"คุณครูครับลูกชิ้นทานเป็นลูกได้หรือครับ"  แม้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๕  มีนาคมที่ผ่านมา  ไม่คิดว่าจะต้องนำมาเขียนเล่าผ่านบล็อก  เพราะดูเหมือนจะไม่มีสาระเลยก็ว่าได้  นอกจากเป็นเรื่องชวนให้ฝึกเขียนของฉันเท่านั้น แต่น้ำเสียงของคำถามที่ได้ยินยังติดอยู่ในความรู้สึกอยู่ทุกวัน 

 

         ขณะที่ฉันและผู้ปกครองนักเรียนกำลังช่วยกันเตรียม  และปรุงก๋วยเตี๋ยวสำหรับจัดเลี้ยงนักเรียนในกลางวัน  เด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ อีกคนหนึ่งถือมีดเล็ก ๆ มาเพื่อเตรียมที่จะผ่าลูกชิ้นเป็นการแบ่งครึ่ง  ผู้ปกครองท่านหนึ่งจึงบอกนักเรียนคนนั้นว่า "วันนี้ลูกชิ้นไม่ต้องผ่าครึ่งนะลูก  ทานกันทั้งลูกเลย ลูกชิ้นมีเยอะจ๊ะ"  แต่ดูเหมือนว่าเด็กชายคนน้ันงงกับคำอธิบายมาก แม่บ้านหันมาพูดกับฉันว่า "เด็กไม่เคยทานลูกชิ้นเป็นลูกหรอกค่ะครูคิม

 

       เนื่องจากได้บอกกับนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนาว่าจะไปเลี้ยงอาหารสักมื้อหนึ่ง  แต่นักเรียนส่วนใหญ่ขอเป็นก๋วยเตี๋ยวที่เป็นของโปรดปรานที่สุด  และได้โอกาสดีในวันนั้น      

 

         ขณะที่นักเรียนถือชามก๋วยเตี๋ยวคนละ ๑ ชาม มีลูกชิ้น หมูสับ และหมูลวกวางโป๊ะไว้บนเส้นก๋วยเตี๋ยว  เพื่อรอเติมน้ำก๋วยเตี๋ยวนั้น  เด็กคนหนึ่งที่ถือชามก๋วยเตี๋ยวเข้าแถวรอคนหลังสุดถามฉันว่า "คุณครูครับลูกชิ้นทานเป็นลูกได้หรือครับ"

 

         ฉันสังเกตว่าเด็กแต่ละคนไม่สนใจอย่างอื่นเลย  นอกจากชามก๋วยเตี๋ยวของตนเองเท่านั้น  เด็กอนุบาลจะตักทานลูกชิ้น หมู ก่อนที่จะทานเส้นก๋วยเตี๋ยว  ส่วนเด็กโตหน่อยจะทานเส้นก๋วยเตี๋ยวและน้ำก่อน  เหลือลูกชิ้นไว้ทานทีหลัง  ทำให้นึกถึงวัยเด็กน้อยของฉันที่มีนิสัยในการทานก๋วยเตี๋ยวเช่นเดียวกัน 

 

       ความน่ารัก น่าเอ็นดู ตลอดจนความรู้สึกสงสาร และเห็นอกเห็นใจในความแตกต่างอันมีมากมายในสังคม "เด็กชายคนหนึ่งทราบว่าเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒  หยิบลูกชิ้นจากช้อนมากัดแทะทีละนิด ๆ และตามด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยว  ประมาณว่ากลัวของจะหมด"  ผู้ปกครองได้เดินมาบอกนักเรียนทุกคนว่า "ทานไม่อิ่มให้ต่อได้อีกกี่ชามก็ได้"  นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วมีส้มตำโดยฉันลงมือทำส้มตำสำหรับเด็กด้วยตนเองทั้งหมด

 

          การนั่งดูเด็กทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเป็นสุขจนไม่กล้าที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ  เพราะกลัวเด็กจะตื่นตระหนก  และเสียจังหวะในการรับประทาน  "การให้หรือการแบ่งปัน  มีหลายประเภท เพียงการหยิบยื่นเพียงเล็กน้อยแต่มีคุณค่าทางใจของผู้ให้และผู้รับ"  ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของเสมอไป  บางครั้งก็อาจมอบให้ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความห่วงใย สำหรับวันนี้นับเป็น "ความงดงาม" ทางความรู้สึกที่ได้เห็นจริงอย่างหนึ่งที่เด็กไม่เคยทานลูกชิ้นเป็นลูก 

 

         ความงดงามอีกอย่างหนึ่งคือ  แบบอย่างช่วยเหลือเกื้อกูล  ความมีน้ำใจต่อกันในสังคมบ้านนอก  ผู้ปกครองจะผลัดเปลี่ยนกันมาทำอาหารให้นักเรียนโดยไม่ต้องจ้างเป็นเงิน  และในวันนั้นเมื่อทราบว่ามีผู้ไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว  แม่บ้านและผู้ปกครองจะมาช่วยกันโดยไม่ต้องบอกกล่าว  แถมขากลับฉันต้องหอบข้าวของที่มากด้วย "น้ำใจ" จากแม่บ้านและผู้ปกครองกลับบ้านอีกด้วย 

 

         นับเป็นความงดงามที่สัมผัสได้ด้วยรอยยิ้ม เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ แบบเป็นกันเอง  สาระที่พูดคุยคือการทำไร่ ทำนา การปลูกผักผลไม้  นับเป็นการแลกเปลี่ยนที่ได้ทั้งประสบการณ์และหัวใจ  และฉันก็รับปากว่า "จะเพาะต้นผักหวานบ้าน ต้นผักปังใบใหญ่  ต้นพริกหวาน  ต้นมะเขือกินใบ" กลับไปให้พวกเขาด้วย 

 

          สิ่งของที่ได้รับฝาก  ฉันได้นำไปแจกเพื่อนบ้าน  และในเย็นวันนั้นคนในซอยที่บ้านของฉัน ได้มาล้อมวงกันทานอาหารมิ้อเย็น "แกงผักหวาน  และหน่อไม้จิ้มน้ำพริก" ของฝากจากบ้านนอก  อย่างอิ่มใจและมีความสุข

  

        ขากลับอากาศมืดครื้ม ท้องฟ้ามืดหม่น  และมีฝนตกปรอย ๆ ตลอดระยะทาง  ฉันจึงได้หยุดรถชมความงดงามของต้นไม้และบรรยากาศข้างทาง  ที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ  ถือโอกาสได้ใช้กล้องถ่ายภาพที่นำติดตัวไป   "นี่แหละหนาใคร ๆ จึงใฝ่ฝันกับความงดงามธรรมชาติ" กันมากมาย  คนมีเงินร่ำรวยสามารถซื้อที่จะเข้าไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ  สำหรับฉันได้ชมเพียงเท่านี้ก็พอใจแล้ว

 

         ภาพถ่ายข้างล่างนี้ "ฝีมือขั้นฝึกฝน" ถ่ายภาพด้วยกล้องขนาดเล็ก digital canon ixus 95 is เวลาระหว่าง ๑๔ - ๑๕ .๐๐ น.  ระหว่างทางบ้านห้วยกอกและบ้านป่าคาย  ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย  จังหวัดพิษณุโลก