รู้ดีว่ายามที่ตัวเองประสบปัญหาไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่งของชีวิต รู้ดีว่าสภาพจิตใจของตัวเองนั้นเป็นเช่นไร?

ปัญหาและวิกฤติต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนั้น ตัวเองรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานในจิตใจที่ต้องประสบปัญหาเหล่านั้น และ ในส่วนลึกของจิตใจแล้ว รู้นะว่าเป็นความรู้สึก ที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นความรู้สึกที่ต้องการที่พึ่งพิง หาคนช่วยคิด..ช่วยแก้ไขปัญหาอันเลวร้าย ที่ตัวเองประสบอยู่และไม่สามารถแก้ไขได้

วิกฤติต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งถ้าหากเราได้รับการจุนเจือช่วยเหลือไม่ว่าด้านหนึ่งด้านใดก็ตาม เราจะรู้สึกได้ทันทีว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียว เรายังมีคนเห็นใจ เรายังมีผู้คนคอยให้ความช่วยเหลือ เรายังมีผู้คนช่วยปลอบประโลมยามที่เรารู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง มันเปรียบเสมือนความเอื้ออาทรที่สานต่อระหว่างกัน ด้วยหัวใจของความเป็นเพื่อนมนุษย์ ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน

ถึงแม้นว่าจะยากลำบากในการใช้ชีวิต ถึงแม้นจะถอดใจ หรือหมดอาลัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในความรู้สึกลึก ๆ เรายังรับรู้ได้ว่า. น้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้ตัวเองยืนหยัดสู้ต่อไปได้นั้น ไม่เคยเหือดแห้งและจางหายไปเลย ยามเมื่อเราท้อถอย และขาดแรงใจในชีวิต. เป็นความรู้สึกที่เคยประสบมาเช่นนั้น จริง ๆ

ธารน้ำใจ .คือสิ่งที่สื่อความหมายได้ดีเหลือเกิน และมีทางเลือกได้มากมายนักที่จะสร้างธารน้ำใจ

ในความหมายของคำ ๆ นี้ .. แค่ได้ยิน ได้คิดถึง... ก็รู้สึกดีแล้ว

ผู้รับรู้สึกชื่นใจ รับรู้ถึงความงามในจิตใจของผู้ให้

ผู้ให้ได้รับความสุขทางใจ ที่ประเมินค่าเป็นทรัทย์หรือเงินทองไม่ได้

ความสุขเยี่ยงนี้แหละคือ.ความสุขอันแท้จริงของผู้มีหัวจิตหัวใจอันงดงาม หัวใจที่พร้อมจะให้.. โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

แต่ ณ นาทีนี้ วันนี้ มีเพียงกลุ่มคนอันน้อยนิด.ที่คิดไม่ได้ คิดไม่เป็น กลุ่มคนที่ขาดจิตสำนึก กลุ่มคนที่เกิดมาเป็นได้แค่โคลนตม ไม่รู้จักความสว่างของจิตใจ ขาดจิตที่คิดจะให้ แล้วยังมีจิตใจที่ต่ำนัก

เป็นกลุ่มคนที่ทำร้ายผู้คนยามยากลำบาก ด้วยการโจรกรรมทรัพย์สิน ข้าวของ ตามบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม ไม่มีผู้อาศัย ..ไม่อยากจะเชื่อ เลยนะว่า คิดและทำได้อย่างไร ในวิกฤติเช่นนี้

เมื่อไม่ช่วยเหลือ!! ก็ไม่ควรทำร้ายหัวใจของความเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน