เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มบล๊อกเกอร์จำนวน ๑๓ คนจากหลายแห่งของประเทศ ที่บ้านของอาจารย์นายแพทย์เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นการนำเอาประสบการณ์ในด้านการเป็นผู้เอื้ออำนวยกระบวนการเรียนรู้ หรือการเป็นวิทยากรกระบวนการ เพื่อเคลื่อนไหวกระบวนการเรียนรู้ที่ผสมผสานอยู่ในสาขาการทำงานต่างๆ ว่ามีการดำเนินการและก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง มีนัยสำคัญต่อสิ่งต่างๆอะไรและอย่างไร GotoKnow และ Useable Lab สามารถเป็นช่องทางเชื่อมโยงพลังของปัจเจกในการขยายผลและปฏิบัติการเชิงสังคม ให้ความริเริ่ม ความสร้างสรรค์ บทเรียน องค์ความรู้และภูมิปัญญาการปฏิบัติ จากปัจเจกและกลุ่มคนจำนวนเพียงเล็กน้อย ให้สามารถสร้างผลกระทบต่อสุขภาวะของชุมชนใระดับต่างๆได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งให้การเรียนรู้ต่อสภาวการณ์ของสังคมไทยและความเชื่อมโยงอันกว้างขวางกับความเป็นจริงของสังคมโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างไร

กลุ่มบล๊อกเกอร์ที่เข้าร่วมเวที จำนวน ๑๓ คน ซึ่งต่างก็เป็นคนทำงานจากหลายสาขาและมาจากหลายแหล่งของประเทศ คือ

  • รองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ ไชยคำภา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น : JJ
  • อาจารย์นายแพทย์เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : นายเต็มศักดิ์  พึ่งรัศมี
  • อาจารย์นายแพทย์สกล สิงหะ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : Phoenix
  • ดร.อโณทัย โภคาธิกรณ์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : โอ๋-อโณ
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : ธวัชชัย ปิยะวัฒน์
  • ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
  • คุณพนัส ปรีวาสนา นักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม : แผ่นดิน
  • ดร.ยุวนุช ทินลักษณ์ นักวิชาการอิสระ : คุณนายดอกเตอร์
  • คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ นักพัฒนายุทธศาสตร์องค์กร บริษัทปูนซีเมนต์ไทย : คนดอย
  • เนรศ หอมหวล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปากพะยูน จังหวัดพัทลุง, เครือข่ายคนทำงานสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชน : วอญ่า 
  • คุณจตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร นักวิชาการอิสระและนักศึกษาปริญญาเอก สาขาประชากรศึกษา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล : จตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล : วิรัตน์ คำศรีจันทร์
  • คุณธวัช หมัดเต๊ะ ที่ปรึกษาพัฒนาการเปลี่ยนแปลง (Change and Empowering Officer) สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสังคม หรือ สคส : ธ วั ช

กลุ่มบล๊อกเกอร์ที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ต่างเป็นผู้มีแนวการเขียนและปฏิบัติการเชิงสังคมโดยใช้บล็อก GotoKnow เชื่อมโยงบทบาทตนเองกับสังคมวงกว้างในขอบเขตที่มีความเป็นสาธารณะที่ใหญ่กว่าภายในองค์กรเชิงเดี่ยว สานสำนึกสาธารณะของตนเองเข้ากับความเป็นสาธารณะที่ข้ามขีดจำกัดได้ด้วยตนเองได้อย่างกว้างขวาง มีบทบาทในการทำงานที่ไม่เพียงกล่าวได้ว่ามีภูมิรู้และมีความโดดเด่นในสาขาวิชาชีพของตนเท่านั้น ทว่า มีลักษณะที่เหมือนกันทุกคนคือ มีความสามารถเชื่อมโยงบทบาทการทำงานเข้ากับการสร้างสรรค์ความเป็นส่วนรวมอย่างกว้างขวางในหลายมิติของชีวิต ทั้งการทำงานและการดำเนินชีวิต ผสมผสานไปด้วยการเรียนรู้และพัฒนามรรควิถีแห่งการอุทิศตน การพัฒนาและยกระดับโลกด้านในของตนผ่านการทำงานเพื่อผู้คนด้วยความสามารถฝในการปฏิบัติของตนตลอดเส้นทางชีวิต หากจะกล่าวว่าต่างมุ่งปฏิบัติเข้าถึงธรรมผ่านการทำงานก็คงจะได้

ทุกท่านทำงานอยู่ในหลายสาขา ทั้งในสาขาสุขภาพ การแพทย์และการสาธารณสุข เทคนิคการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ การบริการ การวิจัย การศึกษา การพัฒนาการศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ การพัฒนาระบบปฏิบัติการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนากิจการนักศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่น การสื่อสารวิทยาศาสตร์ การพัฒนาความรู้และการจัดการความรู้ในสังคมไทย ต่างมีความรอบรู้ และมีประสบการณ์ทำงานด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เป็นวิทยากร และเป็นวิทยากรกระบวนการหลายระดับในสาขาการทำงานของตน เปรียบเสมือนหนังสือตำราที่มีชีวิตเล่มใหญ่หลายเล่ม ที่เดินเข้ามาสู่เวทีสานความรู้และหลอมรวมบทเรียนอันหลากหลาย ให้เป็นภูมิปัญญาปฏิบัติชุดหนึ่งของสังคม

กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้วิธีที่เรียบง่าย สบายๆ ช่วยกันทำและช่วยกันดำเนินการ ใครสามารถเป็นผู้นำและแบ่งปันวิธีการที่ดีในแต่ละขั้นตอนใดได้ก็ช่วยนำเสนอและดำเนินการให้กับเวที ทีมงานของ GotoKnow และ Useable Lab คอยทำงานจัดการและอำนวยความสะดวกอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์เรียนรู้ไปด้วยอยู่ตลอดกระบวนการ

                         

รูปแบบและกระบวนการ : เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ใช้เวลา ๑ วันเต็ม ๐๙.๐๐-๑๗.๓๐ น. โดยใช้รูปแบบนั่งล้อมวงสนทนา ประกอบด้วยกระบวนการต่างๆที่ยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้พัฒนาการไปเองได้อยู่ตลอดเวลา โดยสรุปคือ

  • สร้างจุดหมายร่วมสำหรับเวที : นำเข้าสู่รายการ บอกกล่าวความเป็นมา และจัดวางบรรยากาศการสนทนาให้มีความสบาย เป็นตัวของตัวเอง และให้พลังแก่การแแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดย คุณจตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร และอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์
  • เตรียมตนเองให้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้เป็นกลุ่ม : ทำสมาธิแบบ Guided Meditation เพื่อทำจิตใจให้ละเอียด แยบคาย มีกำลังต่อการนำมาใช้ทำงานสร้างสรรค์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวที โดยมีอาจารย์นายแพทย์สกล สิงหะ อาสาเป็นผู้ดำเนินการให้เวที
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเสริมพลัง : นั่งสนทนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างต่อเนื่อง
  • สานเครือข่ายสังคมและสร้างโอกาสแก่ผู้คน : จัดให้มีนวดแผนไทยให้ผู้ร่วมเวทีได้ใช้บริการ และหลังเสร็จสิ้นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วก็มีการเชิญบล๊อกเกอร์ในภาคใต้ให้ได้มาพบปะสังสรรค์กัน
  • ระดมทุน : ร่วมกันระดมทุนเพื่อมอบให้แก่แนวคิดการเป็นสะพานบุญของ ดร.ยุวนุช ทินลักษณ์ หรือคุณนายดอกเตอร์ ไปสนับสนุนการสร้างวัดและสถานปฏิบัติธรรมในชุมชนนาแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กลุ่มบล๊อกเกอร์และผู้เข้าร่วมเวที นอกจากล้วนเป็นผู้คุ้นเคยกับวิธีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแนวทางดังกล่าวนี้มากเป็นอย่างยิ่งแล้ว ก็เป็นผู้มีท่าทีของผู้เปิดกว้างต่อการเรียนรู้บนความแตกต่างหลากหลาย ทำให้กระบวนการต่างๆดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกลุ่มผู้คนที่นั่งสนทนากันบนชานเรือนและลานกว้าง รู้จักหวะของกันและกัน รับและส่งประเด็นกันได้อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมหลายมิติ

ตามประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว เรื่องราวและเนื้อหาสาระที่ได้นำมาสานกันขึ้นเป็นความรู้การปฏิบัติที่เกิดขึ้นในเวทีนี้ หากใช้รูปแบบจัดเป็นหัวข้อและเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาบรรยาย แม้จะจัดเป็นเวิร์คช็อปหลายวันและใช้ผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมเวทีนี้สัก ๒ เท่า ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถครอบคลุมสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจากเวทีคร้งนี้ซึ่งทั้งมีความรอบด้านและลงลึกไปจนถึงมีกรณีตัวอย่างจากการปฏิบัติให้เข้าถึงได้อย่างลึกซึ้งได้อยู่ตลอดเวลา เป็นเวทีหนึ่งที่กลุ่มผู้สร้างการเรียนรู้ไปด้วยกันมีประสบการณ์กว้างขวางและล้วนเป็นผู้เรียนรู้ที่มีพลังมากอย่างยิ่ง

                        

สถานที่และ Setting : GotoKnow ขอใช้บ้านของอาจารย์หมอเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมีเป็นแหล่งจัดเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครั้งนี้ อาจารย์หมอเต็มศักดิ์เป็นครูแพทย์ที่บุกเบิกการแพทย์และการดูแลรักษาผู้ป่วยในบั้นปลายของความเจ็บป่วยขั้นวิกฤติหรือ Palliative Care ของประเทศด้วยการผสมผสานศาสตร์ของการดูแลบนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ สุขุม มีความสงบเยือกเย็น นอบน้อม อ่อนโยน ท่านปลูกบ้านอยู่ท่ามกลางแมกไม้ไกลออกไปจากย่านความแออัด เป็นบ้าน ๒ ชั้นเล่นระดับเป็นเรือนหมู่เครื่องไม้ถือปูนทรงปั้นหยา โปร่งโล่ง ออกแบบพื้นที่ีใช้สอยและตบแต่งทุกมุมอย่างมีศิลปะ เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างกลมกลืน เปิดทางให้ลมพัดผ่านกรูเกรียวได้รอบด้าน ไม่มีเหล็กดัดและรั้วลวดหนาม ตาลตัวเมียสองต้นลูกแก่เต็มทะลายขึ้นอยู่ข้างบ้าน ห้องประชุมในบ้านที่ออกแบบไว้รองรับการใช้สอยสำหรับทำงานเชิงสังคมขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับคน ๒๐ คน ให้บรรยากาศและจัดวางพื้นที่อย่างเหมาะสมสำหรับการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งของเวทีนี้และกลุ่มอย่างนี้

                        

อาจารย์นายแพทย์สกล สิงหะและ อาจารย์นายแพทย์เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาพลังการเรียนรู้ออกจากภาวะด้านในของมนุษย์ โดยเฉพาะในสาขาการแพทย์และการดูแลรักษาผู้ป่วยในบั้นปลายของภาวะความเจ็บป่วยขั้นวิกฤต วิธีคิดสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้เพื่อจัดกระบวนการและเป็นวิทยากรกระบวนการพาผู้คนให้สามารถเข้าไปมีประสบการณ์ทางจิตวิญญาณในระดับที่ลึกซึ้งได้นั้น ต้องอดทน เข้าใจ มุ่งให้เกิดความงอกงามและการยกระดับทางจิตใจ หากกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการทางการศึกษาไม่สามารถยกระดับจิตใจได้ก็ไม่มีความหมาย ดังนั้น วิทยากรกระบวนการจึงมีบทบาทสำคัญมากต่อการส่งเสริมผู้คนให้เกิดการเรียนรู้ที่ยากและลึกซึ้งกว่าการเป็นครูที่ใช้วิธีสอนถ่ายทอดความรู้

                         

ดร.อโณทัย แบ่งปันในความเป็นนักวิทยาศาสตร์และนักเทคนิคการแพทย์ที่ใส่ใจสรรพสิ่งทั้งมวลที่กว้างไกลกว่าห้องแล็บ รวมทั้งเปิดกว้างต่อกระบวนการเรียนรู้ที่ปัจเจกได้จากประสบการณ์ชีวิต โดยเฉพาะประสบการณ์และบทเรียนในชีวิตของผู้คนในชนบท คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์แบ่งปันการใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยแนวคิดวิธีจัดองค์กรเรียนรู้แบบ Project-Based และการสร้างประสบการณ์ตรงเพื่อเกิดการเรียนรู้จำเพาะตนขึ้นภายในตนเองในแนวทฤษฎีการสร้างความรู้ Constructivism Learning การพัฒนาการเรียนรู้ต้องมุ่งบรรลุยุทธศาสตร์ขององค์กร และวิทยากรกระบวนการต้องมีความรอบรู้ สะสมเทคนิคและเครื่องมือหลากหลายเพื่อเลือกใช้อย่างเหมาะสมโดยมีวาระของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง รวมทั้งการใช้ชุมชนเป็นแหล่งให้ประสบการณ์เพื่อสร้างคนทุกกลุ่มของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย

                        

คุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส.แบ่งปันประสบการณ์และการตกผลึกแนวคิดในการเป็นวิทยากรกระบวนการซึ่งดำเนินการกับกลุ่มคนที่หลากหลายสาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับผู้บริหารและผู้กำกับกลไกสำคัญในองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ลักษณะกลุ่มคนอย่างนี้ จะมีความชัดเจน เรียนรู้เร็ว ความคิดแม่นยำ แหลมคม เข้าใจและต่อยอดความคิดกันได้ง่าย ทว่า มักไม่ค่อยมีเวลาม่ีส่วนร่วมในกระบวนการให้ต่อเนื่อง อีกทั้งถูกงานประจำดึงความสนใจให้กลับไปสู่งานที่รับผิดชอบได้ง่าย ความเป็นวิทยากรกระบวนการจึงต้องมีศิลปะในการออกแบบกระบวนการและจัดการสิ่งต่างๆได้หลายได้ ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้และสรุปประเด็นต่างๆได้เร็ว รอบด้าน และมีข้อมูลความรู้ที่ดี คุณพนัส ปรีวาสนา หรือคุณแผ่นดิน แบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลนิสิตเหมือนกับดูแลสังคมที่กว้างใหญ่และมีความหมายมากกว่าเป็นเพียงกิจกรรมนักศึกษานอกห้องเรียน การเป็นวิทยากรกระบวนการที่ใช้ทำงานได้วางอยู่บนทรรศนะต่อการจัดการความรู้จากประสบการณ์ด้วยการเล่าเรื่อง ชีวิตและประสบการณ์ของปัจเจก รวมทั้งปรากฏการณ์ทางสังคมมีเรื่องเล่า การจัดกระบวนการต้องมุ่งส่งเสริมให้นิสิตและผู้คนที่เราพาเรียนรู้สามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆออกมาเรียนู้และแบ่งปันกันด้วยการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นวิถีความรู้ในสังคมมุขปาฐะและเป็นพื้นฐานการเรียนรู้โดยมีความเป็นธรรมชาติที่สุดของมนุษย์

                        

                        

คุณเอก จตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร นอกจากเป็นหลักในการโยนประเด็นและจัดวางบรรยากาศให้วงสนทนาเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีความสุขได้อย่างน่าชื่นชมมากแล้ว ก็ร่วมแบ่งปันประสบกาณ์และทรรศนะต่างๆจากการทำงานเหมือนกับเป็นภารกิจแห่งชีวิต การเป็นวิทยากรกระบวนการนั้นเป็นกระบวนการที่สะท้อนออกมาจากภาวะด้านในของปัจเจก วิทยากรกระบวนการจึงต้องมีการพัฒนาโลกด้านในตนเองให้อิ่มเต็ม มีควมสุขอยู่กับตนเอง สิ่งที่ส่งออกไปจึงจะสามารถเป็นเงื่อนไขแวดล้อมให้ผู้อื่นมีพลังต่อการเรียนรู้และงอกงามเติบโต การทำงานต้องให้มีความกลมกลืนเป็นหนึ่งกับความเป็นตัวตนของตนและมุ่งเน้นความเป็นทีมที่เป็นส่วนผสมความหลากหลายและเติมเต็มส่วนขาดของกันและกัน มีท่าทีของการเป็นผู้เรียนรู้และเปิดกว้าง นอบน้อมถ่อมตน และอุทิศตน

                        

รองศาสตราจารย์นายแพทย์จิตเจริญ ไชยคำภา หรือหมอ JJ นอกจากในเวทีก็มีบทบาทในการเป็นวิทยากรกระบวนการอยู่นตัวเองผ่านการเป็นสภาพแวดล้อมและความเป็นกัลยาณมิตรที่เอื้อต่อบรรยากาศแห่งความรักความเมตตาต่อกัน อาจารย์เป็นครูแพทย์ที่มีความอาวุโส ทรงคุณวุฒิ มกด้วยประสบการณ์ รวมทั้งผ่าร้อนผ่านหนาวในชีวิตการทำงานที่ต้องริเริ่ม บุกเบิก และฝันฝ่ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานในโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยในภูมิภาคของประเทศ การแผ่พลังความอ่อนโยน เอื้ออาทร และเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดอยู่โดยรอบ ทำให้กลุ่มวิทยากรกระบวนการในเวทีมีความอุ่นใจ ขณะเดียวกัน ก็นำเอาประสบการณ์ในการเป็นวิทยากรกระบวนการขับเคลื่อนเครือข่ายจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งมุ่งให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้และยกระดับเชิงคุณภาพของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่องกว่า ๒๐ ปีมาร่วมแลกเปลี่ยนแบ่งปัน วิทยากรกระบวนการในบริบทดังกล่าวต้องใช้การทำอย่างเป็นภารกิจของชีวิต อุทิศตนอย่างมุ่งมั่นทุ่มเท อดทนต่ออุปสรรคปัญหา ต้องสร้างเครือข่ายผ่านการเรียนรู้และเชื่อมโยงการทำงานให้เกื้อหนุนส่งเสริมกัน นำอยู่ข้างหลัง ขับเคลื่อนและเป็นสภาพแวดล้อมให้ผู้คนเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ

                        

                        

ดร.ยุวนุช ทินลักษณ์ หรือคุณนายดอกเตอร์ มีประสบการณ์ในการสร้างกระบวนการเพื่อสื่อสารและพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่สำคัญใน ๒ ส่วนคือกระบวนทรรศน์ทางวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น และเทคนิควิธีที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง วิทยากรกระบวนการต้องมุ่งให้ผู้คนเข้าถึงระบบวิธีคิดซึ่งเป็นทรรศนะแม่บทของ Practical Wisdom หรือภูมิปัญญาปฏิบัติซึ่งลึกซึ้งมากกว่ามิติความรู้ และความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องซึ่งจะไม่มีความแยกส่วนเด็ดขาดจากระบบความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น การผสมผสานวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่นต้องมิใช่เพียงการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเป็นส่วนเสริม แต่วิทยาศาสตร์ต้องเข้าไปเสริมความจำเพาะของภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการจัดกระบวนการนั้น วิธีการที่เข้าถึงจิตใจ ก่อให้เกิดความเบิกบาน รื่นรมย์ใจ ต้องเน้นการได้จิตใจที่ละเอียดประนีตซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้กิจกรรมและวิธีการที่ให้ความสนุกครึกครื้นแต่ขาดความลึกซึ้งแยบคาย

                         

                        

                        

ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ แม้จะอยู่ในช่วงที่คนที่รักและคนรอบข้างขอให้ถอยห่างออกจากงานที่เกินขีดจำกัดของสุขภาพเพื่อฟื้นฟูตนเองในช่วงที่ทุกอย่างได้กลับสู่ภาวะปรกติเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็หาโอกาสแวะเวียนมาร่วมสนทนาแบ่งปันกับหมู่มิตรและผู้ที่ผูกพันเป็นญาติทางวิชาการกันอยู่เป็นระยะๆ อาจารย์แบ่งปันทรรศนะและประสบการณ์ในการริเริ่มและบุกเบิกสาขาวิชา Computer Science 

ในวงวิชาการของประเทศไทยและในวงวิชาชีพต่างๆนั้น มักคุ้นเคยกับสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ไม่เข้าใจและไม่เห็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจคอมพิวเตอร์กับสาขา Computer Science ในการริเริ่มการวิจัยและพัฒนาเวทีทางวิชาการ ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาให้แพร่หลายในสังคมไทยจึงมีข้อจำกัด การทำงานในระยะที่ผ่านมาจึงวางอยู่บนพื้นฐานของการมีใจรักและมุ่งมั่นสร้างสิ่งที่สังคมขาดแคลน

อาจารย์ให้ความสนใจต่อการมองไปข้างหน้าโดยมุ่งเชื่อมโยงระบบปฏิบัติการของ GotoKnow เข้ากับเว็บระดับโลก รวมทั้งตั้งคำถามอยู่กับตนเองอยู่เสมอว่าทำไมประเทศไทยจึงไม่สามารถมี Search Engine เป็นของตนเองและเป็นที่นิยมระดับโลกบ้าง

                        

ผมได้มีโอกาสพบปะและคารวะอาจารย์ Umi แห่งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และได้เว้าลาวกับท่านด้วย ม่วนหลาย

                        

การพบปะสังสรรค์กันทำให้สนุกอย่างมีความหมายไปด้วยโดยจัดให้เป็นกิจกรรมระดมทุน ร่วมทำบุญกับโครงการสะพานบุญของ ดร.ยุวนุช ทินลักษณ์ เพื่อนำไปสนับสนุนชุมชนบ้านนาแพรกสร้างวัดและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สามีของท่านและโดยการประสานงานของท่าน ได้ไปช่วยชุมชนออกแบบทางสถาปัตยกรรมให้มีความกลมกลืนกับชุมชนและวิถีภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การออกแบบ จัดวาง และทำให้ทุกอย่างเป็นโอกาสเรียนรู้และปฏิบัติการเชิงสังคมได้อยู่ตลอดเวลา เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในบทเรียนจากประสบการณ์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนี้แทบจะทุกคน

                        

เฒ่าวอญ่า : นเรศ หอมหวล แบ่งปันประสบการณ์ที่เสมือนกับเดินทางไกลตลอดห้วงชีวิต กระบวนการเรียนรู้ การอ่าน การทำงานอาสาชุมชน การสัมพันธ์กับเพื่อน หมู่มิตร สมาชิกในครอบครัว ตลอดจนประชาชนและผู้คนรอบข้าง เหล่านี้ เป็นมิติหนึ่ของชีวิตจิตใจในความเป็นวิทยากรกระบวนการ การมีสภาพแวดล้อมที่สร้างเสริมกำลังใจ นับแต่เพื่อน ลูก ภรรยา ตลอดจนเครือข่ายบล๊อกเกอร์และเครือข่ายที่พานพบจากการทำงาน เป็นวิทยากรกระบวนการที่เกื้อหนุนและเอื้ออำนวยการเรียนรู้อย่างมีพลังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งปวง

ประชาชนและชุมชนต้องเคลื่อนไหวกระบวนการเรียนรู้ด้วยกิจกรรม ต้องเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ประวัติศาสตร์จากความทรงจำชาวบ้าน เมื่อมีประสบการณ์ระดับหนึ่งก็ต้องมุ่งยกระดับให้นำเอาประสบการณ์มาเรียนรู้และพัฒนาวิธีสร้างความรู้ที่เหมาะสม วิทยากรกระบวนการจะช่วยให้ชุมชนพัฒนาตนเองและบันทึกความรู้จากประสบการณ์ตนเองได้เป็นอย่างดี

บทเรียนและการเรียนรู้แบบครูพักลักจำจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้

การแบ่งปันประสบการณ์และนำเอาบทเรียนที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเวทีครั้งนี้ ผู้เขียนได้ความประทับใจและได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของกลุ่มบล๊อกเกอร์ GotoKnow มากมาย ซึ่งบางส่วนก็อยากตั้งเป็นข้อสังเกตและบันทึกแง่มุมที่น่าสนใจไว้บางประการ ดังนี้

  • สำนึกต่อสังคมและความเป็นพลเมือง : ประสบการณ์ในการเป็นวิทยากระบวนการในสาขาวิชาชีพของบล๊อกเกอร์ทุกคนมีลักษณะร่วมกันในความเป็นผู้ใส่ใจต่อสังคม มุ่งเชื่อมต่อกับสังคมด้วยการเป็นผู้ริเริ่มและลงมือปฏิบัติในเงื่อนไขชีวิตและการงานของตน แนวคิด และวิธีทำงานต่างๆมักสะท้อนความใส่ใจต่อการร่วมสร้างสรรค์ความเป็นส่วนรวม
  • ความเป็นวิทยากรกระบวนการด้วยจิตวิญญาณและมรรควิถีแห่งชีวิต : ทุกคนมีลักษณะร่วมกันในการให้ความสำคัญต่อการมีความรู้ที่เป็นตัวของตัวเอง บ่มสร้างพลังทางปัญญาปฏิบัติที่เข้มแข็ง มีความแจ่มชัดในสิ่งที่ตนเองมุ่งปฏิบัติและเรียนรู้ แข็งแกร่ง แต่อ่อนน้อมถ่อมตน มุ่งพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งพลังอำนาจภายนอกที่จะทำให้ไม่สามารถพึ่งตนเองทางการปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความริเริ่มด้วยตนเองหลายสิ่งที่ทำด้วยความสำนึกว่าจะก่อเกิดผลดีต่อผู้อื่น สามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางชีวิตและการงาน
  • พลังใจและพลังสนับสนุนในครอบครัวและคนใกล้ชิด : ทุกคนมีแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในลักษณะที่คล้ายกัน เช่น จากแม่ ลูก ภรรยา สามี พี่น้อง เครือญาติ และผู้คนที่เคารพนับถือกันในชุมชน ทั้งในแง่การให้ความเข้าใจ การให้กำลังใจ การเป็นเพื่อนร่วมคิดและร่วมริเริ่มทางการปฏิบัติบนวิถีชีวิตตนเอง
  • ความมีประสบการณ์ทางสังคมและประสบการณ์การใช้ชีวิต : ทุกคนจะมีพื้นฐานของการเป็นผู้มีประสบการณ์ต่อสังคมและเป็นผู้มีโอกาสในการเผชิญชีวิตที่ต้องนำตนเอง ในระหว่างการศึกษาเล่าเรียนก็จะเป็นนักกิจกรรม เป็นผู้นำ มีความเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวทางสังคมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ทั้งในแวดวงวิชาชีพของตนและการเคลื่อนไหวกับภาคสาธารณะ ซึ่งเป็นไปได้ว่าความเป็นวิทยากรกระบวนการในอีกมิติหนึ่งก็สื่อสะท้อนถึงขั้นตอนของการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นผู้มีประสบการณ์และอิ่มตัวต่อการใช้ชีวิตเพิ่มมากยิ่ง 
  • การมีประสบการณ์กระทบถึงจิตใจและทรรศนะวิถี : ทุกคนจะมีขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในชีวิตที่ได้เกิดประสบการณ์ตรงที่แรงพอต่อการก่อให้เกิดความสะเทือนใจทั้งในเชิงบวกและเชิงลบอย่างลึกซึ้ง ทำให้ทรรศนะพื้นฐานต่อตนเอง ความหมายแห่งชีวิต และต่อสิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางเข้าใจชีวิตและมีความเชื่อมั่นในตนเอง
  • ความมีวิธีคิดในการหาประสบการณ์การเรียนรู้ : ทุกคนมีลักษณะร่วมกันที่น่าสนใจมากอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง คือ จะมีวิธีคิด ความรู้ และความสามารถอธิบายออกมาจากจุดยืนของตนเองได้อย่างเป็นระบบจากประสบการณ์ชีวิตและการงาน หาความหมาย คุณค่า และแง่มุมที่ให้การเรียนรู้จากสิ่งต่างๆได้อยู่ตลอดเวลา
  • ความมีรสนิยมต่อการอ่าน ศิลปะ และวรรณกรรม : ทุกคนมีนิสัยติดตัวและเป็นผู้มีรสนิยมต่อการอ่าน การซาบซึ้งต่อศิลปะ สื่อศิลปะ ภาพยนต์ งานวรรณกรรม รวมทั้งงานสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงทางจิตวิญญาณและสติปัญญาความตื่นรู้ด้านในของมนุษย์ มีทรรศนะวิพากษ์ต่อการเสพและบริโภคสิ่งสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทำให้สามารถสร้างทรรศนะ ความรู้ และประเด็นการคิดเชื่อมโยง ที่ก่อให้เกิดพลังการคิดที่รอบด้าน เป็นกลุ่มคนที่มีพลังความเป็น Art and Media Literacy เป็นอย่างยิ่ง
  • ความมีอุดมคติต่อชีวิต สังคม และการทำการงาน : ต่างมีโลกทัศน์และชีวทัศน์จำเพาะตน สามารถสื่อสะท้อนความเป็นชีวิตจิตใจและการอุทิศตนต่อการทำงานในสาขาวิชาชีพของตนด้วยกรอบการคิดเชิงอุดมคติ ซึ่งโดยมากก็จะต่างออกไปจากกระแสหลักของสังคม ทำให้มีมิติการเป็นผู้บุกเบิกริเริ่มหรือทำอย่างแตกต่างในสาขาวิชาชีพของตนในระดับต่างๆ
  • พื้นที่การมีบาทและเคลื่อนไหวสังคม : มีพื้นที่การเชื่อมโยงบทบาทตนเองที่ผสมผสานทั้งในชีวิตส่วนบุคคล ในองค์กรการทำงาน และในสังคมวงกว้าง ทั้งโดยการปฏิบัติและโดยผ่านเว๊บบล๊อก
  • การทำงานระดับออกแบบทางวิธีคิด : ทุกคนจะมีความสามารถทำงานเชิงออกแบบวิธีคิดในเงื่อนไขแวดล้อมที่หลากหลาย บนพื้นฐานความรู้และทฤษฎีการปฏิบัติทั้งจากประสบการณ์ตนเองและจากการศึกษาค้นคว้าอย่างรอบรู้
  • ความสามารถสร้างความรู้เพื่อใช้ปฏิบัติ : จะเป็นผู้สังเคราะห์บทเรียนจากการปฏิบัติและสามารถบันทึก ถ่ายทอด สะสม ในแนวทางของตนได้อยู่เสมอ
  • การเรียนรู้และสะสมเครื่องมือการทำงานที่หลากหลาย : จะเป็นผู้มีประสบการณ์ต่อการใช้เครื่องมือและเทคนิควิธีการทำงานที่หลากหลาย สะสมเป็นคลังประสบการณ์ เข้าถึงเหตุผลและหลักการเบื้องหลังได้อย่างเป็นระบบ ทำให้เป็นผู้มีเทคนิคและวิธีทำงานที่ยืดหยุ่น หลากหลาย

บทบาทของเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในลักษณะนี้ของเครือข่ายบล๊อกเกอร์ในอีกแง่หนึ่งที่สำคัญมากก็คือการเป็นเวทีสร้างคนจากหลากหลายสาขาอาชีพให้เกิดความเชื่อมโยงกันทั้งระดับวิธีคิดและระดับปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งของการประมวลผลประสบการณ์ของคนทำงานและสร้างความรู้ขึ้นมาใช้สำหรับเป็นแนวคิดชี้นำการปฏิบัติและเพิ่มพูนเป็นพลังความริเริ่มอันหลากหลาย สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบันของสังคมได้มากยิ่งๆขึ้น.