ศาสนากับสิ่งแวดล้อม

 

คำว่า  สิ่งแวดล้อม ( Environment )  สื่อถึงทุกสิ่งที่มีชีวิตและไร้ชีวิตที่ปรากฏอยู่รอบตัวเรา  ไม่ว่าจะเป็นเองโดยธรรมชาติหรือคนเราสร้างขึ้นต่างเชื่อมโยงอิงอาศัยกันอยู่  สิ่งเกิดเองโดยธรรมชาติ ( Natural  Environment ) อย่างดิน  น้ำ  ลม  ไฟ พืช  สัตว์

หรือจะแบ่งเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างพืช  สัตว์ก็ได้  ถ้าเป็นสิ่งไร้ชีวิตก็อย่างอากาศ  เมฆหมอก  ควันไฟ  เป็นต้น  สิ่งที่คนเราสร้างขึ้นมา ( Preple - Make  Environment ) อย่างทางวัตถุ  มีบ้าน เรือ  รถยนต์  ถ้าเป็นทางสังคมก็คือขนบธรรมเนียมประเพณี  ความเชื่อทางศาสนา  โครงสร้างกฎกติกาต่าง ๆ

สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

1.แง่กายภาพ  อย่างน้ำใช้ดื่ม  อากาศใช้หายใจ

2.แง่ทางชีวภาพ  อย่างน้ำช่วยให้มีปูปลาห่วงโซ่อาหาร

3.แง่อนิจจังสิ่งแวดล้อม  อย่างการผลัดใบของต้นไม้ในป่า

4.แง่การทำก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง  อย่างผึ้งนำเกสรดอกไม้  นกคาบผลไม้ไปตกและเป็นการปลูกในป่า

5.แง่การถ่ายทอดสืบต่อ  อย่างการปลูกต้นยาง  ปลูกปาล์มเพื่อการค้าขาย  เพื่อธุรกิจการค้า

คนกับธรรมชาติ

        ในช่วง 300 ปีมาแล้วที่มีกระแสครอบงำจิตใจผู้คนให้พิชิตกับธรรมชาติ  อยู่เหนือธรรมชาติโดยเฉพาะแนวคิดทางตะวันตกที่หลงเพลินพัฒนาทางวัตถุมากขึ้นเป็นเงาตามตัว  มีการทำลายธรรมชาติมาโดยตลอด  พึ่งมาหยุดการเป็นใหญ่และเกิดการกระตุกต่อมคิดเมื่อใกล้ท้ายสุดของ 50 ปีมานี้เองว่า  ที่ว่าพัฒนา ๆ นั้นที่แท้เป็นการทำลายธรรมชาติ  แล้วธรรมชาติก็ลงโทษคนเราอย่างที่เห็นมีน้ำท่วม  ผิดฤดูกาล  อากาศวิปริตรผิดทำนองครองธรรม เพราะเมื่อใดคนเราแยกตัวออกจากธรรมชาติ  ธรรมชาติก็ลงโทษคนเมื่อนั้น

ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมกับศาสนธรรมของคน

        การที่คนเรามีศีลธรรมประจำใจก็ส่งผลแผ่ไปถึงสิ่งแวดล้อมด้วย  เพราะคนทำอะไรก็ไม่แยกขาดจากธรรมชาติ  ด้วยทุกสิ่งล้วนอิงอาศัยกันอยู่  ในคัมภีร์สำคัญของชาวพุทธมีกล่าวไว้ที่อัคคัญญสูตรทำนองว่า...ปฐมกำเนิดของคนเราเป็นมนุษย์ต่างดาว ( เกิดอยู่ในชั้นอาภัสสรพรหม ) ปีติเป็นอาหาร อยู่ในอำนาจฌาน  ร่างกายโปร่งเบามีแสงสว่างในตัว ล่องลอยไปในบรรยากาศ เมื่อผ่านมายังโลกนี้หอมกลิ่นดินเลยชิมรสดินอร่อย  เลยตัวหนักดับแสงในตัว เห็นแสงอาทิตย์  แสงจันทร์ เกิดความอคติยืดถือผิวพรรณวรรณะ ร่างกายหยาบ  หากินพืชสัตว์ต่าง ๆ

 เกิดเพศชายหญิง  เกิดความต้องการทางเพศ เสพเมถุนธรรม  เกิดความอาย  หาที่กำบังเกิดบ้านเรือน  ความขี้เกียจหาอาหารเกิดการกักตุนอาหารมียุ้งฉางเก็บอาหาร  มีการขโมยสิ่งของ  มีหัวหน้าดูแลสังคมคนเรา มีการละเมิดธรรมชาติแสวงหาผลประโยชน์  จนธรรมชาติถูกทำลายแล้วเกิดภัยทางธรรมชาติมากมาย อาจถึงขั้นทำลายล้างโลกนี้ได้  ถ้าหากชาวโลกยังไม่หยุดทำลายธรรมชาติ

        ในพระพุทธศาสนาต่างยืนยันชัดเจนถึงเรื่องความเป็นมาของคนเราถ้าไร้ศีลธรรมแล้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการทำลายธรรมชาติล้วนมาจากจิตใจคนเรายังมีกิเลสไร้ศีลธรรมนั้นแล.