ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2554  ผมและทีมงานจากสำนักพิมพ์ “กากะเยีย” รวมถึงนิสิตจากคณะศึกษาศาสตร์อีก 2 คนมุ่งหน้าสู่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติผาน้ำทิพย์ อำเภอหนองพอก  จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการเนื่องในโครงการ “พัฒนาทักษะกระบวนการคิดจิตสร้างสรรค์วรรณกรรม”  ซึ่งจัดโดยโรงเรียนไทยรัฐวิทยา กลุ่มลุ่มน้ำชี 

ค่ายครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วม 80 คน  โดยหลักเน้นเรื่องของการเสริมสร้างทักษะทางความคิด เพื่อแปลงความคิดสื่อสารออกสู่คนรอบกายในรูปของวรรณกรรม 

ในเวลาจำกัดเพียง 2วัน 1 คืน  ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปลุกปั้นและสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนตัวเล็กๆ ในระดับประถมและมัธยมต้น  กลั่นกรองความคิดออกสู่ “วรรณกรรม” ได้อย่างที่เจ้าของงานตั้งเป้าไว้ เพราะโดยทักษะ หรือศักยภาพทางการคิด การอ่าน การเขียนของนักเรียนก็เป็นเงื่อนไขที่หน่วงหนักอยู่ไม่ใช่ย่อย 

ถึงกระนั้น  ผมและทีมงานก็ยังมองเป็นความท้าทายที่จะต้องขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมให้จงได้  ด้วยการนิยามคำว่า “วรรณกรรม” ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าหมายถึง “งานเขียนทุกชนิด”  พร้อมๆ กับการเสริมความเข้าใจอย่างกว้างๆ ผ่านรูปแบบร้อยกรอง (สัมผัส) และกลอนเปล่า หรือแม้แต่การเขียนวรรณกรรมในรูปของ “บันทึก...”

ไม่เพียงแต่เฉพาะเท่านั้น  ผมและทีมงานยังผนวกแก่นคิดว่า “วรรณกรรม” คือ “ผลผลิตที่เกิดจากการสังเกตการณ์ปรากฏการณ์รอบตัวผสมผสานกับจินตนาการ”  โดยปรากฏการณ์รอบตัวนั้นก็ครอบคลุมถึงสรรพสิ่ง  ไม่เว้นแม้ “สายลม...ภูเขา...แสงแดด...ต้นไม้..ใบหญ้า ..สายน้ำ...ฯลฯ....” 

พอเสร็จสิ้นกรอบแนวคิดแล้วก็พาลงภาคสนาม  โดยมุ่งให้นักเรียนอยู่ภายใต้อ้อมกอดของธรรมชาติ  เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เสริมแรงใจผ่านความงดงามและยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ซึ่งเป็นการฝึกทักษะการสังเกตการณ์ ขบคิด และถ่ายทอดเป็นงานเขียนด้วยรูปแบบที่แต่ละคนถนัด 

ก่อนเคลื่อนตัวออกจากห้องประชุม  ผมบอกย้ำกับนักเรียนว่า “ธรรมชาติคือบ่อเกิดแห่งความรู้...ธรรมชาติคือต้นธารของงานศิลปะทุกแขนง”

และนี่คือ ส่วนหนึ่งอันเกิดจากการสร้างสรรค์ของนักเรียนผ่านกระบวนการที่ผมและทีมงานได้ทุ่มเทกระตุ้นให้นักเรียนได้สร้างสรรค์วรรณกรรมผ่านการถามทักตัวเองและถามทักธรรมชาติ ....

 


 

ฉันปลูกต้นไม้
เธอปลูกดอกไม้
ผีเสื้อแสนสวย
บินมาตอมดอกไม้
(นิภาดา  พลเยี่ยม : ไทยรัฐวิทยา 36)

ฉันปลูกดอกไม้
นกบินมาหาดอกไม้
พระอาทิตย์สว่าง
นกเกาะใบหญ้า
น้ำตกไหลลงมา
(ศิริโชค  คงกระเรียน: ไทยรัฐวิทยา34)
 

ฉันปลูกดอกไม้
ผีเสื้อบินมา
ฉันขุดดินปลูกดอกไม้
มีกอหญ้าเยอะแยะ
ดอกไม้แสนสวย
(อภิชาต  นาดอน: ไทยรัฐวิทยา34)

 


ภูเขาแสนสวย
ต้นไม้แสนน่ารัก
ฉันอยากเห็นทุกวัน
เพราะทุกอย่างเป็นธรรมชาติที่แสนสวย
(อรทัย  เพ็งแจ่ม : ไทยรัฐวิทยา 101)
 

ตะวันส่องแสง
ต้นไม้เบิกบาน
ตะวันแจ่มจ้า
ต้นไม้พลิ้วไหว
หนอนเขียวตัวน้อย
มากินใบไม้
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)
 

พระอาทิตย์
กับต้นไม้ใหญ่
(ภาสกร ศรีเรื่อง: ไทยรัฐวิทยา35)
 

ท้องฟ้าสดใส
กลุ่มเมฆลอยเคว้งคว้าง
ป่าไม้สีเขียวขจี
เพื่อนๆ เป็นมิตร
น้ำสะท้อนแสงสวยงาม
มองจากหน้าผาก็สวยสดใส
พระอาทิตย์ตกดิน สุกสกาว
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)

 


ผีเสื้อแสนสวย
กำลังบินมาดูดน้ำหวาน
ที่ดอกไม้ดอกหนึ่ง
(จินันทา  ศิลพูน : ไทยรัฐวิทยา11)
 

ผีเสื้อที่แสนสดใส
กับดอกไม้ที่แสนสวยงาม
คู่กับท้องฟ้าที่แสนจะไม่มีใครไปถึง
(ธนารักษ์  แสนธนู : ไทยรัฐวิทยา 84)
 

ฝูงนกกา
ออกหากินตามต้นไม้
(จิติศักดิ์  มห้างอ : ไทยรัฐวิทยา35)

 
แสงตะวันยามบ่ายคล้อย
ก้อนเมฆน้อยพลิ้วไหว
ตะวันตกในทะเลยามใด
สวยสดใสทุกเวลา
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)

  

 

ลำธารน้อย
ล่องลอยตามทาง
ลำธารอ้างว้าง
สัตว์มากมายดื่มกิน
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)
 

ก้อนเมฆพลิ้วไหว
ลอยไปในท้องฟ้า
ก้อนเมฆนานา
ลอยไปลอยมา-สวยงาม
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)
 

ทะเลหมอกสุดสวย
เมื่อเวลาผ่านไป
หมอกจึงลาไกล
เหลือเพียงภูเขาสูงใหญ่ งดงาม
(ยศพล  วิชามุข : ไทยรัฐวิทยา36)

 

 


แมงปอสุดสวย
บินมาหาดอกไม้ที่สวยงาม
และท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ของโลกเรา
(วุฒิพงษ์ คนหาญ : ไทยรัฐวิทยา 11)


ต้นหญ้าเขียวสดสวย
ดอกไม้ขาว บริสุทธิ์
(วุฒิพงษ์ คนหาญ : ไทยรัฐวิทยา 11)


ฉันไปปลูกต้นไม้ในป่า
เธอเลี้ยงนกเขาไว้ในป่า
วันเวลาเริ่มผ่านไป
ต้นไม้เริ่มเติบใหญ่

 

...