การถอดบทเรียนสู่การเขียน เพื่อสื่อสารจัดการความรู้

“ถอดบทเรียนสู่การเขียน” เพื่อสื่อสารจัดการความรู้

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาทำงานไปเรื่อยๆ คนทำงานมักจะจมอยู่กับงานนั้นๆ และยังมีข้อผิดพลาดซ้ำเดิมๆ  ที่คอยแก้ไขครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อหันกลับมามองต้นทุนทางปัญญาของตัวเราเอง และต้นทุนทางปัญญาขององค์กร เรามักเห็นแต่ความว่างเปล่า หรืออาจพอมีบ้างไม่เพิ่มพูนขึ้นตามระยะเวลาการทำงาน ไม่มีพลังเพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานชิ้นใหม่ๆ
คำตอบของปรากฏการณ์เหล่านี้คือ เราขาด “การถอดบทเรียน” หากเราได้บทเรียนที่ดี มีคุณภาพจากการถอดบทเรียนปัญหาข้างต้นก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป คุณและองค์กรจะก้าวย่างบนวิถีการทำงานต่อไปอย่างมีชีวิตชีวา
"ถ้าผมรู้ ผมคงไม่ทำผิดพลาดเช่นนี้" 


แน่นอนว่าคงไม่มีใครเอ่ยประโยคนี้หลังจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพียงแค่ได้ "รู้" เท่านั้นเอง สิ่งที่เป็นเงื่อนไขของความผิดพลาดนั้นคือ "การได้รู้" หากรู้ก็คงไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้เป็นครั้งที่สอง

ดังนั้น "บทเรียน" ที่ได้รับในครั้งนี้ ก็คือ ข้อมูล (Data) และข่าวสาร (Information) ที่ผ่านการปฏิบัติด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ผ่านการสังเกต การเก็บข้อมูลของตนเอง บันทึกไว้ในสมองส่วนความจำและเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ ความรู้ที่ถูกเก็บไว้นั้น จึงจะถูกนำมาใช้จัดการกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

ปัญหาอยู่ที่ว่า คนเรามักเก็บสิ่งที่รู้ไว้มิดชิดเกินกว่าจะนำมาถ่ายทอด หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น นับว่าเป็นการสูญเสีย "งบดุล" ทางชีวิตและสังคมอย่างมาก หากเราและคนรอบข้างจะผิดพลาดในสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ได้นำเอาความรู้ที่ตกผลึก หรือที่เรียกว่า "ความรู้ฝังลึก" (Tacit knowledge) ที่อยู่ในตัวตนนั้นมาใช้ประโยชน์ แล้วจะทำอย่างไรล่ะ? การที่จะนำความรู้ฝังลึกนั้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เผื่อแผ่ผ่านประสบการณ์ของเรา หรือเจ้าของความรู้ ตรงนี้เองเป็นที่มาของ "การถอดบทเรียน"


และเบื้องหลังที่สำคัญต่อจากการถอดบทเรียนก็คือ “การเขียน” เราจะเขียนบทเรียนอย่างไร?ให้มีพลัง และสามารถนำเอาองค์ความรู้เหล่านั้นสื่อสารออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เขียนได้เท่ากับที่ใจคิด
เราจะเขียนบทเรียน ให้มีพลังและสร้างสรรค์ได้อย่างไร?
ติดตาม WORKSHOP “Pre Conference” 
อบรมระยะสั้น
ในวันที่ ๖ กรกฏาคม ๒๕๕๔  
หัวข้อ “การถอดบทเรียนสู่การเขียน เพื่อสื่อสารจัดการความรู้”
ในงานประชุม วิชชาการ “ทศวรรษสมัชชาสุขภาพ”


๖-๘ กรกฏาคม ๒๕๕๔ 
ณ โรงแรมแกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 
โดย จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร และทีมงาน รับจำนวนจำกัดเพียงแค่ ๔๐ คนครับ