ข้อเสนอ
ผู้เขียนมีข้อเสนอ เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกันในกรณีนี้ดังต่อไปนี้

ข้อเสนอต่อองค์กรผู้เสนอกฎหมาย
     การเสนอร่างกฎหมายในเรื่องใกล้เคียงกันในคราวเดียวกันโดยแบ่งแยกกัน ไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่สมควรในตอนต้น การหันหน้าเข้าหากันและระดมสรรพกำลังเพื่อจัดทำร่างกฎหมายที่สมบูรณ์ภายใต้ทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สามารถผลักดันกฎหมายวิชาชีพให้ได้เสียก่อน ย่อมจะเป็นประโยชน์กว่า หากระบบวิชาชีพเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์และมีความเข้มแข็งเพียงพอแล้วก็ย่อมที่จะสามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะตนต่อไปได้อีก และอาจจะถึงขั้นมีกฎหมายวิชาชีพด้านนี้มากกว่าหนึ่งฉบับก็ได้ในอนาคต ขอยกกรณีการเริ่มต้นกฎหมายวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นองค์กรวิชาชีพในปัจจุบัน หากศึกษาดูจะพบว่าเริ่มต้นภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันเพียงฉบับเดียวเท่านั้น จำเป็นที่จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่เกิดจากร่างกฎหมาย หรือความไม่เข้าใจที่เกิดจากอวิชชาใดๆก็ตามให้กระจ่างโดยเร็ว

ข้อเสนอต่อกลุ่มผู้ทำการงานด้านสาธารณสุข
     กลุ่มผู้ทำการงานด้านสาธารณสุขซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในเบื้องต้น จะต้องติดตามและทำความเข้าใจในกระบวนการพัฒนาไปสู่วิชาชีพ โดยจำเป็นต้องติดตามข่าวสารและรับรู้ความเคลื่อนไหว อย่างใกล้ชิด ไม่ละเลยและท้อถอยในอุปสรรคทั้งหลาย และจำเป็นที่ต้องสร้างความเข้าใจในกลุ่มเดียวกันให้รับรู้และเห็นความสำคัญในการเรียกร้องและพัฒนาในเรื่องนี้ ย่อมที่จะไม่ง่ายที่จะเกิดการยอมรับนับถือการงานให้เป็นวิชาชีพได้ บางสาขาวิชาชีพที่เกิดขึ้นแล้วต่างมีประวัติศาสตร์และเส้นทางการต่อสู้ที่ยาวนาน จำเป็นต้องอดทนและช่วยกันร่มคิด ร่วมทำอย่างสร้างสรรค์ และที่สำคัญต้องแสดงความเป็นมืออาชีพเสียตั้งแต่ต้น โดยการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันที่ดี การยอมเพื่อได้ในบางคราว การให้เกียรติและเคารพในความเห็นที่ต่าง รวมถึงการโต้แย้ง อ้างอิงอย่างเป็นเหตุผลและมีหลักการ เป็นขั้นตอยสำคัญในการพัฒนาไปสู่ความเป็นมืออาชีพโดยแท้อย่างไม่ต้องรอกฎหมาย ในอีกทางหนึ่งควรที่จะได้ทำความเข้าใจผู้ประกอบวิชาชีพอื่นและผู้เกี่ยวข้องให้ทราบและเข้าใจต่อการทำการงานของตนและร่วมมือทำงานอย่างให้เกียรติ และอดทนต่อคำวิจารณ์ โดยมองเป้าหมายหลักคือประโยชน์สูงสุดของประชาชน
สร้างความร่วมมือและชี้ให้ประชาชนเห็นประโยชน์การมีกฎหมายวิชาชีพในทุกคราวและโอกาส เพื่อสร้างแนวร่วมทางสังคม ประเด็นสำคัญหากประชาชนเข้าใจและยอมรับนับถือ รวมถึงแสดงการสนับสนุนย่อมเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

ข้อเสนอต่อองค์กรวิชาชีพด้านสุขภาพที่มีกฎหมายรับรองแล้ว
     ควรที่จะเปิดใจให้กว้างและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่มีความเหมาะสมจะพัฒนาเป็นวิชาชีพ โดยไม่คิดว่าระบบวิชาชีพนั้นเป็นระบบที่สร้างขึ้นสำหรับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น การพัฒนาวิชาชีพเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ เนื่องการยอมรับว่าบุคลากรทางสุขภาพนั้น เป็นผู้ที่เป็นมืออาชีพทางสุขภาพ (Health Professional) จะแตกต่างกันไปตามระบบกฎหมายของแต่ละประเทศว่าเป็นระบบใด ระบบจารีตประเพณีจะไม่เน้นการออกกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรณ์ที่ละเอียดลออ แต่จะพัฒนาระบบและสร้างระบบที่เปิดกว้างในการพัฒนาตนเองให้เชี่ยวชาญ ส่วนกฎหมายลายลักษณ์แบบบ้านเรานั้นจำเป็นต้องเขียน ต้องชัดเจน เราจึงต้องมีความเห็นที่แตกต่างกันในการสร้างกฎหมายแต่ละวิชาชีพเช่นนี้ ประเด็นที่สำคัญคือการรับรู้และเข้าใจและให้เกียรติในศาสตร์ของผู้อื่นที่ตนเองไม่ถนัด โดยการศึกษาให้ลึกซึ้งและรอบด้านอย่างเพียงโดยปราศจากอคติทั้งในเชิงอวิชชาและระบบอำนาจของชนชั้นนำในองค์การ

     การมอบหมายหน้าที่ของตนเพื่อให้บุคคลอื่นทำกระทำการแทนนั้นควรเป็นระบบที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อพ้นช่วงเวลาที่วิกฤติก็สมควรที่จะเป็นการจัดบริการแก่ประชาชนด้วยมืออาชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพในด้านนั้นอย่างแท้จริง ไม่สมควรมอบหมายหน้าที่ตนเองให้แก่ผู้อื่นกระทำแทน และย่อมเป็นการแน่นอนอยู่แล้วว่าผู้กระทำแทนนั้นย่อมมีความรู้ ความสามารถไม่ได้ตามมาตรฐานแห่งวิชาชีพอยู่แล้ว และเป็นการสมควรที่ทุกวิชาชีพควรจะได้ใช้ความพยายามอย่างสูงสุดในการจัดบริการให้กับประชาชนด้วยผู้ประกอบวิชาชีพตามาตรฐานวิชาชีพของตน หากยังทำได้ไม่ดีและครอบคลุมเพียงพอก็ไม่สมควรไปแสวงหาการงานในหน้าที่ผู้อื่นที่ตนไม่ถนัดมารับผิดชอบ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนที่เป็นอุดมการณ์และปรัชญาแห่งการประกอบวิชาชีพอย่างมีจริยธรรม

ข้อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข
     สมควรที่จะเป็นแกนนำในการรวบรวมแนวคิดของกลุ่มผู้เสนอกฎหมายและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำร่างกฎหมายเป็นร่างที่ทุกฝ่ายเห็นชอบตรงกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเสนอเป็นกฎหมายวิชาชีพด้านสาธารณสุข โดยรับเป็นแกนหลักร่วมกับกลุ่มที่เสนอกฎหมาย การดำเนินตรงนี้เป็นการใช้โอกาสเพื่อสร้างความสมานฉันท์แห่งการทำงานร่วมกันในหลากหลายวิชาชีพในการทำงานด้านสาธารณสุข อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และการประสานร่วมมือในองค์การ อันเป็นหน้าที่หลักในฐานะผู้แทนของรัฐในการจัดบริการทางสุขภาพ และเป็นโอกาสที่ดีที่จะอนุรักษ์และพัฒนาระบบการบริหารจัดการกำลังด้านสาธารณสุขที่เป็นจุดเด่นของกระทรวงสาธารณสุขมาช้านานให้พัฒนาต่อไป และเป็นบทบาทที่เหมาะสมของกระทรวงสาธารณสุขในการปฏิรูประบบสุขภาพที่กำลังเกิดขึ้นด้วย

ข้อสรุป
     การให้ความเห็นในครั้งนี้ของผู้เขียน เป็นความปรารถนาดีต่อระบบการพัฒนากำลังด้านสาธารณสุขของประเทศชาติ ไม่ใช่เป็นไปด้วยเพราะอยากจะผลักดันให้มีกฎหมายวิชาชีพสาธารณสุขแต่ถ่ายเดียว การมีกฎหมายนั้นเป็นเพียงระบบหนึ่งที่เป็นไปตามระบบวิชาชีพด้านสุขภาพของบ้านเรา ภายใต้บริบทของสังคมไทยจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาความเป็นมืออาชีพในการทำงานในทุกด้าน และยิ่งเป็นระบบสุขภาพด้วยแล้วยิ่งเป็นระบบที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคมอย่างเคร่งครัด การที่จะมีอีกกลุ่มหนึ่งได้พัฒนาตนเองให้เป็นวิชาชีพขึ้นมา นับว่าเป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งดีกว่าการไม่พัฒนาอะไรขึ้นมาอย่างแน่นอน สมควรและจำเป็นที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ตระหนักถึงความเป็นจริงในเรื่องนี้

อ่านในประเด็นต่าง ๆ จาก link ด้านล่างนี้ครับ
ปล.
บทความนี้เขียนโดยคุณสงครามชัย ลีทองดี ( [email protected] )

ประเด็นหลักที่หนึ่ง ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2
ประเด็นพิจารณาว่าการสาธารณสุขชุมชนหรือ การสาธารณสุขเป็นวิชาชีพหรือไม่

ประเด็นหลักที่สอง
พิจารณาว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนหรือ การสาธารณสุข ออกมาบังคับใช้หรือไม่

ประเด็นหลักที่สาม
พิจารณาว่าร่างกฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนหรือ การสาธารณสุข มีการก้าวล่วงกฎหมายวิชาชีพที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันหรือไม่

ประเด็นหลักที่สี่
การปฏิบัติงานของกลุ่มผู้เสนอร่างกฎหมายวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชนหรือ การสาธารณสุข ในกระทรวงสาธารณสุข

ข้อเสนอของผู้เขียน
เพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน