สวัสดีค่ะพี่ๆน้องๆชาว G2K ทุกท่าน เวลา1 ปีกว่าๆที่ดิฉันได้มีโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนแห่งนี้ สิ่งดีๆที่ได้รับยังอยู่ในความทรงจำเสมอค่ะ

 

      หลายๆท่านได้ให้ความเมตตา และเอื้ออาทรในยามทุกข์ร้อนทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากัน เป็นความรู้สึกดีๆที่ประทับใจไม่มีวันลืมค่ะ

 

     ดิฉันไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย เพียงแต่อยากถ่ายทอดประสบการณ์ตรงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น บางบทบางตอน บางท่านอาจมองว่าไร้สาระก็ต้องขออภัยไว้ณที่นี้ด้วยนะคะ เพราะความรู้แค่หางอึ่ง แต่ก็ยังอยากบอกต่อเพราะคิดว่าอาจมีประโยชน์บ้างถึงแม้จะน้อยนิดก็ตามที ขอเนื้อทีเล็กๆแห่งนี้เพื่อเป็นวิทยาทานต่อไปนะคะ

 

     ที่ดิฉันไม่ได้เพิ่มบันทึกมานานก็ด้วยเหตุผลหลายประการค่ะ แต่ก็มีโอกาสเข้ามาศึกษาหาความรู้บ้างเท่าที่มีเวลา วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้ใช้เวลานานพอสมควรในการอ่านเรื่องราวต่างๆที่ทุกท่านได้นำเสนอผ่านบันทึก ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์มากค่ะ ดิฉันถือว่าทุกบทความล้วนแล้วแต่ทรงคุณค่าเพราะผู้เขียนได้สละเวลาและตั้งใจเผยแพร่เพื่อส่วนรวม อ่านไปคิดตามไป ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก ก็เลยอยากจะเล่าเรื่องราวบางอย่างให้พี่ๆน้องๆฟัง เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ โปรดพิจารณาด้วยค่ะ 

    

         เมื่อต้นปีที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับนพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงยืน บางท่านอาจคุ้นชื่อหรือคุ้นหน้าท่านในจอทีวีบ้างเพราะท่านเป็นผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในวงการสาธารณสุข เนื่องจากท่านเป็นเลขาธิการชมรมแพทย์ชนบทแห่งประเทศไทยค่ะ และที่รู้จักมักคุ้นกันก็เพราะท่านเป็นรุ่นน้องที่สนิทสนมกับท่านผู้อำนวยการคนก่อนที่เสียชีวิตไป

 

      ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลบรบือมีงานอะไรท่านก็จะมาร่วมเสมอ ท่านเป็นคนที่คุยสนุก ไม่ถือตัว และยังชอบร้องเพลงลูกทุ่งเป็นชีวิตจิตใจ ขึ้นเวทีเมื่อไหร่ท่านจะร้องเมดเลย์ไม่ต่ำกว่า 10 เพลง เป็นที่ถูกอกถูกใจของพวกเรามาก

 

        พอท่านผู้อำนวยการสุรพงษ์เสีย ท่านก็ไม่ได้มาที่โรงพยาบาลบรบืออีก มาบรบือครั้งสุดท้ายก็ตอนที่มีงานทอดผ้าป่าสมุนไพรที่ดิฉันได้นำเสนอไปแล้ว พอเจอกันครั้งนี้ ท่านก็ได้เข้ามาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และถามข่าวคราวถึงภรรยาและบุตรของท่านผอ.สุรพงษ์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง นี่คือจุดเริ่มต้นของการสนทนาค่ะ

 

      ท่านได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่คุณพ่อของท่านป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ตอนนั้นต้องปั๊มหัวใจและต้องใส่ท่อทางเดินหายใจด้วย ท่านได้ลงมือปั๊มหัวใจให้คุณพ่อด้วยตัวเองทั้งๆที่ไม่ได้ทำนานแล้ว

 

     ปกติถ้าปั๊มและให้ยากระตุ้นหัวใจไประยะหนึ่ง ไม่ดีขึ้นก็จะให้ญาติเป็นผู้ตัดสินใจ ท่านบอกว่าเกือบสิ้นหวังแล้วเพราะใช้ยากระตุ้นหัวใจไปเกือบ 30 dose พอชีพจรเริ่มมาก็ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ท่ามกลางความหวังอันน้อยนิด

 

     ระหว่างทางท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า "ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นให้คุณพ่อหายป่วย แล้วท่านจะเลิกดื่มเหล้า หันหน้าเข้าหาธรรม และจะตั้งใจบำเพ็ญภาวนา ทำความดีเพื่อจะได้ส่งผลให้คุณพ่อของท่านสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับท่านไปนานๆ" 

 

       และแล้วอาการของคุณพ่อก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และหายเป็นปกติมาได้ 3 ปีแล้ว ปัจจุบันท่านผอ.โรงพยาบาลเชียงยืนเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด หันมาบำเพ็ญภาวนา คำพูดหนึ่งที่ดิฉันประทับใจมาจนทุกวันนี้ก็คือ " คนที่มีโอกาสได้ทำบุญแล้วไม่ทำ น่าเสียดายแทนจริงๆ" ท่านได้ชวนดิฉันไปร่วมพิธีเปิดบุญที่วัดป่าบ้านวังจาน อำเภอเชียงยืนนั่นเอง ซึ่งดิฉันไม่รู้จัก และไม่เคยไปร่วมงานแบบนี้ด้วย แต่อยากไปเพราะอยากรู้ว่า พิธีกรรมนี้ทำยังไงบ้าง

 

     พอถึงวันงานจริงๆดิฉันก็ลืม เพราะเป็นวันราชการและคิดว่าท่านอาจจำวันผิดด้วย  ตกบ่ายหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปซึ่งเป็นเพื่อนกับดิฉันด้วยโทรฯมาบอกว่า ท่านผอ.ให้โทรฯมาเตือนเพราะกลัวดิฉันลืม 

    ดิฉันได้ไปร่วมงานในเย็นวันนั้น ที่แปลกก็คือผู้ทำพิธีเป็นอุบาสกไม่ใช่พระ อดีตท่านเคยเป็นครู และประสบกับความล้มเหลวในชีวิต ก็เลยหันหน้าปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ท่านได้ให้ข้อคิดเรื่องคิดดี ทำดี และการเจริญภาวนา ถ้าเอ่ยนามหลายท่านอาจเคยรู้จัก

 

     จุดสำคัญของงานอยู่ตรงที่ ตอนที่ทำพิธีอากาศเย็นลงอย่างประหลาด เมฆลอยลงต่ำ  บรรยากาศรอบๆตัวคล้ายมีปุยเมฆกระจายอยู่รอบบริเวณสายลมพัดมาเอื่อยๆ แต่ฝนไม่ตก กลับตกห่างออกไปอีกหลายกิโลเมตร อาจารย์ให้ลองขอในสิ่งที่อยากได้ ท่านบอกว่า "ลองดูนะ ว่าจะได้ไหม? "

 

     ดิฉันก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ความฝันบางอย่างเป็นจริงทั้งๆที่คิดว่า ความเป็นไปได้แทบจะไม่มีเลย แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจพลังศรัทธาและความเชื่อมีเต็มร้อย กราบพระที่ไหนก็จะขอทุกครั้ง

 

     ดิฉันทำบุญโดยการให้ทาน แผ่เมตตาและช่วยเหลือผู้อื่นทุกครั้งที่มีโอกาสโดยไม่เลือกว่าเป็นใครและสวดมนต์ภาวนาก่อนนอน ขอให้ความฝันนั้นเป็นจริง  และแล้ว...ความฝันของดิฉันก็เป็นจริงจนได้....หรือว่าเกิดจากแรงอธิษฐานจริงๆ

 

ท่านผอ.สมชายโชติยืนอยู่ซ้ายมือดิฉันค่ะ ขวามือคือคุณบุญทัน หัวหน้างานบริหารฯ

        ประชาชนมาร่วมงานคับคั่ง

บรรยากาศท้องฟ้าช่วงที่ประกอบพิธีกรรม

ดิฉันกลับไปทำบุญอีกครั้งในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาค่ะ