
Source : http://www.ecenglish.com/learnenglish/tell-world-you-are-learning-english
ผู้เขียนได้รับคัดเลือกให้เรียนต่อในระดับอนุปริญญา (ปกศ.สูง) ประเภทเรียนดีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี เมื่อศึกษาสำเร็จหลักสูตรแล้ว ก็ได้รับคัดเลือกให้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี (กศ.บ.) ประเภทเรียนดีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหาสารคาม) โดยมีเพื่อนๆ จากวิทยาลัยครูในภาคอีสาน คือ วิทยาลัยครูอุดรธานี สกลนคร มหาสารคาม อุบลราชธานี และวิทยาลัยครูนครราชสีมา และจากวิทยาลัยครูในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วิทยาลัยครูสวนดุสิต สวนสุนันทา จันทรเกษม พระนคร และวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งได้รับคัดเลือกแบบเดียวกัน รวมประมาณ 90 คนเป็นเพื่อนร่วมเรียน (แยกเป็น 2 ห้องๆ ละประมาณ 45 คน) ข้างล่างเป็นภาพจากกิจกรรมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (สีเทาแดงเป็นสีประจำสถาบัน) รุ่นที่ 4 รวมทุกสาขาวิชา ในวันที่ 25 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นปีที่เพื่อนจากมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ (ไม่ทราบว่าหาผู้เขียนเจอรึเปล่า ภาพซ้ายนั่งอยู่ตรงกลางใส่เสื้อสีม่วง เป็นภาพกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญกับคณาจารย์ ภาพขวานั่งขวาสุดใส่เสื้อแขนยาวสีเหลืองนวล เป็นภาพที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนๆ จากจังหวัดต่างๆ ที่บันไดโรงแรมที่พัก ก่อนลาจากในเช้าวันที่ 26 เพื่อนวิชาเอกภาษาอังกฤษที่พอจะมองเห็นก็มีผู้ชายใส่เสื้อสีลายแดง คือสุรชาติจากวค. อุบลฯ เรียนห้อง B ที่นั่งแถวเดียวกับผู้เขียนคนที่สามจากซ้ายมือใส่เสื้อสีนวล คือทองหล่อจากวค.บ้านสมเด็จฯ ถัดไปทางขวาใส่เสื้อเหลืองลายดำคือสุมิตราจากวค.สวนดุสิต สองคนนี้อยู่ห้อง A ด้วยกันกับผู้เขียน และนั่งแถวล่างสุดคนซ้ายสุดใส่เลื้อลายดอกสีม่วงและฟ้า คือ ยุพยงค์ จากวค.อุดรฯ เรียนอยู้ห้อง B)

หลักสูตรที่ผู้เขียนจบมาในระดับปริญญาตรี เป็นหลักสูตรผลิตครูเพื่อออกไปสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา แต่อาจจะเป็นเพราะโชคชะตาหรือฟ้าลิขิต (Fate) จึงทำให้ผู้เขียนมีโอกาสสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษาอยู่เพียงปีเดียว แล้วก็มีเหตุที่ทำให้ต้องหันเหสาขาที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในปีต่อมา และเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ต้องออกไปปฏิบัติราชการเป็นอาจารย์สอนในสาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนวในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้สอนมาย่างเข้าปีที่ 35 ในปีการศึกษา 2554 นีี้ (ถ้าอ่านจากประวัติจะรู้ถึงเหตุดังกล่าว)
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความรักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผู้เขียนได้เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองแบบเป็นกระบวนการตลอดชีวิต (Lifelong English Learning) จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายรอบตัว การข้ามน้ำข้ามทะเล (Going Aboard) ไปเรียน Ph.D แบบ Part Time ที่เมือง Perth เมืองหลวงของรัฐ Western Australia ก็เพราะต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยส่วนหนึ่ง ผู้เขียนได้ใช้เวลาปีละประมาณ 3 เดือน รวมเวลา 4 ปีส่วนใหญ่อยู่ในหอสมุดของมหาวิทยาลัย เพื่ออ่านบทความวิจัยในวารสารทางจิตวิทยาและทางการศึกษา ซึ่งมีหลากหลายมากจนทำให้ตื่นตาตื่นใจ นอกจากเป็นการอ่านเพื่อศึกษาเนื้อหาแล้ว ยังได้อ่านเพื่อศึกษาสำนวนเขียนด้วย เพราะการเขียนภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนที่สุด ขนาดผู้เขียน Quote ข้อความจากพรบ.การศึกษาแห่งชาติของไทยฉบับภาษาอังกฤษ (ที่เขียนโดย ดร. จาก USA และตรวจแก้ไขโดย ศาสตราจารย์ชาว American) ในเค้าโครงปริญญานิพนธ์ (Research Proposal) Reviewer ที่เป็นกรรมการสอบเค้าโครงคนหนึ่งยัง Commented ว่าใช้ภาษาขัดเขิน (Awkward) เลย (อาจเป็นเพราะที่ออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ หรือ British English แต่ข้อความที่ยกมาอ้างอิงใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หรือ American English ก็ได้) อาจารย์ที่ปรึกษาหรือ Supervisor ของผู้เขียนเห็นผู้เขียนขลุกอยุ่แต่ในห้องสมุด ยังพูดเลยว่า วิไลเธอหมกตัวอยู่แต่ในห้องสมุด ไม่ Go shopping downtown เหมือนเพื่อนๆ บ้างหรือ
อีกอย่าง เมื่อใดก็ตามที่สถาบัน/มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้นสำหรับบุคลากรภายใน ผู้เขียนจะสมัครทุกครั้ง และเข้ารับการอบรมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของตารางการอบรม ซึ่งทุกหลักสูตรจะมีปรากฏการณ์เหมือนๆ กันคือ ในช่วงต้นๆ จะมีอาจารย์เข้าเรียนมากหน่อย แล้วก็ค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับเวลาที่ผ่านไป จนช่วงท้ายๆ จะมีเฉพาะอาจารย์สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่งและผู้เขียนรวม 2 คนไปนั่งอบรม ผู้เขียนได้เข้ารับการอบรมทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาทักษะใดและในระดับใด มีอาจารย์ผู้ให้การอบรมชาวตะวันตก (The Westerner; เรียนรู้มาว่า คำว่า “ฝรั่ง” เป็นคำเรียกที่ไม่สุภาพ ทำนองเดียวกับคำว่า “เขมร” และ “ญวน”) คนหนึ่งที่ให้การอบรมเกี่ยวกับการพูด ได้กล่าวกับผู้เขียนซึ่งแปลได้ว่า "วิไล เธออยากจะพูดอะไรเธอก็พูดออกมาได้อยู่แล้ว แล้วเธอมาเรียนทำไม" ผู้เขียนว่าเขากล่าวไม่ถูกต้องเลย เพราะผู้เขียนใช่ว่าจะพูดได้ในทุกอย่างที่ต้องการจะพูด อีกอย่างการพูดเป็นทักษะซึ่งจะต้องฝึกฝนตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นก็จะพูดไม่ออก หรือถ้าไม่เคยใช่้สำนวนใดก็จะไม่รู้ว่าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร อย่างเช่น สำนวน "ว่่าแล้วเชียว" ซึ่งไม่เคยมีอาจารย์ไหนสอน คุยกับชาวต่างชาติถึงได้รู้ว่าเขาใช้สำนวนว่า "I told you so." บางทีสำนวนที่เราใช้ในเมืองไทยก็ไม่ตรงกับที่เจ้าของภาษาเขาใช้กัน อย่างเช่น สำนวนว่า "เมาไม่ขับ" ป้ายจราจรของไทยเขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัวว่า "Drink don't drive" แต่ Andrew Biggs ชาวออสเตรเลียน (Aussie) ที่โด่งดังจากการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยบอกว่า ต้องใช้ข้อความว่า "Don't drink and drive" จึงจะถูก หลายๆ กรณีภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แปลตรงตัว อย่างเช่น คำว่า "hot" ผู้เขียนเคยอ่านจากไหนจำไม่ได้เพราะนานมาก ว่า เราพูดไม่ได้ว่าเราร้อนหรือ "I' m hot." เพราะที่ร้อนน่ะคืออากาศจึงต้องพูดว่า "It' s hot." อีกอย่างคำว่า "hot" เมื่อเป็นสำนวนจะแปลว่าเร่าร้อนหรือมีความต้องการ (ทางเพศ) แต่มีรายการ TV ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษรายการหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้บันทึกเป็น "วีดิทัศน์" เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้แทบทุกตอน ตอนที่เสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ "ฤดูกาล (Seasons)" มีเพลงประกอบรายการ ขึ้นต้นเพลงว่า "I' m hot. I' m hot. I' m hot. I' m hot." โดยต้องการให้แปลว่า ฉันรู้สึกร้อน (อบอ้าว)...ร้อน...ร้อน...ร้อน... นักเรียนไทยที่ไปเรียน High School (ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) ที่ USA คนหนึ่งบอกว่า ถ้าสาวไทยรู้สึกร้อนอบอ้าวแล้วไปพูดกับหนุ่มตานำข้าวว่า "I' m hot" อาจจะถูกหนุ่มคนนั้นลากขึ้นเตียงก็ได้
ด้วยเป็นผู้ที่รักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาอังกฤษในครอบครัว Gotoknow และผู้อ่านทั่วไป ผู้เขียนจึงสร้าง Blog “Let's Learn English by the Situation Together” ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคม (ขอย้ำว่า Blog นี้ไม่ใช่ Blog สอนภาษาอังกฤษ เพราะผู้เขียนไม่ได้มีความสามารถพอที่จะอาจหาญทำเช่นนั้นได้) บันทึกแรกเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะเริ่มจากเรื่องเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ซึ่งผู้เขียนได้บันทึกภาพจากระเบียงหน้าบ้านเรือนขวัญ ต. ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี ในช่วงเวลา 00.30-02.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายน (หลังจากนั้นฟ้าปิด มองไม่เห็นดวงจันทร์) เลือกภาพที่แตกต่างตามลำดับเวลา ได้ 3 ภาพ ดังนี้
จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนเกิดความอยากรู้ว่า เขาจะเขียนสื่อสารเกี่ยวกับจันทรุปราคาเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรกันบ้าง จึงเริ่มด้วยการใช้ Web. แปลภาษา แปลคำว่า "จันทรุปราคา" (ซึ่งตอนเด็กๆ ที่บ้านเรียกว่า "กบกินเดือน") จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ได้คำว่า "Lunar Eclipse" จากนั้นก็พิมพ์คำค้น "Lunar Eclipse" แล้วเลือกข้อเขียนของ Earth Sky เรื่อง “Very long total lunar eclipse on night of June 15” มาศึกษา โดยตัดตอนเนื้อหามาบางส่วน
ผู้เขียนลองใช้ Web. แปลภาษาเพื่อแปลเนื้อหา (เป็นครั้งแรก) จึงได้ถึงบางอ้อว่า ที่นักศึกษาปริญญาโทแปลงานส่งแบบอ่านไม่รู้เรื่อง ก็คงจะมาจากการใช้บริการแปลภาษาจาก Web. นี่แหละ จึงคิดว่า การใช้บริการ Web. แปลภาษา เหมาะที่จะใช้ในการแปล "คำศัพท์ (Vocabularies)" และแปล "สำนวน (Idioms)" มากกว่าใช้แปล "วลี (Phrases)" และ "ประโยค (Sentences)" เพราะ Web. จะแปลวลีและประโยคแบบเรียงคำไปตามลำดับ ทำให้แปลออกมาแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง ตัวอย่างเช่น ข้อความภาษาอังกฤษที่ตัดตอนมาจากข้อเขียนเรื่อง "Very long total lunar eclipse..." ย่อหน้าแรกความว่า
"During the night of June 15, 2011, Earth’s dark shadow will eclipse the full moon for a whopping 100 minutes, creating the one of the longest total lunar eclipses of the 21st century (2001-2100)."
เว็บแปลออกมาว่า "ในช่วงคืนวันที่ 15 มิ.ย. 2011, เงาดำของโลกจะคราสพระจันทร์เต็มดวงสำหรับมหันต์ 100 นาที, การสร้างหนึ่งของที่ยาวที่สุด eclipses จันทรคติรวมของศตวรรษที่ 21 (2001-2100)"
ซึ่งจริงๆ แล้วจะแปลว่า "ในคืนวันที่ 15 มิถุนายน 2011 (พ.ศ. 2554) เงาดำของโลกจะบดบังพระจันทร์เต็มดวงเป็นเวลา 100 นาที ทำให้เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงที่กินเวลายาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษที่ 21 (ปี 2001-2100)"
ย่อหน้าที่ 2 ความว่า "At totality, the moon often appears blood red. Image by Steev from Wollongong, Australia of August 28, 2007 lunar eclipse (Wikimedia Commons).
เว็บแปล "At totality, the moon often appears blood red" ว่า "จำนวนทั้งสิ้นที่ดวงจันทร์มักจะปรากฏสีแดง..." จริงๆแล้วจะแปลว่า "เมื่อเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง พระจันทร์มักจะมีสีแดงดั่งสีเลือด..."
ย่อหน้าที่มีข้อความว่า "Tonight’s event will be only 3 minutes shorter than the century’s longest total lunar eclipse, on July 27, 2018. A grand total of 85 total lunar eclipses will be taking place this century, but only a handful will be longer than tonight’s long-lasting lunar eclipse. Before and after totality, the moon will be partially eclipsed for an hour, as the moon enters and then leaves the Earth’s shadow. The whole eclipse from start to finish lasts for 3 hours and 40 minutes."
เว็บแปลออกมาว่า "เหตุการณ์คืนนี้จะเป็นเพียง3 นาทีที่สั้นกว่าศตวรรษที่ยาวที่สุดในจันทรคราสรวมเมื่อ 27 กรกฎาคม 2018 รวมทั้งสิ้นจาก 85 สุริยุปราคาดวงจันทร์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นในศตวรรษนี้ แต่เพียงเล็กน้อยจะนานกว่าคืนนี้ยาวนานจันทรคราส ก่อนและหลังจำนวนทั้งสิ้นดวงจันทร์จะถูกบดบังบางส่วนสำหรับชั่วโมงเป็นดวงจันทร์จะเข้าสู่และจากนั้นใบเงาของโลก คราสทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที" ...อ่านรู้เรื่องไหมคะ
จริงๆ แล้วจะแปลว่า "จันทรุปราคาที่เกิดขึ้นในคืนนี้ จะกินเวลาสั้นกว่าจันทรุปราคาเต็มดวงที่กินเวลานานที่สุดในศตวรรษนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2018 ในศตวรรษนี้จะมีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้น 85 ครั้ง แต่จะมีเพียงครั้งเดียวที่กินเวลานานกว่าที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ก่อนและหลังการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเมื่อพระจันทร์ปรากฏให้เห็นและลับจากเงาของโลกไป การเกิดจันทรุปราคาจากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดจะกินเวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที"...อ่านแล้วรู้เรื่องกว่าไหมคะ
ต่อจากนี้ใช้คนแปลเลยแล้วกันนะคะ...
What parts of Earth will see tonight’s lunar eclipse?
ส่วนไหนของโลกที่จะมองเห็นจันทรุปราคาได้ในคืนนี้
Places that will see the lunar eclipse tonight include Europe, Africa, Asia, Australia, New Zealand, southern South America and eastern South America. Places that won’t see the eclipse at all include Hawaii, North America, northwestern South America, Greenland, Iceland and the Arctic.
ที่ๆ จะมองเห็นจันทรุปราคาได้ในคืนนี้ ได้แก่ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซีกใต้และซีกตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ ที่ๆ ที่จะมองไม่เห็นได้แก่ ฮาวาย ทวีปอเมริกาเหนือ ซีกตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และอาร์กติก
In a nutshell, Europe and Africa will see the greatest eclipse sometime between sunset and midnight on June 15. Asia, Australia and southwestern New Zealand will see it sometime after midnight and before sunrise on June 16.
กล่าวสั้นๆได้ว่า ยุโรปและแอฟริกาจะเห็นจันทรุปราคาในครั้งนี้ได้ ในเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างพระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงเที่ยงคืน ของวันที่ 15 มิถุนายน เอเชีย ออสเตรเลีย และซีกตะวันตกเฉียงใต้ของนิวซีแลนด์ จะมองเห็นได้ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนไปจนถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน
(ภาพที่ผู้เขียนถ่ายไว้ในช่วงเวลา 00.30-02.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายนก็เป็นไปตามการพยากรณ์ดังกล่าว)
ตัวอย่างความเห็น
TanJ says :
I Saw the eclipse it was an awesome, breathtaking experience. I had a unobstructed and perfect view of the eclipse from my backyard.I thank God for sparing me to see this rare celestial treat.
Cat says:
im in ireland in co.limerick, i dont know if im meant to be able to see anything because i saw the moon earlier in the sky when it was brighter, its still relatively bright right now and theres a bit of clouding, but im not sure if theres a visible eclipse or not :S
Ann & Riley says:
My son and I are so sad!! We live in Illinois, USA and are dissapointed we wont get the chance to see the eclipse! BOO! ![]()
ท่านใดที่สนใจจะร่วมเรียนรู้ แลกเเปลี่ยนภาพ ความรู้ ข้อมูล ความคิดเห็น ซักถาม หรือให้ข้อเสนอแนะ ในขอบข่ายเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนเชิญนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
Source : Earth Sky. (2011). Very long total lunar eclipse on night of June 15. Retrieved June
16, 2011 from http://earthsky.org/tonight/total-eclipse-of-the-moon-on-night-of-june-15.