่งเครียดค่ะ
แวบไปอ่านบันทึกคุณครูมา มียิ้ม มีฮา ครบรสดีจังค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณหมอธิรัมภา
เข้าไปอ่านบันทึกที่ร้อยเรียงปราณีต ของคุณหมอแล้ว
ยังคิดอยู่ว่า น่าจะเอ่ยนามกัลยาณมิตร ที่มีส่วนช่วยให้บันทึกนี้เป็นตัวเป็นตนขึ้นมา
แต่ลงท้ายก็ไม่เอ่ยถึงใครเลย ทั้งนี้เพราะ
" มีหลายคนเหลือเกิน"
และทุกคนต่างเป็นส่่วนหนึ่งของ gotoknow
บางท่าน ไม่ได้แสดงตัว เพียงกดเข้าดู
ก็เป็นการ feedback และเป็นกำลังใจ
ขอบคุณค่ะอาจารย์ขจิต กลับมาเขียนต่อจนเสร็จแต่ไม่สมบูรณ์
...
ทำเพื่อคนอื่น แล้วมีความสุข
โดยเฉพาะ ถ้าได้ทำกันเป็นทีม ยิ่งสุขทวีค่ะ
ท่านอาจารย์ wasawat ร่ายกลอนสดๆ เกิดบทกวีได้ฉับพลัน
ชอบภาพดอกบัว ที่อาจารย์นำมาประกอบค่ะ
ตรงกับทั้งชื่อและนามสกุล แต่ไม่รู้อยู่ในระยะไหน..
บัวสี่เหล่าเรื่องเล่าที่เราเป็น
อยู่ที่เราจะเห็นว่าทางใด
ได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นดอกทางซ้ายสุดนะค่ะ :)
เรียนคุณเพชร ด้วยสัจจริง มิได้โมโหใครในที่นี้เลย
แม้ความเห็นไม่ตรงกันบางเรื่อง แต่ก็ตรงกันบางเรื่อง
เป็นการบริหาร ความกว้างของใจ อย่างที่คุณเพชรว่าค่ะ
ดีจังเลยครับ ตรงนี้ "ไม่ว่าจะถึงจุดหมายเพียงไร แต่ประสบการณ์รายทาง ที่จะนำมาบันทึกไว้ก็จะมีคุณค่ากับข้าพเจ้าเสมอ
ทำให้นึกถึง มีคนถามท่านพุทธทาสภิกขุ ว่า งานที่ทำอยู่จะเสร็จเมื่อไร ท่านพุทธทาสตอบว่า ก็เสร็จอยู่ทุกวัน (อาจไม่ตรงเสียทีเดียว แต่คงพอเทียบเคียงกันได้นะครับ)
ขอบคุณค่ะ อาจารย์ JJ ฝากข้อความสั้นๆ แต่ลึกซึ้ง
ชีวิตกับงานแยกกันไม่ออก
เห็นคนที่ทำงานด้วยจิตสาธารณะ ชีวิตก็เป็นสุข ทำงานเป็นการพักผ่อนไปในตัวค่ะ