ตต้นไม้ยืนฝืนร่างอย่างเหงาหงอย หมู่นกน้อยแรงสิ้นโบกบินหนี

“ร้อนลมแล้ง”

 


มองหมู่ไม้ใบโกร๋นต้นเก้งก้าง

ใบทิ้งร่างงอหงิกลมพลิกไหว

กิ่งเมื่อก่อนอ่อนโยนโดนลมไกว

เดี๋ยวนี้ไร้รื่นรมย์ระทมทน

 

นกสีสวยเคยมาซุกอาศัย

เห็นร่มไม้ใบบังทั้งกินผล

กลับโหยหิวเหนื่อยอ่อนเร่าร้อนรน

ไหนละต้นไม้เก่าเราเคยมา

 

พื้นหญ้าเคยคลุมคลี่พรมสีเขียว

เห็นแห้งเหี่ยวร่วงโรยโหยไห้หา

ใจจิ้งหรีดเจ็บจำปริ่มน้ำตา

ไร้น้ำค้างยอดหญ้าให้หากิน

 

ลมเคยโลมวิถีของชีวิต

ลมแล้งผิดคิดหมายกลับกลายสิ้น

หอบร้อนมาทารุณพร้อมฝุ่นดิน

เหมือนโหดหินคราช้ำคอยซ้ำเติม

 

นักศึกษาเคยได้อาศัยร่ม

เรียนอบรมค้นคว้าวิชาเพิ่ม

ร้อนอารมณ์ร้อนดินฟ้าร้อนค่าเทอม

ร้อนนี้เริ่มรุกไล่ไร้ปรานี

 

ต้นไม้ยืนฝืนร่างอย่างเหงาหงอย

หมู่นกน้อยแรงสิ้นโบกบินหนี

จิ้งหรีดเร่เซซังทั้งท่าที

คนถ้ารอดแล้งคงแทบตาย


 

 

โสภณ เปียสนิท***ตีพิมพ์ในมติชนฉบับวันที่ 21 เมษายน 2534

39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110