...
ในการศึกษาหลักพุทธธรรมอันเป็นเหตุเป็นผลทนต่อการพิสูจน์เพราะเป็นอกาลิโกคือไม่เลื่อนไหลไปตามกาลเวลา นับเป็นหลักสัจธรรมที่ทรงอิทธิพลต่อผู้สนใจใฝ่เรียนรู้ เพราะอยากรู้เมื่อไรก็เข้าไปในห้องแห่งพุทธธรรมได้เมื่อนั้น ตามกระบวนการต่อเนื่องของหลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ขอต่อด้วยหลักธรรมพหูสูตมีองค์ 5 คือ ความเป็นผู้คงแก่เรียนมีความรู้ตัวทั่วพร้อม ( องฺ. ปญฺจก. 22 / 87 ) . มีดังนี้
1 . พหุสสุตา คือ การได้เล่าเรียนและได้รับฟังมามาก
2 . ธตา คือ การถือกำหนดจดจำเนื้อหาสาระได้แม่นยำ
3 . วจสา ปริจิตา คือ การนำมาสื่อสารใช้จนคล่องปาก
4 . มนสานุเปกขิตา คือ การเพ่งพิพิจคิดจนขึ้นใจในเนื้อหามีความสว่างชัดเจน 5 . ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา คือ การมีความเข้าใจลึกซึ้งจนสามารถมองเห็นได้แจ้งชัดด้วยปัญญา
ลำดับต่อมาเป็นหลักธรรมที่เรียกว่ากัลยาณมิตรธรรม คือ คุณสมบัติของมิตรดีหรือมิตรแท้ ( ที. ปา. 11 / 433 ) ดังนี้
1 . ปิโย คือผู้ที่ชวนให้อยากเข้าไปทักทายไต่ถาม
2 . ครุ คือผู้ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจเป็นที่พึ่งได้แม้ในยามยาก
3 . ภาวนีโย คือ ผู้ที่น่าเคารพยกย่อง
4 . วตฺตา จ คือ ผู้ที่รู้จักวิธีพูดให้ได้ผล
5 . วจนกฺขโม คือ ผู้พร้อมที่จะรับฟังได้ไม่เบื่อไม่โกรธ
6 . คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา คือ ผู้ที่สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจได้ 7 . โน จฏฺฐาเน นิโยชเย คือ ผู้ไม่ชี้นำไปในทางเสียหาย
ในท้ายที่สุดของการศึกษานี้ตามหลักพุทธธรรมเองยังคงย้ำเตือนเสมอเพื่อให้คนเรามีความเชื่ออยู่ในฐานแห่งปัญญาตามหลักธรรมกาลามสูตรกังขานิยฐาน คือ วิธีปฏิบัติในหลักความเชื่อ ( องฺ. ติก. 20 / 505 ) มีดังนี้
1 . อย่าพึงเชื่อด้วยการฟังตามกันมา
2 . อย่าพึงเชื่อด้วยการถือสืบต่อกันมา
3 . อย่าพึงเชื่อตามคำเล่าลือ
4 . อย่าพึงเชื่อด้วยการอ้างอิงตามตำรา
5 . อย่าพึงเชื่อเพราะเข้ากันได้กับตรรกะ
6 . อย่าพึงเชื่อด้วยการอนุมาน
7 . อย่าพึงเชื่อด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
8 . อย่าพึงเชื่อเพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
9 . อย่าพึงเชื่อเพราะมองเห็นรูปลักษณ์ว่าเป็นไปอย่างนั้น
10 . อย่าพึงเชื่อเพราะนับถือว่าท่านผู้นี้เป็นครูของเรา
ต่อเมื่อใดเรารู้แจ้งใจว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ดี หรือดี มีโทษหรือไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว เราควรละทิ้งเสียหรือจะทำตามนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวตนของเราเองนั้นแล.