353. "...นี่แหละ...ทฤษฎีของคุณ.."

ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 353

พวกเราคือกลุ่มผู้สนใจใน Appreciative Inquiry ครับ...สนใจกันขนาดลองใช้ลองทำกันในหลายๆสาขาครับ (ดู www.aithailand.org)...

....

ผมเขียนมา 353 ตอนแล้ว..ไม่ค่อยได้เขียนตอนจบเลย...ถามว่าเวลาจบโครงการ Appreciative Inquiry เราทำกันยังไงครับ...ประมาณนี้ครับ..นี่คือตัวอย่างโครงการหนึ่ง...เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง..

....

"อาจารย์ครับ..ดูแล้วไม่ได้เกี่ยวกับราคา..เลยครับ..หากผมดูแลเขาดี..เวลาใช้งานผมก็เข้าไปช่วย...ไปดูจนกว่าจะใช้งานได้...และยังแวะไปบ่อยๆ...อีก..ผมทำอย่างนี้ลูกค้าไม่เคยถามถึงราคาเลย..ผมว่าที่บริษัทผมพยายามลดราคานี่มันดูไม่ค่อยถูกทางครับ..เพราะขณะที่ยอดขายหลังลดราคากลับลด..แต่ผมกับลูกทีมกลับสวนทาง..แถมเอาไปสอนไปโค้ชให้น้องที่เข้าใหม่ ลองทำแบบเดียวกันยอดขายก็สูงเอาสูงเอา..ทั้งที่เป็นคนเดียวกันกลับที่ CEO บริษัทเคยว่าให้แรงๆมาก่อน.."

.....

พอดีจบโครงการเราเลยทำอย่างนี้ครับ...

ให้กลั่นกรองก่อนว่ายอดขายที่เพิ่มมาจาก..สิ่งที่เราค้นพบแล้วเอาไปขยายผลหรือไม่...ดูจาก

1. ตรวจสอบจากตัวเองว่า..ที่ทำไปจากการค้นพบนั้น..ทุ่นแรงเรา..และลูกค้าชอบอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่

2. แน่นอน รับผิดชอบต่อสังคม ต่อผู้บริโภคหรือไม่

3. กลับไปเทียบยอดขายช่วงเวลาเดียวกัน กับปีก่อนๆ..ว่าจริงๆ แล้วมีปัจจัยภายนอกมาเกี่ยวข้องหรือไม่..เช่นปีนี้บริษัทให้ Promototion ลูกค้าอยู่แล้วรึเปล่า...

4. ดูสิ่งแวดล้อม..PESTE Analysis เราทำการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมตอนจบโครงการว่า.. P การเมือง เคยเจอว่ายอดขายหายไปหมด เพราะเป็นช่วงที่คนกลัวห้างถูกเผาพอดี...E..เศรษฐกิจดีขึ้นไหม..ขอนแก่นนี่ปีนี้อู้ฟู่กว่าปีก่อน รถราคาแพงนำเข้าเพียบ..S สังคม รสนิยมคนเปลี่ยนไหม..ปีนี้ ลูกศิษย์ใช้ Iphone เพียบ...Environment/ecological...ปีนี้ฝนฟ้ามีผลไหม...เคยเจอในร้านกลึง ครับ..ฝนมาก ชาวนาทำนามาก...เครื่องจักรเสื่อมเร็ว..โรงกลึงจะขายดีครับ...

5. เมื่อกรองแล้ว..พบว่าตัวที่เราทำมันเด่นจริงๆ...ก็เอาทฤษฎี classiscs มาเทียบเช่นนี่เป็นเรื่องการขาย เราเอา 4P มาเทียบ พบว่า..มันไม่ใช่ครับ..Product ก็เหมือนๆกัน...Promotion เรื่องราคาไม่มีผลนัก...แต่เป็นเพราะ sales มั่นเยี่ยมและช่วยเหลือลูกค้า ด้านเทคนิค...อย่างเข้มข้น...เราเลยตั้งทฤษฎีกันว่า..ส่วนผสมทางการตลาดของสินค้านี้ไม่ใช่สี่ 4 แต่เป็น 3F คือ...

    First-class Product แน่นอนขายของห่วยย่อมไม่ดี...ตัวที่สองคือ

    Friendship เป็นมิตรแท้ให้ลูกค้า...และ ตัวสุดท้าย

    Fellowshop เป็นผู้สนับสนุนลูกค้า ให้ลูกค้าประสบความสำเร็จครับ..

6. เมื่อเจอก็บอกว่า..."นี่ไงที่คุณค้นพบ.." กลายเป็นทฤษฎีดีๆ เอาไปใช้ได้ต่อ...ถ้ามีเวลาใครสนใจทำเชิงลึกพิสูจน์ทฤษฎี ก็เอาไปต่อยอดด้วยวิจัยแนวอื่นๆได้อีก..แต่ก็ไปหาก่อนนะว่ามีใครคิดคล้ายๆกันมาก่อน..ไหม

7. อาจเขียนบอกแรงบันดาลใจว่าอยากทำอะไรอีก อาจเป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้วดี..ก็จะเอาไปทำอะไร..เช่นลูกศิษย์บางคน..ในกรณีนี้พอดีย้ายบริษัทก็จะเอาไปทำเป็นกลยุทธ์หลัก...อีกคนในเรื่องอื่นๆ..ก็ยังงงๆ ว่าจะไปทำอะไรต่อ แต่หลักๆก็ทำอยู่คือเอาไปพัฒนาคนในที่ทำงานใหม่...แตผมบอกว่าเรื่องที่เขาค้นพบนี่ไปทำเป็นบริษัทที่ปรึกษาได้เลย...ถ้าไม่ทำก็เขียนเผยแพร่เถอะ (อันนี้นึกได้หลังจากคุยกับเขาไปแล้ว) เพราะจะเป็นคุณูปการต่อสังคมมากๆ...เรียกว่าตรงนี้เหมือนสร้างวิสัยทัศน์ในระยะยาวต่อครับ

8. นอกจากนี้ยังให้เล่า Lesson Learnt ครับ..ว่าเจออุปสรรคในการทำ AI ไหม..แล้วแก้ไขอย่างไร...เช่นรายหนึ่งทำ AI เกี่ยวกับเครื่องประดับ.."ก็ถามมันทุกคนค่ะ อาจารย์...แต่ไปเจอว่าคนที่ไม่ใส่เครื่องประดับมานี่..ถามไปเฮอะ..ไม่ตอบ หรือตอบก็ตอบแบบเอาไปใช้ไม่ได้..หนูเลยต้องปรับกลยุทธ์การถามคือเลือกเฉพะาคนที่ใส่เครื่องประดับ..จริงเลยอาจารย์ได้คำตอบ..เอาไปปรับปรุง..ได้ช่องทางใหม่จริงๆ" นี่ไงครับ..บางทีเราเรียกวิธีการนี้ว่า Reflection ครับ..ในการทำวิจัยสาย Action Research/AI หรือ OD...การทำ Reflection จะทำให้เราค้นพบวิธีการปรับปรุงการทำ AI ให้ดียิ่งขึ้น..ได้ผลมากขึ้นครับ..ด้วยการถามคำถามง่ายๆอย่างนี้แหละครับ...(จริงๆ ขั้นตอนนี้ก็ทำมาเรื่อยๆ ระหว่างการทำโครงการครับ)

จบครับ...ตอนจบของโครงการ AI เป็นอย่างนี้ครับ...

....

คุณล่ะอยากให้มีอะไรเพิ่มเติมไหม...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน AI KM



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เข้าใจ AI มากขึ้นค่ะ  ไม่ได้มาทักทายอาจารย์หลายวันแล้ว  วันนี้มาใหกำลังใจค่ะ

ขอบพระคุณมากๆครับพี่คิม..

จะติดตามงานของพี่คิมนะครับ..

มีอะไรดีๆ มุมมองดีๆมาเรื่อยๆ..

เขียนเมื่อ 

สามร้อยกว่าตอน ได้ตำรา เชิงปฏิบัติ หนึ่งเล่มแล้วท่าน

ได้หนึ่งเล่มแล้วครับ ท่าอาจารย์ ดู ที่นี่ครับ click

เขียนเมื่อ 


สุดยอดครับ 3F