ในประเด็นนี้ ผู้เขียนนึกถึงช่องทางในการเผยแพร่ผลงานออกไปสู่สาธารณะที่กว้างขึ้น สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงได้ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา งานบางงานของผู้เขียนนึกไม่ถึงว่าจะไปไกลกว่าที่คิด เช่น เรื่อง "นิทานพื้นบ้านเมืองพะเยา" มีครูโรงเรียนเทศบาล ๓ พะเยา นำไปเขียนเป็นสื่อการสอนให้กับเด็ก เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเฉพาะงานที่เป็นเรื่องของท้องถิ่นอื่น ๆ นับว่าเป็นที่นิยมอยู่มิใช่น้อยในการอ้างอิงในสถาบันการศึกษาและขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ, อาจารย์ ๓ เป็นต้น ซึ่งนับรวมเอางานตำรารัฐศาสตร์เชิงพุทธของผู้เขียนเข้าไปด้วย
วันนี้ผู้เขียนมีภาระกิจแต่เช้า รวม ๔ ภาระกิจหลัก
ซึ่งผู้เขียนเรียกเสียสวยหรูว่า "เป็นการบริการวิชาการต่อสังคม"
ซึ่งต้องยอมรับว่าเมื่อเรามายืนอยู่ ณ จุด ๆ หนึ่ง
ภาระหรืองานก็เดินเข้ามาหาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งการบริการวิชาการต่อสังคมนั้น พระก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ชุมชน
สังคมต้องการหรือเรียกร้องให้กระทำ ดังนั้นพระก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะต้องรับใช้สังคมในด้านวิชาการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ดังต่อไปนี้
เวลา
๐๘.๓๐-๑๒.๐๐น.ไปเป็นประธานสนามสอบธรรมศึกษา ณ
สนามสอบโรงเรียนประชาบำรุง อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดศรีโคมคำ
ส่งพระภิกษุเข้าไปสอนธรรมศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตพะเยา หรือมหาวิทยาลัยสงฆ์
โดยเปิดทำการสอนและสอบในนามของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ๒
สนามสอบคือ (๑)สนามสอบวัดศรีโคมคำ
มีผู้เข้าสอบจำนวนร่วม ๑๐๐ คน โดยมีพระสุนทรกิตติคุณ รองเจ้าอาวาส
เป็นประธานสนามสอบ (๒)สนามสอบโรงเรียนประชาบำรุง
มีผู้เข้าสอบจำนวน ๕๔๕ คน โดยมีผู้เขียนเป็นประธานสนามสอบ
นั่นแสดงว่า วัดเป็นศูนย์กลางทางสังคมนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
สมัยก่อนวัดอาจเป็นสถานศึกษาของทั้งเด็กและพระภิกษุสามเณร
แต่เมื่อยุครัชกาลที่ ๕ ให้มีการแยกโรงเรียนออกจากวัด
ซึ่งมีผลทำให้วัดสละพื้นที่หรือแบ่งวัดให้เป็นโรงเรียน หรือเราเรียก
"โรงเรียนวัด" นั่นเอง
ต่อมา มีการเรียกร้องให้ตัดคำว่าวัดออกจากโรงเรียน
เช่น โรงเรียนวัดบวร, โรงเรียนวัด...ฯลฯ
แต่ไม่มีใครสักคนกล้าให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนวัดสังเวชฯ
สักราย...
เวลา
๑๒.๓๐-๑๖.๐๐ น.เป็นกรรมการสอบปากเปล่านักศึกษาปริญญาโท
สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คือพระครูใบฎีกาเฉลิมพล อริยวํโส
วัดหลวงราชสัณฐาน ซึ่งเป็น ๑ ใน ๒ รูปที่เข้าสอบวันนี้
เกี่ยวกับการศึกษาวิเคราะห์เรื่องเปตตพลีฉบับวัดหลวงราชสัณฐาน...
นอกจากนั้นแล้วทางศูนย์บัณฑิตได้ขอแทรกการสอบโคร่งร่างวิทยานิพนธ์ของพระครูสมุห์ราชัย
นารโท เรื่องศึกษาบทบาทในการศึกษาของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง
ธมฺมปญฺโญ)...
นั่นแสดงว่า ทุกชุมชน ไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหน
พื้นที่ใดล้วนแล้วแต่มี "ภูมิปัญญาท้องถิ่น" ดี ๆ
ทั้งสิ้น ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนเห็นว่าภูมิปัญญาเหล่านี้
ถ้าไม่มีการศึกษา ก็ไม่มีการจดบันทึก หรือขยายสู่สาธารณชน ดังนั้น
ถ้าชุมชน ท้องถิ่น หรือหมู่บ้าน
คนอยู่ในท้องถิ่นควรจดบันทึกหรือสืบต่อโดยทำเป็นคลังข้อมูลเอาไว้
เวลา
๑๗.๐๐-๑๘.๓๐ น.จัดรายการวิทยุรายการ "ถามมา-ตอบไป" ร่วมกับพระมหากรภพ
กตปุญฺโญ ป.ธ.๙ ซึ่งการจัดรายการแต่ละครั้ง(เฉพาะวันศุกร์)
ได้รับความสนใจจากญาติโยมมากพอสมควร
นั่นก็แสดงว่า เป็นพื้นที่หนึ่งที่ให้คนได้แสดงออกทางด้านความคิด
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่ผิด ๆ
อยู่หลาย ๆ ประการ อันแสดงถึงความไม่เข้าใจ เช่น
โยมคิดว่าถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสามเณรเฉพาะในพรรษาเท่านั้น
หรือการสวดมนต์ไหว้พระที่บ้านกรวดน้ำเองไม่ได้ ...ฯลฯ
ซึ่งเป็นปัญหาที่ค้างคาใจในกลุ่มชาวบ้านไม่น้อย
ผู้เขียนเลยตั้งข้อสังเกตว่า ๑)การสื่อของพระมีปัญหา
คือเข้าใจมาตลอดว่าได้ให้ความรู้ญาติโยมอย่างดีและมีประสิทธิภาพแล้ว
แต่ไม่มีการประเมินผล ๒)บางครั้งญาติโยมคิดไปเอง เช่น
คิดว่าเวลาถวายสังฆทาน ต้องกล่าวคำว่า
...ถวายแก่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร...เพราะทุกวันนี้ถวายแต่พระ
ไม่มีสามเณร
ซึ่งความเป็นจริงแล้วคำว่าสงฆ์มันคลอบคลุมถึงทั้งพระและสามเณรแล้ว
เป็นต้น ๓)ในชนบทยังมีความเชื่อดั่งเดิมปนอยู่ในคำสอนของพระพุทธศาสนาอยู่มากพอสมควร...นี้คืองานท้าทายของพระนักเผยแผ่......ฯลฯ
และตอนดึกรีบจัดทำต้นฉบับหนังสือเรื่อง "ท่าทีคนลุ่มน้ำโขง(พะเยา-หลวงพระบาง)ต่อพุทธศาสนาเชิงรุกในยุคโลกาภิวัตน์"
ซึ่งปรับมาจากงานดุษฎีนิพนธ์ของผู้เขียนเรื่อง "การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อพุทธศาสนาเชิงรุกในชุมชนชายแดนไทย-ลาวในยุคโลกาภิวัตน์"
เพื่อเป็นมุทิตาจิตต่อพระเดชพระคุณเจ้าคุณอาจารย์พระสุนทรกิตติคุณ
รองเจ้าอาวาส ในวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้
ในประเด็นนี้
ผู้เขียนนึกถึงช่องทางในการเผยแพร่ผลงานออกไปสู่สาธารณะที่กว้างขึ้น
สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงได้ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา
งานบางงานของผู้เขียนนึกไม่ถึงว่าจะไปไกลกว่าที่คิด เช่น เรื่อง
"นิทานพื้นบ้านเมืองพะเยา" มีครูโรงเรียนเทศบาล ๓ พะเยา
นำไปเขียนเป็นสื่อการสอนให้กับเด็ก เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเฉพาะงานที่เป็นเรื่องของท้องถิ่นอื่น ๆ
นับว่าเป็นที่นิยมอยู่มิใช่น้อยในการอ้างอิงในสถาบันการศึกษาและขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ,
อาจารย์ ๓ เป็นต้น
ซึ่งนับรวมเอางานตำรารัฐศาสตร์เชิงพุทธของผู้เขียนเข้าไปด้วย
สาธุ...ครับ
กราบนมัสการ พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม)
- ได้รับความรู้มากคะ
เจริญพรขอบคุณอาจารย์บวร ที่เข้ามาอนุโมทนา...สาธุ
เจริญพรคุณโยมสมศรี
ภาพพระพุทธรูปที่ส่งมาดูแล้วสงบ บรรยากาศภายในวัดก็ร่มรื่น
สมกับเป็นรมณียสถานแห่งจิตวิญญาณอย่างหาที่เปรียบมิได้
ดูแล้วทำให้จิตวิญญาณของผู้มองนิ่งสงบตาม อนุโมทนายิ่ง