เราอยู่กับความจริงเสมือนมานาน จนลืมว่าความจริงแท้คืออะไร

ตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนและพยายามเป็น "นักศึกษา" วิชาการด้านการจัดการปรับปรุงบำรุงดิน ผมพบว่า "ตำรา" ทำให้ผมหลงทางและสับสนจากการเรียนมากพอสมควร

และผมก็อยู่กับ "ความจริงเสมือน" เหล่านี้มานาน จนเกือบลืมไปว่า "ความจริงแท้" คืออะไร

แต่พอมาเป็น "นักศึกษา" ที่พัฒนาตนเอง โดยการทบทวน และปฏิบัติจริง ทั้งโดยหลักทฤษฏี หลักการและการปฏิบัติ โดยการทำนาด้วยตนเอง

จึงได้พบว่า

  • สิ่งที่ผมเรียนมานั้น ความรู้จำนวนหนึ่งเป็นเพียงความจริงเสมือนที่ใช้ในการสอนในห้องเรียน
  • โดยที่ผู้สอน ก็สอนแบบสอนต่อๆกันมาไม่ได้ปฏิบัติจริง
  • ทำกันมานาน จนเกิดความเชื่อ ว่า "ความจริงเสมือน" นั้น เป็น "ความจริงแท้" โดยไม่มีใครตั้งข้อสงสัย
  • เพราะไม่มีประสบการณ์อื่นๆ หรือความรู้อื่นๆไปโต้แย้ง

ผมจึงคิดว่า

สิ่งที่ผมพบนี้ เป็นสิ่งที่ควรนำมาบันทึกเพื่อลดความเข้าใจผิดจาก "ความจริงเสมือน" และให้เข้าใจ "ความจริงแท้" ของการจัดการดินเพื่อการเกษตร

ที่มีประเด็นรายละเอียดมากมาย แต่ที่สำคัญหลักๆ ก็ได้แก่

  • การเตรียมดิน

ที่ตามตำราทั่วไป คือ การถางป่า ไถพรวน โดยวิธีต่างๆ ให้พร้อมกับการทำการเกษตร ที่เป็นการทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง จนทำให้ดินเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว

แต่ ความจริง ก็คือ การพัฒนาความพร้อมของดินเพื่อการปลูกพืช ที่อาจไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ หรืออย่างมากก็ปรับปรุงเล็กน้อย ให้เหมาะกับการปลูกพืช โดยไม่ต้องมีกระบวนการ "ทำลาย"

  • การไถพรวน

เป็นวิธีการจัดการดินเบื้องต้น ที่มีการแนะนำกันในแทบทุกรูปแบบการใช้ที่ดิน

แต่ในความจริง ธรรมชาติมีระบบการพัฒนาโครงสร้างของดินที่ดีกว่าการใช้เครื่องจักรกล

  • การปรับปรุงดิน

ในตำรามักเน้นการไถพรวนและการใส่ปุ๋ย

ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้น ธรรมชาติมีระบบการไถพรวน และสำรองธาตุอาหารไว้ในดินอยู่แล้ว ที่เราสามารถสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนได้ ดีกว่าการทำลายระบบธรรมชาติ และเราพยายามไปทำหน้าที่แทน

  • การไถกลบเศษพืช

เป็นคำแนะนำที่ใช้กันมาก เพราะสามารถเร่งการสลายตัวของอินทรียวัตถุได้ดี

แต่ก็เป็นการทำให้ดินขาดสิ่งปกคลุม เพิ่มอุณหภูมิดิน ดินแห้งเร็ว สิ่งที่มีชีวิตหลายชนิดที่เป็นประโยชน์อยู่ไม่ได้ อินทรียวัตถุสลายตัวเร็ว ทำให้ดินตาย และเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว มีปัญหาของอัตราส่วนของคาร์บอนและไนโตรเจนในอินทรียวัตถุ ที่อาจทำให้เกิดการขาดธาตุอาหารหลัก เช่น ไนโตรเจน ได้

  • พีชบำรุงดิน

ที่ในตำราส่วนใหญ่พูดถึงพืชตระกูลถั่ว

แต่ในความเป็นจริงนั้น พืชทุกชนิดบำรุงดินได้ทั้งหมด อยู่ที่การจัดการให้ถูกต้องเท่านั้น แม้พืชตระกูลถั่วเอง ถ้าจัดการไม่ดีก็ทำให้ดินเป็นกรดได้

  • พืชทำลายดิน

ที่มักกล่าวถึงพืชที่มีความสามารถในการดูดธาตุอาหารจากดินเสื่อมโทรมได้ดี จนอาจทำให้ดินจืดได้

แต่ในความเป็นจริง ไม่มีพืชชนิดไหนทำลายดิน แม้จะดูดมากเท่าไหร่ก็จะคืนให้ดินเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม และมักมีกำไรให้ในรูปอินทรียวัตถุ จึงไม่มีพืชใดทำลายดิน  การทำลายดิน จึงเป็นกิจกรรมของคน มากกว่าที่จะเป็นพืชเอง

  • การปลูกพืชต้องกำหนดระยะระหว่างต้น

ที่เป็นระบบการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ที่ต้องทำเช่นนั้น

แต่ในระบบผสมผสานทียั่งยืนกว่า พืชจะมีระบบพึ่งพาซี่งกันและกัน และจัดระบบระยะโดยธรรมชาติ จึงสามารถปลูกตามระยะ "สะดวก" ได้ แล้วที่เหลือ ธรรมชาติจะจัดการเอง

  • ต้นไม้ใหญ่ทำให้พืชเกษตรไม่โต

เป็นการให้ความสำคัญกับพืชที่ต้องการแสงมาก หรือ การปลูกพืชในดินที่ธาตุอาหารไม่พอ ทำให้เมื่อตัดต้นไม้ออก พืชเกษตรโตได้ดีขึ้น

ทั้งๆที่ความจริงนั้น ต้นไม้ใหญ่อาจบังร่มบ้าง ที่อาจจัดการได้แบบทำลายน้อยที่สุดโดยการแต่งกิ่ง ลดการบังแดด แต่ก็มีพืชหลายชนิดที่ต้องการร่มเงา หรือแสงไม่จ้านัก ทีสามารถเจริญได้ดีกับต้นไม้ใหญ่ และต้นไม้ใหญ่ก็เป็นทั้งระบบสำรองและพี่เลี้ยงให้กับพีชระดับล่างได้ดี ในระบบเกษตรผสมผสาน และเกษตรยั่งยืน

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนแห่งการเข้าใจผิด

ว่า "ความจริงเสมือน" เหล่านี้ เป็น "ความจริงแท้"

และเป็นที่มาของการทำลายระบบทรัพยากรและระบบนิเวศของเราเอง

ถ้าเราไม่ปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง และอยู่กับความจริงแท้ คงยากที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ขอให้โชคดี และอยู่กับสัมมาทิษฐิครับ

สวัสดีครับ