รณรงค์ให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่ต้นแบบในทาง “วัฒนธรรม” ที่สร้างสรรค์ เช่น วัฒนธรรมการจราจร สวมหมวกนิรภัย ไม่ขับย้อนซ้อน ไม่ซ้อนสาม ฯลฯ หรือแม้แต่การเป็นถนนของการเดินเท้าและถีบจักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 

เปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์  

 

วันที่ ๒๘  เมษายน ๒๕๕๔   ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับนายกองค์การนิสิต ปีการศึกษา ๒๕๕๔ (นายวิเศษ นาคชัย)
โดยหลักๆ นั้นเป็นเรื่องของการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ "รับน้องใหม่"

 

วันนั้น นายกองค์การนิสิต เล่าให้ฟังว่าท่านอธิการบดี (ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต) กรุณาให้คำแนะนำว่าอยากให้เลื่อน "พิธีบายศรีสู่ขวัญนิสิตใหม่" (ก้าวแรกก้าวใหม่ : ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔) ออกไปก่อน  เนื่องจากวันนั้นเป็นวันแรกของการมา "ปฐมนิเทศนิสิตใหม่" จึงอาจจะขลุกขลักเกินไปสำหรับนิสิตชั้นปีที่ ๑

 

แต่สำหรับกิจกรรมการ "ทำบุญตักบาตร" ร่วมกันทั้งมหาวิทยาลัยฯ นั้น  ยังสามารถจัดในวันปฐมนิเทศนิสิตใหม่ได้เหมือนปีที่ผ่านมา  โดยทั้งนี้ทั้งนั้นก็ให้เป็นดุลยพินิจของเหล่าผู้นำองค์กรนิสิต...

กรณีดังกล่าวผมตอบอย่างฉะฉานว่า ผมเห็นด้วยกับแนวคิดของท่านอธิการบดีเป็นอย่างมาก  เพราะรอเวลาอีกสักนิดก็น่าจะดีว่า อย่างน้อยก็ปล่อยให้นิสิตใหม่ได้เข้า "ประชุมเชียร์" (คลาสเชียร์)  ไปสักระยะก่อน  ในทำนองเดียวกันก็รอเวลาให้ได้ประธานรุ่นและคณะกรรมการรุ่น “รามจรี 10”  หรือ “ควายป่า” เสียก่อน  แล้วค่อยมาจัดโครงการ "ก้าวแรกก้าวใหม่"  ก็น่าจะดี  เพราะถึงจุดนั้น  นิสิตจำนวนไม่น้อยก็น่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้บ้างแล้ว


...รวมถึงการรู้จักเพื่อนใหม่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

และที่สำคัญก็คือ การทำบุญตักบาตรในวันดังกล่าว  น่าจะเป็นโจทย์ของการท้าทายให้นิสิตใหม่ได้รวมพลังในการที่จะ "ทำดี"  ด้วยการ "ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน"  ไปในตัว 

 

Large_dsc_0247

 

ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดีว่าวิธีคิดเช่นนั้น  ก็สอดรับกับวิธีคิดของนายกองค์การนิสิตและทีมงานไปโดยปริยาย จนก่อให้เกิดโครงการที่ฉีกแยกออกมาโดยการขับเคลื่อนของนิสิตเองล้วนๆ นั่นก็คือ "ตักบาตรน้องใหม่...เสริมสร้างวิถีไทย"

โครงการดังกล่าวถูกโยกออกมาจากเวทีการปฐมนิเทศนิสิตใหม่อย่างสิ้นเชิง  แทนที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๓๐-๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เหมือนปีก่อนๆ แต่กลับสร้างสรรค์เวทีที่ว่านั้นขึ้นใหม่อย่างอิสระในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๔  โดยภาคเช้าเป็นการทำบุญตักบาตร  ตกเย็นเป็นการบายศรีสู่ขวัญให้กับนิสิตใหม่

 

Large_dsc_0223

 

นี่จึงถือว่าเป็นความกล้าคิด กล้าทำอย่างสร้างสรรค์  ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะเป็น “ทางออกที่ดี” ในการ “รับน้องใหม่”  เพราะจะว่าไปแล้วกิจกรรมที่ว่านั้นก็ไม่เสียหายอะไร  แม้จะเป็นการฉีกออกมาจากกรอบวัฒนธรรมเดิมๆ  แต่ก็เป็นการฉีกออกมาอย่างมีเหตุ..มีผล  ไม่ใช่การฉีกออกมาตามอำเภอใจ เพียงเพราะต้องการสร้างตำนานใหม่ไว้ประดับตัวเองแต่ฝายเดียว

 

ถนนสายวัฒนธรรม 


เช้าวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๔  โครงการดังกล่าวก่อเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่าง นิสิตใหม่ นิสิตเก่า ตลอดจนบุคลากรมหาวิทยาลัย ซึ่งนำโดยอธิการบดีได้พร้อมใจกันมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๒๘๔ รูป ณ บริเวณถนนที่นิสิตขนานนามเองว่า “ถนนวัฒนธรรม”

 และนี่ก็คือส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (๘๔ พรรษา)

Large_dsc_0237

Large_dsc_0251

 

ผมชอบชื่อถนนสายนี้มากเป็นพิเศษ  และเคยได้สะท้อนในที่ประชุมว่าควรเสนอให้มหาวิทยาลัยประกาศให้ถนนสายนี้เป็นถนนสายวัฒนธรรมจริงๆ เสียที  รณรงค์ให้ถนนสายนี้เป็นถนนที่ต้นแบบในทาง “วัฒนธรรม” ที่สร้างสรรค์  เช่น วัฒนธรรมการจราจร  สวมหมวกนิรภัย  ไม่ขับย้อนซ้อน ไม่ซ้อนสาม ฯลฯ หรือแม้แต่การเป็นถนนของการเดินเท้าและถีบจักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  รวมถึงเป็นถนนที่ไม่ใช่แหล่งมั่วสุม...

 

ซึ่งพอถึงวันนี้ และวินาทีนี้  ก็คงต้องคอยดูว่าแนวคิดเช่นนั้นจะถูกนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมได้สักกี่มากน้อย 

แต่สำหรับผมนั้น  ผมเชียร์ขาดใจเลยทีเดียว เพราะนั่นคือการสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่ทุกคนล้วนต้องช่วยกันรังสรรค์ขึ้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะบางสิ่งบางอย่าง  เราต้องยอมรับว่า เรากำลังเปลี่ยนแปลงมาสู่ทิศทางที่ดี

 

Large_dsc_0691

ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต : อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

Large_dsc_2585

 

และสำหรับโครงการ “ตักบาตรน้องใหม่ เสริมสร้างวิถีไทย” นั้น  ต้องยอมรับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในวิถีกิจกรรมมากพอสมควร  เพราะแทบจะเรียกว่านี่คือกระบวนการคิดและบริหารของนิสิตล้วนๆ  เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรต่างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ 

มิหนำซ้ำกิจกรรมในครั้งนี้ยังยึดโยงถึงวาระอีกหลายวาระอย่างชัดเจน อาทิ การบ่มเพาะคุณลักษณะอันเป็นอัตลักษณ์ของนิสิต (MSU FOR ALL : พึ่งได้)  ซึ่งเป็นประเด็นของตัว M (MORALITY)  ที่หมายถึงเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม หรือความดีงาม

ขณะเดียวกันกิจกรรมดังกล่าวก็ยังเชื่อมโยงไปถึงกระบวนการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ด้วยการเน้นย้ำเรื่องคุณธรรม จริยธรรม น้อมนำสู่วิถีไทย  ตลอดจนการจัดการศึกษาในมิติของสถานศึกษา ๓ D

ซึ่งผมมองว่า  เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เริ่มเห็นแสงสว่างกะพริบพร่างอยู่ปลายอุโมงค์บ้างแล้ว  ...

 

Large_dsc_0256

Large_dsc_0238

 

สักวันหนึ่งผมเชื่อว่าถนนสายวัฒนธรรมจะเกิดขึ้นจริงด้วยแรงสนับสนุนของทุกฝ่าย และถนนสายนี้จะเป็นถนนวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีกฎกติกา และการพึ่งพาอย่างแสนงามร่วมกัน


แต่สำหรับวันนี้ เพียงแค่คนไม่กี่คนสามารถกล้าคิดและกล้าเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ได้ถึงขนาดนี้  ผมก็ถือว่า "สุดยอด" แล้ว  และขอปรบมือให้กับคณะทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจ

ซวดๆ.....

 

....

หมายเหตุ  ภาพโดยพนัส  ปรีวาสนา,จันเพ็ญ  ศรีดาว