เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :
เปิดเพลงให้ไก่ฟัง
น้องแพรวพราวกับไข่สดๆ ที่เพิ่งเก็บมาจากเล้า
“อาจารย์ครับ! ไก่ไข่ของอาจารย์ออกไข่ครบทุกตัวหรือเปล่า?” สมาชิกผู้เลี้ยงไก่ไข่ในโครงการชุมชนพอเพียงของบ้านแม่ตาดคนหนึ่งถามผมขึ้นด้วยความสนใจ
“ไก่ผมไข่ครบทุกตัวครับ บางวันก็ได้ครบ บางวันก็ขาดไปบ้าง และมีบางวันที่ได้ไข่เกินมา” ผมตอบเขาไปตามความเป็นจริง
“ไก่ผมไข่ไม่สม่ำเสมอเลยครับ หลายตัวก็ไม่ยอมออกไข่เลย แถมไข่ที่ได้ก็มีขนาดเล็กอีกต่างหาก” เขาเล่าให้ฟัง
“แล้วให้อาหารเต็มที่ไหม? ดูแลดีหรือเปล่า?” ผมถามขึ้นบ้าง
“ผมก็ให้อาหารเต็มที่ตลอดนะครับ ดูแลอย่างดี แต่ไก่ก็ไม่ค่อยออกไข่เลย ได้วันละ 9-10 ฟองเท่านั้นเอง จากแม่ไก่ไข่ทั้งหมด 15 ตัว เอ่อ! แล้วอาจารย์มีเคล็ดลับหรือเทคนิคอะไรพิเศษหรือเปล่าครับ ถึงทำให้ไก่ออกไข่ครบทุกตัว? อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำให้ผมทราบด้วยครับ” เขาตอบคำถามเสร็จ จากนั้นก็ถามผมต่อทันที
“ได้ซิๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังน่ะ”
“ครับผม” เขาตอบด้วยความสนใจ
จากนั้น ผมก็เล่าถึงเคล็ดลับการเลี้ยงไก่ไข่ให้ได้ผลดีให้เขาฟัง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องราวที่พิสดารอะไรมากมาย หากแต่เป็นเรื่องพื้นๆ ง่ายๆ ที่ใครก็สามารถจะทำได้ ถ้าเพียงแต่จะหมั่นคอยศึกษาเรียนรู้และเอาใจใส่ให้มากๆ หน่อย
ย้อนกลับไป เมื่อกลางปี 2553 ที่ผ่านมา ทางพัฒนากรอำเภอสันกำแพงได้นำโครงการชุมชนพอเพียงมาลงที่บ้านแม่ตาด เพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบหรือชุมชนนำร่องในการพึ่งพาตนเอง โดยคัดเลือกสมาชิก จำนวน 23 ราย เพื่อนำร่องในการเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคในครัวเรือน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดยได้รับไก่พันธุ์ไข่มารายละ 15 ตัว
เนื่องจากบ้านผมมีพื้นที่จำกัด ผมก็เลยทำการดัดแปลงบ่อเลี้ยงกบมาเป็นเล้าไก่แทน โดยทำการเจาะช่องรอบๆ บ่อเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ทำให้ไก่รู้สึกอึดอัด พร้อมทั้งมุงหลังคาด้วยหญ้าคาเพื่อกันแดดกันฝนให้ไก่ด้วย
ในการเลี้ยงไก่ไข่นั้น นอกจากผมจะให้อาหารไก่ไข่อย่างเต็มที่ทุกมื้อแล้ว ผมก็ยังเปิดเล้าให้ไก่ได้ออกมาเดินออกกำลังกายข้างนอก(เกือบทุกวัน)อีกด้วย เพราะจะทำให้ไก่รู้สึกผ่อนคลาย ไม่รู้สึกอึดอัดหรือรู้สึกเครียด
แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น ก็คือ ผม “เปิดเพลงให้ไก่ฟัง” ด้วยนะครับ คิคิคิ
ทั้งนี้ เพราะผมเคยเห็นในทีวี เคยเห็นเขาเปิดเพลงให้วัวนมหรือไก่ไข่ฟัง เพื่อให้วัวนมและไก่ไข่รู้สึกผ่อนคลายและมีอารมณ์สุนทรีย์ วัวนมจะได้ให้นมเยอะๆ และไก่ไข่ก็จะได้ออกไข่ทุกวัน ผมก็เลยนำมาทดลองดูบ้าง
เชื่อไหมครับ.....ว่าวิธีที่ผมทำนี้ได้ผลอย่างยอดเยี่ยมเลย เนื่องจากไก่ไม่เครียด ออกไข่ทุกวัน ไข่โตกว่าปกติ แถมบางวันยังได้มากถึง 17 ฟองอีกต่างหาก ทั้งที่มีแม่ไก่ไข่แค่ 15 ตัว เท่านั้นเอง ซึ่งตอนแรกๆ เล่าให้ใครฟังเขาก็ไม่ค่อยเชื่อ แถมยังหาว่าผมโม้อีกต่างหาก ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้โม้เลยนะครับ พอเขามาเห็นกับตาจริงๆ แล้ว เขาถึงค่อยเชื่อในสิ่งที่ผมได้เล่าให้ฟังไป
เพลงที่ผมเปิดให้ไก่ฟัง ก็มีทุกแนวนะครับ ทั้งสตริง ลูกทุ่ง หมอลำ คำเมือง หรือเสียงพระเทศน์ธรรมะ โดยเลือกที่จะเปิดไปที่คลื่นของวิทยุชมชนมากกว่า เนื่องจากไม่ค่อยมีโฆษณา แต่จะเปิดเพลงอย่างยาวเหยียดเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งจะทำให้ไก่ได้ฟังเพลงด้วยความสุนทรีย์อย่างต่อเนื่อง
ผมจะเปิดเพลงให้ไก่ฟังเป็นเวลานะครับ โดยจะเปิดช่วงเวลาระหว่าง 13.00-15.00 น. หลังจากที่ไก่ออกไข่เสร็จแล้ว เพื่อให้ไก่ได้ผ่อนคลายและพักผ่อนอารมณ์
ที่ผมไม่เปิดเพลงในช่วงเช้า เพราะช่วงเช้าจะเป็นช่วง “ชั่วโมงฉุกเฉิน” ของไก่นะครับ เนื่องจากไก่กำลังปวดท้องปวดไส้ใกล้จะคลอดลูก เอ๊ย! ใกล้จะออกไข่เต็มที (คิคิคิ) แต่ละตัวก็มัวสาละวนอยู่กับการหามุมดีๆ เพื่อเตรียมออกไข่ คงไม่ได้สนใจเสียงเพลงมากเท่าใดนัก.....อุปมาเหมือนคนที่กำลังปวดท้องอย่างรุนแรง สิ่งที่ต้องทำในตอนนั้นก็คือการวิ่งเข้าห้องสุขาอย่างรีบด่วนที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกมา ต่อให้มีคนเปิดเพลงที่สุดแสนจะไพเราะเพราะพริ้งขนาดไหน ก็คงไม่อยากฟังหรอกนะครับ เดี๋ยวจะสายเกินกว่าจะแก้(กางเกงทัน) 555
วันนั้น ผมเล่าเคล็ดลับในการเลี้ยงไก่ไข่ให้ได้ผลดีให้สมาชิกกลุ่มคนนั้นฟังเกือบชั่วโมง เขาฟังด้วยความสนใจ ฟังไป ขำไป บางช่วงก็หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลเลยทีเดียว
หลังจากนั้น ผมก็พาเขาไปดูที่เล้าไก่ แนะนำวิธีดูแลเล้าไก่ และการเลี้ยงไก่ให้ถูกวิธี เพื่อให้ไก่ออกไข่อย่างสม่ำเสมอและยาวนาน
ต่อมา เขาก็ลองนำวิธีที่ผมใช้ไปทำดูบ้าง ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี กล่าวคือ ไก่ไข่ครบทุกตัว ไข่อย่างสม่ำเสมอ และไข่ใบโตด้วย ทำให้นอกจากจะเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนแล้ว ก็ยังสามารถนำไข่ที่เหลือไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวได้อีกด้วย
จากนั้น เขาก็มาหาผมเพื่อกล่าวขอบคุณที่ผมได้แนะนำเคล็ดลับดีๆ ให้กับเขา ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยู่ในใจ
สำหรับผมแล้ว......ผมคิดว่า “สุนทรียะ” หรือ “ความสุนทรีย์” มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนะครับ แม้กระทั่งในไก่ไข่
ผมคิดแบบ “เอาใจเรา ไปใส่ใจไก่ไข่” ก็เลยทำอะไรนอกกรอบหรือแหวกแนวอย่างที่เห็นอยู่บ่อยๆ
ถึงแม้ว่าใครจะมองผมว่าบ้าๆ บ๊องส์ๆ แต่ทว่า! มันก็ได้ผลดีนะครับ คิคิคิ
ผลผลิตที่ได้รับในแต่ละวัน
เครื่องรับวิทยุที่ผมเปิดเพลงให้ไก่ฟัง
เล้าไก่ที่ผมดัดแปลงมาจากบ่อเลี้ยงกบ(ซึ่งเจาะช่องให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและไก่สามารถยื่นคอออกมาชื่นชมโลกภายนอกได้ด้วย)
บรรดาน้องไก่กำลังพากันกินอาหารที่จัดไว้ให้อย่างอิ่มหนำสำราญ
สาวๆ กำลังแก๊กท่าให้ถ่ายรูป(ที่จริงช่องนี้ใหญ่มากพอที่ไก่สามารถจะลอดออกมานอกเล้าได้นะครับ)
ผมเปิดประตูให้ไก่ออกมาเดินออกกำลังกายนอกเล้าเกือบทุกวัน เพื่อให้ไก่รู้สึกผ่อนคลายและไม่เครียด
น้องแพรวพราวกำลังนับไข่ไก่นะครับ
(เธอนับได้ทั้งหมด 3 ฟอง คิคิคิ)
เพลง "อย่าลืม ก.ไก่"
ร้องโดย "นกแล"
ดึกดึกดื่นดื่น ตื่นมารับ สุนทรียะ
เป็นทักษะ ใส่ใจ ในสรรพสิ่ง
ใช้ใจทำ เข้าใจธรรม มาทำจริง
แล้วนำสิ่ง สุนทรียะ มาแบ่งปัน
สวัสดีครับ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเป็นคนแรก
-รู้สึกประทับใจคำกลอนที่ท่านเขียนส่งมาให้มากเลยครับ แต่ก็จนปัญญาที่จะเขียนโต้ตอบ เนื่องจากผมเขียนกาพย์กลอนไม่เป็นเลยจริงๆ 555
-ที่จริงผมเขียนบันทึกนี้เสร็จต้องแต่ตอนกลางวันแล้วละครับ เพียงแต่เพิ่งจะเอาลง blog ตอนดึก เนื่องจากติดภาระกิจไปช่วยดูแลงานกาชาดของอำเภอ และเพิ่งกลับมาถึงตอนเกือบๆ จะเที่ยงคืนแล้ว เลยดูเหมือนจะค่อนข้างดึกๆ ดื่นๆ มากไปหน่อย
-ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือนเป็นประจำ
เล้าไก่ ไอเดียเจ๋ง น้องแพรวพราวน่ารักจังเลย
สุขสันต์วันพ่อนะคะ
สวัสดีครับ คุณ Poo
- กว่าจะเป็นเล้าไก่อย่างที่เห็น ก่อนหน้านั้นมันเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลาดุกมาก่อนนะครับ ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นบ่อเลี้ยงกบแทน ซึ่งก็ได้ผลดีมากๆ เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็พอดีมีโครงการชุมชนพอเพียงเข้ามา คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเอาไก่ไปไว้ตรงไหนดี เนื่องจากบริเวณบ้านค่อนข้างจะมีพื้นที่จำกัด พอดีกบโตได้ที่ ก็เลยขายกบยกบ่อ และลองดัดแปลงเป็นเล้าไก่ดูบ้าง ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นในภาพนะครับ.....เจ๋งไหม? 555
-พรุ่งนี้(5 ธ.ค.) ก็จะเป็นวันพ่อแล้ว ช่วงนี้ก็เลยขยันนำเอารูปลูกสาวมาโชว์บ่อยหน่อย เพื่อเป็นการทำหน้าที่ของพ่อที่ดีไปในตัวนะครับ คิคิคิ
-สุขสันต์วันพ่อเช่นกันครับผม
ÄÄÄ สวัสดีค่ะคุณอักขณิช..เรื่องเปิดเพลงให้..สัตว์เลี้ยงฟัง..แก้โรค เบรินเอาท์..ไม่ใช่เรื่องบ้าบอนะเจ้าคะ..นักวิจัย...พยายาม..ค้นคว้า..แม้แต่ต้นไม้..ถ้า..เปิดเพลงให้ฟังละก็..มีลูกผลดีกว่าไม่เปิดให้ฟังเจ้าค่ะ..เห็น..หนังบันทึกเรื่องราวเหล่านี้..ที่ฝรั่งมาฉายให้ดู...และที่เข้าใจ..และนักวิทยาศาตร์(ฝรั่ง)..เพิ่งเริ่มทำวิจัยเรื่องเหล่านี้..เป็นต้นว่า..พืช..และสัตว์..ต่างก็มี..วิธีของพืชหรือสัตว์ที่จะส่งกระแสร์..คลื่น..ถึงซึ่งกันและกัน..โดยวิธีวัดคลื่นด้วย..ระบบคอมพิวเตอร์..เท่าที่เห็น..น่าสนใจเป็นอย่างมาก..ตรงที่..เรื่องนี้มีอยู่ในคำสอน..ของศาสนาพุทธที่ว่า..สัตว์โลกนั้นเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.จึงไม่..ควรที่่จะเบียดเบียนซึ่งกันและกัน..อิอิ..ถ้าเราทำให้เขาไข่อย่างมีความสุข..แล้วกินหมดทุกใบไม่มีไว้ให้เขาฟักบ้าง..(อดแน่..ต่อไป)..หรือเอาไปขายโก่งราคาตอนน้ำท่วม..ที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนกัน..(ตายแน่..คนกินไข่..)..อิอิ.."สุขสันต์กับความเป็นพ่อที่น่ารักนะเจ้าคะ"..ยายธีเจ้าค่ะ...
สวัสดีครับ คุณยายธี
-เรื่อง "เปิดเพลงให้ไก่ฟัง" ที่จริงผมก็นำไอเดียมาจากคนอื่นอีกทีนะครับ เพียงแต่แถวๆ สันกำแพงบ้านผม ไม่มีใครเขาทำกัน พอผมทำ ก็เลยกลายเป็นเรื่องแปลกแหวกแนวไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ในหมู่บ้านผม ก็มีหลายคนนะครับที่ใช้วิธีนี้จากการแนะนำของผม เลยทำให้ผม ไม่รู้สึกเหงา หากแต่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์(บ้องส์ๆ)เพิ่มขึ้นแล้วหลายคน คิคิคิ
-ผมขายไข่ไก่ในราคามิตรภาพนะครับ แค่ฟองละ 3 บาทเท่านั้นเองนะครับ เพียงเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนสำหรับซื้ออาหารให้ไก่กินเท่านั้นเอง เป็นการดำเนินชีวิตตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ
-ขอให้คุณยายธีมีความสุขกับทุกๆ ช่วงเวลานะครับ
...ยายธีลืมบอกไปว่า...ชอบมากกับ..เรื่องราวที่แบ่งปัน..และชื่นชมกับผลงานของคุณเจ้าค่ะ..ยายธี
สวัสดีครับ (อีกรอบ) ครับ คุณยายธี
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่ติดตามอ่านเรื่องราวที่ผมเขียนมาตลอด ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกปลื้มใจมากๆ เลยครับ ที่มีคนชื่นชอบเรื่องราวที่ผมเขียน ทำให้รู้สึกมีกำลังใจและอยากจะเขียนเรื่องราวต่างๆ ให้ได้อ่านกันเรื่อยๆ ครับ
-เรื่องที่ผมเขียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวนะครับ พยายามจะเขียนให้อ่านอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องตีความหมายอะไรมาก ในขณะเดียวกันก็จะสอดแทรกอารมณ์ขันเอาไว้ในนั้นด้วย เพื่อทำให้ผู้อ่านอารมณ์ดี อ่านไป ยิ้มไป ซึ่งเป็นอีกเจตนารมณ์หนึ่งที่ผมอยากจะให้เกิดขึ้นจากสิ่งที่ผมเขียนขึ้นนะครับ
-หากผู้อ่านมีความสุข ผู้เขียนอย่างผมก็จะมีความสุขตามไปด้วยนะครับ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเป็นรอบที่ 2
เป็นเล้าไก่ที่น่ารัก และรื่นรมย์ไปกับเรื่องราวของไก่ที่ออกไข่หลายฟอง คนเลี้ยงตัวน้อยก็น่ารัก นับทั้งตะกร้าได้ตั้งสามฟองนะค่ะ
สวัสดีครับ คุณ noktalay
-เล้าไก่ที่เห็นก็ดัดแปลงมาจากบ่อกบนะครับ เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ก็เลยดัดแปลงออกมาอย่างที่เห็นครับ
-น้องแพรวพราวกำลังอยู่อนุบาล 1 ครับ เธอนับถึง 10 ได้แล้ว แต่พอถามว่าไข่ทั้งหมดมีกี่ฟอง? เธอก็ตอบด้วยความมั่นใจว่า..... "มี 3 ฟอง" คิคิคิ
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน
สวัสดีครับ อาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี
-ชาวเหนือชอบตั้งชื่อหมู่บ้านโดยนำเอาสภาพภูมิศาสตร์ที่มีอยู่มาใช้นะครับ
หมู่บ้านใดมีแม่น้ำ ลำห้วย หนองน้ำ หรือร่องน้ำไหลผ่าน ก็จะใช้คำขึ้นต้นว่า "แม่.... ห้วย.....ร่อง....ฮ่อง....หนอง...."
หากหมู่บ้านใดอยู่ท่ามกลางป่าเขา ก็จะตั้งชื่อว่า "บ้านดอย....." อะไรทำนองนี้
อย่างบ้านแม่ตาดนี้ มีลำ "ห้วยแม่ตาด" ไหลผ่าน ก็เลยตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อลำห้วยดังกล่าว เพื่อให้จำง่ายและสอดคล้องกัน
คล้ายๆ กับทางภาคอีสาน ที่นิยมใช้คำว่า "โนน......โพน......หนอง.......โคก......." ในการตั้งชื่อหมู่บ้านนะครับ
-แสดงว่าอาจารย์ใจดีมากเลยนะครับ ที่ไม่ได้ด่าและไล่เด็กออกจากบ้าน หากเป็นผมเอง ผมก็คงไม่ไล่เด็กออกหรอกครับ แต่ก็คงจะมีการบ่นหรือด่าบ้างพอหอมปากหอมคอนะครับ 555
-ไข่ที่เห็นทั้งหมด เป็นไข่ที่เพิ่งเก็บจากเล้าแบบสดๆ นะครับ แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมสีถึงแตกต่างกันอย่างนั้น
-วันก่อนพี่เพียงพอไปเล่นกับเพื่อนๆ ครับ ก็เลยจับเอาน้องแพรวพราวมาเป็นพรีเซนเตอร์แทน 555
หากสังเกตที่คิ้วขวาของเธอดีๆ จะเห็นรอยแผลที่เกิดจากการถูกเพื่อนชายเอาก้อนหินปาใส่นะครับ (เขาจะปาเพื่อนชายอีกคน แต่น้องเพียงพอวิ่งเข้าไปหาเพื่อนคนนั้นพอดี ก็เลยโดนจังๆ คิ้วแตก เลือดอาบ และร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมง) ก้อนหินขนาดเท่าข้อมือผู้ใหญ่ โชคดีที่ไม่โดนตาหรือดั้งจมูก ไม่งั้นมีหวังตาบอดหรือดั้งยุบเลย
วันนั้น สงสารลูกมากๆ แต่ก็ไม่ได้ด่าหรือว่าอะไรเด็กคนนั้นนะครับ เพราะเขาคงไม่ได้ตั้งใจ
ตอนนี้แผลก็เริ่มจะหายดีแล้วนะครับ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นแผลเป็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง
-วันก่อนผมโทร.ไปหาคุณครูวิราชแล้ว ท่านกำลังรอให้อาจารย์ติดต่อไปหาอยู่นะครับ
^_^
^__^
^___^
ขอบคุณมากค่ะ
สำหรับความสุนทรีย์อันเยี่ยมยุทธนี้ ^___^
นำภาพสวยๆมาฝากด้วยครับ
สวัสดีครับ คุณ หญ้า @ แสนฝน
-ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ -ขอให้มีความสุขและสนุกกับการทำงาน/ปฏิบัติธรรมตลอดเวลานะครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ขจิต ฝอยทอง
-ผมก็จำมาจากคนอื่นอีกทีนะครับ แล้วก็ลองนำมาปรับใช้ดู
ซึ่งก็ได้ผลดีนะครับ เพราะสังเกตได้ว่าไก่ไม่ค่อยเครียด ร่าเริงดี
เวลาผมเข้าไปในเล้า ก็จะกระโดดขึ้นเกาะไหล่ผมแล้วก็ตีปีกพึบพับเหมือนกับดีใจสุดๆ อะไรทำนองนั้น
-ผมเคยเห็นเขาเปิดเพลงให้วัวนมกับต้นไม้ฟังเหมือนกันนะครับ
แต่ยังไม่เคยเห็นคนร้องเพลงให้ผักฟังเหมือนที่อาจารย์กล่าวมาเลย
โดยสรุป.....ผมกับเขามีอารมณ์สุนทรีย์(เกินลิมิต)เหมือนๆ กันนะครับ คิคิคิ
สวัสดีครับ อาจารย์โสภณ เปียสนิท
-ขอบคุณมากๆ ครับ ที่อาจารย์นำภาพสวยๆ มาฝาก
-เห็นอาจารย์เงียบหายไปหลายวัน นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็หนีขึ้นมาเที่ยวทางภาคเหนือนี่เอง
แหม! ไม่ยอมบอกให้รู้ล่วงหน้าเลยนะครับ ไม่งั้นก็จะได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวซอยสักมื้อหนึ่ง คิคิคิ
:-)
สวัสดีครับ คุณแสงแห่งความดี
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือน