Lunar Eclipse on Night of June 15


การเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ที่กิดขึ้นจริง เป็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีความหมาย (Meaningful English Learning)

                                      

               Source : http://www.ecenglish.com/learnenglish/tell-world-you-are-learning-english

             ผู้เขียนได้รับคัดเลือกให้เรียนต่อในระดับอนุปริญญา (ปกศ.สูง) ประเภทเรียนดีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยครูอุบลราชธานี เมื่อศึกษาสำเร็จหลักสูตรแล้ว ก็ได้รับคัดเลือกให้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี (กศ.บ.) ประเภทเรียนดีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหาสารคาม) โดยมีเพื่อนๆ จากวิทยาลัยครูในภาคอีสาน คือ วิทยาลัยครูอุดรธานี สกลนคร มหาสารคาม อุบลราชธานี และวิทยาลัยครูนครราชสีมา และจากวิทยาลัยครูในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วิทยาลัยครูสวนดุสิต สวนสุนันทา จันทรเกษม พระนคร และวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งได้รับคัดเลือกแบบเดียวกัน รวมประมาณ 90 คนเป็นเพื่อนร่วมเรียน (แยกเป็น 2 ห้องๆ ละประมาณ 45 คน) ข้างล่างเป็นภาพจากกิจกรรมพบปะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (สีเทาแดงเป็นสีประจำสถาบัน) รุ่นที่ 4 รวมทุกสาขาวิชา ในวันที่ 25 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นปีที่เพื่อนจากมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ (ไม่ทราบว่าหาผู้เขียนเจอรึเปล่า ภาพซ้ายนั่งอยู่ตรงกลางใส่เสื้อสีม่วง เป็นภาพกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญกับคณาจารย์ ภาพขวานั่งขวาสุดใส่เสื้อแขนยาวสีเหลืองนวล เป็นภาพที่ถ่ายร่วมกับเพื่อนๆ จากจังหวัดต่างๆ ที่บันไดโรงแรมที่พัก ก่อนลาจากในเช้าวันที่ 26  เพื่อนวิชาเอกภาษาอังกฤษที่พอจะมองเห็นก็มีผู้ชายใส่เสื้อสีลายแดง คือสุรชาติจากวค. อุบลฯ เรียนห้อง B ที่นั่งแถวเดียวกับผู้เขียนคนที่สามจากซ้ายมือใส่เสื้อสีนวล คือทองหล่อจากวค.บ้านสมเด็จฯ ถัดไปทางขวาใส่เสื้อเหลืองลายดำคือสุมิตราจากวค.สวนดุสิต สองคนนี้อยู่ห้อง A ด้วยกันกับผู้เขียน และนั่งแถวล่างสุดคนซ้ายสุดใส่เลื้อลายดอกสีม่วงและฟ้า คือ ยุพยงค์ จากวค.อุดรฯ เรียนอยู้ห้อง B)  

 

             หลักสูตรที่ผู้เขียนจบมาในระดับปริญญาตรี เป็นหลักสูตรผลิตครูเพื่อออกไปสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษา แต่อาจจะเป็นเพราะโชคชะตาหรือฟ้าลิขิต (Fate) จึงทำให้ผู้เขียนมีโอกาสสอนภาษาอังกฤษในระดับมัธยมศึกษาอยู่เพียงปีเดียว แล้วก็มีเหตุที่ทำให้ต้องหันเหสาขาที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในปีต่อมา และเมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ต้องออกไปปฏิบัติราชการเป็นอาจารย์สอนในสาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนวในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้สอนมาย่างเข้าปีที่ 35 ในปีการศึกษา 2554 นีี้ (ถ้าอ่านจากประวัติจะรู้ถึงเหตุดังกล่าว)

             ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยความรักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผู้เขียนได้เรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองแบบเป็นกระบวนการตลอดชีวิต (Lifelong English Learning) จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายรอบตัว การข้ามน้ำข้ามทะเล (Going Aboard) ไปเรียน Ph.D แบบ Part Time ที่เมือง Perth เมืองหลวงของรัฐ Western Australia ก็เพราะต้องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยส่วนหนึ่ง  ผู้เขียนได้ใช้เวลาปีละประมาณ 3 เดือน รวมเวลา 4 ปีส่วนใหญ่อยู่ในหอสมุดของมหาวิทยาลัย เพื่ออ่านบทความวิจัยในวารสารทางจิตวิทยาและทางการศึกษา ซึ่งมีหลากหลายมากจนทำให้ตื่นตาตื่นใจ นอกจากเป็นการอ่านเพื่อศึกษาเนื้อหาแล้ว ยังได้อ่านเพื่อศึกษาสำนวนเขียนด้วย เพราะการเขียนภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนที่สุด ขนาดผู้เขียน Quote ข้อความจากพรบ.การศึกษาแห่งชาติของไทยฉบับภาษาอังกฤษ (ที่เขียนโดย ดร. จาก USA และตรวจแก้ไขโดย ศาสตราจารย์ชาว American) ในเค้าโครงปริญญานิพนธ์ (Research Proposal) Reviewer ที่เป็นกรรมการสอบเค้าโครงคนหนึ่งยัง Commented ว่าใช้ภาษาขัดเขิน (Awkward) เลย (อาจเป็นเพราะที่ออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ หรือ British English แต่ข้อความที่ยกมาอ้างอิงใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หรือ American English ก็ได้) อาจารย์ที่ปรึกษาหรือ Supervisor ของผู้เขียนเห็นผู้เขียนขลุกอยุ่แต่ในห้องสมุด ยังพูดเลยว่า วิไลเธอหมกตัวอยู่แต่ในห้องสมุด ไม่ Go shopping downtown เหมือนเพื่อนๆ บ้างหรือ

           อีกอย่าง เมื่อใดก็ตามที่สถาบัน/มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้นสำหรับบุคลากรภายใน ผู้เขียนจะสมัครทุกครั้ง และเข้ารับการอบรมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของตารางการอบรม ซึ่งทุกหลักสูตรจะมีปรากฏการณ์เหมือนๆ กันคือ ในช่วงต้นๆ จะมีอาจารย์เข้าเรียนมากหน่อย แล้วก็ค่อยๆ ลดลงไปตามลำดับเวลาที่ผ่านไป จนช่วงท้ายๆ จะมีเฉพาะอาจารย์สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่งและผู้เขียนรวม 2 คนไปนั่งอบรม ผู้เขียนได้เข้ารับการอบรมทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาทักษะใดและในระดับใด มีอาจารย์ผู้ให้การอบรมชาวตะวันตก (The Westerner; เรียนรู้มาว่า คำว่า “ฝรั่ง” เป็นคำเรียกที่ไม่สุภาพ ทำนองเดียวกับคำว่า “เขมร” และ “ญวน”) คนหนึ่งที่ให้การอบรมเกี่ยวกับการพูด ได้กล่าวกับผู้เขียนซึ่งแปลได้ว่า "วิไล เธออยากจะพูดอะไรเธอก็พูดออกมาได้อยู่แล้ว แล้วเธอมาเรียนทำไม" ผู้เขียนว่าเขากล่าวไม่ถูกต้องเลย เพราะผู้เขียนใช่ว่าจะพูดได้ในทุกอย่างที่ต้องการจะพูด อีกอย่างการพูดเป็นทักษะซึ่งจะต้องฝึกฝนตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นก็จะพูดไม่ออก หรือถ้าไม่เคยใช่้สำนวนใดก็จะไม่รู้ว่าจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร อย่างเช่น สำนวน "ว่่าแล้วเชียว" ซึ่งไม่เคยมีอาจารย์ไหนสอน คุยกับชาวต่างชาติถึงได้รู้ว่าเขาใช้สำนวนว่า "I told you so." บางทีสำนวนที่เราใช้ในเมืองไทยก็ไม่ตรงกับที่เจ้าของภาษาเขาใช้กัน อย่างเช่น สำนวนว่า "เมาไม่ขับ" ป้ายจราจรของไทยเขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัวว่า "Drink don't drive" แต่ Andrew Biggs ชาวออสเตรเลียน (Aussie) ที่โด่งดังจากการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยบอกว่า ต้องใช้ข้อความว่า "Don't drink and drive" จึงจะถูก หลายๆ กรณีภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แปลตรงตัว อย่างเช่น คำว่า "hot" ผู้เขียนเคยอ่านจากไหนจำไม่ได้เพราะนานมาก ว่า  เราพูดไม่ได้ว่าเราร้อนหรือ "I' m hot." เพราะที่ร้อนน่ะคืออากาศจึงต้องพูดว่า "It' s hot." อีกอย่างคำว่า "hot" เมื่อเป็นสำนวนจะแปลว่าเร่าร้อนหรือมีความต้องการ (ทางเพศ) แต่มีรายการ TV ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษรายการหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้บันทึกเป็น "วีดิทัศน์" เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้แทบทุกตอน ตอนที่เสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ "ฤดูกาล (Seasons)" มีเพลงประกอบรายการ ขึ้นต้นเพลงว่า "I' m hot. I' m hot. I' m hot. I' m hot." โดยต้องการให้แปลว่า ฉันรู้สึกร้อน (อบอ้าว)...ร้อน...ร้อน...ร้อน...  นักเรียนไทยที่ไปเรียน High School (ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย) ที่ USA คนหนึ่งบอกว่า ถ้าสาวไทยรู้สึกร้อนอบอ้าวแล้วไปพูดกับหนุ่มตานำข้าวว่า "I' m hot" อาจจะถูกหนุ่มคนนั้นลากขึ้นเตียงก็ได้

             ด้วยเป็นผู้ที่รักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และต้องการส่งเสริมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาอังกฤษในครอบครัว Gotoknow และผู้อ่านทั่วไป ผู้เขียนจึงสร้าง Blog “Let's Learn English by the Situation Together” ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในสังคม (ขอย้ำว่า Blog นี้ไม่ใช่ Blog สอนภาษาอังกฤษ เพราะผู้เขียนไม่ได้มีความสามารถพอที่จะอาจหาญทำเช่นนั้นได้) บันทึกแรกเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะเริ่มจากเรื่องเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ซึ่งผู้เขียนได้บันทึกภาพจากระเบียงหน้าบ้านเรือนขวัญ ต. ในเมือง อ.เมือง จ. อุบลราชธานี ในช่วงเวลา 00.30-02.00 น. ของวันที่  16 มิถุนายน (หลังจากนั้นฟ้าปิด มองไม่เห็นดวงจันทร์) เลือกภาพที่แตกต่างตามลำดับเวลา ได้ 3 ภาพ ดังนี้

 

              จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนเกิดความอยากรู้ว่า เขาจะเขียนสื่อสารเกี่ยวกับจันทรุปราคาเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรกันบ้าง จึงเริ่มด้วยการใช้ Web. แปลภาษา แปลคำว่า "จันทรุปราคา" (ซึ่งตอนเด็กๆ ที่บ้านเรียกว่า "กบกินเดือน") จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ได้คำว่า "Lunar Eclipse" จากนั้นก็พิมพ์คำค้น "Lunar Eclipse" แล้วเลือกข้อเขียนของ Earth Sky เรื่อง “Very long total lunar eclipse on night of June 15” มาศึกษา โดยตัดตอนเนื้อหามาบางส่วน

              ผู้เขียนลองใช้ Web. แปลภาษาเพื่อแปลเนื้อหา (เป็นครั้งแรก) จึงได้ถึงบางอ้อว่า ที่นักศึกษาปริญญาโทแปลงานส่งแบบอ่านไม่รู้เรื่อง ก็คงจะมาจากการใช้บริการแปลภาษาจาก Web. นี่แหละ จึงคิดว่า การใช้บริการ Web. แปลภาษา เหมาะที่จะใช้ในการแปล "คำศัพท์ (Vocabularies)" และแปล "สำนวน (Idioms)"  มากกว่าใช้แปล "วลี (Phrases)" และ "ประโยค (Sentences)" เพราะ Web. จะแปลวลีและประโยคแบบเรียงคำไปตามลำดับ ทำให้แปลออกมาแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง ตัวอย่างเช่น ข้อความภาษาอังกฤษที่ตัดตอนมาจากข้อเขียนเรื่อง "Very long total lunar eclipse..." ย่อหน้าแรกความว่า   

              "During the night of June 15, 2011, Earth’s dark shadow will eclipse the full moon for a whopping 100 minutes, creating the one of the longest total lunar eclipses of the 21st century (2001-2100)." 

              เว็บแปลออกมาว่า "ในช่วงคืนวันที่ 15 มิ.ย. 2011, เงาดำของโลกจะคราสพระจันทร์เต็มดวงสำหรับมหันต์ 100 นาที, การสร้างหนึ่งของที่ยาวที่สุด eclipses จันทรคติรวมของศตวรรษที่ 21 (2001-2100)"

               ซึ่งจริงๆ แล้วจะแปลว่า "ในคืนวันที่ 15 มิถุนายน 2011 (พ.ศ. 2554) เงาดำของโลกจะบดบังพระจันทร์เต็มดวงเป็นเวลา 100 นาที ทำให้เกิดจันทรุปราคาเต็มดวงที่กินเวลายาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของศตวรรษที่ 21 (ปี 2001-2100)"  

                ย่อหน้าที่ 2 ความว่า "At totality, the moon often appears blood red. Image by Steev from Wollongong, Australia of August 28, 2007 lunar eclipse (Wikimedia Commons).

                                              

                 เว็บแปล "At totality, the moon often appears blood red" ว่า "จำนวนทั้งสิ้นที่ดวงจันทร์มักจะปรากฏสีแดง..." จริงๆแล้วจะแปลว่า "เมื่อเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง พระจันทร์มักจะมีสีแดงดั่งสีเลือด..."

                 ย่อหน้าที่มีข้อความว่า "Tonight’s event will be only 3 minutes shorter than the century’s longest total lunar eclipse, on July 27, 2018. A grand total of 85 total lunar eclipses will be taking place this century, but only a handful will be longer than tonight’s long-lasting lunar eclipse. Before and after totality, the moon will be partially eclipsed for an hour, as the moon enters and then leaves the Earth’s shadow. The whole eclipse from start to finish lasts for 3 hours and 40 minutes."  

                 เว็บแปลออกมาว่า "เหตุการณ์คืนนี้จะเป็นเพียง3 นาทีที่สั้นกว่าศตวรรษที่ยาวที่สุดในจันทรคราสรวมเมื่อ 27 กรกฎาคม 2018 รวมทั้งสิ้นจาก 85 สุริยุปราคาดวงจันทร์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นในศตวรรษนี้ แต่เพียงเล็กน้อยจะนานกว่าคืนนี้ยาวนานจันทรคราส ก่อนและหลังจำนวนทั้งสิ้นดวงจันทร์จะถูกบดบังบางส่วนสำหรับชั่วโมงเป็นดวงจันทร์จะเข้าสู่และจากนั้นใบเงาของโลก คราสทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที" ...อ่านรู้เรื่องไหมคะ              

                 จริงๆ แล้วจะแปลว่า "จันทรุปราคาที่เกิดขึ้นในคืนนี้ จะกินเวลาสั้นกว่าจันทรุปราคาเต็มดวงที่กินเวลานานที่สุดในศตวรรษนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2018 ในศตวรรษนี้จะมีจันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้น 85 ครั้ง แต่จะมีเพียงครั้งเดียวที่กินเวลานานกว่าที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ก่อนและหลังการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง จะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเมื่อพระจันทร์ปรากฏให้เห็นและลับจากเงาของโลกไป การเกิดจันทรุปราคาจากจุดเริ่มต้นจนสิ้นสุดจะกินเวลา 3 ชั่วโมง 40 นาที"...อ่านแล้วรู้เรื่องกว่าไหมคะ

                 ต่อจากนี้ใช้คนแปลเลยแล้วกันนะคะ...

                 What parts of Earth will see tonight’s lunar eclipse?

                 ส่วนไหนของโลกที่จะมองเห็นจันทรุปราคาได้ในคืนนี้

                 Places that will see the lunar eclipse tonight include Europe, Africa, Asia, Australia, New Zealand, southern South America and eastern South America. Places that won’t see the eclipse at all include Hawaii, North America, northwestern South America, Greenland, Iceland and the Arctic.

                 ที่ๆ จะมองเห็นจันทรุปราคาได้ในคืนนี้ ได้แก่ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  ซีกใต้และซีกตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ ที่ๆ ที่จะมองไม่เห็นได้แก่ ฮาวาย ทวีปอเมริกาเหนือ ซีกตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ และอาร์กติก

                In a nutshell, Europe and Africa will see the greatest eclipse sometime between sunset and midnight on June 15. Asia, Australia and southwestern New Zealand will see it sometime after midnight and before sunrise on June 16.

                กล่าวสั้นๆได้ว่า ยุโรปและแอฟริกาจะเห็นจันทรุปราคาในครั้งนี้ได้ ในเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างพระอาทิตย์ตกดินไปจนถึงเที่ยงคืน ของวันที่ 15 มิถุนายน เอเชีย ออสเตรเลีย และซีกตะวันตกเฉียงใต้ของนิวซีแลนด์ จะมองเห็นได้ในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนไปจนถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน

                 (ภาพที่ผู้เขียนถ่ายไว้ในช่วงเวลา 00.30-02.00 น. ของวันที่  16 มิถุนายนก็เป็นไปตามการพยากรณ์ดังกล่าว)

                  ตัวอย่างความเห็น

                 TanJ says : 

                 I Saw the eclipse it was an awesome, breathtaking experience. I had a unobstructed and perfect view of the eclipse from my backyard.I thank God for sparing me to see this rare celestial treat.

                 Cat says: 

                 im in ireland in co.limerick, i dont know if im meant to be able to see anything because i saw the moon earlier in the sky when it was brighter, its still relatively bright right now and theres a bit of clouding, but im not sure if theres a visible eclipse or not :S

         Ann & Riley says:

            My son and I are so sad!! We live in Illinois, USA and are dissapointed we wont get the chance to see the eclipse! BOO! :(

            ท่านใดที่สนใจจะร่วมเรียนรู้ แลกเเปลี่ยนภาพ ความรู้ ข้อมูล ความคิดเห็น ซักถาม  หรือให้ข้อเสนอแนะ ในขอบข่ายเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนเชิญนะคะ

                                                                             ขอบพระคุณค่ะ 

Source : Earth Sky. (2011). Very long total lunar eclipse on night of June 15. Retrieved June

            16, 2011 from http://earthsky.org/tonight/total-eclipse-of-the-moon-on-night-of-june-15.

                บันทึกที่ 2 จะว่าด้วย "การเลือกตั้ง" ค่ะ

                ขอเชิญร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้นะคะ

หมายเลขบันทึก: 444271เขียนเมื่อ 16 มิถุนายน 2011 14:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 สิงหาคม 2013 23:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (29)
  • มาทักทายอาจารย์แม่ก่อน
  • พอดีกำลังวุ่นวายกับกิจกรรมค่ายของนักศึกษา
  • เอารวมค่ายมาฝากก่อน
  • แต่ยังรวมไม่หมด
  • เห็นอาจารย์แม่สนใจการศึกษาตลอดชีวิต
  • อาจารย์แม่ไปสร้างใน Portal.in.th ได้นะครับ
  • ใช้รหัสผ่านอันเดียวกับ gotoknow ได้
  • เอามาฝาก
  • http://portal.in.th/kha-ku/pages/4815/
  • ขอบคุณ "คุณ Poo Ico24" และ "ลูกขจิต Ico48" ค่ะที่แวะเยี่ยมและให้กำลังใจในบล็อคใหม่นี้เป็น 2 ท่านแรก
  • ขอบคุณ "ลูกขจิต" มากค่ะ ที่แนะนำ Portal.in.th อาจารย์แม่เข้าไปดูแบบคร่าวๆ แล้ว วันนี้อาจารย์แม่มีสอนบ่ายจนถึงเย็น (17.10 น.) แล้วก็ต้องขึ้นรถด่วน (18.30 น.) ไปอบรมที่กทม. 19-21 มิ.ย.คงจะเข้าไปดูรายละเอียดบนรถ อาจารย์แม่จะเดินทางโดยรถไฟ (นอนแอร์) มากกว่าขึ้นเครื่องเพราะทำให้มีเวลาอยู่กับลูกที่กทม.นานกว่า และหอบหิ้วต้นไม้กลับได้สะดวกกว่าค่ะ 
    • สวัสดีค่ะ
    • ชอบเรียนรู้แต่ไม่เก่งภาษาอังกฤษค่ะ
    • มาเป็นกำลังใจค่ะอาจารย์

    จ๊ากเข้าจ๊ะเอ๋กับกบกินเดือนของท่านพี่เข้าเล่นเอามึนตึ๊บ

    เพราะสำหรับน้องภาษาปะกิตหูหางไม่กระดิกเอาเลยนิ

    Never fear shadow.

    They simply mean

    there's a light shining

    some where near by.

    อย่ากลัวเงา เพราะเงา

    หมายความว่ามีแสงสว่าง

    ส่องอยู่ใกล้ ๆ สักแห่ง

    .............................ไปลอกเขามา555

    มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ครับผม

        Ico48 สวัสดีค่ะท่าน ศน.ลำดวน

    • ขอบคุณมากนะคะที่มาให้กำลังใจ
    • เวทีนี้เป็นเวทีสำหรับคนที่ชอบเรียนรู้ภาษาอังกฤษค่ะ เพราะฉะนั้นท่านมีคุณสมบัติเหมาะสมกับเวทีนี้เต็ม 100 % ค่ะ ส่วนคนที่ไม่ชอบเรียนรู้ก็ขอเชิญชวนให้มาลองเรียนรู้ดูค่ะ เพราะทักษะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในโลกหนึ่งเดียวนี้ค่ะ
    • คนที่คิดว่าตนเองเก่งแล้วจะไม่อยากเรียนรู้ คนที่คิดว่ายังไม่เก่งจะอยากเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อเติมเต็ม วิไลก็อยู่ในประเภทหลังค่ะ
    • พระพุทธองค์ชี้ว่า ใบไม้ที่เราเด็ดจากป่ามาไว้ในมือมีเพียงน้อยนิดเทียบส่วนไม่ได้เลยกับใบไม้ในป่าที่มีมากมายมหาศาล เหมือนกับสิ่งที่เรารู้ซึ่งมีเพียงน้อยนิดเทียบส่วนไม่ได้เลยกับสิ่งที่เราไม่รู้
    • ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของวิไลตอนที่เรียนปริญญาโท (อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชากลุ่มสัมพันธ์ และวิชาการให้คำปรึกษา ที่ มศว. ประสานมิตร) ให้ข้อคิดว่า "ยิ่งเรียนยิ่งรู้ว่ารู้น้อย แต่ก็โง่น้อยลงที่ไม่หลงว่ารู้มาก" วิไลประทับใจข้อคิดนี้มากค่ะเพราะมันตรงกับตัวเอง
    • หวังว่าจะเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมนะคะ เพราะได้เติมบันทึกให้สมบูรณ์แล้วค่ะ

     

    • Ico48 Sexy มาเชียวแม่น้องสาว ดูรูปนี้แล้วก็นึกถึงน้องคนหนึ่งตอนเรียนปริญญาโท เธอเป็นคนที่มีภาพลักษณ์ (Image) ว่าเป็นคนสวย ถ่ายรูปทีไรเธอจะเอียงซ้ายทุกครั้ง ถามได้ความว่าภาพเอียงซ้ายจะทำให้เธอดูสวยคมกว่าภาพหน้าตรง เธอเลยเลือกที่จะถ่ายภาพออกมาในท่านั้น
    • พี่เองก็มีภาพลักษณ์ตอนเรียนปริญญาตรี เพื่อนๆ เรียกว่า "ยายปริญญาตรี ป.4" เพราะหน้าตาเด๋อๆ ด๋าๆ สระผมยังไม่แห้งดีนักเข้าห้องเรียนเป็นประจำ เพื่อนๆ บอกว่าหน้าตาท่าทางยังงี้ไม่รู้มันเรียนเก่งได้ยังไง
    • แปลกไหมเรื่องนี้มันเป็นกรรมพันธุ์ ลูกชายของพี่ (ลูกตั้ม) อาของพี่บอกว่า หลานคนนี้หน้าตาดูโง่ๆ น่าสงสาร แต่หลานที่หน้าตาโง่ๆ ก็สอบ Pre-ม.ต้น วิทย์-คณิตได้อันดับที่ 1 ของจังหวัด อันดับที่ 2 ของภาคอีสาน และสอบเข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลาดกระบังได้ตอนเรียนจบม.5 (สอบเทียบม.ปลายจากกศน.) ทั้งที่ตอนม. 5 มีอุบัติเหตุถูกรถชนขาหักไม่ได้ไปเรียนเดือนกว่า และเรียนก่อนเกณฑ์อีกต่างหาก 
    • เมื่อคืนวันที่ 17 เปิดเจอ "Comment" ของเธอแล้ว บนรถไฟ สงสัยตอนเธอเม้นจบพอดีเพราะรถออก 18.00 น. รอเขาจัดเตียงเสร็จจึงเปิดดู เลยได้หัวเราะคลายอารมณ์ที่เครียดลงได้ จะไม่เครียดได้ยังไง หอบแฮ่กๆ ขึ้นรถ เพราะสอนจนถึงห้าโมงเย็น เด็ก Section นี้ ศุกร์ที่แล้วไม่ได้เข้าชั้นเพราะมหาวิทยาลัยกำหนดให้เป็นวันจัดกิจกรรมรับน้อง กลับไปซื้อกับข้าวกินควบมื้อเที่ยงและมื้อเย็น พ่อใหญ่สอก็นั่งบ่นว่าช้า ออกไปแวะซื้อของฝากลูกอีก บ้านกับสถานีรถไฟห่างกันมากแต่ก็ไปถึงก่อนรถออกประมาณ 8 นาที นั่งรถไฟมาไม่รู้กี่ครั้งทุกครั้งตู้นอนจะอยู่ด้านหัวรถจักร แต่คราวนี้ตู้ที่ซื้อตั๋วไว้เป็นตู้แถมไปอยู่ท้ายขบวน คิดดูซิต้องเดินจากขบวนที่ 1 ไปถึงขบวนที่ 16 พ่อใหญ่สอก็ชักช้างุ่มงามเดินไปจนไกลต้องย้อนกลับไปตาม เพราะแกไม่ยอมเดินตามมา กวักมือยังไงก็เฉย จะไม่ตามก็ไม่ได้เพราะของฝากลูกอยู่ที่แก...เฮ้อ...
    • บอกว่า "ภาษาปะกิตหูหางไม่กระดิก" ไปลอกคำคมภาษาอังกฤษเขามาได้ก็แสดงว่า "มือไม้กระดิก" แล้วล่ะ แต่่  "Never fear shadow. They simply mean there's a light shining some where   near by. น่ะ คำที่ขีดเส้นใต้ ลอกเขามาผิด หรือว่าต้นฉบับผิด เพราะที่ถูกจะต้องพิมพ์ติดกันเป็น somewhere และ nearby.
    • อย่าเพิ่งถอดใจล่ะ จะรอคำคมใหม่อยู่นะจ๊ะ 

     

    •       

    Ico48 "อาจารย์หนานวัฒน์" คะ

    • รับอาจารย์เป็น "ลูกศิษย์ : Student" ไม่ได้ค่ะ เพราะที่นี่ไม่มี "ครู : Teacher หรือ ผู้สอน : Instructor" มีแต่ผู้เรียน (Learner) จึงยินดีต้อนรับอาจารย์ในฐานะ "ผู้ร่วมเรียนรู้ (Co-learner) ค่ะ
    • ถ้าจะพูดอย่างยุติธรรมแล้ว ภาษาไทยของเรายากกว่าภาษาอังกฤษมากนะคะ ทั้งสระ และพยัญชนะมีมากกว่า แถมยังมีวรรณยุกต์เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่างหาก ออกเสียงวรรณยุกต์เปลี่ยนไปความหมายก็เปลี่ยนเช่น ปา ป่า ป้า ป๋า แต่ภาษาอังกฤษไม่มี
    • ขอข้อมูลหน่อยนะคะ ว่า ที่อาจารย์สอนภาษาไทยให้กับนักศึกษาจีนนั้น อาจารย์และนักศึกษามีวิธีการสื่อสารกันยังไง ขอบคุณมากค่ะ 

    Ico48 "น้องอิน" ที่รัก

    • จะแอบมาเงียบๆ ไม่พูดไม่จาไม่ได้นะคะ คนยิ่งกำลังคิดถึงอยู่ว่าหายหน้าไปไหน
    • กลับมาคุยใหม่นะคะ จะตั้งตารอจนกว่าเธอจะกลับมา 

    สวัสดียามเช้าครับท่านอาจารย์

    มาร่วมเรียนรู้(สมัครใหม่)ภาษาอังกฤษกับท่านอาจารย์ครับผม

    สำหรับการสื่อสารระหว่างผมกับนศ.จีนนั้น ผมใช้ภาษาอังกฤษ(แบบที่เพื่อนอ.ฝรั่งบอกว่า Pity)และภาษาไทยครับ

    โชคดีหน่อยว่า ผมเป็นคนฟังได้ดีกว่าพูด ส่วนนักศึกษาที่จีนเอง เขาถูกบังคับให้สอบวัดระดับภาษาอังกฤษอยู่เสมอ

    หากไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะไม่ได้รับปริญญา ผมเลยใช้วิธีจับใจความสำคัญเวลาพูดกับเขาน่ะครับ

    แต่เนื่องจากผมใช้สื่อที่มีภาษาจีนกำกับไว้ด้วย ทำให้เด็กๆสามารถอ่านทำความเข้าใจก่อนมาเรียนได้ครับผม

    แต่กระนั้นวิธีการที่ผมใช้ได้ผลก็คือ "เมื่อผมพูดจีนไม่ได้ ก็ฝึกให้เขาพูดไทยให้ได้" คราวนี้เขาก็จะสื่อสารกับผมได้ครับผม

    ปล. เด็กๆเขากลัวผมเหงาน่ะครับ ทุกครั้งที่สอนจึงพยายามหาคำศัพท์ หาประโยคใหม่ๆมาถาม นานเข้าก็คุยกันได้รู้เรื่องพอควรครับ

    น้องต้องไปปลาชุมกุ้งชุมอีกแล้วค่ะ

    วันนี้ไปนั่งหูตกหางห้อยอยู่ในห้องประชุมที่โรงแรมอีก

    วันจันทร์ก็ไปสิงอยู่ในห้องประชุมที่เขตพื้นที่ฯ555

    หาเวลาอยู่บ้านในวันหยุดไปเจอเล๊ย

    เมื่อวานก็ไปวิทยาลัยเทคนิคจัดการเรื่องลูก

    ที่โรงเรียนเด็กๆก็เริ่มถามแล้วครูป้ากายทำไมครูต้องไปประชุมอยู่คนเดียว

    ก็ต้องบอกเด็กว่าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ที่ครูรับผิดชอบอยู่

    แต่ตอนนี้ก็มีครูป.4 อีกคนที่ไปเป็นกรรมการตัดสินกีฬายาวไปเป็นเดือนเลย

    ครูน้อยงานเยอะเลยรับกันเละอาเฮ้อ

    จะเอาเวลาไหนไปพัฒนาผลสัมฤทธื๋ทางการเรียนทั้ง Las NT Onet ของเด็กให้เพิ่มขี้นได้ล่ะนี่

    ทั้งอบทั้งชุมงานหลวงงานราษฎร์เยอะแยะตาแป๊ะไก่

    แม้แต่วันหยุดครูยังไม่มีเวลาได้หยุดเล๊ย

    ลูกกระต่ายที่บ้านก็เริ่มง่องแง่งเซื่องซึมคิดผิดมากเลยค่ะ

    ที่ไปซื้อเขามาเลี้ยงแล้วไม่มีเวลาได้ดูแล

    ลูกๆก็ติดกิจกรรมทั้งที่โรงเรียนและติดสาวติดเพื่อน

     อรุณสวัสด์ค่ะ Ico48 คุณหนานวัฒน์

    • คราวนี้กรอกแบบฟอร์มถูกต้องแล้ว เริ่มเรียนรู้ร่วมกันได้แล้วนะคะ
    • สงสัยตั้งแต่เห็นชื่อแล้วค่ะ ว่า "หนาน" แปลว่าอะไร  ว่าจะไปสืบค้นหาคำตอบเองก็ยังไม่ได้โอกาส จึงขอรบกวนเรียนถามเลยแล้วกันนะคะ "What does "หนาน" mean?"
    • ดีจังเลยนะคะ ที่ "นักศึกษาจีนถูกบังคับให้สอบวัดระดับภาษาอังกฤษอยู่เสมอ หากไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จะไม่ได้รับปริญญา" ที่มรภ.อุบลฯ กำหนดมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในด้านคุณภาพของผู้เรียนไว้ว่า "มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศอย่างน้อย 2 ภาษา" ภาษาที่ 1 คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาที่ 2 เลือกตามความสนใจ แต่เวลาติดตามผล ทุกปีนายจ้างหรือผู้บังคับบัญชาก็จะให้ข้อมูลย้อนกลับว่านักศึกษาจากมรภ.อุบลจะต้องปรับปรุงด้านความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และนักศึกษาเองก็ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ตนเองมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับความสามารถด้านอื่น ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะใช้วิธีเพิ่มวิชาภาษาอังกฤษให้เรียน และจัดอบรมเสริม ผลก็ยังออกมาเหมือนเดิม จริงแล้วการหายุทธวิธีที่จะทำให้ผู้เรียนรักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และมีพฤติกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษแบบเป็นกระบวนการตลอดชีวิต จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายรอบตัว น่าจะเป็นคำตอบของการแก้ปัญหาดังกล่าว 
    • ที่มหาวิทยาลัยมีการสอนภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น และภาษาเกาหลี และมีนักศึกษาชาวเวียดนาม จีน กัมพูชา และลาว มาเรียนในระดับปริญญาตรี เคยสอนทุกชาติยกเว้น จีน ในระดับปริญาโทก็เคยสอนนักศึกษาจากสปป.ลาวที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษแล้วมาเรียนปริญญาโทสาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา ในฐานะที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษก็เลยบอกให้สื่อสารกับอาจารย์ด้วยภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ฝึกทักษะการพูดทั้งสองฝ่าย แกก็ปฏิบัติตามแต่ใช้ภาษาอังกฤษอยู่คำเดียวที่เราฟังทีไรก็เซ่อไปเลย เพราะพอเห็นหน้าแกก็จะเรียก ทิซเซ่อ ทิซเซ่อ ต่อจากนั้นจะเป็นภาษาลาวทั้งหมด
    • ตอนที่เรียนปริญญาตรีวิชาเอกภาษาอังกฤษ พวกเราชาวอีสานพูดตลกๆ ว่า เราเสียเปรียบเพื่อนจากกทม. เพราะต้องแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยแล้วแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอีสาน (แต่ผลการเรียนอันดับ 1-3 จะเป็นจากวค.อุบลฯ โดยมีเรารวมอยู่ด้วย)  
    • บันทึกต่อไปจะว่าด้วยเรื่อง "การเลือกตั้ง"อย่าลืมมาร่วมเรียนรู้นะคะ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดียามบ่ายครับอาจารย์

    - ผมมาเพิ่มเติมยุทธวิธีสร้างนักศึกษา(ต่างชาติ)ให้พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสารได้เร็วยิ่งขึ้นครับ นั่นคือ การออกแบบการเรียนการสอนที่เน้นการฝึกปฏิบัติและเสริมสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ครับ โดยผมให้งานนักศึกษาไปสัมภาษณ์เพื่อนชาวไทย (ห้ามซ้ำคน) แล้วเอามาเล่าให้ผมฟังในสัปดาห์ต่อไปครับ หลายคนพัฒนาจากเพื่อนที่ได้รู้จัก...ไปถึงขั้นเป็นกลายเพื่อนที่รู้ใจกันเลยทีเดียว กลุ่มนี้ภาษาไทยจะดีขึ้นมากเป็นพิเศษ (ฮ่าๆ) โดยทุกครั้งต้องเขียนคะแนนให้เขาเห็นด้วยครับว่าได้เท่าไหร่....(ใช้จิตวิทยากันนิดหน่อยครับ....ทั้งนี้เพราะเด็กจีนกระหายคะแนนมากๆครับ เคยลองวิธีให้เขาทำด้วยใจแล้ว เห็นผลช้า สู้เอาคะแนนมาหลอกล่อไม่ได้ครับ สั่งไปสิบรายการ บางคนมีของแถมเป็นประโยคใหม่ ศัพท์ใหม่ และสำเนียงที่ชัดเจนมาด้วย) ... วิธีให้จับบัดดี้นี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อลูกศิษย์ชาวจีนอย่างเดียวครับ ยังส่งผลดีกับนศ.ไทยที่มาเรียนที่นี่ด้วย เพราะจากการติดตามและถามความคิดเห็นเด็กไทย พบว่า มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษา(ไทย-จีน,จีน-ไทย)ระหว่างกันทุกทักษะ โดยเฉพาะทักษะการเขียนนั้น (วิทยานิพนธ์ที่ประเทศจีนจะมีการนับตัวอักษรครับ กล่าวคือ ป.ตรี ต้องเขียนไม่น้อยกว่าหกพันตัวอักษร ป.โท ไม่น้อยกว่าสามหมื่นตัวอักษร และป.เอก ไม่น้อยกว่าหกหมื่นตัวอักษร) นักศึกษาจีนสามารถช่วยเหลือกลุ่มเด็กไทยได้มากทีเดียวครับ

    - เรื่องภาษาอังกฤษกับนักศึกษาของเรา ผมว่าเป็นเหมือนกันทุกที่ครับผม หากเราอยากให้เปลี่ยนเร็วหน่อย ก็ต้องบังคับกันอย่างที่จีนเขาทำครับ หากแต่อยากให้นักศึกษาเห็นความสำคัญเอง ก็ต้องเน้นให้เขาได้ใช้บ่อยๆ เพื่อจะได้ตระหนักรู้และพัฒนาให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตครับผม ... แต่มันยากจริงๆครับ ผมเองก็โดนนักศึกษาย้อนบ่อยๆว่าภาษาอังกฤษก็ไม่แน่นมาก แล้วจะมาเคี่ยวเข็ญพวกเขาให้เรียนไปทำไม อันนี้ก็หน้าม้านกันไปครับ แต่ก็เป็นแรงฮึดหนึ่งที่ทำให้ผมมาฝากตัวกับท่านอาจารย์เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดีขึ้นไงครับ

    - คำว่า"หนาน" คนเมืองเขาใช้เรียกผู้ที่เคยบวชเป็นพระ(บวชเรียน)มาก่อนครับ หากคนไหนบวชเป็นเณร จะเรียกว่า "น้อย" ดังนั้นหากเราได้ยินใครเรียกชื่อโดยมีคำนำหน้าว่า หนาน เช่น หนานวัฒน์ ก็แสดงว่า คุณที่ชื่อ"วัฒน์"นี้เขาเคยบวชเป็นพระมาก่อน หรือได้ยินว่า "น้อย" เช่น น้อยโหน่ง ก็แสดงว่า คุณที่ชื่อ"โหน่ง" เขาเคยบวชเป็นเณรมาก่อนครับผม อย่างไรก็ดี ช่วงสิบปีมานี้ ผมไม่ค่อยได้ยินใครเรียกชื่อคนที่เคยบวช(ในรุ่นผม)มาก่อนด้วยคำว่า หนาน หรือ น้อย อีกแล้วครับ ทุกวันนี้จะใช้เรียกเฉพาะคนในรุ่นพ่อขึ้นไปครับผม ... ไม่แน่ว่าทั้งสองคำนี้อาจจะสูญไปในเร็วๆนี้ก็ได้นะครับ

  • นี่มันอะไรกันแม่เจ้าประคุณ "น้องกาย" ขอดูหน้าดูตา เอาหน้าจริงมาให้ดูอยู่ไม่กี่วัน ก็กลับเอาหัวกะโหลกมาหลอกมาหลอนซะนี่ มันน่าจับมาตีก้นนัก ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะให้มานั่งปลงสังขารกรอกนะ
  • ดีหน่อยก็ที่ช่างสรรหาคำมาให้จินตนาการพอได้หัวเราะผ่อนคลายบ้าง เดี๋ยวเธอก็บอก "หูหางไม่กระดิก" เดี๋ยวก็บอก "หูตก หางห้อย" ตกลงมันคนหรือตัวอะไรกันจ๊ะ
  • สงสารเด็กนักเรียน สงสัยจะต้องให้ชูป้ายประท้วง "เอาครูของหนูคืนมา" รัฐบาลประกาศให้ปี 2554 เป็นปีแห่งคุณภาพการศึกษา แต่ครูเอาแต่ทิ้งเด็กไปประชุมยังงี้ จะเอาคุณภาพมาจากไหน
  • มีนักเรียนแค่ 57 คน บุคลากรตั้ง 10 ยังจะบอกครูมีน้อยอีกเหรอ บ้านหนองฝางที่ตั้งฟาร์มมีจำนวนนักเรียนใกล้เคียงกัน เขามีครูผู้สอนแค่ 3 ไม่ครบชั้นที่มีตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงป. 6 ผอ. 1 และ ภารโรง 1
  • เลยได้รับผลพวงไปหมดนะ ทั้งลูกศิษย์ ลูกตัว และสัตว์เลี้ยง 
  • ใช้ภาษาไทยให้ถูกหน่อยนะ เห็นหลายครั้งแล้ว เดี๋ยวจะบอก "คุณหนานวัฒน์" ให้ช่วยแนะนำ ครูบรรณารักษ์อยู่กับหนังสือหนังหา ควรเขียนให้ถูกต้อง อักษรต่ำใช้กับไม้ตรีไม่ได้ ต้องใช้กับไม้โทแล้วจะออกเสียงตรี เช่น เล้ย ไม่ใช่เล๊ย เห็นไหมคำว่า  ล้า ล้าง ล้าน ล้วน แล้ว ออกเสียงตรีแต่ใช้ไม้โทกันทั้งนั้น    
    • Ico48 เมื่อคืนนี้ตอบ "คุณหนานวัฒน์" ตั้งแต่ตี 2 จนตี 3 ไม่สำเร็จ (ทำอยู่ 3 ครั้ง คุยกับลูกสาวไปด้วย) ไม่รู้มีปัญหาอะไรค่ะ
    • Thanks for your clearful explanation about "หนาน".
    • ยุทธวิธี "การออกแบบการเรียนการสอนที่เน้นการฝึกปฏิบัติและเสริมสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ โดยการให้งานนักศึกษาชาวจีนไปสัมภาษณ์เพื่อนชาวไทยโดยไม่ซ้ำคนกัน แล้วเอาไปเล่าให้อาจารย์ฟังในสัปดาห์ต่อไป" เป็นยุทธวิธีในการสอนพูดที่เยี่ยมยอดมากค่ะ เพราะ "การเรียนพูดภาษาที่สองที่ดีที่สุด คือการมีโอกาสได้พูดกับเจ้าของภาษาในสถานการณ์จริง (Real Situation)" โดยผู้สอนใช้การมอบหมายงานตามสภาพจริง (Authentic Tasks) ยิ่งถ้าได้คุยกันต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งจะเพิ่มพูนทักษะไปได้เรื่อยๆ  Andrew Biggs ก็ได้เสนอแนะไว้เช่นกันค่ะ ว่า วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้พูดภาษาอังกฤษได้เหมือนกับเจ้าของภาษาคือให้หาแฟนเป็นเจ้าของภาษา อาจารย์สามารถเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธวิธีการสอนภาษาที่ได้ทำนี้ ในรูปแบบของการวิจัยชั้นเรียน (CAR) โดยเสนอทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) เพื่อเป็นฐานในการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยได้นะคะ เพราะพรบ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้กำหนดให้ผู้สอนทุกระดับการศึกษา ทำวิจัยชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอยู่แล้ว สำนักวิจัย มรภ.ลำปางก็คงกำหนดนโยบายสอดรับกับพรบ.   เหมือนกันกับที่มรภ.อุบลฯ ยิ่งงานวิจัยของอาจารย์ทำข้ามวัฒนธรรม (Transculture) ยิ่งน่าสนใจค่ะ
    • การสอนพูดภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาที่มรภ.อุบลฯ ดูแล้วไม่ได้ผลเลยค่ะ เพราะจากการสัมภาษณ์นักศึกษาที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร พวกเขาบอกว่าไม่ได้รับการฝึกพูดเลย อาจารย์จะให้ทำแบบฝึกหัดโดยการเขียนแทน ในแต่ละบทสนทนา (Conversation) ว่า ถ้าคู่สนทนาพูดมาอย่างนี้ จะตอบกลับว่าอย่างไร แล้วอาจารย์ก็เฉลยคำตอบให้ เคยทดสอบทักษะการฟัง-พูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาชั้นปี 2 ที่เพิ่งผ่านการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมาหมาดๆ (ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน ซึ่งงานการพัฒนาตนมีการพัฒนาการสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยส่วนหนึ่ง) โดยเชิญอาจารย์สอนภาษาอังกฤษชาว Irish เข้าไปชวนสนทนาในห้อง ปรากฏว่านักศึกษาพูดตอบโต้อยู่เพียงสองคำ คือ Yes. กับ No. ถามว่าอยากสนทนาเรื่องอะไร เสนอหัวเรื่องบนกระดานให้เลือกก็เงียบ จนต้องเป็นหน้าม้าสนทนานำทางแล้วชวนนักศึกษาร่วมแจมก็ไม่ได้ผล สุดท้าย James ต้องใช้วิธีถามชื่อ อายุเรียงตัว ทีนี้ไม้ผิดหวังเพราะคล่องมาตั้งแต่มัธยมแล้ว แต่เราก็เรียนมาผิดๆ นะคะ เคยเรียนตอนป.5 ว่า "I' m 11 years old." แต่มารู้ทีหลังว่า year ต้องไม่เติม s เพราทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (AdJective) จึงเติม s ไม่ได้ ยกเว้นไม่มีคำว่า old ต่อท้ายจึงจะเติม s ทำนองเดียวกับคำว่า "ครบรอบ 6 ปี (6 year anniversary)" ที่ไม่เติม s ในคำว่า  "Year"
    • ภาพข้างล่างเป็นภาพการให้งานตามสภาพจริงเพื่อพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษของนักศึกษาโดยให้แต่ละคู่ออกไปสัมภาษณ์ชาวตะวันตกที่ไปเที่ยวงานเทศกาลแห่เทียนเข้าพรรษาที่อุบลฯ โดยสัมภาษณ์ก่อนวันงานที่ทุ่งศรีเมือง ซึ่งเป็นสวนสุขภาพของอุบล  (ทุกคู่ได้รับการเตรียมความพร้อมในชั้นเรียนมาแล้ว) แล้วถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานและไปแสดงสถานการณ์จำลองการสนทนา-สัมภาษณ์ในชั้น ตามที่ได้ปฏบัติจริง ตอนแรกนักศึกษาวิตกกังวล แต่พอได้ไปลองทำจริง ทุกคู่ติดใจ เพราะชางต่างชาติให้ความร่วมมือและให้กำลังใจดีมาก ที่เห็นไม่ได้เข้าไปสนทนาเป็นคู่เพราะคนอื่นๆ ไปช่วยเชียร์ หรือไม่ก็งานตนเองเส็จแล้ว ยังสนุกกยู่เลยไปร่วมแจมต่อค่ะ 

     

          

    • มาถามอาจารย์แม่ว่า อบรมที่กรุงเทพฯเป็นอย่างไรบ้าง
    • เสียดายจังผมต้องไปอยุธยาแต่เช้า
    • เลยไม่ได้แวะไปหาอาจารย์แม่เลย
    • ลืมถามไปว่าอบรมที่ไหนครับ

    Ico48 อาจารย์แม่ดีใจมากที่เห็นหน้า "ลูกขจิต"

    • อบรมที่ "The Twin Towers Hotel" ใกล้หัวลำโพงค่ะ เป็นการอบรมเพื่อไปรับหลักสูตรอบรมครูแนะแนว ใน "โครงการยกระดับคุณภาพผู้บริหารสถานศึกษาและครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งฯ ปีงบประมาณ 2553-2555" เหมือนปีที่แล้วค่ะ แต่ปีที่แล้วเป็นการอบรมเพื่อรับหลักสูตรไปอบรมครูแกนนำสาขาการแนะแนว ซึ่งเป็นครูแนะแนวที่มีคะแนนในกลุ่มสูงจาการสอบประเมินสมรรถนะ ปีนี้จะกลับไปอบรมครูที่มีคะแนนในกลุ่มกลางค่ะ ซึ่งจะต้องอบรมครู 4 จังหวัด รวม 10 รุ่น รุ่นละ 3 วัน รวม 30 วัน (ปีที่แล้ว 3 รุ่น รุ่นละ 5 วันรวม 15 วันค่ะ) ปี 2555 อบรมครูที่มีคะแนนในกลุ่มต่ำค่ะ วันนี้มีสาขาภาษาไทยและภาษาอังกฤษในระดับม.ต้นและม.ปลายมาอบรมด้วย และสาขาอื่นๆ อีก รวมผู้เข้ารับการอบรม 400 กว่าคน จนที่พักไม่พอค่ะ อีกส่วนหนึ่งต้องไปพักที่อื่น
    • ลูกขจิตไปทำอะไรที่อยุธยาเหรอคะ
    • เสียดายนะคะที่ไม่ได้เจอกัน วันที่ 18 อาจารย์แม่ไปพักกับลูกชายที่บางพลี (เขาไปรับอาจารย์แม่ที่หัวลำโพงเลยไปพักกับเขา) เพราะเสาร์อาทิตย์ลูกสาวไปเรียนออกจากซอยสุขุมวิท 50 แต่ต้องไปเรียนไกลถึงม.รังสิต วันที่ 19 ไปพักกับลูกสาว กว่าจะเจอกันก็ประมาณ 4 ทุ่มเพราะเธอเลิกเรียนหกโมงเย็น กว่าจะกลับถึงที่พัก และกว่าอาจารย์แม่จะไปเจอเพราะเจ้าลูกชายออกไปแข่งบอลกับเพื่อน (เขาเป็นนักบอลค่ะ)นัดไว้ว่าจะไปส่งแม่ทุ่มหนึ่ง แต่จนสามทุ่มครึ่งก็ยังไม่เสร็จกิจกรรมกับเพื่อนๆ อาจารย์แม่เลยนั่งแท็กซี่ไป คืนนี้พักที่โรงแรม แต่นัดลูกๆ ไปรับเพื่อออกไปทานข้าวเย็นด้วยกัน ลูกตั้มว่าจะไปรับประมาณทุ่มครึ่่งค่ะ
    • เสาร์ที่แล้วอาจารย์แม่ไปจัดการให้พ่อใหญ่สอแยกจามจุรีสีทองใส่ถุงดำและกำชับให้ดูแลให้ดีค่ะ ส่วนบวบเอาลงปลูกแล้ว เสียใจที่ถั่วญี่ปุ่นหาไม่เจอ คุ้ยหาอย่างละเอียดในกระบะเพาะเมล็ดแล้ว เข้าใจว่าจะเน่าเพราะไม่เห็นร่องรอยค่ะ
    • รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

     

    หุหุ คิดว่าคุณพี่จะถนัดแต่ภาษาอังกฤษที่ไหนได้ภาษาไทยก็ใช่ย่อยนะคะ

    รูปน้องน่ากลัวกว่ารูปหัวกระโหลกเลยไม่กล้าลงไว้นานกลัวจะหลอน555

    น้องก็อยากไปอบฯอีกนะคะอยากอบภาษาไทย แต่ได้ไปอบครูแกนนำบรรณารักษ์มาเสียก่อนแล้วเมื่อปีก่อน เลยอด ตอนนี้จึงอบเรื่องอื่นๆไปเรื่อยๆ

    แว็กยังมีอีกหรือคะโรงเรียนที่มีครูแค่ 3 นี่คิดว่ามีแต่โรงเรียนบนยอดดอยครั้นอดีตกาลนานมาแล้ว

    งั้นต่อไปน้องจะไม่บ่นแล้วล่ะค่ะเรื่องครูน้อยงานเยอะนี่เนอะ

    แต่ที่นี่คงไม่เหมือนที่โน่นครูต้องทำแผนการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระวิชา ส่งรายงานผลหน่วยการเรียนรู้ แผนบูรณาการเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกทุกกลุ่มสาระเหมือนกันค่ะ และเอกสารชั้นเรียนอีกเพียบ บันทึกการอ่านของครู บันทึกซ่อมเสริง ชุมนุม โฮมรูม แต่ละวันนั่งเขียนันจนมือหงิกมือห้อย

    • สวัสดีค่ะ
    • ลำดวนมาเรียนรู้อีกรอบค่ะอาจารย์
    • และก็ไม่ผิดหวังค่ะได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการตอบบันทึกของอาจารย์อีกมากเลยค่ะ
    • ขอบคุณมากค่ะ
    Ico64
    •  ตื่นเช้าเหมือนกันนะคะ ท่านศน.ลำดวน วิไลก็ตื่นตี 5 ค่ะ ปกติจะตื่นตี 4 แต่คืนวันที่ 19 ได้นอนแค่ 3 ชั่วโมง แล้วต้องไปนั่งอบรมอีกทั้งวัน แต่ก็ไม่หลับในห้องอบรมนะคะ ดูคนนั่งทางซ้าย 2 คนก็หลับ ทางขวาก็หลับ แต่วิไลไม่เคยนั่งหลับในห้องอบรม
    • ในการอบรมทุกครั้ง วิไลจะทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังด้วยความสนใจ โดยเก็บรายละเอียดทั้งเนื้อหา อารมณ์และเจตคติของผู้พูด อย่างที่เรียกว่า การฟังเชิงลึก (Deep Listenning) ตามแนวจิตตปัญญาค่ะ เมื่อเช้าวานนี้ ผศ.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน จากจุฬาฯ เป็นวิทยากรเรื่อง "วิทยากรกระบวนการตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา" ค่ะ วิไลเคยอบรมเรื่องนี้ในปี 2553 เป็นเวลา 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ทำตัวแบบ "คนประเภทน้ำชาล้นถ้วย" พร้อมที่เรียนรู้เพื่อเติมเต็มและก็ทำให้ได้อะไรเพิ่มเติมมาอีกเยอะ วิทยากรถามผู้เข้ารับการอบรม (ห้องรวมทุกสาขากว่า 400 คน) ว่า ในฐานะที่ท่านเป็นครู-อาจารย์ ท่านเคยใส่ใจในความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนเป็นรายบุคคลไหม เคยให้พวกเขาแสดงความเห็นหรือไม่หลังจากที่ท่านสอนไป ว่า ผู้เรียนแต่ละคน รู้สึกนึกคิดอย่างไรกับประสบการณ์ที่เขาได้รับ วิไลก็เพิ่งทำเช่นนั้นมาในการจัดการเรียนรู้สัปดาห์แรกของวิชา "จิตวิทยาสำหรับครู" ให้กับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (5ปี) พบว่านักศึกษา ทั้ง 3 ห้อง ยกเว้น 1 คน นอกนั้นให้ข้อมูลย้อนกลับทางบวก (Positive Feedback) หมด ตัวอย่างที่เพิ่งเริ่มพิมพ์เมื่อวานนี้ ได้แก่

              รู้สึกว่าเป็นการสอนที่แปลกใหม่มาก เพราะยังไม่เคยเรียนรู้อะไรที่แปลกใหม่เช่นการเรียนการสอนในชั่วโมงนี้...เท่าที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาเรียน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ไม่เคยมีอาจารย์ท่านไหนให้ข้าพเจ้าได้ทำกิจกรรมแบบนี้ ข้าพเจ้าประทับใจในกิจกรรมที่ทำวันนี้มาก ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และฝึกความมีระเบียบความรอบคอบในการทำสิ่งต่างๆ และที่สำคัญได้ฝึกคิดอย่างลึกซึ้ง และได้รู้จักตัวตนของเพื่อนๆ ค่ะ ...เป็นวิชาที่ฝึกให้ใช้ความคิด การวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อข้าพเจ้าและนักศึกษาทุกคนที่จะนำไปใช้ในวิชาอื่นๆ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้ …สนุกกับการเรียนวันนี้ค่ะ เพราะอาจารย์มีการสอนที่หลากหลาย ผู้สอนก็อัธยาศัยดีกับนักศึกษา สามารถทำให้นักศึกษารู้จักกันในห้อง มีการบูรณาการไม่ให้เกิดความเบื่อหน่าย มีความคิดสร้างสรรค์ …ข้าพเจ้าไม่ชอบการบีบบังคับ แต่เรียนวิชานี้แล้วรู้สึกว่าข้าพเจ้ามีวินัยมากขึ้น แม้จะเป็นการเรียนเพียงเริ่มต้นเท่านั้น วิชานี้ทำให้ข้าพเจ้ารอบคอบขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจากที่เคยทำงานอย่างปล่อยปละละเลย (ควรใช้คำว่า แบบสุกเอาเผากิน) ชื่นชอบอาจารย์อีกอย่างหนึ่ง คือ อาจารย์จัดกฎควบคุมมาก แต่อาจารย์ก็สามารถทำให้นักศึกษารู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนานได้ ซึ่งนั่นเป็นหลักอย่างหนึ่งที่ผู้เป็นครูต้องมีในจิตวิญญาณ…อาจารย์มีแบบการสอนที่แตกต่างจากอาจารย์ท่านอื่นๆ นักศึกษาได้พูด อ่าน เขียน ฟัง และคิดวิเคราะห์ในเวลาเดียวกัน ไม่ได้นั่งเรียนตลอด ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อแม้จะเรียนหลายชั่วโมงก็ตาม การเรียนน่าสนใจมาก…ข้าพเจ้ามีความตื่นเต้นเล็กน้อย และรู้สึกว่า วิชานี้มีความท้าทาย สนุกสนานกับการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นความคิดเป็นอย่างมาก และรู้สึกเกร็งเล็กน้อยที่ต้องนั่งเรียนกับรุ่นพี่ แต่ก็มีความสุขในการเรียนวิชานี้

                         (นักศึกษาที่เรียนประมาณ 95 % เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่เหลือเป็นชั้นปีที่ 1 [สาขาวิชาภาษาอังกฤษ] ใน จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ทั้งหมด 90 % เป็นสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ที่เหลือเป็นสาขาวิชาสังคมศึกษา ปฐมวัย และ พลศึกษา)          

    • ตอนนี้อยู่ในห้อง 1172 ที่ "The Twin Towers Hotel" กทม. ค่ะ ตามหลักภาษาที่ได้อธิบายไปแล้ว คำว่า "Towers" จะต้องไม่มี "s" ค่ะเพราะทำหน้าที่เป็น AdJective ขยาย Noun คือ คำว่า "Hotel" เดี๋ยวต้องปิดเครื่องเตรียมข้อมูลเข้าประชุมกล่มวิทยากรจากอุบลฯ ค่ะ ทีมอุบลฯ จะแข็งขันมาก เที่ยวนี้มา 7 คน (ปีที่แล้วมา 4 คน) ขาดครูแกนนำแนะแนวระดับประถมจากสพป.ไป 1 คนค่ะ ทราบจากครูแกนนำแนะแนวระดับมัธยม ว่า เธอเพิ่งรู้ว่าต้องมาอบรมจึงมาไม่ทัน (ครูแกนนำแนะแนวระดับมัธยมเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของวิไลเองค่ะ เรียนปริญญาตรีสาขาจิตวิทยาและการแนะแนวที่มีอ.วิไลเป็นที่ปรึกษาในปี 2534-2535 และปริญญาโทสาขาวิจัยฯ ที่เรียนการวิจัยตัวแปรทางจิตวิทยากับผศ.วิไล และผศ.วิไลเป็นกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ที่ใช้เทคนิกการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม [PAR] เพื่อพัฒนากิจกรรมสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักเรียนม.ต้น ในกิจกรรมแนะแนว เธออยู่โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ที่มีครู 19 คน  นึกว่าสพม.จะเลือกครูจากโรงเรียนเบญจะมะมหาราชหรือโรงเรียนนารีนุกูล โรงเรียนประจำจังหวัดที่มีครูโรงเรียนละประมาณ 300 คน มาร่วมรับหลักสูตร แสดงว่าสพม.ต้องเห็นแววในตัวเธอจึงทำให้ได้รับเลือก)    

    วันนี้มาเก็บความรู้เรื่อง การเติม s ท้ายคำว่า year ครับผม

    ปล. ที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ทำวิจัยในชั้นเรียนจริงๆครับท่านอาจารย์ แต่ของเทอมนี้ ท่าทางผมจะเก็บไม่ทันเสียแล้วครับ (ไม่ได้นึกไว้ก่อนครับเพราะมัวตื่นเต้น..ฮ่าๆ) แต่ที่ผมเตรียมทำไว้แล้วก็คือ ถอดบทเรียนวิธีการพัฒนาทักษะภาษาไทยของนักศึกษาชาวจีน : กรณีศึกษาวิธีการสอนของอาจารย์ชาวจีนในนครคุนหมิง ครับผม

    • จัดกิจกรรมให้เจ้าหน้าที่ คุณหมอ พยาบาลโรงพยาบาล รพ.สต. ที่อยุธยาครับ
    • เอาภาพมาฝาก
    • ถ้าหาถั่วที่บ้านไร่พบจะส่งไปให้ใหม่ครับ
    • แต่ไม่ได้กลับบ้าน
    • แม่ไร่ออกจากบ้านแล้วครับ
    • ฮ่าๆๆ

    กะว่าจะมาเสวนาพาทีสปึคอิงลิชกับท่านพี่เสียหน่อย แต่ช่วงนี้ต้องขอสต็อปชั่วคราวปวดเฮดเป็นที่สุด งานก็ล้นหลามยิ่งกว่างูเหลือมกลืนควายลงไปซะอีก คืนนี้ต้องเร่งพิมพ์อผนพัฒฯ ให้เสร็จ ตามองค์ประกอบสำคัญของแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

    - ปก - คำนำ - สารบัญ

    - บทที่ ๑ School Profile - บทที่ ๒ School Goals and School Priorities

    - บทที่ ๓ Curriculum Plan - บทที่ ๔ Code of Practice

    - บทที่ ๕ Student of Conduct - บทที่ ๖ Budget Plan

    - บทที่ ๗ School Accountability - ภาคผนวก (คำสั่งของสถานศึกษาและเอกสารหลักฐานการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง)

    วันถัดไปก็กะว่าจะขอเรียนทำระเบิดถังแก็ส 15 กิโล กับคุณโจรใต้ แค้นใจผู้รับเหมาที่จ้างมาสร้างรั้วโรงเรียนแต่ตอนนี้จากรั้วโรงเรียนใกล้จะกลายเป็นรั้วเรือนจำไว้ขังครูที่เป็นคณะกรรมการตรวจรับทั้ง 3 คนเสียแล้วสิคะ ผู้รับเหมากับคนงานก่อสร้างคงเห็นว่า ผอ.ก็เป็นผู้หญิงครูก็ผู้หญิงทั้งนั้นมีครูผู้ชายแค่หนึ่งที่ไม่ค่อยได้มีเวลาเพราะต้องไปเป็นกรรมการตัดสินกีฬาหลายวัน จะสร้างรั้วแบบแพะวิ่งชนพังลงทั้งแถบก็คงไม่มีใครรู้ ครูฝ่ายงบฯก็เก่งเรื่องเอาตัวรอดไม่ยอมใส่ชื่อตัวเองเป็นกรรมการทั้งๆที่ตัวเขาเองก็เป็นคนบ้านใกล้โรงเรียนจะแว๊บมาดูเมือไหร่ก็ได้แต่ไม่ยอม ไปเอาชื่อพี่ครูที่จะเออล์ลี่ปีนี้ไปใส่หนึ่ง ครูหัวหน้า บค. หนึ่ง และข้าพเจ้าเองที่เขาใส่ชื่อลงไปโดยไม่บอกไม่ถามมารู้ตอนที่เขาเอาหลักฐานการก่อสร้างแต่ละงวดมาให้ลงชื่อ งวดแรกก็ดูแล้วไม่มีอะไรก็ยอมไปคิดว่าช่วยโรงเรียน พองวด 2 คนที่มาสร้างรั้วก็เริ่มสร้างแบบเร่งรีบสร้างแบบขอไปที พวกเรา 3 คนก็ไว้วางใจเห็นว่าผู้รับเหมาเขาเป็นคนในหมู่บ้านและเป็นคนไทยพุทธด้วยคงไม่ทำอะไรชุ่ยๆ ก็ไม่พูดอะไรมากแค่ดูๆและขอร้องให้ทำให้ดีๆหน่อยนะคะเห็นแก่โรงเรียนบ้าง แต่สุดท้ายแค่คำพูดดีๆที่พูดขอไปไม่มีผลอะไรกับคนจิตต่ำเลย งวดสุดท้ายทำท่าจะว่าจะพากันตายหยังเขียด ไปยืนดูถึงกับปลงรั้วโรงเรียนหรือว่ารั้วขังวัวขังควายก็ไม่รู้นิ ทำอะไรลงไปหนอช่างก่อสร้างและผู้รับเหมาคนในหมู่บ้านแท้ๆ รั้วไม่กี่เมตรยังทำกันได้ เวรกรรม ทำกันไปได้ไม่อายฟ้าดิน แต่น้องคนหนึ่งล่ะจะไม่ยอมเข้าตารางหรือจ่ายเงินแสนเพราะเพื่อนเอาชื่อไปตั้งเป็นกรรมการตรวจรับ พรุ่งนี้ได้โทรนัดให้เขามาคุยอีกที ถ้าพูดกันไม่รู้ความ ก็คงได้ไปจองเวรจองกรรมต่อในชาติหน้า ตั้งแต่ย้ายจากโรงเรียนเดิมมาที่โรงเรียนนี้ได้ 8 เดือนก็เจอแต่เรื่องเหนื่อยใจเหนื่อยกายมาโดยตลอด ทั้งๆที่เป็นหมู่บ้านคนไทยพุทธ โรงเรียนตั้งอยู่ในวัดแท้ๆ แต่ทำไมไร้ศีลไร้ธรรมกันนักน๊อ สงสัยว่าชาติที่แล้วน้องคงทำเวรทำกรรมกับคนในหมู่บ้านนี้ไว้มากชาตินี้จึงมีอันให้ต้องมาชดใช้กรรมเก่า 555 Man lives in hope and dies in despair.

    The old soldier never dies, he just fades away ( Macarthur, Douglas )

    It’s over when my say it’s over.

    This trail leads to the village muddy – it’s not easy to walk.

    น้องกาย ...555...

    • คิดเหรอว่าจะจนด้วยแต้ม เอากะโหลกกะลามาให้ดูมีหรือจะดู (จริงๆ แล้วพอ click เข้าไปดูข้างในมิยักกะใช่กะโหลกแฮะ มันเป็นภาพหลอนกันชัดๆ เธอนี่เจ้าเล่ห์มาก ต้องเอาชนะคะคานยังงี้แหละ อย่าคิดว่าเป็นสว.แล้วจะไม่มีทางสู้นะ ไม่ยอมง่ายๆ หรอก)
    • เธอทำให้พี่ต้องตื่นขึ้นมาตี 2 อ่าน "Your 4 Serial Comments" แล้ว เห็นคำว่า "Student of Coduct" ดูมันไม่สื่อความ พี่ก็เลยต้องตามไปสืบค้นเกี่ยวกับ "แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา" และ "Strategic Planning: A Practical Guide to Strategy Formulation and Execution โดย B. Keith Simerson" ถึงได้รู้ว่า เธอพิมพ์ตกหล่น จริงๆ แล้วมันต้อง เป็น "Student Code of Coduct"
    • เธอรู้ไหมพี่เธอน่ะเป็นนักอ่าน และก็เป็นการอ่านทั้งรายละเอียดและอ่านเชิงลึก พวกนักศึกษาปริญญาโทสาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษาที่พี่เคยสอน และเป็นกรรมการ/ประธานกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ไป Quote ข้อความจากเอกสารทางการศึกษาระดับชาติ หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาแบบตกๆ หล่นๆ หรือใส่ชื่อ-สกุลผู้แต่งในตำรา เอกสาร หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาไม่ถูก ไม่เคยรอดจากการตรวจพบของพี่หรอก เพราะอ่านวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย (ทำให้สะท้อนใจในคุณภาพการศึกษาไทยจริงๆ ที่เห็นเนื้อหาในเล่มวิทยานิพนธ์ไม่ถูกต้อง พิมพ์ผิด ตกหล่นมาก กระทั่งบทคัดย่อเป็นคนละเรื่องกับเนื้อหาปริญญานิพนธ์ก็เคยมี)
    • ที่เธอบ่นไว้ในวันที่ 20 ว่า "เธอต้องทำแผนการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระวิชา ต้องส่งรายงานผลหน่วยการเรียนรู้ แผนบูรณาการเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทุกกลุ่มสาระ และเอกสารชั้นเรียนอีกเพียบ บันทึกการอ่านของครู บันทึกซ่อมเสริง (เสริม) ชุมนุม โฮมรูม แต่ละวันนั่งเขียนจนมือหงิกมือห้อย" ทำให้พี่ต้องตามไปอ่านว่าครูในสังกัด สพม. สพป. เขาต้องทำอะไรกันบ้าง ก็เห็นว่าโอ้โห! ครูต้องทำอะไรมากมายก่ายกองกันขนาดนี้เลยหรือนี่ มิน่าล่ะ วันที่ 20 ในห้องอบรม ครูภาษาไทยหลายคนขอไปอ่านกลอนที่พวกเธอรำพึงรำพันถึงความเหนื่อยยากดังกล่าวกันเป็นแถว
    • เรื่องแแบบที่กล่าวมาพี่เคยพูดในที่ประชุมอาจารย์มาแล้วว่า อาจารย์ต้องไปเสียเวลานั่งทำเอกสารบานเบอะเพื่อเป็นหลักฐานให้คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอกดูว่าตนได้จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ แต่ในความเป็นจริงการที่ต้องนั่งทำเอกสารมากมาย ทำให้ไม่ได้มีเวลาดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา แล้วคุณภาพของการศึกษามันจะเกิดตรงไหน (พูดทีพวกที่ต้องทำเอกสารบานเบอะก็มาแอบยกนิ้วให้ในตอนหลัง แต่ตนเองไม่กล้าพูดเพราะกลัวผู้บริหารไม่พอใจ แล้วมันจะเกิดผลเสียย้อนกลับไปถึงตน ซึ่งมันก็เป็นผลเสียย้อนกลับจริงๆ ด้วย แต่พี่เป็นคนเคารพตนเอง เมื่อตนเองคิดและเชื่อว่ามันเป็นจริงก็จะพูดออกไป และไม่แคร์ที่ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว เขาไม่พอใจและมีปฏิบัติการจองเวรกับพี่หนักๆ หลายอย่าง)
    • รับฟังและเข้าใจถึงปัญหาการเป็นกรรมการตรวจรับของเธอ น่าสงสารประเทศไทยนะที่คนไทยจำนวนมากไม่รักชาติเลย รักแต่ตัวเอง พี่เคยเจอในทำนองคล้ายๆ กัน เลยขอไม่เป็นกรรมการตรวจรับ เพราะรับไม่ได้ที่อาจารย์เอาเงินค่าวัสดุฝึกไปเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วเอาหลักฐานเท็จมาเบิก ตอนหัวค่ำวานนี่พี่เพิ่งกด ATM เอาเงินส่วนตัวไปจ่ายค่าทำหนังสือ "จิตวิทยาสำหรับครู" และเอกสารประกอบแจกนักศึกษารายบุคคล รวมจำนวน 17,696 บาท (คณะทำเรื่องขอเบิกของพี่หายพี่เลยไม่ได้รับค่าวัสดุฝึก) ชาติที่แล้วพี่คงฉ้อราษฎร์บังหลวงมามาก ชาตินี้พี่ถึงต้องชดใช้คืนมาลอด 34 ปีในระดับอุดมศึกษา และ 1 ปีในระดังมัธยมศึกษา คิดได้ยังงี้ก็สบายใจ 
    • ดีใจมากที่น้องสนใจภาษาอังกฤษ และไปหาคำคมมาให้ดู ทำแบบนี้บ่อยๆ เข้า เดี๋ยวหูหางก็กระดิกเองแหละ แต่ระวังเรื่องตกหล่นหน่อยนะคะ บอกแล้วว่าพี่เป็นนักอ่านทั้งภาษาไทยและอังกฤษ  "The old soldier never dies, he just... fades away."   (Macarthur, Douglas) ที่พี่ใส่....ไว้น่ะคำมันตกหล่น พี่รู้ว่าเป็นคำว่าอะไรแต่ไม่บอก ให้ไปตรวจสอบดู ถ้าต้นฉบับที่ไปยกมาเขาเขียนมาแค่นี้จริงๆ ก็ค่อยบอกแล้วกัน จะเฉลยให้ (ถึงพี่ไม่เคยอ่านพี่ก็รู้ว่ามันมีคำตกหล่น เพราะคำมันไม่สัมผัสกัน คำที่หายไปต้องสัมผัสเสียงกับคำว่า "dies" ค่ะ)   

    Ico48 "ลูกขจิต" คะ

                  บ้านไร่ก็ไม่ได้กลับ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเมล็ดถั่วนะคะ แล้วที่น้องคิมบอกว่าไม่นานลูกขจิตก็จะร่อนการ์ดเชิญคนไปร่วมงานมงคล แล้วลูกมัวแต่ทำงานหักโหมยังงี้ จะมีเวลาเตรียมการเตรียมงานเหรอคะ

                                                                                                    ด้วยความเป็นห่วงค่ะ  

    สวัสดีค่ะ

    แวะมาคุยด้วยค่ะ

    เกี่ยวกับการที่กลับเข้าไปช่วยงานโรงเรียนได้สองเดือนกว่า ๆ ก็ได้เข้าใจตนเอง และเข้าใจคนอื่นมากขึ้น  เรานิ่งและสงบทำให้เรามองเห็นความเคลื่อนไหว ความต้องการของของตัวเองมากขึ้นค่ะ

    งานแหล่งเรียนรู้  น้องเคยรับผิดชอบครูวิชาการโรงเรียนมาก่อน  และบากบั่นทำวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาแล้ว  กิจกรรมเราก็จัดขึ้นเพื่อนำบ้าน วัด และโรงเรียนมาเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กและคนในชุมชน

    แต่ละครั้งเราทำแล้วเงียบ  หรือครูผู้รับผิดชอบรายงานแล้วนิ่ง  น้องไม่มีอำนาจในการสั่งการมากไปกว่าการพัฒนางานวิชาการ  สับสนเป็นระยะ ๆ

    เมื่อได้ออกมาแล้ว  ทำให้มองเห็นตัวงานและบริบทชัดเจน เห็นโจทย์ เห็นปัญหามากมาย  ก่อนอื่นที่ต้องจัดสรรข้อสนเทศคือ "งานบริหาร"  จึงลุกขึ้นมาเขียนรายงานวิจัยเรื่องนี้ค่ะ

    อีกเรื่องก็คือนำงานประจำมาพูดคุยกัน  น้องเขียนเชิงคุณภาพเกือบเสร็จแล้วค่ะ 

    ทุกหน่วยงานนะคะเรื่องของคนที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านจิตใจ ด้านความสามารถ ส่งผลไปถึงคุณภาพของคน  ตอนแรก ๆ น้องต่อสู้แบบเอาให้ใสขึ้น  แต่มันทำให้เรามีบทบาทที่วิ่งเข้าหาความทุกข์มากขึ้น "ใช้ปัญญาเหนือสติ" ไม่เป็นผลดีเลยค่ะ 

    น้องได้คิดใหม่ว่า "เปลี่ยนที่ตัวเองดีกว่า คนอื่นเขาจะเป็นอย่างไรก็ปล่อยเขา"  แต่เมื่อคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม "น้องก็ทนไม่ได้อยู่ดี"  คิดวิธีที่จะเปลี่ยนอย่างน้อยให้เขาสำนึก  แต่ไม่ได้ผลค่ะ

    เม้นท์ของอาจารย์ได้จุดประกายให้น้องมากมายค่ะ  ขอขอบคุณค่ะ

    • ขอบคุณ "น้องคิม Ico48" มากค่ะ ที่ Share ประสบการณ์และสะท้อนความรู้สึกนึกคิดในการทำงาน
    • ปลื้มใจค่ะ ที่น้องบอกว่า "เม้นท์ของอาจารย์ได้จุดประกายให้น้องมากมายค่ะ" ขอเป็นกำลังใจนะคะ
    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
    ClassStart Books
    โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท