ศาสนาพุทธกับสิ่งแวดล้อม

ศาสนาพุทธกับสิ่งแวดล้อม

        ในวิถีชีวิตของศาสดาอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก  ตั้งแต่เกิดกายจนปรินิพพาน ( ตาย ) เราศึกษาดูได้จากการประสูติที่สวนลุมพินีท่ามกลางสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ  การนั่งทำสมาธิใต้ต้นหว้ากลางทุ่งนา  การออกบวชอยู่ในบ่าเขาลำเนาไพรถึงหกปี  การนั่งใต้ต้นไทรรับการถวายข้าวอาหารจากนางสุชาดา  และการตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์  การแสดงปฐมเทศนาในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  ที่เมืองสารนาถ และการเข้าพำนักในสวนผลไม้ต่าง ๆ จนมาถึงการปรินิพพานที่สวนแห่งเมืองกุสินาราภายใต้ต้นสาละหรือต้นรังทั้งคู่

        นับว่าพระพุทธเจ้าทรงประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพานอยู่ในป่าทั้งหมดทั้งสิ้น  อย่างตามพุทธสถานหลังการตรัสรู้คือ

1 .ประทับนั่งภายใต้ต้นโพธิบัลลังก์

2.ยืนมองต้นโพธิ์ที่  อนิมมิสเจดีย์

3.เดินจงกรมที่  รัตนจงกรมเจดีย์

4.เสวยวิมุตติสุขไม่ไกลจากต้นโพธิ์

5.อยู่ภายใต้ต้นอชปาลนิโครธ

6 .อยู่ภายใต้ต้นมุจจลินท์ ( ต้นจิก )

7.อยู่ใต้ต้นราชายตนะ ( ต้นเกต )

การอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมในป่าของพระพุทธเจ้าประมาณ 49 วัน  ในบริเวณตำบลคยาแห่งการตรัสรู้ธรรมนั้นแล

ป่าจึงเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งใหญ่ต่อการบรรลุธรรมในทางพระพุทธศาสนา

        นอกจากป่าไม้แล้ว  ทรัพยากรทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งคือน้ำซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์  แม้พุทธสถานในยุคพุทธกาลล้วนมีสถานที่อยู่ใกล้ริมฝั่งน้ำทั้งนั้น  อย่างแม่น้ำอโนมา เป็นที่ปลงพนวชเจ้าชายสิตธัตถะ  แม่น้ำเนรัญชราเป็นสถานที่ลอยถาดอธิษฐานพุทธธรรมและอยู่ใกล้สถานที่ตรัสรู้ธรรม  แม้ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันที่เมืองสารนาถเองก็อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำคงคา  เมื่อผู้เขียนไปชมเมืองโกสัมพี  ไปดูวังเก่าเหลือแต่ซากตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา และคงไม่ไกลจากป่าไม้ประดู่ลายอันเป็นพุทธสถานเท่าใดนัก

        ถือได้ว่าแม่น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงนำทางสว่างใจให้มวลชาวพุทธได้เดินตามนั้นแล.