แสงอาทิตย์ยามค่ำเริ่มเลือนลับขอบฟ้าฟากทางตะวันตกของหมู่บ้าน พี่น้องชาวลีซูต่างพากันกลับ หลังจากที่ไปทำไร่กันเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน

หากเราอยู่จุดสูงๆของภูเขา จะเห็นคนลีซูจูงม้าซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ใช้แรงงานในไร่ เดินลัดเลาะขึ้นหมู่บ้าน


หมู่บ้านกึ้ดสามสิบ หมู่บ้านที่ผมศึกษาวิจัยบนดอยสูง         

ลมพัดกลางคืนเย็นสบาย หลังจากที่สนทนากับผู้เฒ่าลีซูแล้วผมมักได้ยินเสียงฟู่ลู่เครื่องดนตรีชนเผ่าลีซูที่ลอยดังมาทางบ้านเชิงเขาฟากโน้นเสมอ ผมนอนฟังอยู่ทุกคืน...นี่เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นาน จะมีพิธีปีใหม่ลีซูที่ทุกคนตั้งหน้ารอคอยแล้ว

 

 สาวๆลีซูกับชุดแต่งกายอันสวยงามในวันขึ้นปีใหม่ของพวกเขา

          ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่ง เป็นวิถีชีวิตที่ผมคุ้นเคย เมื่อผมอยู่บนดอย

          ผมทำงานศึกษาวิจัยกับพี่น้องชนเผ่าลีซูที่แม่ฮ่องสอนมาหลายปี ...นับจาก ทำ Thesis และต่อมาได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

          ผมทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ในประเด็น การจัดการองค์ความรู้ท้องถิ่นทางด้านสุขภาพ    ในกระบวนการศึกษา วิจัยมีทั้งงานด้านวิชาการ และงานพัฒนา

กระบวนการทำงานเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตคน วิถีภูมิปัญญา ...และรู้สึกถึง ความยิ่งใหญ่ของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู


 

          มารู้จักกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูกันนะครับ

ลีซูเรียกตนเองว่า "ลีซู" เป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ต้นน้ำสาละวินและ แม่น้ำโขงทางตอนเหนือของประเทศทิเบต และทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนานในประเทศจีน เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่มีเชื้อสายมองโกลอยด์ ได้อพยพลงมาทางใต้เนื่องจากเกิดการสู้รบกันกับชนเผ่าอื่นนับเวลาหลายศตวรรษ ลีซูได้ร่นถอยเรื่อยลงมาจนในที่สุดก็แตกกระจายกันอยู่ในเมียนมาร์ จีน อินเดีย และประเทศไทย

 

         

 

   สาวน้อยลีซูในวันขึ้นปีใหม่

 

 

                                                                                                                                                    

 

สำหรับการอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยครั้งแรก อพยพจากพม่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ ปี พ .. 2467 ลีซูที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย มีภาษาและวัฒนธรรมอย่างเดียวกัน ภาษาลีซูมีเฉพาะภาษาพูด ไม่มีภาษาเขียน คำพูดที่ใช้ร้อยละ 30 ยืมมาจากภาษายูนนาน หากแบ่งตามหลักภาษาศาสตร์     ชาวลีซูจะอยู่ในตระกูลภาษาจีน ทิเบต (Sino – tibetan) กลุ่มย่อย ธิเบต- พม่า(Tibeto – burman) หรือ Lolish 

          กลุ่มชาติพันธุ์ลีซูแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆตามลักษณะเครื่องแต่งกาย คือ ลีซูดำ (ผู้หญิงใช้ผ้าสีดำมาตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่ม) และลีซูลาย (เครื่องนุ่มห่มของผู้หญิงใช้ผ้าหลากสีสรรมาตัดเย็บ) ลีซูดำเกือบทั้งหมดตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตประเทศเมียนมาร์ ส่วนชาวลีซูในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นลีซูลาย มีกลุ่มลีซูดำอยู่บ้าง เช่น ลีซูที่บ้าน   น้ำบ่อสะเป่ อำเภอปางมะผ้า   จังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มนี้เคลื่อนย้ายจากเขตประเทศพม่าอยู่ในประเทศไทยเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ แต่ในปัจจุบันได้ใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับลีซูลายไปหมดแล้ว คงมีแต่เพียงภาษาพูดบางคำที่แตกต่างกันออกไปบ้าง อย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มย่อยนี้สามารถสื่อสารกันได้เป็นอย่างดี

          ในประเทศไทยชาวลีซูตั้งบ้านเรือนและทำมาหากินอยู่บนภูเขาและพื้นที่สูงชาว ลีซูประมาณร้อยละ 43 อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ร้อยละ 31 อยู่ในจังหวัดเชียงราย ร้อยละ16 อยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร้อยละ 5 อยู่ในจังหวัดตาก ที่เหลือนอกจากนั้นกระจายอยู่ในจังหวัด เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พะเยา ลำปาง สุโขทัยและแพร่ จากข้อมูลประชากรชาวเขาในพื้นที่สูง 20 จังหวัดในประเทศไทยสำรวจเมื่อปี 2540 มีประชากรชาวลีซูประมาณ 33,365 คน


 

วงเต้นรำวันปีใหม่ลีซูที่บ้านกึ้ดสามสิบ แม่ฮ่องสอน         

วิถีชีวิตคนลีซู ยังมีอะไรดีๆ   ให้เราเรียนรู้อีกมาก ...แง่มุมงามๆจากการศึกษา วิจัยในหมู่บ้านที่ผมได้เคยสัมผัส

ผมอยากจะถ่ายทอดให้คนทั่วไปได้รับรู้ชีวิตของพวกเขาบ้าง...เพื่อจำได้รู้จัก และเข้าใจกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง ที่อยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย

          คนลีซูเรียกผมว่า อะตะผะ ครับ (เป็นชื่อลีซูของผม หมายถึงลูกชายคนโต ของครอบครัว)