“Roles of civil society organization (CSO)”
ผศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
การวางแผนยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์จำเป็นต้องมองกว้างเพื่อการพัฒนาที่เหมาะสม ต้องคำนึงถึง Strength , Weak, Opportunity, Threat ดังภาพ
|
|
จุดแข็ง |
จุดอ่อน |
|
โอกาส |
SO |
WO |
|
อุปสรรค |
ST |
WT |
การจัดกลยุทธ์และการปรับกลยุทธ์
- เสริมข้อมูล
- คิดข้างทาง
- มองต่างมุม มองผลกระทบด้านบวก ด้านลบ HIA
- 6 hat thinking ให้กลั่นกรองสิ่งที่คิดว่าจะทำก่อน
Civil society organization
จะช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ โดยบทบาทภาคสังคม ถ้าสังคมจะสมดุล ภาคสังคมต้องใหญ่ขึ้น ได้แก่ NGO มูลนิธิต่างๆ สมาคมต่างๆ , สสส. สปสช. สวรส.
Civil society
- มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ วิจัยนโยบาย
- สมัชชา ผลักดัน ระดมสมอง สื่อสาร สนับสนุนชุมชน จัดเวทีวิชาการ เกิดเครือข่าย advocacy lobby
- ปอเต็กตึ้ง ให้บริการ ให้ทุนสนับสนุน
- รูปแบบในต่างประเทศได้แก่ รณรงค์ทำสวนเก็บผัก สร้างโรงเรียน ใช้จิตอาสา humanize health care
กรณีศึกษา: Civil society: John’s Hopkin
Different production function
Public goods production
Governance
Revenue structure
Staffing - volunteer
Tax treatment
Legal treatment
How can better data on Civil Society help?
Visibility /legitimacy
Improve policy making
Increase transparency/accountability
Improve national accounts
Chart NGO contribution
Spot trends/problem
ผลวิจัย NGO 40 ประเทศ: งบ 1.9ล้านล้านเหรียญ, 48.4 ล้านคน full time และนเธอร์แลนด์มีวัยแรงงานสูงสุด ประเทศที่เจริญแล้วจะมี civil society สูง
Source of fund of civil society (CSO) : 53% ค่าบริการ, 34% ภาครัฐ และ12% บริจาค
Role of CSO (BILL GATE, ผู้สื่อข่าว)
v Health service ; provide service, facility community
v Health promotion ;disseminate health promotion implement and use campaign
v Policy setting ; represent public and community interest negotiate Ph build policy enhance public support
v Resource mobilization and allocation; finance health service, raise comm. Preference, mobilize comm. Co finance, build pub accountability
v Monitoring of quality and responsiveness; support advice for marginal
กรณีศึกษา: เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน
การผลิตข้าวคุณภาพดี การถ่ายทอดความรู้ในชุมชน การทำเกษตรยั่งยืน ซึ่งเริ่มจากกระบวนทัศน์ การรวมกลุ่มกันเรียน เป็นกลุ่ม กาเรียนไปทำไป “โรงเรียนชาวนา” ไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้คนในชุมชนสุขภาพดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง เกิดความภาคภูมิใจ
สรุปได้ว่า การทำเอง เก็บข้อมูลมาปรับใช้ เปลี่ยนกระบวนทัศน์ ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลง มีการ เรียนแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง การจัดการระบบนิเวศน์กันเอง สุขภาพดีขึ้น ปุ๋ยยาลดลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนชาวบ้าน ไม่ฉาบฉวย ใช้ระยะเวลานาน ทำให้คนมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม