การศึกษาดูงานต่างประเทศ

มีอยู่บ้างสองสามครั้งในชีวิตราชการที่อยากไปศึกษาดูงานต่างประเทศกับพรรคพวกเพื่อนฝูง การที่จะไปต่างประเทศได้แม้ใช้เงินส่วนตัวคณะผู้จัดต้องดำเนินการขออนุญาตจากส่วชราชการในส่วนกลาง พร้อมกับแนบหนังสือเชิญจากหน่วยงานในต่างประเทศไปด้วย คณะผู้จัดซึ่งอยู่ในส่วนภูมิภาคจึงต้องไปขอให้บริษัทัวร์เขาจัดการให้ เราจึงได้ไป ผมคิดถึงกระบวนการของบริษัททัวร์ ที่ต้องมีการสื่อสารกับเครือข่ายในต่างประเทศ ให้เขาไปหาหน่วยงานใดก็ได้ที่อยู่ในข่ายอาชีพของเรา ให้เขาออกหนังสือเชิญพวกเรา แล้วส่งหนังสือเชิญน้นผ่านบริษัททัวร์มาให้เราแนบเพื่อไปขออนุญาตไปราชการศึกษาดูงาน ตรงนี้ละครับที่ทำให้ผมรู้สึกอาย อายต่างประเทศในฐานะคนไทย ที่ต้องการไปแล้วให้เขาเชิญมา อายในกระบวนที่บริษัททัวร์ต้องไปขอให้เขาออกหนังสือเชิญ ยิ่งอายมากขึ้นอีก เพราะคนที่อยากไปมีทั้งที่อยากไปศึกษาดูงานจริง ๆ และเพียงอิงขออาศัยไปเที่ยว จิตใจไม่อยู่กับการศึกษาดูงานสักเท่าไร พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ใช้ล่ามพูดแทนก็ไม่เป็น ผมละอายจริงๆ ครับ

แล้วจะทำอย่างไรดี......

แยกกันได้ไหมครับ ไปเที่ยวก็ไปเที่ยว มีระเบียบเปิดโอกาสให้ไปเที่ยวโดยใช้งบประมาณส่วนตน เพราะการไปเที่ยวต่างประเทศสี่ห้าวันนี่ทำให้คนรักประเทศของเรายิ่งขึ้น ก็คุ้มแล้วใช่ไหมครับ ไปศึกษาาดูงานก็ไปศึกษาดูงาน ดูกันจริง ๆ เอามาใช้ หรือปรับใช้กันให้ได้ ไปได้ทั้งใช้เงินส่วนตน และเงินหลวง ก็ต้องมีระเบียบโดยเฉพาะ มิฉนั้นการศึกษาดูงานของราชการก็เป็นการไปเที่ยวดี ๆ นี่เอง ซึ่งแต่ละปีโดยรวมทั้งประเทศผมคิดว่าใช้เงินหลวงจำนวนไม่น้อย ที่เคยเห็นมา กลับมาแล้วก็ไม่ได้อะไรมาเปลี่ยนแปลงให้การทำงานคมชัดลึกสักเท่าไร เพราะการไปไม่มีแผน ไปเพราะงบประมาณเหลือจ่าย หรือ ขยักไว้ให้เหลือเพื่อไปเที่ยวตอนปลายปี นานมาแล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเขาได้รับโอกาสให้ไปศึกษาดูงานประเทศในยุโรปโดยใช้เงินหลวง ผมต้องขอบคุณเขาที่มาเล่าให้ฟังว่า ขี้หมาในต่างประเทศมีคนมากวาดในตอนเช้ามืด (ผมไม่ได้บอกเขาว่าหมู่บ้านที่ผมอยู่ก็มีคนกวาดขี้หมา แต่ตอนสายหน่อย) ..........ครับ การศึกษาดูงานต่างประเทศของส่วนราชการปล่อยให้เป็นอย่างนี้ดีไหมครับ

 เขียนเรื่องนี้ออกมาเพราะฟังคุณกฤษณะ ทีวีช่อง 3 เช้าวันนี้ ที่เขาเพิ่งกลับมาจากศึกษาดูงานการอยู่กับน้ำในประเทศฮอลแลนด์ ทำให้คิดถึงการศึกษาดูงานที่ผมมีประสบการณ์มาครับ