คุณจะถามอะไร

 

ตอนหลวงพ่อพระอาจารย์นพดลมาโปรดญาติโยมที่นี้ ผมได้มีวาสนาติดตามดูแลท่าน เพราะท่านมีเมตตาแต่งตั้งให้ผมเป็นกรรมการวัด มีผู้คนมาถามปัญหาคาใจกับท่านมากมาย  

ถ้าคุณได้พบพระดีที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ซ้ำยังเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรอีกด้วย

ให้คุณถามปัญหาคาใจคำถามหนึ่ง คุณจะถามปัญหาอะไรกับท่าน

ผมมีคำตอบให้คุณในคราวหน้า  แล้วคุณจะแปลกใจครับ



 

                    พระครูอรรถกิจนันทคุณ (หลวงพ่อ ดร.นพดล เจริญไทยทวี)

                          เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา อำเภอเมืองกำแพงเพชร

                               เจ้าคณะตำบลคลองแม่ลาย ( ธรรมยุต)

                                     

                         ประวัติส่วนตัวและการศึกษาโดยละเอียด

วุฒิการศึกษา/ระดับการศึกษา

รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทุนอานันทมหิดล ) ประกาศนียบัตรบัณฑิตอาสาสมัคร ( ป.ชั้นสูง ) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การทำงาน ก่อนอุปสมบท เคยรับราชการนาน 7 ปี เป็นเลขานุการของคุณหญิงนันท สุประภาตะนันทน์ ปลัดหญิงคนแรกของกรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ก่อนลาออกจากราชการ

อุปสมบท วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (สมเด็จพระญาณสังวร ) ทรงเป็นอุปัชฌาย์

ประวัติครอบครัว

ชื่อบิดา นายศรี เจริญไทยทวี อาชีพ ค้าขาย ( ถึงแก่กรรม ) ชื่อมารดา แม่ชีสมปอง เจริญไทยทวี อาชีพ ค้าขาย ( ถึงแก่กรรม เป็นบุตรคนที่ ๙ ในจำนวนพี่น้อง ๙ คน ( ๑ ) ศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๒) นายวาณิชย์ เจริญไทยทวี ( ๓ ) นายประวิทย์ เจริญไทยทวี ( ๔ ) เภสัชกรหญิงสมศรี เจริญไทยทวี ( ๕ ) นางสมพร มีคะนุช ( ถึงแก่กรรม ) ( ๖ ) นางอรษา บุญศรี ( ๗ ) นางสาวจิตติมา เจริญไทยทวี ( ๘ ) นายปรารภ เจริญไทยทวี ( ๙ ) พระครูอรรถกิจ นันทคุณ ( นายนพดล เจริญไทยทวี )

หน้าที่การงานหรืออาชีพ (อดีต - ปัจจุบัน)อาชีพ พระภิกษุ นาน ๒๙ ( ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ) ผลงานดีเด่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ด้านที่เชี่ยวชาญเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  • เป็นประธานคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก จังหวัดกำแพงเพชร งานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านมีแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทุกๆ ฝ่าย เนื่องจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทุกๆ ภาคส่วน ที่จะต้องช่วยกันคิดร่วมกันทำ ให้เกิดมุมมองหลากหลาย ดังนั้นคณะกรรมการจึงมาจากหลากหลายสาขา หลายวิชาการ หลายวิชาชีพ ร่วมกันทำงานด้านอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ซึ่งงานที่ดำเนินการ มีดังนี้

(๑)เป็นแกนนำที่ริเริ่มนำขบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ช่วยรักษาผืนป่า ในจังหวัดกำแพงเพชร โดยการเชิญชวนบุคคลในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ พระภิกษุ ครูอาจารย์ นักปกครอง นักประชาสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าว ข้าราชการบำนาญ ชาวบ้าน นักธุรกิจ นักการเมือง ลูกเสือชาวบ้าน องค์กรเอกชน ฯลฯ ให้มาร่วมกันคิดร่วมทำ ในนามคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก จังหวัดกำแพงเพชร เกี่ยวกับการจัดการผืนป่าร่วมกับภาคราชการที่เกี่ยวข้อง

(๒)เป็นผู้ริเริ่มและปฏิบัติการให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการป่า อนุรักษ์ ระดับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในจังหวัดกำแพงเพชร รวม ๔ แห่ง คือ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองลาน คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ คณะกรรมการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง

(๓)เป็นผู้ริเริ่มในการให้ประชาชนรอบผืนป่าอนุรักษ์ รวมกลุ่มกันดูแลรักษาป่าจนรวม กันเป็นกลุ่ม เป็นคณะกรรมการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ทำงานได้ผลดี ในด้านการเป็น
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการตรวจลาดตระเวน ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการจิตวิทยา เป็นผู้นำเที่ยวในป่าไม้

(๔)สำนักงานบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ ๖ นครสวรรค์ เห็นว่าคณะกรรมการอาสา สมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน สามารถปฏิบัติงานได้ดี มีประสิทธิภาพ จึงได้อบรมและจัดตั้ง คณะกรรมการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

(๕)ประธานคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรีเชิญเป็นวิทยากรและเป็นผู้จัดตั้งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติพุเตยในจังหวัดสุพรรณบุรี (๖)ผู้นำในการจัดทำ ตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นการแบ่งเขตพื้นที่อนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง

  • เป็นประธานเครือข่ายคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก แห่งประเทศไทย องค์กรเครือข่ายป่าตะวันตกมี ๖ จังหวัด คือ จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี การทำงานร่วมกันต้องมีการประสานความร่วมมือกับทุกองค์กรเครือข่าย และผู้ที่จะสามารถรวมองค์กรทั้ง ๖ ได้อย่างหนาแน่นดีที่สุด คือ พระครูอรรถกิจ นันทคุณ ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจภาคประชาชน และภาคราชการได้ดีที่สุด จึงมอบหมายให้ท่านเป็นประธานคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ๖ จังหวัด และงานสำคัญที่ริเริ่มมีดังต่อไปนี้

    (๑)เป็นผู้ผลักดันความสำเร็จจากการจัดตั้ง เครือข่ายผืนป่าตะวันตก เช่น คณะกรรมการ อุทยานแห่งชาติ และคณะกรรมการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้เป็นนโยบายสำคัญในคณะรัฐบาลสมัย นายก รัฐมนตรี ฯพณฯ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่สมัย ฯพณฯ ประพัฒน์ ปัญญาชาติรัฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ถึงปัจจุบัน ในสมัย ฯพณฯ.สุวิทย์ คุณกิตติ ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    (๒)กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีความเห็นว่านโยบายเกี่ยวกับ คณะกรรมการ อุทยานแห่งชาติ และคณะกรรมการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นนโยบายที่ช่วยรักษาผืนป่าโดยประชาชน มีความสำเร็จได้ดี จึงส่งเสริมให้ ทุกๆ อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีคณะกรรมการ ดังกล่าว ขณะนี้มีคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติและคณะกรรมการเขตรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าประมาณ ๑๑ แห่งและจัดตั้งคณะกรรมการ ฯ ในหลายอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั่วประเทศ

    (๓) เป็นผู้นำในการสร้างความเข้าใจต่อสังคม สื่อมวลชน เรื่องการก่อสร้างเส้นทางสาย ๑๑๑๗ (คลองลาน – อุ้มผาง) การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ตลอดจนทำหนังสือชี้แจงต่อหน่วยงานภาครัฐทุกระดับเพื่อสร้างความเข้าใจไม่ให้เกิดความขัดแย้งต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    เป็นผู้นำในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ น้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานในการดำรงชีวิต น้ำมีจำนวนน้อย ไม่พอเพียงแก่ความต้องการของประชาชน จึงเกิดปัญหาเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำในสังคมอย่างต่อเนื่องยาวนาน เกิดปัญหาขึ้นซ้ำซากทุกปี มิติใหม่ของภาคราชการคือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องน้ำ จึงเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการเข้าไปมีส่วนในการพัฒนาทรัพยากร ให้มีการใช้น้ำสะอาด อย่างเป็นธรรม ให้มีน้ำใช้ทั่วถึงกัน งานที่ดำเนินการมีดังนี้

    (๑) เป็นคณะอนุกรรมการลุ่มน้ำปิงตอนล่าง แต่งตั้งโดย ฯ พณ ฯ สุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง ปัจจุบัน ( ปี พ.ศ.๒๕๕๐)

    (๒) เป็นผู้นำในการจัดงานอนุรักษ์ลำน้ำ คู คลอง ในลุ่มน้ำคลองสวนหมาก ณ โรงเรียน นารีราษฏร์สามัคคี ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

    (๓) เป็นผู้นำมวลชนในการดูแลรักษาต้นน้ำ โดยจัดตั้งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองลาน (กอช.คล) คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ( กอช.มว.) คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า (กอช.คว.) คณะกรรมการเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง (กสป.ขส.) อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ( ออช.คล.) ร่วมรักษาป่า

    (๔)เป็นผู้นำในการจัดตั้งชมรมรักษ์ต้นน้ำกำแพงเพชร โดยจัดองค์ชมรมรักษ์น้ำ ในตำบลสักงามและตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ ๒๕๐ คน กิจกรรมที่สำคัญคือ การปลูกป่า การทำแนวกันไฟป่า การทำฝายแมวฝายดักตะกอน การจัดการพืชอาหารป่า การส่งเสริมให้ลด ละ เลิก ใช้สารเคมีเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช การปลูกข้าวไร้สาร การส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตพืชไร้สารพิษ เป็นต้น

    (๕) เป็นผู้นำในด้านการจัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำสาขา ลุ่มน้ำย่อย ในลุ่มน้ำปิงตอนล่าง ร่วมกับสำนักงานลุ่มน้ำปิงตอนล่าง โดยจัดให้มีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นระบบลุ่มน้ำ อันเป็นลักษณะของระบบธรรมชาติ ส่งเสริมและเชิญชวนให้ภาคราชการร่วมกับภาคเอกชนทำการพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นหลัก เป็นระบบลุ่มน้ำ ในลุ่มน้ำคลองวังเจ้า ลุ่มน้ำคลองสวนหมาก ลุ่มน้ำคลองแม่ระกา ลุ่มน้ำ

    เป็นผู้นำในการจัดการขยะและของเสีย จังหวัดกำแพงเพชร โดยองค์กรเครือข่ายผืนป่า ตะวันตก จังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดทำโครงการด้านการจัดการของเสียในชุมชนต่างๆ โดยพยายามส่งเสริมให้ชุมชน ร่วมกันคัดแยกของเสีย ออกเป็น พลาสติก ขวดแก้วหรือภาชนะที่เป็นแก้ว ภาชนะที่เป็นโลหะ ชนิดต่างๆ โดยเน้นการนำวัสดุต่างที่เหลือใช้มาใช้ประโยชน์โดยวิธีการต่างๆ คือ การนำมาใช้ใหม่ การรีไซเคิล ให้รู้จักภัยที่เกิดขึ้นกับของเสียอันตราย โดยให้มีการเก็บรวบรวมไว้แล้วนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการต่อไป งานที่เคยส่งเสริมมีดังนี้

    (๑) เป็นผู้นำและริเริ่มการป้องกันและการจัดการของเสียในชุมชนคณฑี ซึ่งเป็นชุมชนเมือง กึ่งเกษตร ให้มีการจัดการของเสียให้ถูกสุขลักษณะ โดยการคัดแยกขยะ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งเสริมไม่ให้มีการเผาขยะในชุมชน

    (๒) เป็นผู้นำและริเริ่มการจัดการของเสียในชุมชนให้เป็นระบบธุรกิจ ชุมชนบ้านไร่พิจิตร

    เป็นชุมชนระหว่างเขตอนุรักษ์ ๒ พื้นที่ คือ อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง ชาวบ้านส่วนมาก อาศัยพื้นที่อนุรักษ์เป็นพื้นที่ยังชีพในฤดูแล้ง จึงสิ่งเสริมให้ชุมชนที่ไม่มีอาชีพคัดแยกและเก็บคัดแยกขยะขายเป็นอาชีพ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจากป่าอนุรักษ์ทั้ง ๒ แห่ง

    (๓) เป็นผู้นำและริเริ่มการคัดแยกขยะเพื่อธุรกิจ ในชุมชนบ้านเขาวังเยี่ยม เป็นการส่งเสริมให้ ชุมชน รู้จักเรียนรู้การเก็บ คัดแยก ของเสียในชุมชน เพื่อเป็นธุรกิจหรือเป็นวิชาชีพ

    (๔) เป็นผู้นำและริเริ่มการจัดการของเสียในป่าชุมชน เนื่องจากบ้านวุ้งกระสัง ตำบลโป่งน้ำ

    ร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรียง อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี จึงเป็นชุมชนเก่าแก่ในพื้นที่อนุรักษ์ เนื่องจากวัฒนธรรมเมืองเข้าไปมีอิทธิพลในชุมชนหลายรูปแบบ รวมทั้งของเสียจากการใช้ประโยชน์ของสิ่งของเครื่องใช้หลายรูปแบบ จึงทำให้ชุมชนมีขยะหลากหลายชนิด ทั้งที่อันตรายและที่ไม่มีอันตราย จึงให้มีการจัดการของเสียในชุมชนอย่างเป็นระบบและสามารถประกอบวิชาชีพคัดแยกขยะได้

    ( ๕) เป็นผู้นำและริเริ่ม โครงการจัดการของเสียสารเคมีอันตราย บ้านเพชรนิยม ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหมู่บ้านไทย กะเหรียง ที่อาศัยอยู่ร่วมกันส่วนมากเป็นเกษตรกรมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้สารเคมีมีพิษการเกษตร ให้รู้จักอันตราย มีทักษะในการจัดการ

    (๖) เป็นผู้นำและริเริ่มการรณรงค์คัดแยกและการจัดการของเสียชุมชนวังแขม ซึ่งเป็นชุมชน การค้าและชุมชนเกษตรกรรม ให้เป็นชุมชนตัวอย่างในด้านการจัดการของเสียอันตราย เช่น ภาชนะสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หลอดฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอรรีรถยนต์ ยาหมดอายุ เครื่องสำอางหมดอายุ ภาชนะบรรจุสารเคมีอันตราย จำพวก กระป๋องสีสเปย์ สารกำจัดยุง แมลงสาป ชนิด กระป๋องสเปย์ โดยให้มีการรวบรวมและนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ป็นผู้นำเกษตรกรในด้าน เกษตรกรรมธรรมชาติ จังหวัดกำแพงเพชรและเครือข่าย จังหวัดอื่น ๆ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัด มีความเห็นว่า ปัจจุบันสังคมกษตรกรมีความยากจนยิ่งขึ้น สุขภาพร่างกายอ่อนแอ สิ่งแวดล้อมในไร่นาสวนก็เสื่อมโทรมลงมาก สาเหตุสำคัญๆ เช่น การขาดความรู้ความเข้าใจในการเกษตรอย่างยั่งยืน จึงดำริว่าควรจะช่วยกันแก้ปัญหาหลักของเกษตรกรคือ ความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ประสบการณ์ ทัศนคติ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังสนใจด้านการออมทรัพย์ทุกประเภท ที่จะสร้างให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดในอาชีพอย่างมั่นคง งานที่จัดทำเป็นลักษณะเครือข่ายมีดังนี้
    (๑)เป็นผู้ผลักให้มีการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรรมธรรมชาติหลายกลุ่ม โดยเฉพาะใน จังหวัดกำแพงเพชร และภูมิภาคเหนือเช่น ชมรมสวนส้มปลอดสารพิษภาคเหนือ

    (๒)เป็นผู้รณรงค์ริเริ่มให้เกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร ทำการเกษตรแบบธรรมชาติ ให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยชีวภาพใช้เอง หากเกษตรกรผลิตได้จำนวนมากก็เป็นคนกลางรับจัดการปุ๋ยชีวภาพที่เกษตรกรผลิตได้ และระดมทุนจัดสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยชีวภาพขึ้นในวัดป่าดอยลับงา เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนต่าง ๆ เป็นแบบอย่างของเกษตรกรที่ยังไม่มีความมั่นใจ และยังไม่มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ในการเกษตรธรรมชาติ

    (๓) เป็นประธานในโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลุ่มน้ำปิง คลองสวนหมาก มีกิจกรรม คือ การจัดเวทีร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมวางแผน ร่วมประเมินผล ในโครงการ กิจกรรมการศึกษาดูงานเกษตรกรรมธรรมชาติ และอาหารปลอดสารพิษ ณ จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมอบรมเกษตรกร เรื่อง การผลิตน้ำส้มจากการเผาถ่านไม้ การผลิตสารชีวภาพเพื่อการเกษตร การจัดตั้งศูนย์เกษตรกรรมธรรมชาติระดับตำบล คือตำบล สระแก้ว ตำบลนาบ่อคำ ตำบลโป่งน้ำร้อน ตำบลท่าขุนราม ตำบลสักงาม และโรงเรียนนาบ่อคำวิทยา โรงเรียนแนะนำราษฏร์บำรุง โรงเรียนบ้านชัยภูมิ โรงเรียนบ้านเขาวังเยี่ยม โรงเรียนหนองกองวิทยา โรงเรียนนาบ่อคำวิทยาคม

    (๔) เป็นประธานโครงการกิจกรรมนำร่องในพื้นที่บ้านบ้านไร่พิจิตร เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่ไร่ เป็นสวนผลไม้ เป็นสวนป่า และเน้นให้ เกษตรกร ทำเกษตรกรรมธรรมชาติ ให้ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีเกษตร ( ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช )

  • เป็นผู้นำในด้านการสร้างองค์กรอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ประชาชนที่อยู่ในที่ต่างๆ ควรรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ เพื่อร่วมทำประโยชน์ทางด้านกิจกรรมของสังคมทุกชนิด แต่ที่เน้นในระยะแรกๆ คือการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถมองเห็นกิจกรรมได้อย่างชัดเจน และโอกาสต่อๆ ไปก็ให้กลุ่มต่างที่มีอยู่ทั่วทุกอำเภอได้แสดงพลังของประชาชน ในด้านสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งจังหวัด งานที่ได้ดำเนินการแล้วได้ผลดี อาสาสมัครมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีการรวมตัวกันช่วยคิดช่วยทำเป็นระบบมากยิ่งๆ ขึ้น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันแตกไปจากงานด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น อบต.ยางสูง อำเภอขาณุวรลักษบุรี มีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมแล้วก็มีกิจกรรมด้านสังคม อื่นๆ อีกด้วย งานที่ทำไว้ในรูปเครือข่าย มีดังนี้

(๑) เป็นผู้จัดทำโครงการอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งดำเนิน การมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงถึงปัจจุบัน มีองค์กรอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อมระดับอำเภอ ๑๑ แห่ง องค์กรระดับตำบลประมาณ ๒๙ แห่ง รวม ๑,๒๓๓ คน

(๒) เป็นผู้นำในการอบรมและการจัดเวทีแสดงความคิดเห็นในการประชุมสัมมนาองค์ กรอาสาสมัคพิทักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงถึงปัจจุบัน

(๓) เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จึงถึงปัจจุบัน (๒๕๕๐)

เป็นผู้นำด้านการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาททางด้านสิ่งแวดล้อมและด้านแพ่งและอาญา เรื่อง การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ท่านกล่าวเสมอว่า วัฒนธรรมสานเสวนา (Dialogues) คือวิถีชีวิต หรือวิธีดำเนินการใด ๆ เพื่อรักษาประโยชน์ หรือหน้าที่ของตนเอง โดยในขณะเดียวกัน ก็ยอมรับฟัง ความเดือดร้อน ปัญหา ความต้องการ หรือความคิดเห็น ของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบ ด้วย ซึ่งผลที่สุดทุกฝ่ายย่อมพอใจและมีความสุขสันติร่วมกัน การสานเสวนา อาจไม่เป็น “ ประชาธิปไตย” เพราะไม่มีการลงมติ ไม่ใช้เสียงข้างมากจากที่ประชุม แต่เป็น “ ธรรมาธิปไตย” คือการตกลงกันด้วยสันติวิธี ด้วยเหตุผล ความเหมาะสม บนหลักของเมตตาธรรม การให้อภัย ให้โอกาสแก่กันและกัน ในสังคม ชุมชน กลุ่มคน หรือ ครอบครัว ที่มีวัฒนธรรมสานเสวนา แม้ผู้คนจะต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างผลประโยชน์ ต่างนิสัย ต่างมุมมอง ต่างความคิดเห็น แต่ทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข กิจกรรมการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ที่ดำเนินการมีหลายลักษณะ คือ วิทยากร ผู้ไกล่เกลี่ย ผุ้จัดการโครงการไกล่เกลี่ย ผู้นำการประชุมสัมมนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

(๑)ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถมีทักษะประสบการณ์มีทัศนคติมีจิตสำนึกในด้านการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาททางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๒)ท่านจัดทำโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมสานเสวนา ในโอกาสเฉลิมฉลอง ๒๕ ปี

    (๓) ท่านเป็นผู้นำจัดทำโครงการอบรมเรื่องศิลปะการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ประมาณ ๕ ครั้งในจังหวัดกำแพงเพชร ผู้เข้ารับการอบรมได้แก่ ผู้พิพากษาศาลสมทบ ศาลคดีเด็กและเยาวชน กำแพงเพชร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจทุกสถานีในจังหวัดกำแพงเพชร คณาจารย์โรงเรียน วิทยาลัยทั้งภาคราชการและเอกชนในจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ๓ แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดกำแพงเพชร องค์กรเอกชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ บริษัทห้างร้าน

(๔)เป็นผู้ริเริ่มและสร้างแนวคิด ในแนวทาง วิธีการ กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรม การไกล่เกลี่ย กรณีพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก่คณะผู้เข้ารับการอบรมการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๕) เป็นผู้ริเริ่มและจัดตั้งศูนย์ป้องกันและจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินการด้านความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๖) เป็นผู้นำและดำเนินการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี กรณีการใช้น้ำของสวนส้ม จังหวัดกำแพงเพชร ระหว่างชาวบ้านในลุ่มน้ำคลองสวนหมากกับเกษตรกรสวนส้ม ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๐

(๗) เป็นผู้นำจัดกระบวนการป้องกันและไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าห้วยขาแข้ง กับชุมชนรอบๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรณี การเตรียมการจัดตั้งส่วนสัตว์เปิดห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ปี พ.ศ. ๒๕๔๘

(๘) เป็นผู้ริเริ่มและร่วมดำเนินการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี กรณี ชาวกะเหรียงบ้านวุ้ง กระสังข์ เลี้ยงกระบือแบบปล่อย ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึงปัจจุบัน สามารถป้องกันความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานร่วมกับชาวบ้านได้

(๙) เป็นวิทยากรอบรม กระบวนการป้องกันและไกล่เกลี่ยกรณีพิพาท ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน

(๑๐) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ประจำกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงปัจจุบัน

(๑๑) เป็นผู้ประนอมข้อพิพาท ประจำศาลจังหวัดกำแพงเพชร และสามารถเป็นผู้ประนอมข้อพิพาทได้ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบัน

ด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร มีทรัพยากรการท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งทางด้านธรรมชาติวิทยา ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ด้านประวัติศาสตร์ มีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งเป็นมรดกโลก และทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งประกอบด้วยหลายชนเผ่า อันเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรมที่หลากหลาย จึงเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยว ที่สามารถนำมาจัดการท่องเที่ยวทุกประเภทใช้ได้อย่างยั่งยืน เป็นภารกิจหนึ่งที่ท่านให้ความสนใจและก็ได้รับมอบหมายจากสังคมให้เข้าไปดูแล ซึ่งงานที่ได้ดำเนินไปแล้วทั้งในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดอื่นมีดังนี้

(๑) เป็นคณะกรรมการการท่องเที่ยวในจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบัน

(๒) เป็นวิทยากรการจัดการท่องเที่ยว ในจังหวัดกำแพงเพชร ( หลักสูตร ททท. ) จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร (อบจ.กำแพงเพชร) สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

(๓) เป็นผู้นำและส่งเสริมการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในผืนป่าตะวันตก รวม ๖ จังหวัด คือ จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี อุทัยธานี กาญจนบุรี

(๔) เป็นผู้นำและเป็นผู้จัดเวทีเรื่องการจัดการท่องเที่ยวในผืนป่าตะวันตกอย่างไร จึงจะยั่งยืน จัดโดยโครงการจัดการผืนป่าตะวันตก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

(๕) เป็นผู้ให้ความสนใจและผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในผืนป่าตะวันตก รวม ๖ จังหวัด โดยให้ความช่วยเหลือในการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก ทุกจังหวัด

(๖) เป็นผู้นำในการเสนอแนะการจัดการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวแบบรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม ในอุทยานแห่งชาติคลอง ลาน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

ระยะเวลาในการทำงานด้านที่มีความเชี่ยวชาญ

การทำงานพัฒนาศักยภาพมนุษย์ พัฒนาชุมชน พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาภูมิปัญญาไทย ได้ทำมานาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ถึงปัจจุบัน รวมเวลา ไม่ต่ำกว่า ๒๙ ปี

การถ่ายทอดและพัฒนาการถ่ายทอดความรู้

การรวมกลุ่มประชาชนในด้านต่างๆ แล้วสร้างเวทีเพื่อนำปัญหาหรือโครงการพัฒนา ต่างๆ มาสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเป็นกันเอง ( เน้นการเรียนรู้ แบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เคารพในภูมิปัญญาไทย เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง )

ผู้รับการถ่ายทอดความรู้ในโรงเรียน/นอกโรงเรียน/ตามอัธยาศัย มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังต่อ ในกลุ่มของทรัพยากรป่าไม้ ( คณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก จังหวัดกำแพงเพชร (กอต.กพ.) ,คณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ ๖ ( กอส. ๖ ), คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองลาน ( กอช.คล.) , คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า (กอช.วจ.) , คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ( กอช.มว.) , คณะกรรมการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง (กสป.ขส.) คณะกรรมการอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ( ออช.คล.) จำนวน ๗ กลุ่ม เรียนรู้กันปีละ ๘- ๑๐ ครั้ง กลุ่มละประมาณ ๗๐ คน

ในกลุ่มของทรัพยากรน้ำ มีกลุ่ม คณะอนุกรรมการลุ่มน้ำปิงตอนล่าง คณะกรรมการลุ่มน้ำ สาขาคลองวังเจ้า คณะกรรมการลุ่มน้ำสาขาแม่ระกา คณะกรรมการลุ่มน้ำสาขาคลองสวนหมาก คณะกรรมการลุ่มน้ำปิงส่วนที่ ๕ กลุ่มละประมาณ ๗๐ – ๘๐ คน

ในกลุ่มของเกษตรชีวภาพ เครือข่ายบ้านไร่พิจิตร เครือข่ายบ้านสระแก้ว เครือข่าย นาบ่อคำ เครือข่ายท่านขุนราม เครือข่ายสักงาม เครือข่ายโป่งน้ำร้อน เครือข่ายทรงธรรม เครือข่ายสวนส้มปลอดสารพิษภาคเหนือ กลุ่มละประมาณ ๕๐ - ๗๐ คน

ผู้รับการถ่ายทอดนำความรู้ไปใช้ จำนวน ๑,๖๐๐ คน ต่อปี ( เฉพาะ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ) ด้านทรัพยากรป่าไม้ ประมาณ ๕๐๐ คน

ด้านทรัพยากรน้ำ ประมาณ ๓๕๐ คน ด้านเกษตรชีวภาพ ประมาณ ๕๖๐ คน ด้านการท่องเที่ยวประมาณ ๒๐๐ คน ( อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานฯ มัคคุเทศก์ท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร )

การสร้างเครือข่ายและการเผยแพร่ความรู้ มีเครือข่าย ในด้านต่าง ๆ ดังนี้ ด้านทรัพยากรป่าไม้ ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านเกษตรชีวภาพด้านการท่องเที่ยว ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรายละเอียดในการสร้างเครือข่ายอื่นๆ ดังนี้

ด้านการบริจาคโลหิต มีเครือข่ายการบริจาคโลหิต ทั่วจังหวัดกำแพงเพชรไม่ต่ำ กว่า ๑๕๐ แห่ง ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ( มีโลหิตบริการแก่ผู้ป่วย อย่างพอเพียง ตลอดปีทุกเดือน และบางโอกาสสามารถให้บริการจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิษณุโลก )

ด้านดนตรีไทย ส่งเสริมและให้ทุนการศึกษา ให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ที่มีความรู้ มีทักษะในการเล่นดนตรีไทย ได้ศึกษาต่อในระดับสูงในสถาบันต่าง ๆ คือ วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ส่งเสริมและให้การสนับสนุนให้ประชาชนเล่นดนตรี และสร้างเครือข่ายดนตรีไทย แตรวง การละเล่นพื้นบ้าน ศิลปะพื้นบ้าน ในอำเภอต่างๆ ในจังหวัดกำแพงเพชร มากกว่า ๒๐ เครือข่าย

ประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญอื่นๆ เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้งการบริจาคโลหิต ของสภากาชาดไทย ในจังหวัดกำแพงเพชร อย่างยั่งยืน และให้บริการผู้ป่วยโดยมีโลหิตบริการผู้ป่วยทันที และยังมีโลหิตเผื่อแผ่ไปยังต่างๆ เช่นจังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก ฯลฯ ตลอดระยะเวลาไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี

ผลงานที่ปรากฏ

ผลงานเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม ได้แก่ เรื่องการแก้ปัญหาด้านการจัดการป่าไม้ ในอุทยานแห่งชาติ เผยแพร่ เป็นนโยบายสำคัญ ของรัฐบาล เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และคณะกรรมการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่าไม้ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และ ฯพณฯ ประพัฒน์ ปัญญาชาติรัตน์ เห็นว่านโยบายนี้เกิดประโยชน์จึงรับเป็นนโยบายสำคัญในการจัดการป่าไม้ และนโยบายนี้ก็นำมาสานต่อในสมัยปัจจุบัน (๒๕๕๐) ทำให้