บางครั้ง แรงจูงใจส่งผลต่อพฤติกรรม ถึงขั้น"เปลี่ยนชีวิต" ก็มาจากข้อความสั้นๆ
..การรู้สึกขอบคุณแต่ไม่แสดงออก เหมือน การห่อของขวัญแต่ไม่ได้ให้
ตัวอย่าง จากชีวิตจริงคนธรรมดา มีเลือดเนื้อ

###
 ภาพจาก http://www.goodreads.com/
 
หนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้ายังไม่มีโอกาสได้อ่าน 
แต่เพียงอ่านรีวิว ก็สร้างแรงบันดาลใจข้าพเจ้าให้เปลี่ยนแปลงบางอย่าง
โดยย่อๆ คือ..
ผู้เขียนเรื่องนี้ (John Kralik)
เป็นทนายความวัย 50 เศษ
ที่ตกใน "จุดต่ำสุด"ของชีวิต
สำนักงานทนายความถูกปิด
ภรรยาเก่ากีดกันไม่ให้พบลูก
คนรักใหม่ขอแยกทาง
ต้องอยู่ห้องเช่าถูกๆ สิ่งแวดล้อมแย่
ความฝัน ที่จะสอบเป็นผู้พิพากษา เลือนลางเต็มที
..
จนช่วงปีใหม่
ขณะเขาเดินเล่น ตามลำพัง 
หวนระลึกไปถึง ตอนเป็นเด็ก
เมื่อปู่เขาให้เหรียญเงินเป็นของขวันคริสตมาสต์
เขาเขียนการด์ขอบคุณ (Thank you note)ส่งให้คุณปู่
ต่อมาคุณปู่ก็ส่งเหรียญให้เขาอีกอัน
..
John ยังได้รับ การ์ดจากคนรักเก่า
ขอบคุณของขวัญคริสตมาสต์ที่ผ่านมา
เขาตระหนักถึงคุณค่า
ของข้อความที่เขียนด้วยลายมือ สั้นๆ แสดงน้ำใจไมตรี
นานเพียงใดแล้ว..ที่เขาจมในความเกลียด คนที่ไม่ให้
แล้วลืมขอบคุณคนที่ให้
..
เขาจึงตั้งเป้าเขียนการ์ดขอบคุณ อย่างน้อยวันละ 1 คน
ใน 1 ปี 365 วัน เขาจะเขียนให้ครบ 365 คน
ทั้งคนที่เคยให้ของขวัญเขา
และคนที่เคยให้ "ความรู้สึกดีๆ" ต่อเขา
ไม่ว่าจะเป็น อดีตภรรยา อดีตคนรัก
เพื่อนสมัยมัธยม
หุ้นส่วนในอดีต (ที่ปัจจุบันมองหน้ากันไม่ติด)
การเขียน การ์ดขอบคุณฉบับแรกๆ 
John ยอมรับว่า การเขียนการ์ดใบแรกๆ ทำไปแบบ "หวังผล"
คล้ายการเขียนการ์ดขอบคุณถึงคุณปู่ตอนเด็ก
...
แล้วก็ได้ผลจริงๆ
เมื่อหุ้นส่วนในอดีต เริ่มกลับมาคุยกับเขา
อย่างมนุษย์ มิใช่แบบสัตว์เศรษฐกิจ
เขาได้โอกาส ทำสำนักงานอีกครั้งและประสบความสำเร็จ
..
สิ่งที่ John เรียนรู้คือ
มิใช่เพราะโชค หรือเพราะเขาเลือกส่งการ์ดขอบคุณถูกจังหวะ ถูกคน
แต่เพราะ  ตัวตนภายในของเขาเปลี่ยนไป
หลังจากเขียนการ์ดขอบคุณไประยะหนึ่ง
แรงจูงใจในการเขียนกลายเป็น 
ความสุขในขณะเขียน..โดยไม่ต้องรอการตอบกลับ 
เขาเขียนถึง ครูสอนเปียโนของลูกสาว
หมอที่ช่วยตรวจสุขภาพให้เขา
ไปจนพนักงานสตาร์บัคส์ ที่พยายามจะจำและเรียกชื่อเขาให้ถูก
..
ในวัยใกล้ 60 
John สอบเป็นผู้พิพากษาได้ในที่สุด
พร้อมกับหนังสือของเขาที่สร้างปรากฎการณ์
###
ในมุมมองข้าพเจ้า
John สอบผ่านผู้พิพากษา ก็เพราะเขาสอบผ่านบทเรียนชีวิต
จากคนที่หมกมุ่นคิดถึงแต่ตัวเอง (self absorbed) 
เป็นคนที่สามารถซึบซับความดีงามของเพื่อนมนุษย์
..
.
ข้าพเจ้าตั้งเป้า จะส่งการ์ดขอบคุณให้ครบ 50 ใบในปีนี้
เขียนด้วยลายมือตนเอง
พร้อม การรำลึกเรื่องราว ที่ดีต่อผู้รับ อย่างเฉพาะเจาะจง
..
ภายใต้กรอบจำกัดของหน้ากระดาษ
ภายใต้ข้อจำกัด ของสังคม ที่ผลักดัน ให้เราต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
ยังมีพื้นที่ให้หยุดพักซึมซับความดีของเพื่อนมนุษย์

 

###

ข้าพเจ้าขออนุญาตแนะนำบล็อกนี้
6 ขั้นตอนการเขียน Thank you note ให้ผู้รับประทับใจ ได้แก่
- Greet the giver
- Express gratitude (wide)
- Discuss use (specific)
- Mention the pass and the future
- Say thanks again
- Regards

ท่านละ เขียนการ์ดขอบคุณแบบไหนกันบ้างค่ะ