เมื่อประมาณหนึ่งทุ่มคืนวาน...ผมได้นอนคุยกันเรื่อยเปื่อยกับแม่

แม่เป็นคนห่วงคนนั้นห่วงคนนี้...อาจเป็นนิสัยของแม่เองหรือนิสัยคนโบราณก็ไม่รู้

แม่บอกให้เอาข้าวเหนียวใหม่ (บ้านไม่ได้ทำนา...แต่ข้าวใหม่ได้จากบ้านน้องเขย) ไปให้คุณยายข้างบ้าน

และน้องข้างบ้านจะรับปริญญาอีกไม่กี่วัน...ฝากผมซื้อของขวัญหรือให้ดอกไม้แสดงความยินดีด้วย

 

เมื่อพูดถึงวันรับปริญญา...

ผมมีโอกาสได้รับปริญญาตรี...ในใจของผมไม่อยากไปรับเลย...เพราะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากมาย...และต้องเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ

ทำไมการรับปริญญาสำคัญมากมายกับชีวิตเราด้วยเหรอ ?

แต่พี่ชายบอกว่า...เตี่ยและแม่อยากให้พวกเรา...ครอบครัวไป เพราะลูกอุตสาห์เรียนจบถึงปริญญาตรี แกเป็นลูกไม่กี่คน...ใน 13 คนที่เรียนจบนะ  

ทำไมแค่ไปรับปริญญาทำให้เตี่ยและแม่ภูมิใจแกลำบากหนักเหรอ ?

 

ผมมากรุงเทพฯ ก่อนครอบครัวหลายวัน เพราะต้องมาซ้อมรับปริญญา...

เตี่ยและแม่ พี่น้องลูกหลาน...เดินทางบนรถตู้ตลอดคืน... ในวันรับปริญญา

เตี่ยและแม่ แต่งชุดที่สวยและหล่อมากสำหรับผม...เพราะผมไม่เคยได้เห็นและคุ้นชิน

แม่นึ่งข้าวเหนียว...ทอดหมู...น้ำพริกปลาร้า....สารพัดอาหาร

พี่น้องลูกหลาน...ตื่นตาตื่นใจกับพิธีรับปริญญา....สีสันกรุงเทพฯ

 

ณ วันนี้ ผมตอบคำถามในใจได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น...

ทำไมการรับปริญญาสำคัญมากมายกับชีวิตเราด้วยเหรอ ?

แต่ส่งหนึ่งที่ผมได้คือ... รูปถ่ายผมและเตี่ยกับแม่ในวันรับปริญญา

มันเป็นใบแรกและใบสุดท้ายของรูปถ่ายที่มีพวกเรา 3 คน อยู่ในเฟรมนั้น

 

เป็นรูปถ่ายใบเดียวของชีวิตของผม

คือ...สิ่งที่...มากกว่ารัก...ที่เตี่ยและแม่ให้ผม

 

.......................

ป.ล. ผมอาจจะมีอารมณ์คล้ายครูของผมก็ได้ครับ...

คุณค่าของกระดาษแผ่นหนึ่ง : วินทร์ เลียววาริณ

 (ข่าวหน้าหนึ่ง  ผลงาน เติมหัวใจใส่ห้องสมุด)

 

ผมบอก พ่อว่าจะไม่เข้าร่วมพิธีรับปริญญาบัตร ผมให้เหตุผลว่า บริษัทในต่างประเทศบอกรับผมเข้าทำงานแล้ว พ่อบอกว่า "ช่างหัวมันปะไร ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แกต้องรับปริญญา"

พ่อไม่สนใจว่าผมต้องเสียค่าเช่าชุดครุย หรือค่าใช้จ่ายเพิ่ม ยืนกรานคำเดิม "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แกต้องรับปริญญา"

ผมกับเพื่อนคนหนึ่งตัดสินใจที่จะไม่ร่วมพิธีรับปริญญาบัตร เราไม่เข้าใจว่าทำไมการรับปริญญาจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญนักหนา หัวใจของการเรียนคือความรู้ ไม่ใช่ชุดครุย ดอกไม้ กับกระดาษแผ่นหนึ่ง

ดังนั้นผมจึงเข้าพิธีรับปริญญาบัตร...

พ่อไม่ค่อยมีโอกาสออกจากบ้านมากนัก แต่ก็เดินทางไกลข้ามคืนจากต่างจังหวัดเพื่อที่จะมางานนี้โดยเฉพาะ



ผมก้าวขึ้นเวที เดินตามแถวเพื่อนนิสิตไปทีละก้าว เมื่อเสียงเรียกชื่อของผมดังขึ้น ใจของผมเต้นเร็วขึ้น รู้สึกประหม่าเก้งก้างขณะยื่นมือออกไปรับม้วนกระดาษที่ผมใช้เวลาห้าปีใน มหาวิทยาลัยแลกมา

รูปถ่ายวันรับปริญญาติดบนผนังห้องของพ่อนานจนวันที่พ่อจากโลกไป รูปของชายหนุ่มร่างผอมก้มศีรษะยื่นมือออกรับม้วนกระดาษจากบุคคลผู้ทำให้พ่อ ของผมยืนยันให้ผมต้องรับปริญญาบัตร...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

อาจจะจริง ปริญญาบัตรไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของการเรียน พิธีรับปริญญามีคุณค่าเพราะผู้ที่ประทานปริญญาบัตรใบนั้นให้เราต่างหาก...

-------------------------------------------------