เราไปเรียนรู้อะไรจากชุมชนคนพื้นที่ คนชุมชนพื้นที่ได้เรียนรู้อะไรจากผู้มาเยือน
โฉมหน้าอาจารย์ วิทยาลัยป้องกันชุมชน
วิทยาลัยป้องกันชุมชน (วปช) เปิดสอนมาในปี 2553 จำนวน 2 รุ่น ผู้เขียนเป็นรุ่นที่ 2 พวกเรารุ่นที่ 2 มีพันธะสัญญากันว่า เรียนจบไปแล้วต้องมาพบกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน สัญจรไปพูดคุยตามโอกาส และปัญที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่
โดยทุกคนที่มาพบกัน ต้องมีค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง ที่พัก อาหารเอาเอง พื้นที่รับบริการเรื่องสถานที่นัดพบ ด้วย ว่าพวกเราไม่มีแหล่งงบประมาณไดๆมาสนับสนุน
ครั้งล่าสุด ครั้งที่ 5 เราปรึกษากันตกลงกันไป พูดคุยกันที่ อำเภอเกาะลันตา โดยตั้งโจทย์ ว่าเราจะไปเรียนรู้เรื่องอะไรในพื้นที่ และพื้นที่ได้เรียนรู้อะไรจากผู้มาเยือน และหลักคือประเด็นปรึกษาหารือคือ
เราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่าง ในเมื่อไม่มีงบประมาณ แหล่งทุนหนุนหลัง ถกแถลงกัน ตั้งแต่ 14.00 น. ถึง23 น. หยุดทานข้าวเย็นและกางเต้นท์เตรียมที่พักผ่อน ผลสรุปจากการถกแถลง ได้แนวทางในการก้าวไปข้างหน้าดังนี้
น้องซัลมา และน้อง ก๊ะหย๊ะ(คลุมศรีษะ)
เราต้องรวมพลังไปหนุนเสริม เติมเต็มให้ความรู้ให้ วปช. เป็นรู้จัก ของพื้นที่
จัดชุดความรู้ของคนทำงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
เชื่อมโยงเครือข่ายให้เห็นพลังที่เข้มแข็งและมั่นคง
และต้องใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในสังคม
ในการพบกันทั้ง 5 ครั้ง หลายคนผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันมา แต่ทุกครั้ง แต่พี่น้อง ชายแดนใต้ของเราไม่เคยขาด ในการมาพบกัน นั้นคือ คุณ สะรอนี เจ๊ะดาโอ๊ะ หรือปะจู แห่งดุซงยอ น้องซัลมา ตาเห แห่ง สายบุรี และก๊ะหย๊ะ รอบีหย๊ะ ดอยอ แห่ง บาโงยสิเน
ปะจู แห่งดุซงยอ นราธิวาส
สามคนสามจังหวัด ที่ผู้เขียนยกให้เป็นคนเก่ง หัวใจแกร่งแห่งชายแดนใต้ และได้เห็นการพัฒนาการพูด การแลกเปลี่ยนที่ประทับใจ ในการเรียนรู้ร่วมกันคนอาสาที่ควรค่าแก่การคารวะให้เป็นคนเก่งหัวใจแกร่ง
น้องแอ็ดจากระรอง สอนการดูภาพจาก โน๊ตบุ๊ก
ช่วยกันกางเต้นท์นอนชายหาด
หาดเจ้าอูด เกาะลันตา
อาทิตย์ อัศดงลงที่เกาะน้อย
ถกแถลงกันเกือบเที่ยงคืน ก็ได้เวลาสำราญกับการปิ้งย่าง อาหารทะเลสดๆๆ
สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ยกนิ้วให้ กด Like ค่ะ
สวัสดีครับคุณครู ป 2
นับถือน้ำใจพี่น้องชายแดน เสร็จจาก ประชุมต้องไปนอนค้างหาดใหญ่ เพราะเข้าไปพื้นที่ตอนกลางคืนไม่ได้ ประชุมสองวัน ต้องใช้เวลเดินทางถึงสี่วัน นับถือน้ำใจจริงๆ
สวัสดีค่ะคุณตา
ได้เครือข่าย ได้ใจ ได้เรียนรู้ ได้ร่วมสรรค์สร้างสังคม
สวัสดีครับครูอัมพร
เดินทางไกล ไปทำงานให้ชุมชน พบคนคอเดียวกัน นำการทำงานในพื้นที่มาแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกระระบบ ฝึกสร้างคน ฝึกพูด ฝึกคิด เพื่อคุณภาพชีวิต และสุขภาวะชุมชน
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณ ยาย
หาดเจ้าอูด เป็นหาดของชุมชน ทุกคนลงไปเก็บเกี่ยวหาหอยหาปลาได้ คนที่ไปพัก ก็สนุกกับการเก็บหอย ที่นี้ยังคงธรรมชาติอยู่มากครับ
ตามมาแลกเปลี่ยน เรื่องของ "ชุมชนคนรักษ์ ข้าว"
สำหรับประเด็นในการทำนา "แบบอินทรีย์"
ผมมองการปรับเปลี่ยนเป็น 3 เฟส ครับ
ถ้าเปลี่ยนเเบบ เคมี -> อินทรีย์ ชาวนาส่วนใหญ่ทำใจไม่ได้ ไม่มั่นใจเรื่องผลผลิต
เกิดจากความกลัว กลัวหญ้า กลัวแมลง กลัวไม่ได้ข้าว ...ทำให้ต้องใช้ยาคุม
-ฆ่า หญ้า ปุ๋ยเคมี เป็นกิจวัตร
เฟส 1.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูก - จากนาหว่าน มาเป็นนาดำ
ช่วยการขยายพันธุ์พื้นเมืองได้ ด้วยการใช้จำนวนน้อย ขยายได้จำนวนที่มากขึ้น
พิสูจน์ด้วยต้นทุน และผลผลิต เพื่อเพิ่มกำไรจากการทำนา -ขายพันธุ์ข้าวปลูก
เฟส 2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลเเปลงนา - ต้องดูแลเเบบนาดำ ผสมผสาน
พิสูจน์ด้วยการลดการใช้สารเคมี และปุ๋ยเคมี -> ขายผลผลิตเป็นข้าวปลอดสาร
เฟส 3.ปรับสู่การทำนาดำ แบบอินทรีย์ ได้ -> ขายผลผลิตเป็นอินทรีย์ได้
พิสูจน์ด้วย การใช้เทคโนโลยีผสมผสาน เลี้ยงเป็ด(rice duck
field)+น้ำส้มควันไม้+weeder+ไถกลบตอซัง+ใช้น้ำหมักชีวภาพ
ทั้ง 3 เฟส ต้องใช้พลังพอสมควรครับ และต้องสร้าง Reasons to believe
ให้กับกลุ่มชาวนา
1.ต้นทุน รายได้ กำไรจากการทำนาดำ (มาลดหนี้เกษตรกร)- มีความมั่นคง
ต้นข้าวแข็งแรงดูแลตัวเองได้
2.สร้างเสริมสุขภาพจากการทำนา ที่ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี
3.สิ่งแวดล้อมในชุมชน ดีขึ้น
4.เมื่อเป็นหมู่บ้าน ทำนาสวย ปลอดภัย ก็จะเป็นที่ศึกษาดูงาน ของรัฐและเอกชน ชาวนาสามารถขายผลผลิตกลุ่มผู้มาดูงานได้
ดึงตลาดเข้ามาหาชุมชน -> ลด logistics cost ให้กับกลุ่มได้
5.สร้างรายได้ และการจ้างงาน สร้างความมั่นคงภายในชุมชน ลดปัญหาอาชญากรรม ในชุมชน
ปล.ผมยังไม่ใช่ อินทรีย์จ๋า ครับ เป็นเเบบผสมผสาน
ได้วางเป้าหมายร่วมกันกับกลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่ที่เข้า approach
ซึ่งคาดการณ์แนวโน้ม ความเป็นไปได้ในทิศทางนี้ ได้รับการตอบรับดีมากครับ
อันนี้แล้วแต่มุมมองนะครับ ผมมองในเชิงพลวัต ตามความเป็นไปของเศรษฐกิจ สังคมครับ
สวัสดีครับคุณครู หยุย
สร้างสังคม โดยการสร้างสุขให้ตัวเอง มาสู่ครอยครัว ขยายรั้วสุขไปถึงบ้านรอบข้าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง คือการสานสันติสู่สุขภาวะชุมชน ผมมองเห็นเป็นอย่างนั้นครับครู
สวัสดีครับเกลอ ไป รร.ของครูกระแต มาตายี วันไหนครับ ยังไม่ได้ตามข่าวเลย
14 - 18 มีค.นี้ เข้ากทม.อีกแล้วครับ
-แวะมาเยี่ยมค่าย "วปช" ครับ...
-มีกิจกรรมมากมาย...น่าสนุกนะครับ..
-ชอบบรรยากาศ ครับ..
-ตะวันตกดินที่ทะเล....จะดวงเดียวกันกับ..ที่ตก "อิมปิง" รีเปล้าน๊า!!!!"
-ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณต้นกล้า
ขอนะคำแนะนำไป ขยายความให้กับผู้เข้าร่มคิดในการทำนาครับ
ยังคงต้องค่อยปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยการ ใช้ อินทรีย์ นำ เคมีตาม แล้วค่อยนำมาเปรียบเทียบ โดยหาข้อมูลมาชี้ให้เห็น อาจจะผลักดัน ในส่วนของ สภาเกษตรในอนาคต
สวัสดีครับคุณ เพชร ทำงานกับชาวบ้าน มีชาวบ้านเป็นอาจารย์ โดยยึดการทำงานพื้นที่เป็นตัววัด วิทยฐานะ เขาก็เป็นอาจารย์ เป็นครู โดยธรรมชาติ
สวัสดีค่ะคุณตา
ขอบคุณ คุณยาย ที่แวะมารอบรอง
ลบความที่ซ้ำให้แล้วครับ
วันนี้ที่ปากพะยูนมีฝนตก
16- 18 ไปงาน ชา ฟอรั่มมั้ยครับ