วันนี้สอนเรื่องพฤติกรรมสัตว์ให้กับชั้น ม.5/1ครับ เราเตรียมตัวกันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการแบ่งนักเรียนเป็น กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ทั้งหมด 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องออกแบบการทดลองเพื่อศึกษาพฤติกรรมของสัตว์อะไรก็ได้ที่หาและนำมาโรงเรียนได้อย่างไม่ยากนัก แต่ก่อนอื่นทุกกลุ่มต้องเขียนรายละเอียดส่งล่วงหน้า ว่าจะศึกษาอะไร ปัญหา สมมติฐาน ตัวแปรต่างๆ วิธีการทดลอง อุปกรณ์ที่ใช้ ตารางบันทึกผล เหล่านี้ต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อพิจารณาร่วมกันก่อนที่จะลงมือทำจริง ว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

เหตุเลือกใช้สัตว์ที่สามารถนำมาโรงเรียนได้ เพราะต้องการให้ทำการทดลองพร้อมๆกันในห้อง และในเวลาที่มีอยู่ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆเรียนรู้ไปด้วย ผมใช้วิธีจัดการเรียนรู้ลักษณะนี้มาหลายรุ่นแล้ว ทุกครั้งนักเรียนจะเอาใจใส่และตั้งใจทดลองร่วมกันเป็นอย่างดี ถ้าได้ทำ เรียนรู้ หรือได้ทดลองด้วยตัวเอง นักเรียนจะชอบและสนใจเป็นพิเศษ เท่าที่มีประสบการณ์ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ

เมื่อพิจารณารายละเอียดเอกสารที่แต่ละกลุ่มออกแบบจะศึกษา พบว่าตัวแปรไม่ค่อยถูกต้อง โดยเฉพาะตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ จึงเป็นหน้าที่ครูต้องอธิบายเพิ่มเติมพร้อมยกตัวอย่างประกอบ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มนำรายละเอียดกลับไปแก้ไขใหม่ ผลคือทุกกลุ่มเข้าใจดีครับ สังเกตจากไม่มีกลุ่มใดระบุตัวแปรผิดอีกเลย จึงนัดแนะให้เตรียมอุปกรณ์และสัตว์มาทดลองในชั่วโมงถัดไป

กลุ่มนี้สงสัยว่าจิงโจ้น้ำซึ่งเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่วบนผิวน้ำนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็นน้ำเฮลท์บลูบอย การเคลื่อนที่จะเปลี่ยนไปอย่างไร ผลปรากฏว่าจิงโจ้แทบจะไม่เคลื่อนที่เลย อาจเพราะความหนืดจนขยับแข้งขยับขาไม่ได้เหมือนปกติ นอกจากนั้นยังพบว่าจิงโจ้จะยกลำตัวไม่ให้สัมผัสกับผิวน้ำเฮลท์บลูบอยด้วย ทั้งๆที่ถ้าเป็นน้ำธรรมดาลำตัวจิงโจ้จะแนบชิด

อีกกลุ่มทดสอบการตอบสนองของเขียด เมื่อถูกฉายด้วยแสงไฟสีสันต่างๆ พบว่าแสงบางสีกระตุ้นให้เขียดบางตัวตอบสนองด้วยการกระโดด แต่บางสีจะไม่มีผลใดๆ

กลุ่มนี้จับไส้เดือนดินมาปล่อยบนผิวดิน แล้วใช้ไฟฉายส่องจับเวลาที่ไส้เดือนดินจะมุดหลบไปอยู่ใต้ผิวดิน เปรียบเทียบกับไม่ใช้ไฟ ผลที่ได้คือ การใช่ไฟฉายส่องทำให้ไส้เดือนดินมุดลงไปใต้ผิวดินเร็วขึ้นกว่าไม่ใช้

กลุ่มนี้จับมดมาขังในกล่องพลาสติกใสซึ่งมองเห็นภายใน แล้วนำน้ำหวานกับน้ำเฮลท์บลูบอยใส่ภาชนะตั้งไว้ให้มดกิน สังเกตเปรียบเทียบว่ามดชอบกินน้ำชนิดใดมากกว่า ทั้งนี้เพราะนักเรียนคิดว่าสีและกลิ่นน้ำเฮลท์บลูบอยจะกระตุ้นหรือดึงดูดมดมากกว่าน้ำหวานธรรมดา แต่ผลกลับเป็นว่า มดกินทั้งน้ำเฮลท์บลูบอยและน้ำหวานด้วยจำนวนหรือร้อยละเท่าๆกัน แสดงว่าสีและกลิ่นไม่มีผลกระตุ้นแต่อย่างใด

อีกกลุ่มนำหอยเชอรี่มาทดสอบ เนื่องจากมีความรู้มาก่อนว่าหอยจะหยุดนิ่งหรือหยุดเคลื่อนที่เมื่อถูกสัมผัส พร้อมกับรีบซ่อนตัวในเปลือก แต่พอทิ้งไว้สักครู่หอยจะออกจากเปลือกแล้วเริ่มเคลื่อนใหม่ นักเรียนจดบันทึกระยะเวลาตั้งแต่หอยหยุดจนกระทั่งเริ่มเคลื่อนใหม่ ในที่สุดพบว่า เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำๆ ระยะเวลาที่หอยเริ่มเคลื่อนอีกครั้งจะลดลงๆ นักเรียนบอกน่าจะเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้แบบแฮบิชูเอชัน(Habituation) หรือความเคยชิน

กลุ่มนี้ทดลองสองอย่างเลย อย่างแรกสังเกตพฤติกรรมการกินลูกน้ำของปลาหางนกยูง อีกอย่างสังเกตพฤติกรรมลูกเจี๊ยบเมื่อถูกขังไว้ในกล่องทึบ นักเรียนบอกลูกเจี๊ยบจะร้องดังและถี่ขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ผ่านไป

หลังจากนั้นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเล่าผลการศึกษาให้เพื่อนๆทั้งชั้นฟัง ผมกำหนดว่าประเด็นที่นำเสนอควรประกอบด้วย ทำไมถึงทำเรื่องนี้ มีวิธีทำอย่างไร ผลที่ได้รับ รูปแบบพฤติกรรมสัตว์ที่ศึกษา และได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง เป็นต้น

รู้สึกชื่นใจกับการนำเสนอของแต่ละกลุ่มเป็นพิเศษครับ เพราะตัวแทนที่ออกมาเล่าหน้าชั้นเรียนนั้น ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม อันที่จริงให้นักเรียนออกมานำเสนอออกจะบ่อย แต่ไม่เคยมีครั้งใดรู้สึกพอใจอย่างวันนี้เลย รู้มั้ย? ตอนครูเป็นนักเรียน ครูไม่เคยออกไปเล่าอะไรที่หน้าชั้นได้ดีเท่าพวกเราวันนี้เลย ผมชื่นชมนักเรียนอย่างตรงไปตรงมา

ทุกครั้งที่นักเรียนนำเสนอในลักษณะนี้ จะรู้สึกเองว่า นักเรียนท่องมาพูด พูดตามเอกสารหรือตำรา ซ้ำร้ายกว่านั้นก็อ่านเอาเลย แต่วันนี้ไม่ใช่ นักเรียนพูดจากใจ พูดตามความเข้าใจอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพราะตั้งแต่เตรียมแล้วที่แต่ละกลุ่มต้องคิด วางแผน และดำเนินการเองทั้งหมด ทำให้ทุกกลุ่มกระจ่างในเรื่องที่ทำ การนำเสนอจึงราบรื่นมาก อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ปกติกระมัง ถ้าเห็นนักเรียนตั้งใจหรือเอาใจใส่ต่อการเรียนดีอย่างนี้ ครูจะรู้สึกดี หรืออิ่มเอมใจ

มิใช่แค่นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข ครูผู้สอนก็สอนอย่างมีความสุขครับ