ดินต้องมีพลังสำรอง จึงจะพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืนได้
เมื่อตอนที่แล้ว ผมได้เน้นความสำคัญของการสำรองและการหมุนเวียนธาตุอาหารพืช
ที่ต้องมีทั้งสองอย่าง อย่างสมดุล จึงจะให้ผลผลิตและพัฒนาเป็นเกษตรยั่งยืนได้
- ถ้าระบบสำรองมีมากแต่หมุนเวียนน้อย ผลผลิตก็จะต่ำ
-
ถ้าระบบสำรองน้อย จะมุนเวียนมากน้อยก็จะล่มสลายได้โดยง่าย
- ที่จะต้องไปพึ่งระบบเคมีแบบวันต่อวันแทนการสำรอง
- อย่างที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน และ
- ไปเข้าทางธุรกิจการค้าสารเคมีแบบ "หมูในอวย"
ดังนั้น จึงขอแจงระบบการสำรองให้เข้าใจพอเป็นแนวเบื้องต้นดังนี้
- การสำรองในรูปแร่ธาตุต้นกำเนิด ที่มีมาแต่เดิม จากหินภูเขาไฟสีเข้ม ที่มีธาตุอาหารสูง ตะกอนลุ่มน้ำ ตะกอนก้นทะเลเก่า (ปัจจุบันเป็นที่ดอน) ที่ถือว่า ดีมาแต่เดิม
- สำรองในรูปดินเหนียวคุณภาพสูงดูดซับไว้ ที่ถือเป็นดินที่มีอายุไม่มากนัก กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาว ยังมีพลังสูง
- สำรองในรูปอินทรีย์วัตถุ ในดินอินทรีย์ ดินป่า หรือดินที่พัฒนาในระบบวนเกษตร ที่มีชั้นอินทรียวัตถุหนา ที่จะค่อยๆปลดปล่อยธาตุอาหารมาเรื่อยๆ ตามอัตราการย่อยสลาย
- สำรองในระบบของป่าและต้นไม้ ในการปลูกต้นไม้ในไร่นา ที่มักหมุนเวียนผ่านการร่วงหล่นของใบแก่ และส่วนต่างๆของพืช
- สำรองในระบบนิเวศ เช่น ป่าหัวนา ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าทาม ที่จะสามารถช่วยเหลือสนับสนุนระบบนิเวศใกล้เคียงได้
- สำรองโดยระบบการจัดการ เช่นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด พืชคลุมดิน
ระบบสำรองเหล่านี้ อาจใช้อย่างเดียวหรือหลายอย่างผสมผสานกันได้ ยิ่งมากยิ่งดี
ทั้งมีอยู่แล้วและสร้างขึ้นใหม่ได้
นี่คือหลักการพื้นฐานในการพัฒนาดินและที่ดินครับ
และต้องจำไว้ว่า
ดินต้องมีพลังสำรอง จึงจะพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืนได้
ขอให้โชคดีครับ
Thank you for this insightful post.
Would you please explain more on สำรองในระบบของป่าและต้นไม้ ในการปลูกต้นไม้ในไร่นา ที่มักหมุนเวียนผ่านการร่วงหล่นของใบแก่ และส่วนต่างๆของพืช?
1) It seems to me we have 'material reservoir' and 'process reservoir'. Both are required. Organic materials support more plant growth and plant growth adds more organic materials. This cycle is a positive (re-enforcing) feedback.
2) Certain plants have high capacity for generating organic material and process reservoirs in certain environment. Some "weeds" can grow in "poor" environment and can turn that environment into "productive" reservoir. Some "weeds" also support other environmental co-agents (such as bees, termites, birds, ...).
Biodiversity is a definite reservoir - the more varieties (organic materials and processes) we have (to choose from), the better the reservoir.
Is it not time we re-look at "weeds" and understand their roles and their uses better? (The same goes for "insects",...) The wars against "weeds" (with herbicides) and "insects" (with insecticides) may have unjustified causes! ;-)
ธรรมชาติเป็นประโยชน์เสมอ
ในระบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีคำว่า "วัชพืช" หรือ "ศัตรูพืช"
ทุกอย่างมีเหตุมีผลในตัวของมันเอง
ถ้าจำเป็นเขาก็มา ไม่จำเป็นเขาก็ไป
อยู่อย่างเข้าใจ ไม่ทุกข์ ไม่มีปัญหา
จะมีทั้งเพื่อน และตัวช่วยมากครบทุกด้าน จนแทบไม่ต้องทำอะไรครับ
เพราะเหตุนี้ที่อาจารย์จึงต้องให้พลังดินเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายเทพลังไปสู่พืชต่อไป...
นิยมแบบปุ๋ยคอก
เศษซากวัชพืชนั้นดี
แน่นอนครับผม เป็นที่ยอมรับครับ
ขอบคุณท่านอาจารย์มาก
คงประมาณนั้นครับ ดินพลังแรงดี พืชจะงามและแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ
May I suggest linking your work to (for example)
Prof. Vicharn Panich's
http://www.gotoknow.org/blog/council/440675
วิชาการสายรับใช้สังคมไทย : ๒๔. เรียนรู้วิธีขยับมหาวิทยาลัยเข้าแนบชิดสังคมไทยที่อุดรธานี
With some (small) adjustment, I am sure that the association would be fruitful and supportive for both. ;-)
สวัสดีครับ? อาจารย์ ไม่เจอกันหลายปีครับ?? ด้วยภารกิจที่ด่วนที่สุดๆๆๆๆๆ กลับมาอีกครั้ง? อาจารย์ก็นำสิ่งดีๆฝากให้สังคมนำสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน??? ก็ชื่นชมและให้กำลังใจอาจารย์ตลอดไปครับ แม้ว่าสภาวะปัจจุบันกระแสสังคมกำลังไหลบ่าสู่สังคมเมืองก็ตาม ยังมีกลุ่มชนน้อยๆที่มีพลังเชิงบวกสู้และร่วมสร้างพลังดินที่เข้มแข็ง เพื่ออนุรักษพื้นป่าให้ยั่งยืนตลอดไปครับ????