จากบันทึกนี้ครับ ....คาถาสาวรัก...เยี่ยมบ้าน
พวกเราได้ออกมาเยี่ยมบ้านอีกท่านครับ...
เจอบ้านแล้วครับ...เพราะผมได้เคยออกมาเยี่ยมบ้านหนึ่งครั้งแล้ว
ลานหน้าบ้านเห็นสิ่งประดิษฐ์ของชาวบ้านที่ทำจากใบไม้..เอาไว้ให้เด็กเตาะแตะกำลังหัดเดิน
คุณตาคนที่ออกไปเยี่ยม อยู่ในข่ายกลุ่มโรค CVA ครับ
อายุ 76 ปี ซีกของร่างกายด้านซ้ายออกแรง นาน 7 ปี แล้ว
คุณยายผู้ดูแลหลัก...ก็ป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วย แต่คุณยายแข็งแรง และคอยเป็นกำลังให้คุณยาย
ในส่วนการประเมินเบื้องต้น คุณตาทานยาครบถ้วน...และมีความรู้เรื่องยาที่ตนเองทานประจำอย่างดี และมีคุณยายหยิบยาให้ทาน แบบไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ทานยาชุด สมุนไพร หรือยาเสริมที่โฆษณาแพร่หลาย
ส่วนด้านโภชนาการ...คงมีปัญหาเรื่องผงชูรส เพราะทานอาหารร่วมกับคนในครอบครัว และบางมื้อซื้อตามรถเร่พุ่มพวง หรือแผงอาหารภายในหมู่บ้าน
ด้านกายภาพบำบัด... คุณตาขาดออกกำลังกายและกายภาพบำบัด การลุกนั่งและยืนขึ้นผิดท่าจะทำให้เกิดปัญหากล้ามเนื้ออักเสบได้ง่าย....นักกายภาพได้แนะนำวิธี และแนะนำทำราวไม้ไผ่ง่าย ๆ ให้หัดเดิน โดยมีผู้ดูแลป้องกันการหกล้มด้วย
ที่พบปัญหา คือ ปัญหาในใจของคุณตาเอง...การเจ็บป่วยที่เดินไม่ได้ทำให้คุณตา
เชื่อว่า เป็นเพราะเวรกรรม
จึงแก้ไขปัญหาของตนเอง...ด้วยการไม่กล้าออกไปไหนพร้อมกับรถเข็น...ไม่กล้าพูดคุยกับคนอื่น...มีความรู้สึกหดหู่...ไม่อยากเป็นภาระของภรรยา และลูกหลาน เพราะก่อนหน้านี้ ...ตาเป็นเสาหลักในการหาเงินเข้าบ้าน เมื่อเจ็บป่วยแล้ว ต้องแก้เงินทองที่สะสมมาทั้งชีวิต เพื่อกลับมารักษาตนเอง....
ทำให้เกิดความเครียด....
พอดีลูกชายคนเล็ก หอบลูกหลานมาจากรุงเทพ ฯ เพราะน้ำท่วม...ทำมาหากินที่กรุงเทพฯ นานเกือบ 20 ปี อยู่หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตภาษีเจริญ.... นำท่วม ระดับเอว มาอยู่ได้เกือบสัปดาห์
ลูกชายคนเล็กได้มาต้อนรับพวกเรา...จึงบอกกับพ่อว่า...ไม่เป็นไร ลูก ๆ โตแล้วไม่ต้องห่วง พวกเราหากินกันได้ ขอให้พวกเรามีบุญ...และเกิดบุญ...เพื่อดูแลคุณพ่อกับคุณแม่
ทีมเยี่ยมบ้าน...พวกเราต่างให้กำลังใจคุณตา...และให้คุณตานำคำแนะนำที่เราขอให้คุณตาทำอย่างต่อเนื่อง
คุณตาครับ...การเจ็บป่วย คือ บุญ ครับ
เพราะลูก ๆ หลาน ๆ ได้ดูแลคุณตา...นับเป็นบุญ
และคุณตา มีชีวิตอยู่ และได้มองเห็นความเติบโตของลูก ๆ หลาน ๆ ก็นับเป็นบุญ
การที่พวกเราได้ออกมาเยี่ยมบ้านคุณตา...ก็นับว่า...เป็นบุญกุศลที่ทำให้พวกเราโคจรมาเจอกัน
บุญ...มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรไม่รู้ ?
ผมรู้แต่เพียงว่า...เมื่อคิดถึงคำนี้ทีไร
เหมือนตัวเราเบาสบาย...และไม่ได้แบกอะไรไว้บนร่างกาย
เบา เพราะไม่แบก ครับคุณตา....
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายและมาให้กำลังใจในการทำงานค่ะ
บุญคือทำแล้วสบายใจ
และมีความสุข....ที่ไม่ต้องแบก 5555
พึ่งเคยเห็นที่หัดเดินของเด็กครับ เข้าท่าทีเดียว
* คุณค่าอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือ อยู่เป็นเนื้อนาบุญให้ลูกหลานได้ทดแทนพระคุณ พี่ใหญ่เคยคิดและปฏิบัติเช่นนั้นกับคุณพ่อ-คุณแม่ ในช่วงที่ท่านมีชีวิตอยู่ด้วยความสุขใจยิ่งนัก
* ครั้นถึงคราวของตนเองที่แก่ตัวลง กลับไม่อยากเป็นภาระของใคร พยายามดูแลตนเองอย่างเต็มกำลังและปลีกวิเวก จนถูกหลานๆต่อว่าอยู่ทุกวันนี้ที่ไม่ทำตัวเป็นสะพานบุญให้พวกเขาบ้าง คงต้องพบกันครึ่งทางระหว่างผู้ให้และผู้รับนะคะ
ครับ อาจเป็นเพราะไม่ได้แบกคุณตาด้วยนะครับ
แต่แบกบุญไม่หนักเท่าไร จึงเบาสบาย