มาเยี่ยมแม่ทีไร เราก็มีความสุขกับธรรมชาติรอบตัวทุกครั้ง

บันทึกเดิม : บ้าน-นา-หน้าแล้ง

เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ดิฉันไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกพร้อมกับสามีและพี่สาว เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สายแล้วคือตอน ๐๙.๐๐ น. กลัวจะหิวเลยแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวแห้งติดไปด้วย ๖ ห่อ สามีซื้อข้าวเหนียวมูลไป ๑ กก. กะจะเอาไปกินกับมะม่วงสุก และยังมีขนมกุ๋ยช่ายใส้ต่างๆ อีก ๒ กล่อง

พี่สาวคนนี้ไปอยู่กับลูกสาวและหลานชายที่ประเทศนอร์เวย์ตั้ง ๖ เดือน เพิ่งกลับมาได้ประมาณ ๒ สัปดาห์ แม่คงคิดถึงมาก เพราะปกติพี่สาวจะไปเยี่ยมแม่อยู่บ่อยๆ เมื่อเราไปถึงที่บ้าน แม่ที่นั่งรออยู่แล้วถึงกับน้ำตาไหล ดีใจที่ได้พบกับลูกสาว

พวกเราไม่ได้กินอาหารเช้าไปก่อน เมื่อถึงบ้านแม่ก็จัดการทั้งก๋วยเตี๋ยวและขนมกุ๋ยช่าย มีพี่สาวอีก ๒ คนที่บ้านอยู่ใกล้ๆ บ้านแม่มาร่วมวงด้วย (บ้านนี้มีลูกสาวเยอะกว่าลูกชาย และอายุยืนกว่าลูกเขย) อิ่มท้องแล้วเราก็ชวนกันเข้าสวนทั้งๆ ที่แดดกำลังร้อน

ในสวนมีลมพัดเย็นสบาย ร่มไม้ช่วยกันแดดได้ น้องสาวเตรียมตะกร้อพร้อมตะกร้า เพื่อไปสอยมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เดินผ่านแนวต้นสับปะรด น้องสาวชี้ชวนให้ดูว่าลูกโตขึ้นมากเลยเมื่อเทียบกับที่เห็นเมื่อเดือนก่อน นับว่าโตเร็วจริงๆ

 

 สับปะรดที่อยู่กลางแดดจ้า

มะปราง (ความจริงคือมะยงชิด) ที่เมื่อเดือนที่แล้วมีดอกและลูกเล็กๆ เราคิดว่าไม่น่าจะโตได้ น้องสาวได้เอาฟางมาคลุมดินโคนต้นไว้ ปรากฏว่ามีลูกโตแล้วเกือบทุกต้น บางต้นลูกห้อยถึงพื้นดิน (ต้นไม่สูง) มี ๒-๓ ต้นที่ลูกเหลืองนวลแล้ว บางลูกถูกนกกินไปบ้าง เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นมะยงชิดที่ปลูกมาประมาณ ๓ ปี มีลูกโตขนาดนี้ เด็ดเอามากินสดๆ รสชาติหวานอมเปรี้ยว เปลือกกรอบดี สังเกตเห็นว่าต้นที่ปลูกอยู่ในที่ที่รำไรๆ จะมีลูก ต้นที่อยู่กลางแดด ไม่มีอะไรบังแสง มีลูกน้อยหรือไม่มีเลย

 

 มะยงชิด

มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองต้นของพี่สาว ปีนี้ออกลูกหลายรุ่น เราเลือกสอยเอาลูกที่แก่แล้ว ปีแรกๆ น้องสาวดูไม่เป็น เห็นผิวเหลืองๆ ก็สอยลงมาหมด ปรากฏว่ายังไม่แก่ คราวนี้เราสังเกตเป็นแล้วว่าลูกที่แก่ตรงก้นจะออกเหลืองทองๆ ผิวจะออกลาย สอยพักเดียวก็ได้เต็มตะกร้า มะม่วงต้นนี้มีรังของตัวเงินตัวทองอยู่ด้วย

 

 มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง

รังผึ้งขนาดใหญ่ยังอยู่ที่ต้นมะม่วงต้นเดิม พี่สาวบอกว่าเป็นผึ้งหลวง อย่าไปกวนมัน ถ้าโดนรุมต่อยจะตายได้ เมื่อเดือนก่อนดิฉันไปยืนถ่ายรูปรังผึ้งอยู่ที่ใต้ต้นมะม่วงต้นนี้ โชคดีที่ไม่มีผึ้งมาต่อยเอา

ในสวนมีต้นหว้าอยู่หลายต้น บางต้นก็ใหญ่ บางต้นก็ยังไม่โตมาก นกเป็นตัวช่วยขยายพันธุ์ ทำให้มีต้นหว้าขึ้นอยู่หลายที่ น้องสาวบอกว่าช่วงที่มีลูกหว้าหลายๆ สี ดูสวยดี ช่วงนี้ต้นหว้ากำลังออกดอกเต็มต้น อีกไม่นานก็คงมีลูกให้ได้เห็น

เราขนมะม่วงน้ำดอกไม้กลับบ้าน แวะสอยมะม่วงเขียวเสวยที่ต้นใกล้บ้านอีก ๑ ตะกร้า ต้นมะกอกฝรั่งที่อยู่ใกล้ๆ กันที่เมื่อเดือนก่อนดูโทรมๆ ตอนนี้งามขึ้น แตกยอด ออกดอก ต้นมะเฟืองก็ดีขึ้นแล้ว ออกดอกสวยเต็มต้นทีเดียว ต้นไม้เหล่านี้ช่างอดทนและปรับตัวได้เก่งจริงๆ

 

ซ้าย-ดอกหว้า ขวา-มะกอกฝรั่งเริ่มแตกยอดและออกดอก

 

ดอกบัวในบ่อยังสวยเช่นเดิม ดูสงบนิ่ง ในขณะที่ดอกหญ้าพริ้วไปตามแรงลม

พี่สาวอยากกินปลาทอด เราเลยไปตกเบ็ดในบ่อที่เลี้ยงไว้ ได้ปลาตะเพียนหลายตัว มีปลานิลติดมาบ้าง เพียงครู่เดียวก็ได้ปลาครึ่งถัง แต่ปลาตะเพียนและปลานิลที่มากินเบ็ดตัวยังไม่โตมาก น้องสาวบอกว่าปลาตัวโตๆ มักจะอยู่กลางบ่อ ไม่ค่อยมากินเบ็ด มีคนรู้จักกันมาช่วยทอดแหให้ ๒ ที ได้ปลาตะเพียนและปลานิลตัวใหญ่ขึ้น เราเอาปลาตัวเล็กๆ ปล่อยกลับลงบ่อไป มีกุ้งฝอยติดแหมาด้วย แสดงว่าปลาในบ่อไม่อดแน่ๆ

 

ตกเบ็ดในบ่อ ขวา-ปลาตะเพียนที่ตกได้

กับข้าวมื้อบ่ายของเราจึงมีปลาทอด กินกับน้ำปลา-พริก-มะม่วง เราสับปลาตะเพียนตัวเล็กให้ก้างละเอียดแล้วเอามาแกงใส่กะทิใสๆ ใส่กล้วยดิบและมะเขือพวงข้างบ้าน แกงหอมอร่อยเพราะกะทิก็ได้จากมะพร้าวน้ำหอมที่เก็บมาจากต้นในสวน ขูดเอง คั้นเอง สดสุดๆ

 

อาหารมื้อบ่าย

มาเยี่ยมแม่ทีไร เราก็มีความสุขกับธรรมชาติรอบตัวทุกครั้ง เราลาแม่กลับกรุงเทพฯ ราวๆ ๑๖.๓๐ น. วันนี้ไม่ต้องกินข้าวเย็นแล้ว

วัลลา ตันตโยทัย